Thursday, 17 September 2026
พัฒนาหลักสูตร

จุฬาฯ สานพลัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ผลิตหลักสูตรระยะสั้นด้านสุขภาพและการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการด้านสุขภาพ ผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยสู่นานาชาติ

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (จามจุรี 10) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ พัฒนาหลักสูตร Lifelong Learning ด้านสุขภาพและการแพทย์ สำหรับบุคลากรสาธารณสุขและภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ทุกระดับ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับกระแสโลก ตลอดจนร่วมกันจัดทำโครงการจัดการความรู้ การพัฒนางานวิจัย รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมที่เป็นผลิตภัณฑ์ และ/หรือ นวัตกรรมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อไปในอนาคต โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้


การลงนามความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรในครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพที่สอดคล้องกันที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิทยาการความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในระดับโลกถือเป็นโอกาสของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยด้วยอุตสาหกรรมการแพทย์ จึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรในด้านการธุรกิจและบริการด้านสุขภาพรองรับการเติบโต โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้ที่ครอบคุลมทุกช่วงวัย มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) จึงเป็นที่มาของผนึกกำลังระหว่างองค์กร เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้นภายใต้ของตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้


ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะนำความรู้วิชาการทางด้านสุขภาพและการแพทย์ใหม่ ๆ ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมาถ่ายทอดสู่ผู้นำของประเทศที่มีสมรรถนะในการสร้างสรรค์องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มุ่งสู่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) 17 เป้าหมาย การที่จุฬาฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในการพัฒนากำลังคนของประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงของประเทศต่อไป


นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีพันธกิจที่มุ่งพัฒนากำลังคนคุณภาพในระบบเศรษฐกิจสุขภาพ หลักสำคัญคือการผลักดันและส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศได้เพิ่มพูนทักษะ ประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยในการขับเคลื่อนในการพัฒนากำลังคนของประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ในรูปแบบหลักสูตรการศึกษาตลอดชีวิต จึงเกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะมีความร่วมมือกันในการพัฒนาหลักสูตร 
การจัดการความรู้ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร เพื่อตอกย้ำเจตนารมย์ของความร่วมมือดังกล่าว จึงได้เปิดตัวแนะนำหลักสูตรระยะสั้นสำหรับผู้บริหารระดับสูงด้านการแพทย์และธุรกิจสุขภาพ หลักสูตรแรกของประเทศไทย หลักสูตร “เวฬา” หรือ “Vitality Enhancement & Longevity Academy (VELA)” ซึ่งเป็นหลักสูตรภายใต้ความร่วมมือระหว่างระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยรวมองค์ความรู้ล้ำสมัย เช่น การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Reverse Aging) สุขภาพเพศกับการมีอายุยืน (Sexual Health & Longevity) เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) การนอนหลับ และสุขภาพจิต (Sleep and Mental Health) เป็นต้น

‘ประเสริฐ’ จับมือ เยอรมนี ลงนามปฏิญญาร่วม!! ยกระดับอาชีวศึกษาทวิภาคี สร้างคนทักษะสูงป้อนอุตสาหกรรมอนาคต เพิ่มทักษะเชิงวิชาชีพ สู่มาตรฐานสากล เปิดโอกาสฝึกงานและมีงานทำจริง

ร่วมมือ ‘ศึกษา’ ไทย-เยอรมัน ลงนามปฏิญญาร่วม
ยกระดับอาชีวศึกษา สู่เส้นทางแห่งโอกาส-ผู้มีศักยภาพ

15 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางปฏิบัติภารกิจ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อผสานความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา โดยนายประเสริฐได้ลงนามปฏิญญาร่วมแสดงเจตจำนง (Joint Declaration of Intent: JDoI) ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ กิจการครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีเป้าหมายยกระดับร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เชื่อมโยง ‘การศึกษา–ทักษะ–ภาคอุตสาหกรรม–การมีงานทำ’ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายประเสริฐกล่าวถึงความร่วมมือสำคัญนี้ครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1. ยกระดับอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยนำแนวปฏิบัติที่ดีของเยอรมนีมาประยุกต์ใช้ และเพิ่มบทบาทของสถานประกอบการในการร่วมออกแบบหลักสูตรและพัฒนาทักษะผู้เรียน
2. พัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสาขา Mechatronics, Automation, Electronics, Semiconductor, AI, Digital Transformation และ Green TVET
3. ยกระดับมาตรฐานและการรับรองสมรรถนะ เพื่อให้ทักษะและคุณวุฒิของผู้เรียนเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น
4. พัฒนาครูอาชีวศึกษาและครูฝึกในสถานประกอบการ ผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าสู่การเรียนการสอน
5. เชื่อมการศึกษาสู่การมีงานทำ เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกงานและฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการไทย–เยอรมัน พร้อมพัฒนาทั้งทักษะวิชาชีพ ภาษา และประสบการณ์ทำงานจริง
นายประเสริฐย้ำว่า “ความสำเร็จของปฏิญญาร่วม (JDoI) ไม่ควรวัดเพียงจำนวนกิจกรรมหรือการแลกเปลี่ยน แต่ต้องวัดจาก ‘ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน’ คือเรียนแล้วมีทักษะ โดยทักษะได้รับการรับรอง ได้ฝึกงานจริง สู่การมีงานทำ และนำไปสู่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

“เราจะทำให้อาชีวศึกษาเป็นเส้นทางแห่งโอกาส และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง (High-Skilled Workforce) รองรับการลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืนครับ” นายประเสริฐทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top