Thursday, 9 July 2026
TheStatesTimes

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังภาครัฐและภาคเอกชน เปิดงานประกวดนวัตกรรม Catalyst Startup 2021 เร่งศักยภาพ Startup ยกระดับนวัตกรรมไทย เฟ้นหาสุดยอด BCG Startup ต่อยอดธุรกิจเข้าถึงแหล่งทุน

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เผยถึงที่มาของการจัดงาน เกิดจากนโยบายรัฐบาล ที่ตั้งเป้าหมายในการเปิดประเทศในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะมุ่งเน้นการเร่งฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศ การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ที่เกิดขึ้น ตลอดจนการปรับทักษะแรงงาน เน้นการสร้างโอกาสใหม่ให้แก่บุคลากรภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ ค้าขายส่วนตัว หรือการประกอบธุรกิจส่วนตัวที่นำความรู้ความสามารถของตนเองมาช่วยในการสร้างธุรกิจ จนอาจจะสามารถเกิดเป็นผู้ประกอบการใหม่ หรือผู้ประกอบการธุรกิจ Startup ได้ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับทุกหน่วยงาน ได้เตรียมแนวทางในการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินที่มีการสนับสนุนสินเชื่อสำหรับการพัฒนาธุรกิจ การส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาการตลาด และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในธุรกิจ ซึ่งจะสามารถเร่งศักยภาพและยกระดับนวัตกรรมไทย ตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้

งาน Catalyst Startup 2021 เร่งศักยภาพ Startup ยกระดับนวัตกรรมไทย จะเป็นหนึ่งในแนวทางที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ และหน่วยงานพันธมิตร ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันต่าง ๆ จะร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีผู้ประกอบการ Startup ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีจำนวนมากขึ้น

โดยภายในงาน จะมีกิจกรรม Online Demo Day ที่จะคัดเลือกผู้สมัครจำนวน 35 ทีม มาทำร่วมทำ Work Shop พร้อมการนำเสนอไอเดียหรือแผนธุรกิจต่อคณะกรรมการจากหน่วยงานพันธมิตร เพื่อคัดเลือกเข้าสู่กิจกรรม Pitching Day ที่จะได้มีโอกาสนำเสนอไอเดียหรือแผนธุรกิจต่อหน่วยงาน บริษัทชั้นนำ และเหล่านักลงทุน ได้แก่

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด, บริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด, บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ซึ่ง Startup ที่ผ่านการคัดเลือกเหล่านี้ อาจจะมีโอกาสในการได้รับการร่วมลงทุน หรือได้รับสินเชื่อ เพื่อต่อยอดหรือเสริมสภาพธุรกิจได้ในอนาคต โดยภายหลังจากการจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเกิดการร่วมลงทุนหรือได้รับสินเชื่อจากหน่วยงานหรือบริษัทชั้นนำที่ร่วมงาน ไม่น้อยกว่า 12 ทีม วงเงินสินเชื่อ หรือเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ www.facebook.com/thaismefund/ หรือเว็บไซต์งาน Catalyst Startup 2021 เร่งศักยภาพ Startup ยกระดับนวัตกรรมไทย www.catalyststartup.tech

ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กิจกรรม Online Demo Day จำนวน 35 ทีม จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้บริการ Online Enterprise System จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ทีมละ 10,000 บาทต่อทีม

และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด มอบคูปองใช้บริการ HUAWEI CLOUD Credit ทีมละ 5,000 USD หรือประมาณ 150,000 บาทต่อทีม และสำหรับผู้ชนะภายในกิจกรรม Pitching Day บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด มอบคูปองใช้บริการ HUAWEI CLOUD Credit ทีมละ 10,000 USD หรือ ประมาณ 300,000 บาทต่อทีม พร้อมสิทธิในการเข้าร่วม HUAWEI Partner Network และสิทธิ์ในการเข้าร่วมอบรมหลักสูตร HUAWEI CLOUD หลักสูตรละประมาณ 50,000 บาทต่อทีม


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'บิ๊กยิ้ม' ประธาน นสช.รุ่นที่1 (NBI EEC1) สถาบันการสร้างชาติ มอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ 8 โรงพยาบาลในภาคตะวันออก

วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 นักศึกษาสถาบันการสร้างชาติ หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ ภาคตะวันออก รุ่นที่1 นำโดย พล.ต.ท.ดร.มนตรี ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการบริหาร

คุณพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรุ่น, คุณธีรวัฒน์ สุดสุข ประธานอำนวยการ, นพ.ชัยวัฒน์ จัตตุพร ประธานยุทธศาสตร์, ดร.ปรีดา บุญศิลป์ ประธานบริหาร, คุณอภิเษก สื่อประเสริฐสุข ประธานจัดการคณะสรรหาสรรสร้างและประชาสัมพันธ์

พร้อมด้วยคณะกรรมการรุ่นและเพื่อนนักศึกษาในหลักสูตร ได้มีพิธีรับมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ 8 โรงพยาบาล ใน 7 จังหวัด พื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ โรงพยาบาลระยอง จ.ระยอง, โรงพยาบาลแกลง จ.ระยอง, โรงพยาบาลแหลมฉบัง จ.ชลบุรี, โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี, โรงพยาบาลตราด จ.ตราด, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จ.สระแก้ว, โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ในชื่อโครงการ “ทำดีด้วยการให้ ต่อลมหายใจ สร้างไทย...สร้างชาติ” ซึ่งเป็นการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ได้กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น บุคลากรทางการแพทย์ได้ทำงานช่วยเหลือผู้ติดเชื้ออย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทางนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ ภาคตะวันออก (NBI EEC) รุ่นที่ 1 ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้จัดทำโครงการ “ทำดีด้วยการให้ ต่อลมหายใจ สร้างไทย...สร้างชาติ” เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ใน ภาคตะวันออก เพื่อช่วยผู้ป่วยต่อไป”

ด้วยความร่วมมือของคณะนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ ภาคตะวันออก (NBI EEC) รุ่นที่ 1 ในครั้งนี้ ได้มีผู้มีจิตศรัทธาจากทุกสารทิศมีส่วนร่วมบริจาค ทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ สามารถจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง (HFO2) พร้อมสาย จำนวน 4 เครื่อง และเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพ (ePM12) จำนวน 4 เครื่อง รวมทั้งสิ้น 8 เครื่อง มูลค่ารวมประมาณ 1,600,000 บาท และทำพิธีรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ 8 โรงพยาบาล ใน 7 จังหวัด ภาคตะวันออก ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ คุณปรียนันท์  เจริญรัตน์ (ประธานบริหารคณะประชาสัมพันธ์รุ่น) 
เบอร์โทรศัพท์ 061-9942596 อีเมล์: [email protected]
 
ติดตามข้อมูลสถาบันการสร้างชาติได้ที่ เว็บไซต์ https://nbi.in.th/ หรือ เพจของสถาบันการสร้างชาติ https://www.facebook.com/nationbuildinginstitute/

ที่มา: ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

ผบช.สตม. แถลงผลจับกุมคดีสำคัญ ตม.จว.ชลบุรี กวาดล้างนายห้างแขก เร่ขายสินค้าเงินผ่อนดอกเบี้ยโหด ซ้ำเติมประชาชนช่วงโควิด-19

วันนี้ 9 ก.ค. 64 เวลา 10.00 น. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

เนื่องด้วย ตม.จว.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีบุคคลลักษณะคล้ายแขก มีพฤติการณ์ออกเร่ขายสินค้าประเภทเงินผ่อน ก่อความเดือดร้อนรำคาญในพื้นที่รับผิดชอบจำนวนหลายราย จึงได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลก็พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีพฤติกรรมเร่ขายสินค้าและจูงใจให้มีการผ่อนชำระเป็นรายวัน แต่เมื่อรวมยอดเงินที่ผ่อนครบแล้วพบว่ามีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก จึงได้รีบสืบสวนหาข่าว จนนำมาซึ่งการจับกุมโดยมีรายละเอียดดังนี้

