Friday, 5 June 2026
ปราบยาเสพติด

‘ธนกร’ ขอบคุณ ‘บิ๊กตู่’ ปราบจริงยาเสพติด-อาวุธปืน ตบหน้าฝ่ายค้าน หลังกล่าวหาไม่แยแสปัญหา

'ธนกร' ขอบคุณ 'บิ๊กตู่' ลุยปราบยาเสพติด-อาวุธปืน เป็นวาระแห่งชาติ ชี้ตั้งคณะกรรมการใหญ่อีกคณะคุมการทำงานทุกหน่วยที่มีในปัจจุบัน เท่ากับตบหน้าฝ่ายค้านหลังกล่าวหาไม่แยแสปัญหา

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งสั่งให้ตั้งคณะกรรมการใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งคณะเพื่อติดตามตรวจสอบการทำงานของทุกคณะที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนที่เข้มงวดชัดเจน อาทิ กวดขันการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนและกระสุนปืน เข้มงวดในการออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต และการพกพา เพิกถอนใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนเมื่อพบปัญหาทางจิต พฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม และการใช้ยาเสพติด รวมถึงกวาดล้างจับกุมอาวุธเถื่อนและการซื้อขายออนไลน์อย่างจริงจัง และทบทวนกฎหมายที่จำเป็นให้มีความทันสมัย มาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เร่งติดตาม สืบสวนขยายผล ทำลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติดและยึดอายัดทรัพย์สิน มาตรการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาก็เพื่อมากำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทำงานอย่างเข้มข้น และเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น และยังเป็นการตบหน้าฝ่ายค้านที่มักจะกล่าวหามั่วๆ ว่ารัฐบาลไม่จริงจังกับการแก้ปัญหา

‘ตำรวจ’ กระจายกำลังตรวจค้น 30 จุดในอีสาน ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดได้ 2.5 พันล้านบาท

(14 ธ.ค. 65) ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่ประกาศจะปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อจะตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติด โดยยึดอายัดทรัพย์สินตลอดจนการป้องกันและปราบปรามแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ชุมชนที่เชื่อว่าเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด และพื้นที่ล่อแหลม

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม) /ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 รับนโยบายและได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลเครือข่ายที่เคยถูกจับกุมไปแล้วว่ามีความเคลื่อนไหวหรือไม่ และ มีเครือข่ายหน้าใหม่หรือไม่ สืบเนื่องการจับกุม นายวัฒนา ศรีวิไล พร้อมของกลางยาบ้า 1,976,000 เม็ด ได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าจึงขยายผลโดยใช้ข้อมูลจาก Big Data จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน และพบว่าเครือข่ายนี้มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานลงสู่พื้นที่ภาคใต้ แล้วหลายครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 จับกุมเครือข่ายได้อีก 2 รายคือ น.ส.รวิวรรณ วรรณฟัก ได้ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลเพ็ญจันทร์ ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร และจับกุมตัว นายจักรพงษ์ คำชนะ ได้ที่หน้าหอพักพลอยสุข อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยแฝงด้วยการเป็นธุรกิจรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไประหว่างประเทศและในประเทศ

‘นายกฯ’ ปลุก 12 จังหวัดอีสานตอนบน ตัดวงจรพ่อค้ายาฯ ลั่น!! 'ต้องไม่มีพื้นที่ให้ยาเสพติด' พร้อมหนุน จนท.เต็มสูบ

(10 ก.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ก่อนที่เวลา 13.45 น. นายกฯ เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ดสีดำ ทะเบียน กล 5559 อุดรธานี ถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี  โดยมีนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรอต้อนรับ

โดยเมื่อเดินทางถึงนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปแผนสกัดกั้นแนวชายแดนอีสานตอนบน 5 จังหวัด และรับฟังบรรยายายสรุปปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 จากตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งรายงานว่า ได้มีการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือพิเศษ ปิดล้อม และตรวจค้นจำนวน 6 ครั้ง โดยสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดจำนวน 3,446 ราย และยึดทรัพย์ของกลางยาบ้า 10,345,615 เม็ด ยึดอาวุธปืน 217 กระบอก เครื่องกระสุน 32 นัด และสามารถตรวจยึดทรัพย์ 1,553 รายการ  มูลค่าทั้งสิ้น 254,961,366 บาท

ด้านนายกฯ ได้สอบถามเลขาป.ป.ส. ถึงเรื่องค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทั้งทหารตำรวจและพลเรือน ที่ได้รับเงินจากกองทุน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรณีได้รับบาดเจ็บ โดยเลขาป.ป.ส.รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 10,000 บาท  ด้านนายกฯ กล่าวกำชับว่า ขอให้เพิ่มเงินเยียวยาดังกล่าวเป็น 50,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติหน้าที่ที่เข้มข้นขึ้น ก่อนที่นายกฯ จะเยี่ยมชมรถ ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีตรวจจับผู้ต้องสงสัย 

