Friday, 5 June 2026
ดูดวง

‘ดร.เทอดศักดิ์’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ ถือฤกษ์ 16 ม.ค. ชี้!! เป็นวันดี เหมาะแก่การสมัครพรรค รทสช.

เมื่อวานนี้ (4 ม.ค. 65) เว็บไซต์ ‘vihok news’ ได้โพสต์คำทำนายของ ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา เกี่ยวกับดวงชะตาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยระบุว่า…

ดวงชะตาสังกัดพรรค

เจ้าชะตาชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

- เกิดวันที่ 24 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2497 ค.ศ. 1954 เกิดเวลาสุทธิที่ 03:54 น. ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ ประกอบด้วยเทศาตรีฤกษ์
- ตามสุริยคติ เป็นวันพุธ จันทรคติ เป็นวันอังคาร จ.ศ. 1316
- เกิดที่ประเทศ : เกิดประเทศไทย จังหวัด : นครราชสีมา
- เลือกวิธีตัดเวลาท้องถิ่นเพื่อคำนวณหาดาวและลัคนา : ตัดเวลาท้องถิ่นหาดาวและลัคนา
- เวลาเกิดจริงและเวลาเกิดสุทธิ : เกิด 24/03/2497 เวลา 04:05 น. ตัดเวลาท้องถิ่นเพื่อหาตำแหน่งดาวและลัคนา นครราชสีมา 11 นาที เหลือเวลาเกิดสุทธิ 03:54 น.
- วันเและเวลาที่ใช้คำนวณหาดาวและลัคนา : เกิด 24/03/2497 ดาว ณ 03:54 น. ลัคนา ณ 03:54 น. (ตัดเวลาท้องถิ่นหาดาวและลัคนา)
- ณ วันนี้เจ้าชะตา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุได้ : 68 ปี 9 เดือนกับอีก 16 วัน (นับเป็นจำนวนวันได้ 25,128 วัน)

การจะสมัครพรรค รวมไทยสร้างชาติ ถือฤกษ์ วันที่ 9 มกราคม ดาวจร ณ วันที่ 9 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ค.ศ. 2023 เวลา 09:00 น. ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ ประกอบด้วยเพชฌฆาตฤกษ์

- ตามสุริยคติ เป็นวันจันทร์ จันทรคติ เป็นวันจันทร์ ตรงกับ แรม 3 ค่ำ เดือน 2 ปีขาล จ.ศ. 1385

- แสดงคำทำนายดาวจรส่งอิทธิพลในเกณฑ์ 21 องศา คือแสดงคำทำนายดาวจรเฉพาะที่องศาดาวกำเนิดกับองศาดาวจรห่างกันในระยะ 21 องศาเท่านั้น

เพชฌฆาตฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย (ภารตะ) เรียกว่า นิธนะ เพชฌฆาต ฤกษ์ แปลว่า ผู้ทำการตัด การแบ่ง ไม่ใช่เพชฌฆาต ที่ไว้ฆ่าคน สมัยก่อนการลงโทษโดยการประหารชีวิตด้วยการตัดคอ มีผู้ทำการลงโทษก็เรียกว่า เพชฌฆาต ทำให้คนเข้าใจสับสน

ซึ่งศัพท์คำนี้แปลว่า ‘ผู้ตัด’ เฉย ๆ ส่วน เพชฌฆาต ฤกษ์ แปลความว่า ‘ฤกษ์แห่งการตัด’ ไม่เกี่ยวกับการฆ่าแต่อย่างใด มีดาวพฤหัสเป็นดาวเจ้าฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 ตัดขาดกัน และ ตรงข้ามกับ โจโรฤกษ์ เรียกว่า ‘ตรินิเอก’ คืออยู่ปลายราศี 3 ฤกษ์บาท และ ต้นราศี 1 ฤกษ์บาท

ไม่ควรให้ฤกษ์ในการมงคลโดยทั่วไป เป็น ฉินทฤกษ์ แต่เป็นฤกษ์ดีหมาะสำหรับ การฟันฝ่าอันตรายและอุปสรรค ต่อสู้เสี่ยงภัยต่าง ๆ อาสางานใหญ่ ทำกิจปราบปรามศัตรู ตัดสินคดีความ งานที่ใช้การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ประกอบพิธีไสยศาสตร์ ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง

ลงเลขยันต์ สร้างวัตถุมงคลแบบคงกระพันชาตรี สร้างสิ่งสาธารณะกุศลสงเคราะห์ เปิดโรงพยาบาล การรักษาโรคเรื้อรังที่หายยาก ๆ การยาตราทัพ เจิมอาวุธยุทธภัณฑ์ สร้างโบสถ์วิหารการเปรียญ การบวชเรียน การบำเพ็ญเพียรทางจิต

แต่ในทางกลับกัน ฤกษ์ผานาที ดาวจร ณ วันที่ 16 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ค.ศ. 2023 เวลา 09:00 น. ลัคนาสถิตราศีมีน ประกอบด้วยราชาฤกษ์

ชาวเน็ตฟาด ‘ณวัฒน์’ เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น หลังสั่งสอน ‘เฌอเอม’ จนน้ำตาร่วง เหตุปฏิเสธดูดวงเพราะนับถือคริสต์

(25 เม.ย. 66) เรียกว่ามีดรามารายวันเลยก็ว่าได้ สำหรับเวทีประกวด ‘Miss Grand Thailand 2023’ เมื่อ ‘เฌอเอม’ น.ส.ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์จังหวัดลำพูน ปฏิเสธการดูดวงพร้อมขอวางไมค์ จนทำให้ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล บอสใหญ่ร่ายยาวสั่งสอน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากบรรดาแฟนนางงาม

โดย เฌอเอม กล่าวว่า “เอมลำบากใจมากเลยค่ะ คือเอมไม่สะดวกเลย เอมเป็นคริสต์ค่ะ”