หลังจากได้รับการร้องเรียนข้างต้น ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนพบคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายรามสัญชาติอินเดีย พร้อมกับกลุ่มชายแขกยังไม่ทราบชื่ออีกจำนวนหนึ่ง ได้เฝ้าดูพฤติกรรมก็พบว่ามีการตะเวนเร่ขายสินค้าให้กับประชาชนทั่วไปในละแวก เมืองพัทยาและทาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อยู่หลายครั้งซึ่งชุดจับกุมเข้าไปสอบถามประชาชนในบริเวณที่กลุ่มคนเหล่านี้ตระเวนไป พบว่ามีข้อมูลว่ามีการเสนอให้ซื้อผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยสูงจริง ต่อมา

ชุดจับกุมได้พบนายราม กำลังเร่ขายสินค้าเช่นเคย จึงได้เข้าไปแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบพบหลักฐานเป็นเงินสดและหนังสือสมุดพกรายการทางบัญชีลูกค้ากว่า 40 ราย จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และในบริเวณใกล้เคียงยังพบกลุ่มชายลักษณะคล้ายแขกจำนวน 3 คน จึงได้เข้าตรวจสอบบุคคลดังกล่าว พบนายอูเมส ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay) ๕๓๖ วัน พบนายเอเชรัม อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay) 910 วัน และพบนายซีรอม อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay) 1,023 วัน จึงได้จับกุมตัวพร้อมกับแจ้งข้อหาในความผิดที่พบเบื้องต้นและจับตัวนำส่งเพื่อดำเนินคดี

การแจ้งข้อกล่าวหา : ในเบื้องต้นมีการแจ้งข้อกล่าวหา นายรามฯ ว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” (ม.8 พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561)

 นายอูเมส ว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (536 วัน)

 นายเอเชรัม ว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (910 วัน)

 นายซีรอม ว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (1,023 วัน)

การตรวจยึดของกลาง :

1. เงินสด 100 บาท

2. สมุกพกปรากฎรายการทางบัญชีลูกค้า จำนวน 1 เล่ม

3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น N MAX สีดำ ทะเบียน ชลบุรี

สอบถามนายรามฯ รับตนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยถูกต้องประเภทเกษียณอายุ ที่ จ.นครสวรรค์ แต่มาประกอบอาชีพขายสินค้ารายการลักษณะเงินผ่อนรายวันในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ชุดจับกุมพบว่า เฉพาะนายรามฯคนเดียว อาจมีลูกค้าจำนวนมากกว่า 40 ราย ดอกเบี้ยสูงร้อยละ 20 ถึง 30 ในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน มูลค่าความเสียหายประเมินไว้ร่วม 500,000 บาท และในส่วนของนายอูเมส นายเอเชรัม และนายซีรอม ซึ่งพบอยู่บริเวณใกล้เคียง นอกจากจะพบว่าลักลอบอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาวีซ่ามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ก็ยังมีข้อมูลว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการขายสินค้าเงินผ่อนดอกเบี้ยสูงอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบการตรวจสอบในรายละเอียดหากแน่ชัดจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวเนื่องกัน และบุคคลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติที่คอยสนับสนุนกลุ่มคนเหล่านี้มาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี   เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์  สายอุบล รอง ผบก.ตม.1/รอง โฆษก สตม. กล่าวว่า ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ www.immigration.go.th

เชียงราย ไม่รอด !! ทหารชายแดนจับยาไอซ์ 12 กระสอบ กลางป่าชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา พลตรี นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชากองกำลังผาเมืองเข้าตรวจสอบพื้นที่และของกลางยาเสพติดจำนวนมากหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยการนำของ พันเอก อุไร ศรีม่วงสุข บก.ควบคุม ปส.พื้นที่ 4 อำเภอ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบจึงร่วมกับ บก.ควบคุมที่ 1หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 และ บก.ควบคุมพื้นที่พิเศษ 2 อำเภอ อำเภอแม่ฟ้าหลวง-อำเภอแม่จัน ได้ทำการลาดตระเวนในพื้นที่

จนกระทั่งเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่พบนาย อาเคอ เวยเม ชาวเขาสัญชาติเมียนมา อยู่ในกระท่อมบริเวณบ้านสวนป่าหมู่ที่14 ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย จึงควบคุมตัวมาสอบสวนแต่ให้การวกไปวนมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจบริเวณใก้ลเคียงพบกระสอบจำนวน 12 ใบ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปิดดูภายในพบว่าเป็นยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 156 กิโลกรัม ต่อมาทางด้าน พลตรี นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลงผาเมืองบอกว่ายาล็อตนี้เป็นของกลุ่มอาข่าบ้านผาขาวและกลุ่มว้า

