Tuesday, 21 July 2026
ครูบาศรีวิชัย

‘ศธ.’ เสนอ ‘ยูเนสโก’ ดัน ‘ครูบาศรีวิชัย’ บุคคลสำคัญของโลก ด้าน ‘การศึกษา-ศาสนา-วัฒนธรรม-สันติภาพ’

วันนี้ (17 มี.ค.66) ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ร่วมรับฟังข้อเสนอการสนับสนุนแผนแม่บทโครงการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นบุคคลสำคัญของโลก และติดตามการดำเนินงานในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ศธ.มีบทบาทหลักในการสนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนการเสนอชื่อ ครูบาเจ้าศรีวิชัย (อินท์เฟือน สีวิเชยฺย) ให้ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย ในปี พ.ศ. 2571 ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก

สำหรับ ‘ครูบาศรีวิชัย’ หรือ ‘พระสีวิไชย’ เป็นพระเถระชาวจังหวัดลำพูน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและบูรณะพุทธศาสนสถานหลายแห่งทั่วภาคเหนือของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ‘ตนบุญแห่งล้านนา’

ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2421 ปีขาล เวลาพลบค่ำ ขณะนั้นมีพายุฟ้าร้องรุนแรง จึงตั้งชื่อว่า อินตาเฟือน หรือ อ้ายฟ้าร้อง บิดาชื่อควาย ส่วนมารดาชื่ออุสา นายควายบิดาเป็นบุตรของนายอ้าย กับนางน้อยธิดาของหมื่นผาบ (มาต่า) หมอคล้องช้างชาวกะเหรี่ยงแดงจากเมืองกันตรวดีที่เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ชวนมาอยู่ลำพูนด้วยกัน ส่วนนางอุสามารดาของท่าน บางแห่งว่าเป็นชาวเมืองเชียงใหม่ บ้างว่าเป็นธิดาหนานไจยา ชาวเมืองลี้ เพ็ญสุภา สุขคตะสรุปว่าครูบาศรีวิชัยมีเชื้อสายกะเหรี่ยงแดงจากฝั่งบิดา และอาจมีเชื้อสายกะเหรี่ยงขาวและยองจากฝั่งมารดา

เมื่ออายุได้ 18 ปี ท่านคิดว่าชาตินี้เกิดมายากจนเพราะในอดีตไม่ได้ทำบุญไว้เพียงพอ จึงควรออกบวชรักษาศีลปฏิบัติธรรมไว้เพื่อประโยชน์สุขในภายหน้า และจะได้ตอบแทนพระคุณมารดาบิดาทางหนึ่งด้วย ท่านจึงลาบิดามารดาไปอยู่วัดบ้านปาง ศึกษาเล่าเรียนและบวชเป็นสามเณรกับพระอาจารย์ขัติยะ (หรือครูบาแข้งแขะ เพราะท่านเดินขากะเผลก) จนอายุได้ 21 ปีจึงได้อุปสมบทในอุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาในการอุปสมบทว่า ‘สีวิเชยฺย’ มีนามบัญญัติว่า พระศรีวิชัย

หลังจากอุปสมบท ท่านได้ศึกษาไสยศาสตร์กับครูบาขัตติยะและครูบาอุปปละ แล้วมาศึกษากรรมฐานกับพระอุปัชฌาย์ที่วัดบ้านโฮ่งหลวง เมื่อกลับมาอยู่วัดบ้านปาง ท่านมักเจริญภาวนาในป่า ฉันภัตตาหารมื้อเดียว ฉันมังสวิรัติ ไม่ฉันของเสพติด เช่น หมาก พลู บุหรี่ เมี่ยง ทำให้ประชาชนเลื่อมใสท่านมาก เมื่อท่านทราบว่าที่ใดยังขาดเสนาสนะที่จำเป็นหรือกำลังชำรุดทรุดโทรม ท่านจะเป็นผู้นำชาวบ้านไปก่อสร้างจนสำเร็จ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือการถนนขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ที่มีระยะทางทั้งหมด 11.530 กิโลเมตร โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 แล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน 2478

ชื่อเสียงของครูบาเจ้าศรีวิชัย ทำให้พระสังฆาธิการในจังหวัดลำพูนบางรูปนำโดยเจ้าคณะจังหวัดลำพูนตั้งอธิกรณ์กล่าวหาว่าท่าน 8 ข้อ เช่น ทำตัวเป็น “ผีบุญ” อวดอิทธิฤทธิ์ ซ่องสุมกำลังผู้คน คิดขบถต่อบ้านเมือง และนำท่านไปจำไว้ที่ลำพูนและวัดศรีดอนไชย เชียงใหม่ จากนั้นจึงได้ส่งตัวท่านไปไต่สวนที่กรุงเทพฯ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องพระศรีวิชัย ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ พระญาณวราภรณ์ (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตฺโต) และพระธรรมไตรโลกาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) ได้ถวายรายงานมีความเห็นว่า ข้อ 1-5 ซึ่งเกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง พระศรีวิชัยรับสารภาพและได้รับโทษแล้ว ข้อที่เหลือซึ่งเกี่ยวกับการอ้างคุณวิเศษ พระศรีวิชัยไม่มีความผิด เพราะประชาชนเล่าลือไปเอง และเจ้าคณะลงโทษเกินไป ควรปล่อยพระศรีวิชัยกลับภูมิลำเนา สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณโรรสทรงเห็นชอบ

