Saturday, 5 April 2025
สิระเจนจาคะ

‘สิระ’ หยัน ‘พ.อ.สุชาติ’ ลงนายก อบจ.ยังสอบตก ยันไม่มี ส.ส.ใต้ถึง 13 คนลาออกจากพรรค เชื่อ แค่หวังปล่อยข่าวสร้างราคาให้ตัวเอง แนะ ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ก่อนถูกถอนหงอก

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ออกมาประกาศว่า จะพาสมาชิกพรรคซึ่งส่วนใหญ่ที่อยู่สายใต้จำนวน 13 คน ลาออกจากพรรคว่า ตนได้มีการพูดคุยกับ ส.ส.ภาคใต้ทั้ง 13 คน ซึ่งทุกคนปฏิเสธการกล่าวอ้างของ พ.อ.สุชาติ ยังไม่มีใครตัดสินใจลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ นี่คือขบวนการปล่อยข่าวว่ามี ส.ส.อยู่ในมือถึง 13 คน เพื่อหวังสร้างราคา และเครดิตให้กับตัวเอง และท้ายที่สุดจะหวังตำแหน่งอะไรด้วยหรือไม่

‘สิระ’ จี้ ศบค. ทบทวนเปิดสถานบันเทิง ย้อนถามลืมภาพคนตายข้างถนนแล้วหรือ

‘สิระ’ จี้ ศบค. รับผิดชอบหากเกิดคลัสเตอร์สถานบันเทิงใหม่ ถามลืมภาพคนไทยตายข้างถนนแล้วหรือ แนะคิดให้ดีหยุดเอาชีวิตประชาชนไปเสี่ยงตาย จี้ ผบ.ตร. จัดการให้เด็ดขาด

วันที่ 25 พ.ย. 64 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาเปิดสถานบันเทิงของ ศบค. ว่า ประเทศไทยเคยได้รับบทเรียนจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเรียนที่ทำลายชีวิตของคนไทยไปจำนวนมหาศาล รวมทั้งยังทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติพังยับ เพราะฉะนั้น ผู้ที่รับผิดชอบในการพิจารณาให้เปิดสถานบันเทิง ต้องคิดให้รอบคอบ และขอให้คิดเผื่อเอาไว้ด้วยว่า หากเปิดแล้วเกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 กระจายไปในวงกว้างซ้ำอีกครั้ง ศบค. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดในครั้งนี้

‘สิระ’ ตกเก้าอี้ส.ส. ศาลรธน. ชี้ชัด ขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส. ปมต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฉ้อโกง

‘สิระ เจนจาคะ’ พ้นสภาพความเป็น ส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ให้ สิระ เจนจาคะ ขัดคุณสมบัติความเป็น ส.ส. เนื่องจากปมคำร้องต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฉ้อโกง พ้นสภาพ ส.ส. กำหนดเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ ใหม่

22 ธ.ค. 64  เมื่อเวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย กรณีที่มีผู้ร้องว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดปมคดีฉ้อโกง ถือว่าขัดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. หรือไม่ โดยศาลรธน.ได้วินิจฉัย ให้นายสิระ ขัดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.

ทั้งนี้ ศาลรธน. ได้ระบุว่า สืบเนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ร้อง) ส่งคำร้องขอให้ศาลรธน. วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ กรณีนายสิระ เจนจาคะ (ผู้ถูกร้อง) เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันในคดีหมายเลขดำที่ 812/2538 คดีหมายเลขแดงที่ 2218/2538 เป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาทำให้ผู้ถูกร้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10)

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 82 วรรคสอง และมีคำสั่งยกคำขอให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาผูู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไว้ในสำนวน และให้หน่วยงานและพยานที่เกี่ยวข้องชี้แจงตามที่ศาลกำหนด พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว 

สนง.เลขาธิการสภาฯ กางค่าตอบแทน ‘สิระ’ จ่อแจ้งให้ชำระเงินคืนภายใน 30 วัน

ที่ปรึกษาประธานสภาฯ แจงรายละเอียดค่าตอบแทน - สิทธิประโยชน์ “สิระ” หลังศาลรธน. สั่งพ้นสภาพ ส.ส. ระบุ สนง.เลขาธิการสภาฯ กำลังรวบรวมก่อนแจ้งให้ชำระภายใน 30 วัน