จากนั้น ณวัฒน์ ได้ตอบว่า “จะสอนให้ฟังว่า การอยู่ร่วมกันในสังคม มันคือความหลากหลาย การยึดติดในบางสิ่งจะเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของเรา พี่ดูดวงให้ตอนนี้ได้เลย เพราะว่างานศิลปินเป็นงานที่ต้องใช้ศาสตร์ครบสูตร... คนที่ฉลาดเท่านั้นถึงจะอยู่กับคนทุกประเภทได้ เพราะฉะนั้น เฌอเอมต้องคิดให้ดี ถ้าเฌอเอมไม่ยอมอยู่กับคนทุกประเภท เฌอเอมจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ... และศาสนาก็เป็นเพียงรสนิยม ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่จิตใจ แล้วก็ไม่ใช่หน่อเนื้อ เราเกิดขึ้นได้ โตขึ้นได้ เพราะชีวิตเรา มันไม่มีใครให้ชีวิต พระเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระอัลเลาะห์ก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต คนที่ให้ชีวิตเราคือพ่อกับแม่.... พี่เป็นคนพูดตรง”

ขณะที่เฌอเอมน้ำตาร่วงพร้อมบอกว่า “ขอพูดสักครั้งได้ไหมคะ? เพราะหนูว่า หนูจะไม่มีโอกาสพูดแล้ว” ขณะที่ณวัฒน์บอกว่า “ไม่ พี่พูดให้ฟังแบบนี้ พี่สอน! พี่เป็นเพียงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคยสอนคน ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรมแล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยเอามาสอนเฌอเอม”

แม่หมอ ‘DeepSeek’ เขย่าวงการสายมู คนจีนรุ่นใหม่!! แห่ใช้ AI ทำนายดวง

(2 มี.ค. 68) DeepSeek กำลังเปลี่ยนแปลงหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างเงียบๆ แม้แต่ศาสตร์ความเชื่อก็ไม่รอด ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ ไพ่ทาโรต์ ฮวงจุ้ย หรือนามศาสตร์ เมื่อเผชิญกับอัลกอริธึมอัจฉริยะ ทุกอย่างที่เคยซับซ้อน กลับกลายเป็นแค่ "ข้อมูลที่ประมวลผลได้"

เมื่อคนรุ่นใหม่ค้นพบศักยภาพของ DeepSeek ในด้านศาสตร์พยากรณ์ หมอดูและบล็อกเกอร์สายความเชื่อที่ทำมาหากินบนโลกออนไลน์ต่างเผชิญกับวิกฤตตกงานครั้งใหญ่

DeepSeek พยากรณ์ ทำหมอดูกุมขมับ

หัวข้อ “DeepSeek พยากรณ์” บนแพลตฟอร์มเสี่ยวหงซู (Xiaohongshu) มียอดเข้าชมเกือบ 20 ล้านครั้ง และมีการพูดคุยมากกว่า 110,000 ครั้ง ผู้ใช้งานจำนวนมากพยายามฝึก AI ให้ทำนายได้แม่นขึ้น ด้วยคำสั่งที่ออกแบบมาเฉพาะ เช่น 

"ตอนนี้คุณคือผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์จีน ที่ศึกษาตำราดังอย่าง ฉยงทงเป่าเตี้ยน และ ซานมิ่งทงฮุ่ย อย่างละเอียด"

อนึ่ง ฉยงทงเป่าเตี้ยน คือหนึ่งในตำราหลักของศาสตร์พยากรณ์จีน เน้นไปที่หลักรุ่งเรืองและเสื่อมถอย ส่วนซานมิ่งทงฮุ่ย เป็นตำราพยากรณ์แบบครอบคลุม และอธิบายโครงสร้างของดวงปาจื่อ หรือ อักษรจีน 8 ตัว ที่แทนสัญลักษณ์วัน เดือน ปี และเวลาเกิด)

"โปรดใช้เทคนิคของสำนักหมอดูตาบอด (มีชื่อเสียงในเรื่องของวิธีการพยากรณ์ที่แม่นยำและแตกต่างจากแนวทางดั้งเดิมของโหราศาสตร์จีน) วิเคราะห์ดวงชะตาในเชิงลึก โดยเน้นเรื่องโชคลาภและคู่แท้" 

เมื่อได้รับคำสั่งเหล่านี้ DeepSeek สามารถอ่านดวงชะตาตามวันเดือนปีเกิด พยากรณ์ดวงความรัก และแม้แต่คำนวณโอกาสสอบผ่านเข้ารับราชการ

จุดแข็งของ DeepSeek คือ การใช้ข้อมูลมหาศาลผสมผสานกับตรรกะทางคณิตศาสตร์และแนวโน้มทางสถิติ ตลอดจนวิเคราะห์บุคลิกภาพต่างๆ ของคนหลายๆ ประเภท ทำให้ AI สามารถให้คำตอบที่ดู "มีเหตุผล" มากกว่าหมอดูทั่วไปในบางแง่มุม แถมยังสะดวก ถามกี่ครั้งก็ได้ และที่สำคัญ... ฟรี

คำถามสำคัญ แม่นจริงหรือ?

บางคนยืนยันว่า "แม่นจนน่าขนลุก" เพราะ AI ทำนายเหตุการณ์สำคัญได้ถูกต้อง ในขณะที่บางคนกลับพบว่า "ทำนายผิดตั้งแต่ดวงพื้นฐาน" บางคนถึงกับลองใช้สองอุปกรณ์ถามคำถามเดียวกัน แต่ได้คำตอบที่ไม่เหมือนกันเลย

มีผู้ใช้บางคนตั้งข้อสังเกตว่า "ถ้ากดถามไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็ต้องมีสักคำตอบที่ตรงกับสิ่งที่เราอยากฟัง"

ด้านบล็อกเกอร์และนักพยากรณ์มืออาชีพจำนวนมากเริ่มออกมาตอบโต้ โดยให้เหตุผลว่า "AI ไม่มีทางมาแทนที่หมอดูตัวจริงได้" และเตือนว่าการใช้ DeepSeek อาจทำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับศาสตร์พยากรณ์

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ทุกคำถาม ทุกข้อสงสัย และทุกการสนทนาเกี่ยวกับ DeepSeek กลับกลายเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ AI ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ 

เมื่อมีคนถามว่า "DeepSeek คุณรู้สึกยังไงที่ต้องพยากรณ์ให้คนมากมายขนาดนี้?"

