Thursday, 4 June 2026
ยูเครนรัสเซีย

‘รมว.กต.จีน’ ชี้!! สหรัฐฯ สกัดกั้นจีนไม่ได้ช่วยอะไร เตือน หากไม่เหยียบเบรก ระวังพลิกคว่ำ ตกราง

(7 มี.ค. 66) นายฉิน กัง รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ซึ่งเป็นอดีตเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งล่าสุดนี้ กล่าวว่า ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เบี่ยงเบนไปอย่างร้ายแรง พร้อมเตือนถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นตามมา

“การสกัดกั้นและปราบปรามจีน ไม่ได้ทำให้สหรัฐฯ ยิ่งใหญ่ และไม่อาจหยุดยั้งการฟื้นคืนพลังกลับขึ้นมาใหม่ของจีนได้” นายฉินกล่าว ระหว่างการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศจีนคนใหม่

เมื่อถูกถามว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างจีน-สหรัฐฯ ยังคงเป็นไปได้หรือไม่ ท่ามกลางความแตกต่างที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสองประเทศ นายฉินกล่าวว่า สหรัฐฯ ถือว่าจีนเป็นคู่แข่งหลักและเป็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มากที่สุด แต่นี่ไม่ต่างจากการติดกระดุมเม็ดแรกผิด

“สหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการสร้างแนวป้องกัน แต่สิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการจริง ๆ คือ ไม่ต้องการให้จีนตอบโต้ด้วยคำพูดหรือด้วยการกระทำเมื่อถูกยั่วยุ” นายฉินกล่าว โดยอ้างถึงการแสดงความเห็นของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เมื่อเดือนก่อนที่ว่า สหรัฐฯ จะแข่งขันอย่างเต็มที่กับจีน แต่ไม่ได้จะมองหาความขัดแย้ง

รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวว่า หากสหรัฐฯ ไม่เหยียบเบรก และยังคงร้องคำรามไปตามเส้นทางที่ผิด ราวกั้นเท่าใดก็ไม่สามารถหยุดยั้งไม่ให้ตกรางและเกิดพลิกคว่ำได้ มันจะต้องเกิดความขัดแย้งและการเผชิญหน้า ใครจะเป็นผู้แบกรับหายนะที่จะเกิดขึ้นตามมา

ทรัมป์เดินเกม!! บีบยุโรปอัดงบซื้ออาวุธสหรัฐฯ กดดันอียูหนุนยูเครนสู้ศึกรัสเซีย

(11 ก.พ.68) รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาแผนกระตุ้นให้ชาติพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนยูเครนในช่วงเวลาที่สงครามกับรัสเซียยังคงดำเนินอยู่ โดยแผนดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้ยูเครนก่อนการเจรจาสันติภาพที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า หากแผนนี้ได้รับการอนุมัติ อาจช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำยูเครนที่วิตกกังวลว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ อาจลดการสนับสนุนทางทหาร ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนยังคงเผชิญแรงกดดันจากการรุกคืบของกองกำลังรัสเซียทางภาคตะวันออก

ในอดีต หลายประเทศในยุโรปได้ซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพของยูเครนภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะขอให้ชาติยุโรปจัดซื้ออาวุธผ่านสัญญาทางพาณิชย์ หรือใช้วิธีการซื้อโดยตรงจากคลังแสง ซึ่งในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น

คีธ เคลล็อกก์ อดีตพลโทเกษียณและทูตพิเศษประจำยูเครนและรัสเซียในรัฐบาลทรัมป์ มีกำหนดจะหารือกับตัวแทนพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับแนวทางดังกล่าวระหว่างการประชุมด้านความมั่นคงในนครมิวนิก สัปดาห์นี้

ในการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เคลล็อกก์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อแผนการดังกล่าว แต่กล่าวว่า "สหรัฐฯ สนับสนุนการขายอาวุธที่ผลิตในประเทศของตนเอง เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ" พร้อมระบุว่า มีหลายทางเลือกที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

นอกจากนี้ เคลล็อกก์ยังกล่าวว่า การส่งอาวุธที่เคยได้รับอนุมัติในสมัยไบเดน ยังคงดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้ และย้ำว่า "ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า"

ขณะเดียวกัน สถานทูตยูเครนในกรุงวอชิงตันยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้

‘ยูเครน’ กุมขมับวิกฤต ‘หนีทหาร’ ปีนี้พุ่งไม่หยุด คาดยอดจะทะลุ 61,000 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์

(30 พ.ค. 68) กองทัพยูเครนกำลังเผชิญปัญหาทหารหลบหนีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนผู้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาตในปี 2025 จะทะลุ 61,000 ราย เกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน ตามการวิเคราะห์ของผู้สื่อข่าว Sputnik โดยอ้างอิงจากบันทึกคดีในศาลยูเครน