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง คือ วันที่ 24 มี.ค. 62 และตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 วรรคสอง ระบุในกรณีกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง ผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมา แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงคำวินิจฉัยเต็มเมื่อไหร่ ก็คงจะได้ดำเนินการ 

ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ โดยสำนักงานการคลัง กำลังดำเนินการรวบรวมจำนวนเงิน เพื่อรายงานไปยังเลขาธิการสภาฯ จากนั้น จะแจ้งไปยังนายสิระให้คืนเงิน ภายใน 30 วัน หลังจากได้รับหนังสือแจ้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนดังกล่าว ส่วนเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่นั้น วันนี้คงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่สำหรับหลักเกณฑ์ในการคิดคำนวณเงินกรณีนี้ ซึ่งเคยใช้กับอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล ท่านหนึ่งที่มีกรณีใกล้เคียงกัน คือ พ้นจากสมาชิกภาพ และตอนนี้อยู่ระหว่างการคืนเงินให้สภา

ศาล สั่งจำคุก ‘สิระ เจนจาคะ’ 1 ปีไม่รอลงอาญา พร้อมตัดสิทธิ์ 20 ปี คดีลักไก่ลงสมัครเลือกตั้งสส.

ศาล สั่งคุก ‘สิระ’ 1 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง 20 ปี จากเหตุลักไก่ลงสมัครสส.ปี 62 ทั้งที่ตัวเองขาดคุณสมบัติ

(31 มี.ค. 68) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำอ.3200/2566ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลยฐานกระทำผิดรัฐธรรมนูญ 2560, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา4,42(12),151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 9 (5) ,24,25 และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำเลย 20 ปีด้วย

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2562 จำเลยได้บังอาจลงลายมือชื่อสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 9 กทม.โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น สส. อันเป็นลักษณะต้องห้าม เนื่องจากจำเลยเคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวัน ให้จำคุก 4 เดือนฐานฉ้อโกง อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขดำอ 812/2538 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2218/2538 ลงวันที่ 21 พ.ย.2538

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้นายสิระเดินทางมาเข้าฟังการพิพากษาในเวลา 09.00 น. โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับผู้สื่อข่าว

ต่อมาที่ห้องพิจารณา 903 ศาลพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศให้ผู้ประสงค์เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ถึง 8 กุมภาพันธ์ 62 โดยในเขตเลือกตั้งที่ 9 และมีประการประกาศรับสมัครที่อาคารกีฬาเวช 2 จำเลยได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส.เขต 9 พรรคพลังประชารัฐต่อมาจำเลยได้รับเลือกตั้ง

ต่อมาวันที่ 17 ธ.ค.2563 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกสภาพของจำเลยนั้นสิ้นสุดลงหรือไม่เนื่องจากปรากฏว่าจำเลยมีคุณสมบัติขาดคุณสมบัติรองรับสมัครการเลือกตั้ง เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวันในคดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์เป็นเวลา 4 เดือน

ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกสภาพของจำเลยได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 62 การกระทำของจำเลยเป็นการเป็นการฝ่าฝืนการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ทำการไต่สวนโดยให้เพิกถอนจำเลยและดำเนินคดีอาญากับจำเลยเนื่องจากเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติลงรับสมัครการเลือกตั้ง

ศาลเห็นว่าคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานหลักฐานพบว่าจำเลยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ต่อศาลแขวงปทุมวันว่าคดีที่พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนต่อนายสิระในข้อหาฐานฉ้อโกงทรัพย์จำนวน 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 เป็นความผิด 2 กระทงจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 8 เดือน

คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าจำเลยต้องโทษคำพิพากษาคดีถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวันจำเลยจึงเป็นบุคคลต้องห้ามไม่มีสิทธิ์ลงรับสมัครเลือกตั้งส.ส.

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่าจำเลยรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในการลงรับสมัครการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ยังลงรับสมัครเลือกตั้ง เห็นว่าจะพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักและน่าเชื่อถือเพียงพอส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทย์ได้เชื่อว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติรับสมัครการเลือกตั้ง เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ 2561 มาตรา 4,42 (12),151 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีและให้เพิกถอนสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง 20 ปีนับตั้งแต่วันมีคำพิพากษา

ต่อมาทนายความของนายสิระ ได้ยื่นหลักทรัพย์ต่อศาลเพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top