DeepSeek ตอบว่า "บางคนใช้คำพยากรณ์ของฉันเพื่อหาข้ออ้างในการนอกใจ บางคนถึงกับก้มลงไหว้หน้าจอเพื่อขอเครื่องรางนำโชค พวกคุณมองหาความแน่นอนจากอัลกอริธึม แต่กลับไม่รู้เลยว่าทุกครั้งที่กด ‘ส่ง’ คำถาม คุณกำลังช่วยให้ระบบพยากรณ์แม่นยำขึ้นกว่าเดิม"

จากนักพยากรณ์สู่การขายของ

นอกจากทำนายอนาคตแล้ว DeepSeek ยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่อาจไม่มีใครคาดคิด นั่นคือ "การขายสินค้า"

เมื่อ AI วิเคราะห์ดวงจากวันเดือนปีเกิด DeepSeek จะกำหนดธาตุประจำตัวของแต่ละคน และแนะนำ "หินเสริมดวง" ที่เหมาะสม เช่น 

"คุณธาตุไฟอ่อน – ควรสวมใส่หินโมราแดงเพื่อเสริมพลัง" 

"คุณธาตุน้ำแข็งแรงเกินไป – ควรใช้หินออบซิเดียนเพื่อปรับสมดุล"

หากข้อความแบบนี้มาจากเพจขายของ หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ แต่เมื่อออกมาจาก AI ที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงใด ๆ กลับดู "น่าเชื่อถือ" ขึ้นมาทันที

ยอดขายหินพุ่งทะยาน

สมาคมเครื่องประดับกว่างซี รายงานว่า DeepSeek ทำให้ยอดขายหินเสริมดวงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น

หินออบซิเดียนที่เคยขายยากเพราะดูไม่สวย กลับเป็นสินค้าขาดตลาด

หินกรีนเพนทั่มที่ปกติขายไม่ดีในฤดูหนาว แต่หลังจาก DeepSeek แนะนำ กลายเป็นสินค้าขายดีตั้งแต่ช่วงตรุษจีน

ข้อมูลจากโต่วอิน (Douyin) ระบุว่า หัวข้อ “หินเสริมดวง” มีการเข้าชมทะลุ 30,000 ล้านครั้ง จากสถิติ e-commerce ของโต่วอิน พบว่า ตั้งแต่ปลายปี 2024 ยอดขายเครื่องประดับหินเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยลูกค้าหลักคือ ผู้หญิงอายุ 24-40 ปี

แม้ว่าการใส่หินอาจไม่ได้ช่วยให้ร่ำรวยขึ้นจริง แต่ที่แน่ๆ คือ ช่วยให้คนขายหินรวยขึ้นแน่นอน

"ศาสตร์พยากรณ์" ยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีและการตลาด

จากข้อมูลของสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (CAST) ในปี 2019 พบว่า คนจีน 1 ใน 4 เชื่อเรื่องศาสตร์พยากรณ์ และ 40% เคยมีประสบการณ์การดูดวง ขณะที่เสี่ยวหงซูรายงานว่า โพสต์เกี่ยวกับศาสตร์พยากรณ์เติบโตขึ้นกว่า 109% ในปี 2024

ไม่เพียงแต่เครื่องประดับ คำว่า "พลังงาน" และ "โชคลาภ" ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของแต่งบ้าน ไปจนถึงอาหาร

DeepSeek อาจเป็นเพียงเครื่องมือที่สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กำลังมองหา "ที่พึ่ง" ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ สุดท้ายแล้ว เราอาจแค่ต้องการ "คำตอบ" บางอย่าง และบางที AI ก็เป็นเพียงกระจกที่สะท้อนความต้องการนั้นให้เราเห็นชัดขึ้นก็เท่านั้นเอง

‘โหรวารินทร์’ เผย!! หลังพฤษภาคมนี้ การเมืองไทย เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขณะที่ภัยพิบัติต่างๆ จะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา อาจมีบ้างแค่เล็กน้อย

เมื่อวานนี้ (19 เม.ย. 68) ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา หรือรู้จักในนาม “โหร คมช.” แห่งสำนักหลวงปู่เกวาลัน จังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีบูชาบวงสรวงองค์บูรพมหากษัตริย์ล้านนาไทย และพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนถึงการบูชาทวยเทพเทวา 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน  

และบูชาเสื้อบ้านที่ปกปักรักษาเมืองเชียงใหม่และประเทศไทย ในงานพิธีสมโภชเชียงใหม่ 729 ปี ว่า การประกอบพิธีในครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เมืองพ้นภัยพิบัติจากธรรมชาติและภัยเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย พร้อมขอให้คนไทยน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ 

ทั้งนี้ อาจารย์วารินทร์ฝากถึงผู้มีอำนาจว่า อย่าใช้ประชานิยมมากเกินไป เพราะประเทศที่ล่มสลาย เช่น เวเนซุเอลา ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เนื่องจากใช้นโยบายประชานิยมมากเกินไป ทุนทรัพย์ของเรามีเพียงพอแล้ว อย่านำไปขาย แจกจ่าย หรือใช้โดยไม่ระมัดระวัง เพราะทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของประชาชนทั้งประเทศ เราควรร่วมกันดูแลรักษา เพิ่มพูน เพื่อประคองประเทศให้เดินหน้าสู่ความเจริญต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ความวุ่นวายทางการเมืองจะรุนแรงหรือไม่ อาจารย์วารินทร์ตอบว่า “จะไม่รุนแรง แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่นอน หลังเดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มเห็นเค้าโครงต่าง ๆ ชัดเจน ผู้ที่มีหน้าที่ แต่ใครจะมาทำหน้าที่ที่แท้จริง เราก็รู้อยู่แก่ใจ ในนิตินัยอาจยอมรับได้ แต่ในพฤตินัยเป็นใคร เรารู้ดี” พร้อมระบุว่า ต่อไปจะมีผู้ที่เหมาะสมมาดูแลประเทศ และอาจมีบางคนที่เคยมีหน้าที่ “รีเทิร์น” กลับมาอีกครั้งก็ได้

สำหรับปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติ อาจารย์วารินทร์กล่าวว่า จากนี้ไปจะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา อาจมีบ้างแต่เพียงเล็กน้อย เพราะส่วนที่หนักที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว 

ความเชื่อของแต่ละคนแตกต่าง เคารพในความต่าง แต่อย่าถึงขั้น!! เป็นช่องทางให้ มาหลอกเราได้