จากข่าวที่ได้รับแจ้งพบของกลางทั้งหมด 70 กระสอบ มีทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งตอนนี้พบแล้ว 12 กระสอบ เป็นยาไอซ์ทั้งหมด โดยใช้คนในประเทศเพื่อนบ้านเป็นคนลำเลียง มีคนในพื้นที่นำทางและจะมีคนมารับต่อไปอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลดำเนินการต่อไป


ภาพ/ข่าว  สันติ วงศ์สุนันท์ / ผู้สื่อข่าวเชียงราย

ปูมหลัง 'ซ่องโสเภณี' ในสยามประเทศ | The States Times Story เรื่องจริง ฟังเพลิน โดย เจต ณ นคร : EP.26

หากจะพูดถึงอาชีพหญิงขายบริการหรือโสเภณี มีมาตั้งแต่เมื่อใดกันแน่ ? ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัด แต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับโสเภณี ได้มีมาแล้วอย่างน้อยตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองต้นกรุงศรีอยุธยา จากจดหมายเหตุของ มร.เดอะ ลา ลูแบร อัครราชทูตจากราชสำนักฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ บันทึกว่าบรรดาโสเภณี “ล้วนแต่เป็นบุตรีขุนนางที่ขึ้นหน้าขึ้นตา” 

.

.



โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'อนุทิน'​ เปิด 'รพ.สนาม'​ สมุทรปราการ แห่งที่​ 2​ รองรับผู้ป่วยโควิดได้ กว่า 1,200 ราย พร้อมชื่นชมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

(สมุทรปราการ)​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมายังจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นประธานเปิดโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 2 ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีชื่อว่า 'โรงพยาบาลสนามสมุทรปราการรวมใจ 5'​ ซึ่งนับว่าเป็นโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากถึง 1,200 -1,400 คน 

โดยก่อนหน้านั้น นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และคณะผู้บริหารได้เดินทางมาตรวจความพร้อมในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ในเบื้องต้นแล้ว

สำหรับพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามสมุทรปราการรวมใจ 5 มีนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นำคณะผู้บริหารโดยมีนายสุนทร ปานแสงทอง รองนายก อบจ.สมุทรปราการ, ดร.พิริยะ โตสกุลวงศ์ รองนายก อบจ.สมุทรปราการ, นายสมลักษณ์ ควรสงวน รองนายก อบจ.สมุทรปราการ, นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ เลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ, นางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม เลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ ประธานคณะกรรมการ บริษัท WHA คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าส่วนราชการคณะสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ, ข้าราชการตำรวจ, ทหาร และแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ขอชื่นชมในการประสานความร่วมมือของจังหวัดสมุทรปราการ ที่สามารถขยายพื้นที่โรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากถึง 1,200-1,400 เตียง โดยการประสานความร่วมมือระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ และบริษัท WHA คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อำนวยความสะดวกเอื้อเฟื้อจัดหาสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 และความร่วมแรงร่วมใจจนทำให้เกิดโรงพยาบาลสนามสมุทรปราการรวมใจ 5 แห่งนี้ โดยมีโรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยนายแพทย์ นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ ดูแลดำเนินการเป็นหลัก

อีกทั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการปรับปรุงสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วย รวมทั้งสร้างห้องน้ำให้กับผู้ป่วยอีกด้วย ตลอดจนทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกันผลักดันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้

โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ยังมีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย จำนวนถึง 1,200 คน ประกอบกับการนำรูปแบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยนำมาใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของจังหวัดสมุทรปราการ จึงมีความห่วงใยประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะรับรักษาผู้ป่วยโดยไม่ทอดทิ้งให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนักต้องอยู่ที่บ้าน 

ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการทุกรายต้องได้รับการเข้ารักษาในโรงพยาบาล หรือ Home Isolation และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะช่วยเหลือผู้ป่วยได้อีกเป็นจำนวนมาก

ที่มา: คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

เผาแล้ว 35 ศพ เหยื่อโควิด!! เจ้าอาวาสวัดดังแห่งบางพลี​ ประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เผย จะยอมเผาจนเตาพัง

วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้จัดพิธีทำบุญทักษิณานุปทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางเมตตารับอนุเคราะห์เผาศพให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย​ รวม 35 ราย

ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้)  เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง  ร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยนายฉะโอด รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย 

โดยมี พ.ต.อ.รักศักดิ์  เมฆจินดา  ผกก.สภ.คลองด่าน ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตกำนันตำบลบางพลีใหญ่ ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี เจ้าหน้าที่ อสม. และทางครอบครัวผู้เสียชีวิตที่เดินทางนำอัฐิของผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิดเข้าร่วมทำพิธีในครั้งนี้

ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้)  เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า ในวันนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางได้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจึงได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยทางวัดได้รับฌาปณกิจศพเหยื่อโควิดมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 64 ซึ่งขณะนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้เผาศพด้วยโรคโควิด-19 ไปแล้วรวม 35 ราย  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ยังกล่าวต่ออีกว่า บางวันเผา 2 ราย บางวันเผา 3 ราย ตัวเลขสูงสุดที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้รับฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิดสูงสุดอยู่ที่ 11 รายต่อวัน กระทั่งมาระยะหลังทางวัดได้รับการประสานขอความอนุเคราะห์ให้เผาศพผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง แบบว่าเผาศพกันรายวัน จนทางวัดต้องแยกเตาเผาศพไว้ 1 เตา เพื่อไว้เผาศพผู้เสียชีวิตแบบเสียชีวิตโดยธรรมชาติ ในส่วนญาติหรือครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มาติดต่อขอให้ทางวัดช่วยเผาศพให้นั้น ทางวัดบางพลีใหญ่กลางไม่เคยเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ ทางวัดจะดูแลรับผิดชอบให้ทั้งหมดแต่หากญาติโยม หรือครอบครัวผู้เสียชีวิตจะร่วมทำบุญก็แล้วแต่ความศรัทธาหรือหากจะไม่ร่วมทำบุญทางวัดก็ไม่เรียกร้อง  เพราะถือว่าวัดคือที่พึ่งของประชาชนมีความทุกข์วัดก็รับอนุเคราะห์ ญาติโยมทุกคนใครมีความเดือดร้อนทางวัดช่วยเหลือได้ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ โดยที่ผ่านมามีประชาชนได้นำน้ำมันมาบริจาคให้กับทางวัด เพื่อไว้ใช้เผาศพผู้ป่วยโควิด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เตาเผาศพที่ใช้เผาศพโควิดอาจมีการเสื่อมสภาพได้เพราะต้องใช้ความร้อนสูงมากและเผาอยู่ตลอดแทบทุกวันก็อาจมีการเสื่อมสภาพได้เป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ทางวัดจะอนุเคราะห์เผาศพโควิดจนกว่าเตาเผานั้นจะพังจนไม่สามารถเผาได้  ขณะนี้วัดบางพลีใหญ่กลางมีคิวจองเผาศพโควิด-19 อยู่อีกหลายรายทางวัดก็มีความยินดีรับอนุเคราะห์ทุกราย แต่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจะไม่รับฌาปนกิจศพเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น    

ที่มา: คิว-ข่าวสมุทรปราการ​ รายงาน

'อิมพิเรียลเวิลด์สำโรง' มอบน้ำดื่มส่งต่อสะพานบุญ (นายกคนพิการ) เพื่อเป็นกำลังให้พี่น้องประชาชน คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส 

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง (สมุทรปราการ)’นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล’ นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน  ‘นายโกสินธ์ จินาอ่อน’ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์  ‘นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร’ ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) เข้าพบ ‘นายสุรพงษ์ ปิ่นสุวรรณ’ เป็นตัวแทน ‘นายสงคราม  กิจเลิศไพโรจน์’ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ  ‘นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์’ เลขานุการคณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ ‘มูลนิธิกิจเลิศไพโรจน์’ ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 1,200 ขวด ให้กับ ‘นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล’ นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย พร้อมคณะฯ นำไปใช้ในการดำเนินงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยพิบัติ และ สถานบริการฯให้การช่วยเหลือประชาชนที่กำลังต่อสู้กับสภานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid_19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทยและทั่วโลก ณ ขณะนี้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และแสดงความห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชน คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่กำลังดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้รอดปลอดภัยจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้ด้วยดี


