‘ประเสริฐ’ จับมือ เยอรมนี ลงนามปฏิญญาร่วม!! ยกระดับอาชีวศึกษาทวิภาคี สร้างคนทักษะสูงป้อนอุตสาหกรรมอนาคต เพิ่มทักษะเชิงวิชาชีพ สู่มาตรฐานสากล เปิดโอกาสฝึกงานและมีงานทำจริง

ร่วมมือ ‘ศึกษา’ ไทย-เยอรมัน ลงนามปฏิญญาร่วม
ยกระดับอาชีวศึกษา สู่เส้นทางแห่งโอกาส-ผู้มีศักยภาพ

15 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางปฏิบัติภารกิจ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อผสานความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา โดยนายประเสริฐได้ลงนามปฏิญญาร่วมแสดงเจตจำนง (Joint Declaration of Intent: JDoI) ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ กิจการครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีเป้าหมายยกระดับร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เชื่อมโยง ‘การศึกษา–ทักษะ–ภาคอุตสาหกรรม–การมีงานทำ’ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายประเสริฐกล่าวถึงความร่วมมือสำคัญนี้ครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1. ยกระดับอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยนำแนวปฏิบัติที่ดีของเยอรมนีมาประยุกต์ใช้ และเพิ่มบทบาทของสถานประกอบการในการร่วมออกแบบหลักสูตรและพัฒนาทักษะผู้เรียน
2. พัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสาขา Mechatronics, Automation, Electronics, Semiconductor, AI, Digital Transformation และ Green TVET
3. ยกระดับมาตรฐานและการรับรองสมรรถนะ เพื่อให้ทักษะและคุณวุฒิของผู้เรียนเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น
4. พัฒนาครูอาชีวศึกษาและครูฝึกในสถานประกอบการ ผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าสู่การเรียนการสอน
5. เชื่อมการศึกษาสู่การมีงานทำ เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกงานและฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการไทย–เยอรมัน พร้อมพัฒนาทั้งทักษะวิชาชีพ ภาษา และประสบการณ์ทำงานจริง
นายประเสริฐย้ำว่า “ความสำเร็จของปฏิญญาร่วม (JDoI) ไม่ควรวัดเพียงจำนวนกิจกรรมหรือการแลกเปลี่ยน แต่ต้องวัดจาก ‘ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน’ คือเรียนแล้วมีทักษะ โดยทักษะได้รับการรับรอง ได้ฝึกงานจริง สู่การมีงานทำ และนำไปสู่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

“เราจะทำให้อาชีวศึกษาเป็นเส้นทางแห่งโอกาส และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง (High-Skilled Workforce) รองรับการลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืนครับ” นายประเสริฐทิ้งท้าย