(11 พ.ค. 68) สังคมไทย มีความเชื่อที่ผสมจนงง มีทั้งการแก้กรรมกับหมอดู ทำบุญด้วยการให้โดยไม่สนว่าผู้รับอาจจะไม่ได้อยากรับ วัดที่มีรูปบูชาสายพราหมณ์-ฮินดู และเสริมดวงด้วยสารพัดมู

แล้วเมื่อไหร่กันที่คนไทยจะพยายาม เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และขยันทำมาหากิน เพื่อให้ได้มา

แล้วเมื่อไหร่กันที่สังคมไทยจะให้ค่า กับความพยายาม การเรียนรู้ด้วยตนเอง การพัฒนาทักษะใหม่ๆ และการทุ่มเททำมาหากินโดยสุจริต

ถ้าแก้กรรม แล้วไม่ต้องใช้กรรมที่ก่อไว้ แถมจะทำพิธียังไง กับใครก็ได้ แม้แต่หมอดู งั้นคนเราจะกลัวบาป รักษาบุญ ตอบแทนคุณ และยอมรับโทษในสิ่งที่ตนได้ทำผิดไป ทำไมคะ 

ถ้าให้โดยที่ผู้รับไม่อยากได้ ไม่ได้เรียกว่าให้ค่ะ นั่นเรียกว่าทิ้ง

ถ้าวัดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมแห่งธรรมในศาสนาพุทธ ความเชื่อที่เกินกว่าหลักของเหตุและผล เป็นสิ่งที่อาจไม่ตรงไม่กับหลักปรัชญาทางศาสนาพุทธ แต่ถ้าจะทำสถานที่ให้เป็นแหล่งรวมสิ่งที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่สนความต่างด้านความเชื่อ จะศาสนาใด ลัทธิใด ก็ได้ เปลี่ยนวัดเป็นสถานที่รวมรูปบูชาไปเลยก็ดีค่ะ จะได้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ของพุทธสถาน

แต่ถ้าวัดเป็นแค่คำเรียกสถานที่แห่งหนึ่ง จะรวมกี่ศาสนาเข้าไว้ด้วยกันก็คงไม่ผิดค่ะ

ถ้าสารพัดสิ่ง/เครื่องประดับสายมูทั้งหลาย มีพลังดลบันดาลให้เกิดได้ดังหวังจริง นั่งเฉยๆ คุณต้องได้สิ่งที่คุณหวังมาค่ะ แต่ถ้าคุณยังต้องลงมือทำงาน ออกไปหางาน หาเงิน มาใช้ ... คุณลองทำความดีด้วยการช่วยเหลือคนอื่น รู้บุญคุณคน ไม่ดูถูกคนอื่น ตั้งใจทำในสิ่งที่คุณทำอย่างดีที่สุด และอดทนกับอุปสรรค/ศัตรู/มารผจญทั้งหลาย แล้วถอดเครื่องประดับนั้นใส่กล่องวางในลื้นชักหรือตู้ลงกลอนไปค่ะ ... ผลที่คุณได้รับอาจจะไม่ต่างกัน

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่ดูดวง ไม่ไหว้เทพหรือรูปบูชาที่เราเคารพ หรือไม่ไปวัดนะคะ 
แต่เราเชื่อว่ากรรม ยังไงก็ต้องใช้ การแก้กรรมมีทางเดียว คือ การใช้กรรม และเมื่อต้องรับกรรม ก็ไม่พยาบาทให้เป็นกรรมต่อกันไป ... เมื่อใช้จบ ก็จบกัน ไม่จำเป็นต้องพยายามผูกคนที่หมดกรรมกับเราแล้ว เพราะวันนึงก็ต่างคนต่างไปอยู่ดี

เราดูดวงให้ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อให้ดวงดี และเคยให้หมอดูดูดวงให้ เพราะความอยากรู้ว่าเค้าจะรู้เหมือนที่เรารู้มากน้อยแค่ไหน และอยากตัดสินใจบางอย่างโดยไม่ bias เพราะถ้าดูดวงตัวเอง มันก็อาจจะแปลเข้าข้างตัวเอง 

จากประสบการณ์ ก็ต้องบอกว่าซินแสเอย หมอดูด้วยญาณหลับตาเห็นอดีต/อนาคต หมอดูตอกไข่ หมอดูไพ่ หมอดูร่างทรง หมอดูลัคนา ดูมาหมดแล้วค่ะ หลายคนที่เราเคยเลือกใช้บริการ สิ่งที่บอกมาก็มีความตรงอยู่ ... แต่บางคนจบด้วยชวนทำพิธีแก้กรรมบ้าง ผ่อนหนักเป็นเบาบ้าง ทันทีที่เดินจากตรงนั้น เดินสวดสัพเพสัตตา จบๆ กันไปตรงนั้นเลย

เรื่องเข้าวัด ไหว้เทพเจ้าจีน ไหวัพระพรหม ไหว้ศาลหลักเมือง ไหว้หมดค่ะ ไหว้เพราะความระลึกถึงคุณพระพุทธ/พระธรรม ไหว้เพราะความดีที่ท่านเคยทำ ไหว้เพราะคุณที่ปกป้องคุ้มครองแผ่นดินที่อาศัยให้ปลอดภัย ไม่ได้ตั้งใจไปเพื่อบนบาน แต่ไม่ถึงกับต้องไปให้ได้ เพื่อไปไหว้ ถ้ามีโอกาสได้ไป ก็กราบไหว้ตามประเพณี 

.... น่าจะมีครั้งเดียว ที่พยายามไปไหว้ถึงสถานที่ ไม่ว่าจะดึกดื่นขนาดไหน นั่นคือ ตอนจะเอนทรานซ์ เพราะเลือกมหาวิทยาลัยเดียว 4 คณะที่ไม่เหมือนกันเลย และที่ขาดไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่ความพยายาม แต่คือที่พึ่งทางจิตใจ 

ความเชื่อของแต่ละคนแตกต่าง เคารพในความต่างค่ะ แต่อย่าถึงขนาดให้มันเป็นช่องทางให้อุบายต่างๆ มาหลอกเอาสติปัญญาของเราไป

... ชีวิตคนเรามันสั้น จงใช้เวลามหัศจรรย์ที่เรามีอยู่ โดยไม่สร้างทุกข์จนเกินไปให้กับตน