กรณีการหลบหนีส่วนใหญ่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 407 วรรค 5 ของประมวลกฎหมายอาญายูเครน ซึ่งระบุถึงการ “ละทิ้งหน่วยหรือสถานที่ปฏิบัติหน้าที่เกิน 3 วัน ภายใต้กฎหมายกฎอัยการศึกหรือสถานการณ์การรบ”

ข้อมูลจากทะเบียนคดีของศาลยูเครนระบุว่า เดือนเมษายน 2025 มีคดีหนีทหารสูงสุดที่ 6,245 คดี ส่งผลให้ยอดสะสม 5 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 25,508 คดี หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป จำนวนรวมทั้งปีอาจสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อเทียบกับปีก่อน แนวโน้มดังกล่าวน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยในปี 2024 มีรายงานการหลบหนีถึง 35,750 คดี เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปี 2023 ที่มีเพียง 12,563 คดี สะท้อนภาวะขาดเสถียรภาพในกำลังพลอย่างต่อเนื่อง

รัสเซียปัดตก!! ไม่รับลายเซ็นลงนามสันติภาพยูเครน เพราะสถานะผู้นำ ‘เซเลนสกี’ ไม่ถูกยอมรับทางกฎหมาย

(25 ส.ค. 68) รัสเซียออกมาโจมตีสถานะของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่าเครมลินจะไม่ยอมรับการลงนามในเอกสารสันติภาพใดๆ หากมีลายเซ็นของเซเลนสกี เนื่องจากเขา “ไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชอบธรรม”

ลาฟรอฟระบุว่า แม้เซเลนสกีจะเป็น “หัวหน้าระบอบการปกครองโดยพฤตินัย” แต่ไม่ถือว่าเป็นผู้นำที่ชอบธรรมตามกฎหมาย พร้อมวิจารณ์ว่าเขาเพียง “แสร้งทำตัวเป็นผู้นำ” และย้ำว่าการประชุมระหว่างเซเลนสกีกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังไม่พร้อมเกิดขึ้นจริง

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่พยายามจัดประชุมสองฝ่ายระหว่างเซเลนสกีและปูตินเพื่อหาข้อยุติสงคราม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณความคืบหน้า เนื่องจากรัสเซียยังคงยืนยันข้อเรียกร้องสูงสุด รวมถึงการยึดดินแดนจากยูเครน

ทั้งนี้ ยูเครนได้เลื่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ควรจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 ออกไป เนื่องจากประเทศอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกตั้งแต่รัสเซียบุกเต็มรูปแบบเมื่อกุมภาพันธ์ 2022 ทำให้ตำแหน่งของเซเลนสกีถูกยืดอายุไปโดยอัตโนมัติ

‘รัสเซีย’ เตือน ‘ยูเครน’ อย่าเมินการร่วมโต๊ะเจรจา ย้ำยิ่งคุยกันช้า…ยิ่งทำให้เคียฟเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง

(29 ก.ย. 68) รัสเซียยืนยันว่ายังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ จากยูเครนเกี่ยวกับการกลับมาเจรจาสันติภาพ โดย ดมิตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกประจำทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ฝ่ายรัสเซียยังคงเปิดกว้างต่อการพูดคุย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีท่าทีจากเคียฟเลยแม้แต่น้อย

สำหรับการเจรจารอบล่าสุดเกิดขึ้นที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนเชลยที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บร้ายแรง และรัสเซียยังได้เสนอให้ยูเครนตั้งคณะทำงานด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารเพื่อหารือออนไลน์ แต่ยูเครนยังไม่ตัดสินใจ ต่อมาในเดือนกันยายน รัสเซียยอมรับว่ากระบวนการเจรจาอยู่ในภาวะชะงักงัน

เปสคอฟระบุว่า ยูเครนอาจจงใจไม่ขยับ เพื่อแสดงต่อผู้สนับสนุนในยุโรปว่ายังพร้อมสู้ต่อไป แต่เปสคอฟย้ำว่า “ยิ่งปล่อยให้การเจรจาล่าช้า ตำแหน่งต่อรองของยูเครนก็จะยิ่งแย่ลง”

‘สี จิ้นผิง-ทรัมป์’ ต่อสายเคลียร์ใจ ย้ำเดินหน้าบนฐานเท่าเทียม ร่วมมือได้ประโยชน์ ขัดแย้งเจ็บทั้งคู่ หนุนขยายความร่วมมือ ลดรายการปัญหา