ครูบาเจ้าศรีวิชัยมรณภาพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2481 (เมื่อก่อนนับศักราชใหม่ในวันสงกรานต์ ถ้าเทียบปัจจุบันจะเป็นต้นปี พ.ศ.2482) ที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน สิริอายุได้ 60 ปี ตั้งศพไว้ที่วัดบ้านปาง เป็นเวลา 1 ปี จึงได้เคลื่อนศพมาตั้งไว้ ณ วัดจามเทวี อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน จนกระทั่งวันที่ 21 มีนาคม 2489 จึงได้รับพระราชทานเพลิงศพ โดยมีประชาชนมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพจำนวนมาก และประชาชนเหล่านั้นได้เข้าแย่งชิงอัฏฐิธาตุของครูบาศรีวิชัย ตั้งแต่ไฟยังไม่มอดสนิท แม้แต่แผ่นดินตรงที่ถวายพระเพลิง ก็ยังมีผู้ขุดเอาไปสักการบูชา อัฏฐิธาตุของท่านที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมได้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 ส่วน แบ่งไปบรรจุตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วแผ่นดินล้านนาดังนี้

11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 วันคล้ายวันเกิด ‘ครูบาศรีวิชัย’ นักบุญล้านนาผู้นำสร้างถนนขึ้น ‘ดอยสุเทพ’

วันที่ 11 มิถุนายนของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของ 'ครูบาเจ้าศรีวิชัย' หรือ 'ครูบาศรีวิชัย' นักบุญแห่งล้านนา ผู้ได้รับการยกย่องจากชาวเหนือว่าเป็นพระสงฆ์ผู้เปี่ยมศรัทธาและจริยวัตรงดงาม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ที่บ้านปาง ตำบลแม่ตืน ปัจจุบันคือ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

ครูบาศรีวิชัยอุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี และได้รับฉายาว่า 'สิริวิชโยภิกขุ' ท่านมีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ฉันอาหารมื้อเดียว ไม่ฉันเนื้อสัตว์ และยึดหลักสันโดษ ทำให้ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงจากชาวบ้านทั่วภาคเหนือ โดยเฉพาะจากการเป็นผู้นำในการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพในปี พ.ศ. 2477 ที่ระดมแรงศรัทธาจากประชาชนกว่าแสนคน โดยไม่ใช้งบประมาณจากรัฐเลย

แม้จะได้รับการยกย่องจากชาวบ้าน แต่ครูบาศรีวิชัยกลับถูกจับตามองจากรัฐและคณะสงฆ์ส่วนกลาง เนื่องจากบทบาทที่โดดเด่นเกินกรอบการควบคุม ท่านถูกกล่าวหาหลายครั้ง เช่น ตั้งตนเป็นอุปัชฌาย์โดยไม่ได้รับอนุญาต บวชพระเณรเอง รวมถึงยุยงพระสงฆ์ให้ไม่ขึ้นกับคณะสงฆ์กลาง ท้ายที่สุด ถูกกักบริเวณและสอบสวนหลายครั้งตลอดชีวิตสมณเพศ

ครูบาศรีวิชัยจึงไม่ใช่เพียงพระผู้ทรงศีลเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังศรัทธาจากท้องถิ่น ที่ขัดแย้งกับอำนาจรัฐส่วนกลางในช่วงเปลี่ยนผ่านของการรวมศูนย์อำนาจ ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 สิริอายุ 60 ปี แม้กายจะสิ้นไปนาน แต่ชื่อของครูบาศรีวิชัยยังคงเป็นที่เคารพสักการะ และเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังประชาชนล้านนาจนถึงทุกวันนี้

11 มิถุนายน 2421 วันคล้ายวันเกิด “ครูบาศรีวิชัย” พระเถระผู้เป็นศูนย์รวมใจล้านนา ผู้นำศรัทธาสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ พระนักพัฒนาแห่งล้านนา

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “ครูบาศรีวิชัย” หรือ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” พระเถระผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะ “นักบุญแห่งล้านนา” ผู้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเหนือ และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนา

ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ณ บ้านปาง ตำบลแม่ตืน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดิมท่านมีชื่อว่า “อินตาเฟือน” หรือ “เฟือน” บางแห่งเรียกว่า “อ้ายฟ้าร้อง” เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าในคืนที่ท่านเกิดเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง จนชาวบ้านนำเหตุการณ์นั้นมาเชื่อมโยงกับชื่อของท่านในวัยเยาว์