ต่อมานายกฯ เยี่ยมชม และรับฟังบรรยายายโครงการชุมชนยั่งยืนของตำรวจภูธรภาค 4  พร้อมกันนายกฯ ได้พูดคุยกับผู้กล้าที่เลิกยาเสพติด โดยนายกฯ สอบถามว่า ได้เลิกยามากี่ปีแล้ว และมีการฝึกอาชีพให้หรือไม่ 

จากนั้นนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของฝ่ายปกครอง  โดยมีการค้นหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ด้วยการเอ็กซเรย์และมีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูทางสังคม รวมถึงมีการจัดตั้งจุดสกัดตรวจสถานบริการ  และตั้งศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ก่อนรับฟังบรรยายสรุปจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ในส่วนของผลงานด้านบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด 12 จังหวัดภาคอีสานระยะเร่งรัด 3 เดือน 

ทั้งนี้นายกฯ กล่าวกำชับว่า ขอให้ตั้งเป้าการนำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดให้สูงขึ้น เพื่อกวาดล้างให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ตนจะหารือกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในเรื่องดังกล่าว โดยจังหวัดหนองคายถือเป็นจังหวัดที่นำผู้เสพที่มีอาการทางจิตเข้าสู่กระบวนการบำบัดน้อยที่สุด ก็ขอให้เป็นจังหวัดนำร่อง ทั้งนี้ ขอให้ตั้งเป้าให้เยอะ เพราะฝ่ายความมั่นคงกวาดล้างได้จำนวนมาก 

นอกจากนี้ เด็กนักเรียนและครูชมรม To BE Number one จากโรงเรียนพันดอนวิทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดร 4  ร้องเพลงบูมเชียร์ให้กับนายกฯ ก่อนที่นายกฯ จะเดินทักทาย

จากนั้นนายกฯ รับชมวีดิทัศน์ขับเคลื่อนการปลุกพลังชุมชน ก่อนรับชมการแสดงเพลงมุ่งสู่ขวัญ NPD.P4 จากนักเรียนและครูโรงเรียนชุมชนสามพร้าวและครูแดร์ หรือ D.A.R.E. โดยระหว่างชมการแสดงนายกฯได้อมยิ้มพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วย

ต่อมานายกฯ เป็นประธานเปิดงานกิจกรรม ‘งานรวมพลังชุมชน อีสานเหนือสู้ภัยยาเสพติด’ โดยผู้ร่วมงาน และนายกฯร่วมกันแสดงพลังสู้ภัยยาเสพติดใส่ถุงมือแสดงสัญลักษณ์ ที่มีข้อความว่า ‘No Place For drug’

นายกฯ กล่าวเปิดกิจกรรมตอนหนึ่งว่า ตนมีความยินดีที่ได้มาร่วมกิจกรรมงานรวมพลังชุมชน อีสานเหนือสู้ภัยยาเสพติด ซึ่งยาเสพติดเป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะลงพื้นที่มากี่ครั้ง กี่หมู่บ้าน ก็ล้วนแต่ได้ยินมาว่าเป็นปัญหา เป็นเรื่องที่หนักหนาจริง ๆ ลูกหลานของพวกเราจำนวนมากต้องตกเป็นทาสยาเสพติด  ตนเห็นหลายครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความกลัว อยู่ด้วยกันในชุมชนก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งสังคมไทยไม่ควรเป็นแบบนี้

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนยอมไม่ได้ที่สังคมไทย ลูกหลานของเรา อยู่ในสังคมที่มียาเสพติดแพร่ระบาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้ การป้องกันปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่ และภาคประชาชน เพื่อแก้ปัญหาในชุมชน และมุ่งปราบปรามการค้ายาเสพติดนำไปสู่การสร้างพลังชุมชนที่เข้มแข็ง และยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเราปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าอีสานเหนือครอบคลุม 12 จังหวัด ทำให้เห็นพลังของมวลชนต่อการประกาศจุดยืนในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดในชุมชนของตนเอง  

นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากการแก้ไขปัญหายาเสพติดจะสำเร็จได้ ทุกคนทุกภาคส่วน ตำรวจ จังหวัด ทหาร สาธารณสุข ป.ป.ส. และหน่วยงานอื่น ๆ จะต้องทำงานร่วมกัน และต้องได้รับการสนับสนุนจากชุมชน ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหายาเสพติดร่วมกัน และเป็นหูเป็นตา ช่วยกันดูแลสอดส่อง แจ้งเบาะแส เฝ้าระวัง และป้องกันลูกหลานไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเราทุกคนได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ขอให้พวกเราบอกกล่าวในชุมชนให้ขยายผลการปฎิบัติออกไปในวงกว้าง เพื่อฝึกพลังชุมชนทุกพื้นที่ให้รวมพลังอย่างเข้มแข็ง ซึ่งตนขอบคุณในความตั้งใจ และพลังของทุกคน ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันต่อสู้ เพื่อเอาปัญหายาเสพติดให้หมดออกไปจากสังคม เราจะร่วมกันรักษา ฟื้นฟู ดูแล และปกป้องลูกหลานของเราให้ห่างไกลยาเสพติด

“ขอให้ทุกคนน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงห่วงใยปัญหายาเสพติด ไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ตามพระราชประสงค์อย่างยั่งยืนต่อไป” นายกฯ กล่าว