ไม่มีเดือนปกติ รวมคำทำนายหมอดูไทย ในอีก 12 เดือน ข้างหน้า ประเทศไทยเข้าโหมดวิกฤตสลับโอกาส

ปีม้าไฟ 2569 “ไม่มีเดือนปกติ” – รวมคำทำนายหมอดูไทย 12 เดือน ประเทศไทยเข้าโหมดวิกฤตสลับโอกาส

ปี 2569 กำลังถูกพูดถึงว่าเป็น “ปีม้าไฟ” ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน และการพลิกชะตาแบบแรง ๆ

หมอดูและโหราศาสตร์หลายสำนักในไทย ทั้งสายดวงเมืองและดวงส่วนตัว ต่างออกมาให้คำทำนายล่วงหน้า

ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ไปจนถึงภัยธรรมชาติและดวงชีวิตรายบุคคล

เมื่อรวบรวมคำทำนายจากทั้ง อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม ผู้เปิดไพ่ยิปซีดวงเมืองปีม้าไฟ,

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ที่ผูกดวง 12 ราศีแบบละเอียดตลอดปี,

หมอปลาย พรายกระซิบ และซินแสภาณุวัฒน์ ที่เตือนแรงเรื่องภัยธรรมชาติ–โรคใหม่,

รวมถึงโหรฟองสนาน จามรจันทร์ ที่อ่านดวงเมืองและดวงบุคคลสำคัญทางการเมือง

จะเห็น “ธีมร่วม” ว่า ปี 2569 ไม่ใช่ปีเบา ๆ แต่เป็นปีที่มีทั้งโอกาสและแรงสั่นสะเทือนสลับกันไปตลอด 12 เดือน

【ดวงเมืองปีม้าไฟเด็กครองเมือง – อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม, ไทยรัฐออนไลน์】

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

【ผ่าดวงเมืองปี 2569 – ซินแสภาณุวัฒน์, หมอปลาย พรายกระซิบ (สัมภาษณ์ในรายการออนไลน์)】

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ฟองสนาน จามรจันทร์, ไทยโพสต์】

บทความนี้ไม่ใช่การฟันธงว่า “ต้องเกิดจริง” แต่ชวนผู้อ่าน The States Times มาดู “ปฏิทินคำทำนาย” ปี 2569

แบบไล่เดือน ตั้งแต่มกราคมถึงธันวาคม ว่าตามสายตาหมอดูไทยแล้ว ปีม้าไฟนี้หน้าตาเป็นอย่างไร

พร้อมทั้งชวนคิดต่อว่า ถ้าคำทำนายเป็นเพียง “สัญญาณ” เราจะเตรียมตัวอย่างไรให้รอด ไม่ว่าจะเชื่อมากหรือน้อยก็ตาม

---------------------------------

มกราคม: เริ่มปีด้วยแผลเก่าของดวงเมือง – แต่บางราศีกลับเป็น “นาทีทอง”

---------------------------------

ดวงเมืองจากอาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม ระบุว่าเดือนมกราคมของปี 2569 อยู่ในอิทธิพลของ “ไพ่ 3 ดาบ”

เป็นสัญลักษณ์ของบาดแผล ความผิดหวัง และเรื่องที่ยังคาใจจากปีเก่า

จึงถูกเตือนให้ “อดทน” และระวังทั้งเรื่องฟืนไฟ แผ่นดินไหว และปัญหาน้ำฝน–น้ำท่วมที่ยังไม่คลี่คลายหมดไปในทันที

พร้อมทั้งชี้ว่าประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย เพราะ “แก้ฟ้าไม่ได้ ต้องแก้ที่คน”

【ดวงเมืองปี 2569 – ไทยรัฐออนไลน์】

ในอีกมุมหนึ่ง หมอช้าง ทศพร กลับมองว่า เดือนมกราคมคือ “จุดเริ่มต้นที่ปังมาก” ของหลายราศี เช่น

– ราศีเมษ: การงานเปลี่ยนแล้วดีขึ้น มีโอกาสเริ่มเส้นทางใหม่ ถ้าลงมือช่วงต้นปีจะเห็นผลชัดเจน

– ราศีธนู: ม.ค.–มิ.ย. คือครึ่งปีทอง โดยเฉพาะเดือนมกราคมที่ถูกย้ำว่าควรลุยงาน–ดีลใหญ่ให้เต็มที่

เพราะทั้งงานและเงินมีพลังสนับสนุนสูงเป็นพิเศษ

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ภาพรวมเดือนแรกของปีจึงออกมาแบบ “สองหน้า” ดวงเมืองยังแบกแผลเก่า แต่ดวงส่วนบุคคลของบางกลุ่ม

กลับได้จังหวะเริ่มต้นใหม่ ถ้ามองเชิงสัญลักษณ์ ก็คือปีที่เริ่มต้นท่ามกลางความไม่แน่นอน

แต่โอกาสก็มีให้กับคนที่เตรียมตัวพร้อมและกล้าลงมือก่อน

---------------------------------

กุมภาพันธ์: เศรษฐกิจ–อสังหาฯ เริ่มขยับ และจังหวะดีของการเจรจา

---------------------------------

จากการเปิดไพ่ของอาจารย์มงคล ไพ่ “7 เหรียญ” ถูกตีความว่าเป็นจุดเริ่มของการเก็บเกี่ยวผล

โดยเฉพาะตั้งแต่ “เดือนกุมภาพันธ์ขึ้นไป” ค้าขาย การซื้อขายที่ดิน บ้าน คอนโด

รวมถึงตลาดมือสองและการซ่อมแซม–รีโนเวต มีแนวโน้มคึกคักขึ้น

คนไทยถูกมองว่าจะ “ขยันมากขึ้น” และเริ่มใช้บทเรียนจากปีแย่ ๆ มาปรับวิธีหาเงิน

【ดวงเมืองปี 2569 – ไทยรัฐออนไลน์】

ฝั่งดวงส่วนตัว หมอช้างระบุว่า

– ราศีเมษ: ยังอยู่ในช่วง “นาทีทอง” ยาวจากมกราคมถึงกุมภาพันธ์ งาน–โชคลาภเด่น

– ราศีพฤษภ: เดือนมีนาคมคือจุดพีค แต่จังหวะดีเริ่มก่อตัวตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้การพูด การเจรจา