โครงการครัวคนรักปทุม ลำลูกกา ทำข้าวกล่องมอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

(11​ ก.ค.64​ ปทุมธานี)​ ที่บริษัท เค เอส เอส อินเตอร์เทด กรุ๊ป จำกัด ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยคณะทำงานของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก​ อบจ.ปทุมธานี จัดโครงการครัวคนรักปทุม ลำลูกกา เพื่อทำข้าวกล่องนำไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยมี ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง คณะทำงานและที่ปรึกษา​พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างนายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย สมาชิกคณะทำงานคอยให้การต้อนรับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี

จากนั้นดร.เกียรติศักดิ ส่องแสงได้กล่าวความเป็นมาของโครงการครัวคนรักปทุม ลำลูกกาให้กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานีทราบ ต่อจากนั้นก็ได้นำข้าวกล่องมอบให้กับคณะทำงาน เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้าน

ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าวว่าการจัดโครงการครัวคนรักปทุม ลำลูกกาในครั้งนี้ เป็นโครงการที่ ประกอบอาหารปรุงสด ทำเป็นอาหารข้าวกล่อง เพื่อที่จะนำไปมอบให้กับประชาชนผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคระบาดโควิด-19 ที่รอการรับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

"สำหรับโครงการนี้เราต้องการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อจากผู้ที่ติดเชื้ออยู่แล้วออกมาหาอาหารทานกันเองนอกบ้าน เราจึงต้องหาอาหารเครื่องดื่มและของใช้ที่จำเป็นไปส่งมอบให้กับเขาเหล่านี้

"วันนี้ก็ได้รับโอกาสจากพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานีและท่านรองนายก ที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็ขอความร่วมมือจากประชาชนเมื่อท่านเป็นผู้ติดเชื้อเป็นผู้ป่วยก็ขอให้ท่านได้เปิดเผยว่าท่านรอการรักษา ทางคณะทำงานของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนหายจากการเจ็บป่วยโดยเร็ว แล้วเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน"

ที่มา: ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย/รายงาน

“เสกสกล” รับ คนแห่ต่อคิวตรวจโคิวิด-19 แน่น ยัน รัฐ เร่งเปิดจุดตรวจเชื้อ วอน ปชช.เชื่อ “บิ๊กตู่”พาพ้นวิกฤต

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ปรากฎภาพประชาชนต่อแถว รอการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก ว่า ยอมรับว่าประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวกสบาย โดยศบค.ยืนยันที่จะเร่งเปิดจุดตรวจหาเชื้อให้มากขึ้น นอกจากนั้นกระทรวงสาธารณสุข มีมติให้กำหนดแนวทางการใช้วิธีตรวจหาแอนติเจนโดยใช้ ชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test โดยสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่ผ่านการรับรองทางห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ SARS-CoV-2 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาประชาชน เข้าไม่ถึงบริการตรวจโควิดเพราะต้องรอคิวจำนวนมาก 

นอกจากนั้นยังเพิ่มความสามารถรักษาพยาบาล โดยจัดตั้ง รพ.สนาม ไอซียูสนาม แยกกักในชุมชน แยกกักที่บ้าน ปรับแผนการกระจายวัคซีน เร่งฉีดผู้สูงวัยที่อายุมากกว่า 60 ปี กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ให้ได้ 1 ล้านโดส ภายใน 2 สัปดาห์ และจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเร่งจัดหาวัคซีนที่ประชาชนต้องการมาฉีดให้ประชาชน

“ยืนยันว่านายกฯจะทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ทั้งดูแลด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ เยียวยา และบริหารจัดการวัคซีนให้ประชาชนทุกคน ขอให้ประชาชน เข้าใจว่านายกฯทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างสุดความสามารถ และนายกฯ ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนรักษาตนเองให้ปลอดภัย อย่าเชื่อ
เฟกนิวส์ ข่าวบิดเบือน ข่าวปลอม หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ที่เล่นการเมือง จ้องโจมตีทำลายความเชื่อถือของรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top