จากนั้นนายกฯ นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อนำพลังชุมชนอีสานเหนือสู่ภัยยาเสพติด ก่อนร่วมกันยืนแสดงความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา และร่วมกันโบกธงเพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกับเด็กนักเรียนอย่างเป็นกันเอง และเดินทางกลับกรุงเทพฯ

“นิตินัย” ส่งไม้ “รุ่งโรจน์” นำทัพ ตชด.  โชว์ผลงาน 1 ปี รบพิทักษ์ชายแดน ปราบยาเสพติดเข้ม

(30 ก.ย. 68) ตชด.ไร้รอยต่อ “นิตินัย” ส่ง “รุ่งโรจน์” รับ มอบหน้าที่แม่ทัพ “ช้างศึก 1” สมเกียรติ 1 ปี ตชด.กล้าแกร่งพิทักษ์ชายแดนไทย รบ ปราบปราม ดูแลประชาชน ครบเครื่อง โชว์ผลงานจับยาเสพติดรวบนักค้า 8,651 ราย ยึดยาบ้า 250 ล้านเม็ด ไอซ์ 10 ตัน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดย พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) ให้แก่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.ตชด.คนใหม่ 

โดยมีพิธีลงนามเอกสารส่งมอบหน้าที่  พิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ พิธีส่งมอบธงประจำตำแหน่ง ผบช.ตชด. และแสดงมุทิตาจิตแก่ พล.ต.ท.นิตินัย และ คุณสุวรรณยา หลังยาหน่าย ประธานชมรมแม่บ้าน ตชด.  โดยมี รอง ผบช.ตชด., ผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี

พล.ต.ท.นิตินัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่รับราชการในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคภูมิใจ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน และร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อน ตชด. ซึ่งเปรียบเสมือนญาติพี่น้องที่พร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละจนทำให้ภารกิจต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จตามที่มุ่งหมายทุกประการ โดยเฉพาะตลอดปีที่ผ่านมาขอบคุณ ตชด.ทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทุ่มเล เสียสละท่ามกลางความท้าทายทุกรูปแบบ 

“ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ว่าเราคือ ตชด. ตำรวจที่มี 3 คุณลักษณะ 1.เราสามารถทำการรบได้อย่างทหาร เป็นกำลังสำคัญแนวหน้าพิทักษ์อธิปไตยชายแดนไทย – กัมพูชา ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เรามีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “นเรศวร 261” ที่มีความเชี่ยวชาญการปฏิบัติในระดับยอดเยี่ยมเป็นกำลังสำคัญในหลายสถานการณ์ 2.เราเป็นตำรวจที่สามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมีผลงานการปราบปรามจับกุมเป็นที่ประจักษ์ สกัดกั้นจับกุมยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมทุกรูปแบบได้จำนวนมาก และ 3. เราสามารถดูแลให้บริการประชาชนได้อย่างข้าราชการพลเรือน ตชด.เป็นตำรวจแนวหลังดูแลพี่น้องประชาชนชายแดนไทย กัมพูชา เรามีครู ตชด. หมอ พยาบาล ที่ดูแลชาวบ้านตามแนวชายแดนทั่วประเทศ เรามีกำลังพล ตชด.จิตอาสาที่ออกดูแลประชาชนในทุกภัยพิบัติ” ผบช.ตชด.กล่าว และย้ำว่า เชื่อมั่นว่าพล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ผบช.ตชด.คนใหม่จะนำ ตชด.ก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคงและสง่างามด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์และภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความเสียสละจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ตชด.
 
นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิตินัย เปิดเผยผลการปราบปราบยาเสพติดของ ตชด. ว่า ตชด.สืบสวนจับกุมยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเด็ดขาด สกัดกั้นการนำเข้าลำเลียงยาเสพติดผ่านแนวชายแดนทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลทั้ง Seal Stop Safe ต่อเนื่องนโยบาย No Drugs No Dealers โดยเป็นทั้งหน่วยหลักและหน่วยร่วมปฏิบัติในการสืบสวนจับกุม โดยในปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 29 กันยายน 2568 จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 7,936 คดี ผู้ต้องหา 8,651 คน ยึดของกลางยาบ้า 249,879,510 เม็ด ไอซ์ 10,209 กิโลกรัม ฝิ่น 48 กิโลกรัม เฮโรอีน 542 กิโลกรัม 

“ตชด.สามารถสืบสวนจับกุมขบวนการยาเสพติดรายสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ “ตชด.ภาค 2” โดย ร้อย ตชด.246 จับกุมผู้ต้องหา พร้อมยึดไอซ์ 504 กิโลกรัม เมื่อเดือนมิถุนายน 2568  “ตชด.ภาค 3”  โดย ร้อย ตชด.334 ตรวจยึดยาบ้า 4.2 ล้านเม็ดได้ที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 และ “ตชด.ภาค 4” จับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 4.6 ล้านเม็ด ได้ที่ จว.นครศรีธรรมราช เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตชด.ยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมที่เล็ดลอดตามแนวชายแดนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติด การค้ามนุษย์ เพื่อความผาสุกของบ้านเมือง” ผบช.ตชด.กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top