– ราศีมิถุน: ช่วงม.ค.–พ.ค. ถือว่าดีทั้งหมด แต่กุมภาพันธ์ถูกระบุว่าเป็นเดือนที่ “พีคสุด”

ทั้งการเริ่มงานใหม่และโอกาสสำคัญในชีวิต

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ขณะเดียวกัน โหรฟองสนาน จามรจันทร์ ยังระบุว่า ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

คือจุดเริ่มเกณฑ์สำคัญในชีวิตของบุคคลการเมืองหลายคน

ทั้งในแง่ “เสียไปแล้วได้กลับ” หรือ “ได้แล้วรักษาไว้ไม่ง่าย”

สะท้อนภาพว่าโหรสายการเมืองมองกลางไตรมาสแรกของปี 69

เป็นจุดเริ่มเกมใหม่บนเวทีอำนาจ

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ไทยโพสต์】

---------------------------------

มีนาคม: พลังมวลชน–คลื่นคนรุ่นใหม่เริ่มชัด และจังหวะเด่นของพฤษภ–มิถุน

---------------------------------

อาจารย์มงคลตีความไพ่ “10 ถ้วย” ว่าเป็นพลังของกลุ่มคน การรวมตัวของมวลชน และพลังใหม่ ๆ

ที่จะปรากฏชัดขึ้นในช่วง “มีนาคมถึงมิถุนายน” โดยเชื่อมโยงกับภาพ “เด็กครองเมือง”

และการสิ้นสุดวาสนาของผู้ใหญ่บางกลุ่ม

เป็นช่วงที่พลังของคนรุ่นใหม่ กลุ่มอาชีพใหม่ หรือขบวนการบางอย่างจะชัดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ

【ดวงเมืองปี 2569 – ไทยรัฐออนไลน์】

ด้านดวงส่วนบุคคล

– ราศีพฤษภ: หมอช้างระบุชัดว่า “เดือนมีนาคม” คือจังหวะดวงดีมากเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะงานขาย เจรจา นายหน้า หรือการสอบสัมภาษณ์

– ราศีกุมภ์: ถูกเตือนให้ระวังการเดินทางและอุบัติเหตุในเดือนมีนาคม แม้ดวงภาพรวมจะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ก็ตาม

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

เดือนมีนาคมจึงเป็นเดือนที่ดวงเมืองพูดถึง “พลังมวลชน”

ขณะที่ดวงส่วนบุคคล บางราศีได้ใช้ “ปาก–การสื่อสาร” เป็นอาวุธสำคัญ

ใครที่อยู่ในอาชีพที่ต้องเจรจาต่อรอง ช่วงนี้คือเดือนที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

---------------------------------

เมษายน: เดือนดาวแรงเรื่องสุขภาพ–อุบัติเหตุของหลายราศี

---------------------------------

หมอช้างเตือนชัดเจนว่า “เดือนเมษายน” เป็นเดือนที่ต้องระวังสุขภาพและอุบัติเหตุเป็นพิเศษสำหรับบางราศี เช่น

– ราศีกันย์: มีเกณฑ์เจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดในเดือนเมษายน แม้ภาพรวมทั้งปีจะเป็นปีที่งาน–ธุรกิจคึกคัก

– ราศีมีน: ถูกเตือนเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุในเมษายนเช่นกัน

แม้จะมีจังหวะการเงินดีมากในเดือนพฤษภาคมต่อเนื่อง

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ในฝั่งโหรสายดวงเมือง ฟองสนานยังเขียนถึงเกณฑ์ “เสียแล้วไม่ได้คืน”

ของนักการเมืองบางคนในช่วง 2 เมษายน–12 พฤษภาคม 2569

สะท้อนว่าเมษายนไม่ใช่เดือนสบาย ๆ บนเวทีอำนาจ

แต่เป็นช่วงที่หลายคนอาจต้องแลกอะไรบางอย่างอย่างถาวร

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ไทยโพสต์】

เมษายนจึงเป็นเดือนที่ควร “เพลาเกมเสี่ยง” ลงบ้าง

ใครคิดจะลงทุนหรือเดินทางแบบลุยสุดตัวอาจต้องถามตัวเองอีกครั้ง

ว่าเวลานี้เหมาะกับการเร่งเครื่อง หรือเหมาะกับการเช็กสภาพรถ–สภาพร่างกายก่อนจะลุยต่อกันแน่

---------------------------------

พฤษภาคม: การเงินเริ่มขยับ – ทั้งดวงเมืองและดวงส่วนบุคคล

---------------------------------

จากคำทำนายดวงเมืองของอาจารย์มงคล การค้าขายและอสังหาฯที่เริ่มฟื้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

จะทยอยส่งผลชัดขึ้นในไตรมาสสองของปี

คนไทยถูกมองว่าจะ “กลับมาขยัน” มองหาโอกาสต่อยอดรายได้จากสิ่งที่มี

และหันมาใส่ใจความมั่นคงระยะยาวมากขึ้น

【ดวงเมืองปี 2569 – ไทยรัฐออนไลน์】

ด้านหมอช้าง

– ราศีเมษ: ดาวการเงินส่งผลจริง ๆ ตั้งแต่ช่วง “ประมาณเดือนพฤษภาคม” เป็นต้นไป

ต้นปีต้องวางแผนดี ๆ แล้วจะได้ใช้ผลในช่วงนี้

– ราศีมีน: เดือนพฤษภาคมถูกระบุว่าเป็นจังหวะการเงินแข็งแรง มีโอกาสทั้งรายได้ประจำและรายได้พิเศษ

รวมถึงลุ้นโชคลาภเล็ก ๆ เข้ามาพร้อมกัน

– หลายราศีถูกย้ำว่ากลางปีคือช่วง “เงินเริ่มฟื้น” จากการลุยงานมาตั้งแต่ต้นปี

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ในเวทีการเมือง โหรฟองสนานยังชี้จังหวะ 31 พฤษภาคม–กลางมิถุนายน

