รัฐมนตรีพม่า โทษบ่อนทำลายจากต่างชาติ ตัวการทำเศรษฐกิจพม่าเข้าสู่ภาวะวิกฤต
รอยเตอร์ - เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยกองทัพของพม่ากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาเสถียรภาพของค่าเงินจ๊าตและสนับสนุนเศรษฐกิจที่โกลาหลวุ่นวายนับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือนก.พ. รัฐมนตรีพม่าเผยกับรอยเตอร์ โดยกล่าวโทษว่าส่วนหนึ่งของวิกฤติเป็นผลจากผู้สนับสนุนต่างชาติของฝ่ายตรงข้าม
ค่าเงินจ๊าตอ่อนลงมากกว่า 60% ในเดือนก.ย. หลังประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญกับการชุมนุมประท้วง การผละงาน และเศรษฐกิจเป็นอัมพาตนานหลายเดือนหลังการรัฐประหาร
อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6.51% นับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจจาก 1.51% ก่อนหน้านี้ และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 11 ล้านล้านจ๊าต หรือ 6,040 ล้านดอลลาร์ ที่เป็นอัตราทางการของธนาคารกลาง อ่อง นาย อู รัฐมนตรี กล่าวให้สัมภาษณ์
นับเป็นครั้งแรกที่พม่าเปิดเผยระดับของเงินตราต่างประเทศของตัวเองนับตั้งแต่การรัฐประหาร และเปรียบเทียบกับตัวเลขของธนาคารโลกที่มีมูลค่าอยู่ที่ 7,670 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2563
รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุนของรัฐบาลทหารกล่าวว่าพม่ากำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ จากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19
แต่เขาให้เหตุผลว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเกิดจากการบ่อนทำลายโดยฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลทหาร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างประเทศ
“การระบาดก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงในพม่า นำไปสู่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ที่เลวร้ายลงจากการบ่อนทำลายและการอารยะขัดขืนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ” อดีตผู้กำหนดนโยบายคนสำคัญในรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ที่ปกครองพม่าหลังสิ้นสุดการปกครองของทหารโดยตรงนานครึ่งศตวรรษในปี 2554 กล่าว
เมื่อถูกถามว่าประเทศใดสนับสนุนการบ่อนทำลายทางเศรษฐกิจและมีสิ่งใดเป็นหลักฐาน รัฐมนตรีปฏิเสธที่จะระบุ และตอบเพียงว่า “เราได้รับหลักฐานจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาแทรกแซง”
อ่อง นาย อู กล่าวว่า สื่อต่างชาติรายงานเกินจริงเกี่ยวกับวิกฤติ แต่อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า “หวังว่าในอีกไม่กี่เดือน เราจะสามารถฟื้นกลับสู่สถานการณ์ปกติของเราได้”
บริษัทต่างชาติ 6 แห่ง ได้ยื่นขออนุญาตที่จะออกจากพม่านับตั้งแต่การรัฐประหาร และหลายแห่งได้ระงับธุรกิจของพวกเขา
บริษัทเหล่านั้นยังรวมถึงหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด คือ เทเลนอร์ บริษัทโทรคมนาคมสัญชาตินอร์เวย์ ที่ประกาศในเดือนก.ค. ว่าบริษัทกำลังขายกิจการในพม่าให้กับบริษัท M1 Group จากเลบานอน เป็นมูลค่า 105 ล้านดอลลาร์