(26 พ.ย. 68) สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า จีนและสหรัฐฯ ควรรักษาโมเมนตัมความสัมพันธ์ที่กำลังเดินหน้า และต้องเคลื่อนต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยยึดหลักความเท่าเทียม การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สี จิ้นผิง ระบุว่า การพบหาระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ ที่เมืองปูซานเมื่อเดือนที่แล้วประสบความสำเร็จ และช่วย “ปรับเข็มทิศ” ของความสัมพันธ์สองประเทศ เปรียบเหมือนเรือใหญ่ที่กลับมาแล่นได้อย่างมั่นคง ส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังประชาคมโลก พร้อมชี้ว่าตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เดินหน้าในทิศทางที่ค่อนข้างมั่นคงและเป็นบวก ได้รับการต้อนรับจากทั้งสองประเทศและนานาชาติ

ผู้นำจีนย้ำว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงชัดเจนแล้วว่า “ร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ ขัดแย้งกัน ทั้งสองฝ่ายเสียหาย” และมองว่าภาพของจีนและสหรัฐฯ ที่ช่วยกันเติบโต ร่ำรวย และประสบความสำเร็จไปด้วยกันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เขาเสนอว่าควร “เพิ่มรายชื่อเรื่องความร่วมมือ และลดรายชื่อปัญหา” เพื่อสร้างความคืบหน้าทางบวก เปิดพื้นที่ใหม่ให้การร่วมมือ และส่งผลดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศรวมถึงโลก

สี จิ้นผิง ยังทบทวนจุดยืนหลักของจีนเรื่องไต้หวัน โดยเน้นว่า การที่ไต้หวันกลับมาอยู่กับจีนเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมชี้ว่าในอดีตจีนและสหรัฐฯ เคยยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิทหารนิยม และในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศยิ่งควรช่วยกันปกป้อง “ชัยชนะของสงครามโลกครั้งที่ 2” ให้มั่นคง

ชาติตะวันตกขวางดีล ไม่ให้ ‘รัสเซีย’ กับ ‘สหรัฐฯ’ บรรลุแผนสันติภาพ ‘ยูเครน’ หลังแสดงตัวชัดว่าเป็นปรปักษ์ พยายามสกัดทุกขั้นตอนเจรจา

(27 พ.ย. 68) เซอร์เกย์ รยับคอฟ (Sergey Ryabkov) รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวสปุตนิกว่า ขณะนี้มี “หลายประเทศในยุโรปตะวันตก” เคลื่อนไหวอย่างหนักเพื่อขัดขวางไม่ให้รัสเซียกับสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเรื่องยูเครน โดยมองว่าชาติเหล่านี้แสดงตัวชัดเจนว่าเป็น “คู่แข่งหลักของแนวทางเจรจา” และพยายามสกัดความคืบหน้าในทุกขั้นตอน

รยับคอฟระบุว่า รัสเซียพร้อมเปิดโต๊ะพูดคุยกับสหรัฐฯ ต่อไปในประเด็นยูเครน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐาน “ความเข้าใจร่วมกัน” ที่ได้จากการประชุมซัมมิต “ปูติน-ทรัมป์” ที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา พร้อมย้ำว่า มอสโกจะไม่ยอมให้สัมปทานในประเด็นหลักที่เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย โดยเห็นว่าแนวทางที่ตกลงกันไว้ที่แองเคอเรจนั้นเป็น “ชุดทางออกแบบประนีประนอม” อยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี รัฐบาลรัสเซียไม่ประสงค์เปิดรายละเอียดแผนสันติภาพยูเครนที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสาธารณะ โดยรยับคอฟบอกเพียงว่า ต้องให้เวลาเกี่ยวกับกระบวนการเจรจา และรัสเซียจะ “ทำงานกับสิ่งที่มีอยู่บนโต๊ะ” ต่อไป หากสหรัฐฯ แสดงท่าทีพร้อมอย่างเป็นทางการ รัสเซียก็พร้อมตอบรับกลับทันที

รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียยังชี้ว่า ความสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐฯ อยู่ใน “ช่วงเริ่มต้นของการกลับสู่ภาวะปกติ” และยังไม่มีอะไรรับประกันว่าจะสำเร็จ โดยในวาระทวิภาคียังมีหลายเรื่องค้างคา ทั้งเรื่องการบินระหว่างสองประเทศ และทรัพย์สินทางการทูตของรัสเซียในสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังเตือนว่าหากวอชิงตันไม่รับข้อเสนอของมอสโกในกรอบข้อตกลงนิวสตาร์ตฉบับใหม่ และเดินหน้าสร้างศักยภาพอาวุธเพิ่ม สถานการณ์ยุทธศาสตร์โลกจะยิ่งตึงเครียดและคาดเดาได้ยากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top