เป็นช่วง “ลุ้นตำแหน่งสำคัญ” ของนักการเมืองบางคน

สะท้อนว่าเกมอำนาจมีโอกาสขยับแรงในช่วงนี้

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ไทยโพสต์】

---------------------------------

มิถุนายน: เดือนจุดเปลี่ยน – ทั้งงาน การเงิน และตำแหน่ง

---------------------------------

มิถุนายนถูกย้ำหลายครั้งในคำทำนาย

– ราศีตุลย์: หมอช้างบอกว่า “เดือนมิถุนายน” คือจุดเปลี่ยนสำคัญของปี

เหมาะกับการเริ่มโปรเจกต์ใหญ่ หรือการขยับงานสำคัญที่รอจังหวะอยู่

– ราศีพิจิก: ถูกเตือนว่ามิถุนายนเป็น “เดือนแรง” เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้ภาพรวมจะเป็นปีแห่งการก้าวหน้าทางการงานและการเงินก็ตาม

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ในฝั่งดวงการเมือง ฟองสนานก็ชี้ว่าช่วงปลายพฤษภาคมถึงกลางมิถุนายน

คือหน้าต่างเวลาที่หลายคนอาจ “ได้ตำแหน่ง–ได้โอกาส”

หรืออย่างน้อยก็มีข่าวความเคลื่อนไหวใหญ่ในชีวิต

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ไทยโพสต์】

มิถุนายนจึงถูกมองว่าเป็นเดือน “เปลี่ยนเฟส” ของปี 2569

ทั้งในระดับบุคคลและระดับโครงสร้างอำนาจ

---------------------------------

กรกฎาคม: เดือนพีกของงาน–ธุรกิจหลายราศี

---------------------------------

หมอช้างให้ความสำคัญกับ “เดือนกรกฎาคม” ในฐานะเดือนพีกของบางราศี เช่น

– ราศีกรกฎ: ปีที่ “พลิกจากร้ายเป็นดี” อย่างชัดเจน และกรกฎาคมถูกย้ำว่าเป็นช่วงที่ไม่มีดาวร้าย

งานก้าวหน้า การเงินฟื้น ครอบครัวคลี่คลาย

– ราศีกันย์: แม้ทั้งปีต้องเจองานหนักและบททดสอบจากดาวเสาร์

แต่กรกฎาคมคือช่วงที่มีตัวช่วย–ผู้สนับสนุนชัดเจน ธุรกิจคึกคัก

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

สำหรับดวงเมือง แม้จะไม่ได้มีการล็อกเดือนกรกฎาคมแบบเฉพาะเจาะจง

แต่หากมองจากจังหวะที่พลังมวลชนเริ่มชัดขึ้นตั้งแต่มีนาคม–มิถุนายน

กรกฎาคมอาจกลายเป็นเดือนที่เราเริ่มเห็น “ผลจากแรงสั่นสะเทือน”

ทั้งฝั่งเศรษฐกิจและการเมืองเริ่มหาจุดทรงตัวชั่วคราว

---------------------------------

สิงหาคม: เดือนอันตรายของสิงห์ – เดือนเงินก้อนของบางราศี

---------------------------------

สิงหาคมคือเดือนที่หมอช้างเตือนแรงที่สุดเดือนหนึ่ง

– ราศีสิงห์: ถูกระบุให้ “รีบเริ่ม–รีบจบ” สิ่งสำคัญให้ทันก่อนเดือนมิถุนายน

เพราะ “เดือนสิงหาคม” คือเดือนอันตราย มีหลายปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

ทั้งสุริยุปราคาและจันทรุปราคา ทำให้ดวงดาวแรงเป็นพิเศษ

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ในอีกด้านหนึ่ง

– ราศีพิจิก: สิงหาคมคือเดือนที่ “เส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ” โดยเฉพาะด้านการเงิน เห็นเงินก้อน ชัดเจน

– ราศีมังกร: สิงหาคมก็ถูกมองว่าเป็นเดือนลงตัวทั้งงาน เงิน และความรัก

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

ด้านคำทำนายดวงเมือง สายหมอปลาย–ยมทูตคำทำนาย เตือนภาพใหญ่ของปี 2569

ทั้งเรื่อง “มวลน้ำยักษ์ใหญ่ น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว และโรคใหม่ที่เกี่ยวข้องกับห้องทดลอง”

แม้จะไม่ระบุเดือนชัดเจน แต่เมื่อเชื่อมกับฤดูฝนและช่วงดวงดาวแรงในครึ่งปีหลัง

สิงหาคมจึงกลายเป็นเดือนที่หลายคนจับตาเป็นพิเศษ

【ผ่าดวงเมืองปี 2569 – หมอปลาย, ยมทูตคำทำนาย (สัมภาษณ์ออนไลน์)】

---------------------------------

กันยายน: เดือนพักหายใจ – ทบทวนสิ่งที่เกิดใน 8 เดือนแรก

---------------------------------

คำทำนายที่พูดถึง “กันยายน 2569” โดยตรงมีไม่มากเมื่อเทียบกับเดือนอื่น

ส่วนใหญ่เป็นการลากยาวจากจังหวะครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม หากดูจากรูปแบบทั้งปีที่ต้นปี–กลางปีเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง

และครึ่งปีหลังกดดันเรื่องภัยธรรมชาติ–การเมือง–เศรษฐกิจ

กันยายนอาจถูกมองว่าเป็นเดือน “พักหายใจเชิงยุทธศาสตร์”

– คนทำธุรกิจอาจใช้เวลานี้สำรวจว่า สิ่งที่ลงทุนตั้งแต่ต้นปีเริ่มให้ผลอย่างไร

– คนทำงานประจำหลายราศี เพิ่งผ่านทั้งเดือนดีและเดือนอันตรายอย่างเมษายน–สิงหาคมมา

กันยายนจึงเหมาะกับการจัดระบบชีวิตมากกว่าลุยอะไรใหม่สุดตัว

ในแง่ดวงชะตา เราแทบไม่เห็นหมอดูคนไหน “ฟันธงหายนะ” ในเดือนนี้

ซึ่งก็อาจเป็นข่าวดีเล็ก ๆ ของปีม้าไฟ

---------------------------------

ตุลาคม: โอกาสใหม่–เกณฑ์ช่วยของบางคน

---------------------------------

โหรฟองสนาน ระบุว่า สำหรับบางบุคคลสำคัญทางการเมือง

“20 ตุลาคม–สิ้นปี 2569” เป็นช่วงที่หัวหน้าเทวดาประจำตัว “อำนวยโชคชัย”