ต่อมาท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาพระธรรมวินัย และอุทิศชีวิตให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ครูบาศรีวิชัยเป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัด สมถะ มุ่งมั่นในการบูรณะศาสนสถาน และฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในพื้นที่ล้านนา ท่านจึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนจำนวนมาก จนได้รับการขนานนามว่า “ตนบุญแห่งล้านนา” หรือ “นักบุญแห่งล้านนา”

บทบาทสำคัญของครูบาศรีวิชัยมิได้จำกัดอยู่เพียงการเทศนาสั่งสอนธรรมะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นผู้นำแรงศรัทธาของประชาชนในการบูรณะวัดวาอาราม โบราณสถาน และเส้นทางคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและชุมชนล้านนา ผลงานของท่านจึงสะท้อนให้เห็นพลังของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนในยุคที่ภาครัฐยังไม่ได้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

หนึ่งในผลงานที่เป็นที่จดจำมากที่สุด คือการนำประชาชนร่วมกันสร้างถนนขึ้นสู่ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายนี้เป็นโครงการที่เกิดจากแรงศรัทธาและการรวมพลังของผู้คนจำนวนมาก โดยครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนประชาชนชาวเหนือให้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปยังพระธาตุดอยสุเทพ เริ่มลงมือเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 และต่อมาถนนสายดังกล่าวกลายเป็นเส้นทางสำคัญที่ทำให้ประชาชนเดินทางขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพได้สะดวกขึ้น

ก่อนหน้าการมีถนนขึ้นดอยสุเทพ การเดินทางขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพเป็นเรื่องยากลำบาก ผู้คนต้องเดินเท้าขึ้นเขา ใช้เวลาและกำลังอย่างมาก การสร้างถนนจึงมิใช่เพียงการทำทางคมนาคม แต่เป็นการเปิดเส้นทางแห่งศรัทธา ทำให้พระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนา เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน และชุมชนท้องถิ่น

การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพยังสะท้อนลักษณะเด่นของครูบาศรีวิชัย คือความสามารถในการรวมใจผู้คน ท่านมิได้ใช้ทรัพย์สินหรืออำนาจทางการเมืองเป็นหลัก แต่ใช้ศรัทธา ความเลื่อมใส และความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานใหญ่ ผู้คนจำนวนมากยอมสละแรงกาย แรงทรัพย์ และเวลา เพื่อร่วมสร้างถนนสายประวัติศาสตร์นี้ด้วยความเต็มใจ

นอกจากถนนขึ้นดอยสุเทพแล้ว ครูบาศรีวิชัยยังมีบทบาทในการบูรณะวัดและศาสนสถานสำคัญหลายแห่งในภาคเหนือ ผลงานเหล่านี้มีส่วนช่วยสืบทอดพุทธศิลป์ล้านนา อนุรักษ์ศรัทธาท้องถิ่น และทำให้พระพุทธศาสนายังคงเป็นศูนย์กลางชีวิตของผู้คนในชุมชน ท่านจึงมิใช่เพียงพระนักปฏิบัติ แต่ยังเป็นผู้นำทางสังคมและวัฒนธรรมของล้านนาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์

ชื่อของครูบาศรีวิชัยยังผูกพันกับความเป็นล้านนาอย่างลึกซึ้ง เพราะท่านเป็นตัวแทนของพระสงฆ์ท้องถิ่นที่มีบทบาทต่อประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านจิตใจ การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน ภาพของครูบาศรีวิชัยจึงยังคงอยู่ในความเคารพของชาวเหนือ และผู้คนทั่วประเทศที่เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยบริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยบริเวณเชิงดอยสุเทพ กลายเป็นจุดสำคัญที่ผู้เดินทางขึ้นดอยสุเทพมักแวะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นอนุสรณ์สถานของพระเถระรูปหนึ่ง แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังแห่งศรัทธา ความเสียสละ และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

วันที่ 11 มิถุนายนของทุกปี จึงเป็นโอกาสให้ชาวล้านนาและพุทธศาสนิกชนรำลึกถึงคุณูปการของครูบาศรีวิชัย ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาและประชาชน ผลงานของท่านยังคงปรากฏเป็นรูปธรรม ทั้งในรูปของศาสนสถานที่ได้รับการบูรณะ เส้นทางขึ้นดอยสุเทพ และศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ครูบาศรีวิชัยมรณภาพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 แต่ชื่อเสียงและคุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน ความสำคัญของท่านมิได้อยู่ที่การเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่อยู่ที่การเป็นแบบอย่างของผู้นำทางจิตวิญญาณที่สามารถแปรศรัทธาให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม

11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันคล้ายวันเกิดของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความเพียร และการเสียสละ ผู้ทำให้ถนนขึ้นดอยสุเทพมิใช่เพียงเส้นทางสู่ยอดดอย แต่เป็นเส้นทางแห่งแรงศรัทธาที่เชื่อมผู้คนเข้ากับพระพุทธศาสนาและมรดกวัฒนธรรมล้านนาอย่างยั่งยื


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top