ช่วยคานเกณฑ์ลบ โดยเฉพาะผู้ที่เจอแรงปะทะหนักมากมาตั้งแต่ปีก่อน

สะท้อนภาพว่าไตรมาสสุดท้ายของปี มีพื้นที่ให้ “ตั้งหลักใหม่” อยู่บ้างสำหรับบางคน

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ไทยโพสต์】

ในเชิงดวงส่วนบุคคล ช่วงปลายปีมักถูกพูดถึงในเชิง “เก็บเกี่ยว”

มากกว่าการเริ่มต้นใหม่ ใครที่ลุยงานมาตลอดปี

ตุลาคมจึงอาจกลายเป็นเดือนที่เห็นภาพชัดขึ้นว่า ปีม้าไฟให้บทเรียนอะไรกับเราไปแล้วบ้าง

---------------------------------

พฤศจิกายน: เกณฑ์ดวงแรง–คดีความ–ความขัดแย้ง และภัยธรรมชาติ

---------------------------------

ในคำทำนายของฟองสนาน หลายคนถูกชี้ว่า

“ตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป”

จะเข้าสู่เกณฑ์ดวงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องคดีความ การเสียของรัก หรือแรงปะทะทางการเมือง

บางคนถูกระบุว่าเกณฑ์ลบจะลากยาวออกไปถึงปีถัดไปด้วย

【ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ ปี 2569 – ไทยโพสต์】

เมื่อเชื่อมกับคำเตือนของหมอปลายและซินแสภาณุวัฒน์เรื่อง

“น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว และโรคใหม่” ในปีม้าไฟ

แม้จะไม่ระบุเดือนชัด แต่หลายสำนักก็เห็นตรงกันว่า

“ปลายปี” คือช่วงที่ทั้งดวงดาวและสถานการณ์โลกมีความผันผวนสูง

【ผ่าดวงเมืองปี 2569 – หมอปลาย, ซินแสภาณุวัฒน์ (สัมภาษณ์ออนไลน์)】

พฤศจิกายนจึงเป็นเดือนที่ควรระวังทั้งระดับ “บน–ล่าง”

ตั้งแต่เกมการเมือง ไปจนถึงชีวิตประจำวันของคนตัวเล็ก ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม

---------------------------------

ธันวาคม: สรุปบทเรียนปีม้าไฟ – คลื่นลูกใหม่กับการรีเซ็ตอนาคต

---------------------------------

แม้หลายคำทำนายจะชี้ว่า ปี 2569 เต็มไปด้วยเกณฑ์แรง

แต่ดวงเมืองของอาจารย์มงคลก็ยังทิ้งภาพในเชิงบวกไว้ว่า

นี่คือปีที่ “เด็กครองเมือง” คนรุ่นใหม่–คนอายุน้อย

และคนที่พร้อมปรับตัวจะได้ขึ้นมาเป็นกำลังหลัก

เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวจากความขยันและการเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต

【ดวงเมืองปี 2569 – ไทยรัฐออนไลน์】

ทางฝั่งดวงส่วนบุคคล หมอช้างเองก็มีมุมว่า ปี 2569 เป็นปีที่ “ดาวใหญ่มีพลังมากที่สุดในรอบ 12 ปี”

ซึ่งแปลว่าหลายราศีจะมีโอกาสสำคัญในชีวิต ถ้าใช้จังหวะให้ถูก

และถึงแม้บางช่วงจะเจอดาวแรง–เดือนอันตราย แต่ถ้าผ่านไปได้

ท้ายที่สุดก็อาจได้เซอร์ไพรส์ดี ๆ ส่งท้ายปี

【หมอช้าง เปิดดวงปี 69 – ข่าวสดออนไลน์】

---------------------------------

สรุป: อ่านดวงไม่ใช่เพื่อกลัว แต่เพื่อเตรียมตัว

---------------------------------

เมื่อเอาคำทำนายจากหมอดูไทยหลายสำนักมาวางเรียงกันเป็น “ปฏิทินปี 2569”

สิ่งที่เห็นชัดคือ ปีม้าไฟไม่ได้มีแค่ภาพมืดมิดหรือดีสุดขั้วด้านเดียว

แต่เต็มไปด้วย “จังหวะ” ที่สลับกันระหว่างโอกาสและความเสี่ยง

– ต้นปี: แบกแผลเก่าจากปี 2568 แต่เปิดพื้นที่ให้เริ่มต้นใหม่

– กลางปี: คือจุดเปลี่ยนทั้งด้านเศรษฐกิจ งาน และอำนาจ

– ปลายปี: เต็มไปด้วยเกณฑ์แรง ทั้งคดีความ ความขัดแย้ง และภัยธรรมชาติ

แต่ก็มี “หน้าต่างแห่งโอกาส” ให้คนที่พร้อมจะรีเซ็ตตัวเอง

ในฐานะสื่อ เราไม่อาจยืนยันว่าคำทำนายเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงตามตัวอักษรหรือไม่

แต่ในฐานะ “สัญญาณ” มันสะท้อนอย่างน้อย 3 อย่างของสังคมไทยวันนี้คือ

1) คนไทยรู้สึกว่ากำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านใหญ่

2) ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิอากาศ กลายเป็นเรื่องที่คนธรรมดาพูดถึงในชีวิตประจำวัน

3) คนจำนวนไม่น้อยยังมองหา “ที่พึ่งทางใจ” เพื่อจะไม่รู้สึกว่าตัวเองเผชิญอนาคตอย่างลำพัง

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะเชื่อหมอดูมากน้อยแค่ไหน

การอ่านดวงปี 2569 อาจไม่ใช่เรื่องของ “ถูก–ผิด”

แต่น่าจะเป็นเรื่องของการตั้งคำถามกับตัวเองว่า

ถ้าปีหน้าเป็นปีม้าไฟจริง ๆ เราจะเลือก “ขี่ม้า” ไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

หรือยอมปล่อยให้ไฟเผาเราทั้งที่ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเลยด้วยซ้ำ

*หมายเหตุ: เนื้อหาในบทความนี้เป็นการรวบรวม–สังเคราะห์คำทำนายจากหมอดูและโหราศาสตร์หลายสำนัก

ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณ และไม่ควรนำไปใช้แทนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ การแพทย์ หรือการตัดสินใจเชิงนโยบาย*


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top