Wednesday, 14 October 2026
TheStatesTimes

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชา เตือนแรง!! เดินหน้าทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ค้ามนุษย์ คว่ำบาตรกว่า 200 ราย ใครเกี่ยวข้องขบวนการสแกม–ค้ามนุษย์ ต้องถูกดำเนินการ สหรัฐฯ ลั่นไม่ปล่อยผู้เกี่ยวข้องค้ามนุษย์ลอยนวล ใช้ทุกเครื่องมือจัดการแก๊งสแกม

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ สหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าทลายปฏิบัติการหลอกลวงที่อาศัยการค้ามนุษย์ โดยใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี รวมถึงการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลมากกว่า 200 ราย จากบทบาทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

สหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1532553775572365&id=100064532720718&rdid=oIASKu8h710NdqPN#

 

‘อาจารย์อุ๋ย’ ฟาด กทม. ปมหมู่บ้านทับทางน้ำหลาก!! เปิดแฟ้มอนุญาตหมู่บ้านทับฟลัดเวย์ ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน ผิดผังเมืองอาจคุก 10 ปี ต้องโปร่งใส-หยุดทำลายเมือง

อาจารย์อุ๋ย ฟาด กทม. ! หมู่บ้านทับ ‘ฟลัดเวย์’ ใครเซ็นต้องรับผิด! หากเอื้อทุนฝ่าฝืนผังเมือง ผู้ว่าฯ–เจ้าหน้าที่เสี่ยงคุก 10 ปี ม.157

14 ตุลาคม 2569--นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความห็นผ่านเฟสบุ๊คว่า

”จากกรณีที่อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนทวงคืนแก้มลิงและฟลัดเวย์ เปิดประเด็นตรวจสอบการอนุญาตก่อสร้างและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่รับน้ำและทางน้ำหลากของกรุงเทพมหานคร นั้น

ผมเห็นว่า กทม. ต้องเปิดแฟ้มอนุญาตโครงการหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่เหล่านี้ย้อนหลัง พร้อมตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน หากมีการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนฝ่าฝืนผังเมือง ผู้อนุญาตและผู้บริหารที่ร่วมกระทำต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ประชาชนไม่ควรต้องแบกรับความเสียหายจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 มีข้อกำหนดคุ้มครองพื้นที่ระบายน้ำ ล. 4 ตามข้อ 38 (3) (พื้นที่สีขาวทะแยงเขียว) บริเวณพื่นที่ กทม ฝั่งตะวันออกและตะวันตก ข้อ 41 กําหนดห้ามถมดิน ก่อสร้าง หรือดำเนินการที่ลดประสิทธิภาพการระบายน้ำตามธรรมชาติในบริเวณที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ การตรวจสอบต้องนำแผนที่ตามกฎหมายมาเทียบกับตำแหน่งโครงการ ใบอนุญาต และสภาพการก่อสร้างจริง หากพบว่าอนุญาตให้ถมดินหรือสร้างสิ่งกีดขวางขัดข้อกำหนด เจ้าหน้าที่ต้องตอบให้ได้ว่าใช้อำนาจตามกฎหมายข้อใดอนุญาตให้เอกชนทําเช่นนั้น

ผังเมืองเป็นกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ต้องเคารพ ไม่ใช่กระดาษเปื้อนหมึกที่ทุนใหญ่จะขีดทับได้ตามใจ พื้นที่ที่กฎหมายสงวนไว้เพื่อรักษาการระบายน้ำเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนทั้งเมือง หากใครเปิดทางให้โครงการฝ่าฝืนข้อกำหนด ต้องตรวจสอบให้ถึงตัวผู้ตัดสินใจ จะปล่อยให้ประชาชนจมน้ำ แล้วใช้งบประมาณแผ่นดินตามแก้ปัญหาไม่รู้จบไม่ได้!

ผมเสนอให้แยกตรวจทั้งแฟ้มอนุญาตจัดสรรที่ดินและแฟ้มอนุญาตก่อสร้างอาคาร เพราะเป็นอำนาจตามกฎหมายคนละส่วน การจัดสรรที่ดินเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร ส่วนการอนุญาตก่อสร้างเกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้รับมอบอำนาจ ต้องเปิดทั้งมติกรรมการ รายงานตรวจผังเมือง แบบแปลน เงื่อนไขการอนุญาต และชื่อผู้ลงนาม พร้อมตรวจวันที่อนุญาตและสิทธิเดิมของแต่ละโครงการให้ครบ เพื่อให้เห็นว่าใครทำอะไร และต้องรับผิดตรงไหน

หากเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยทุจริต ย่อมเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี การสอบสวนต้องเจาะให้ถึงว่า ผู้เกี่ยวข้องรู้ข้อห้ามตามผังเมืองหรือไม่ มีรายงานทักท้วงหรือไม่ และมีการสั่งการให้ผ่านโครงการทั้งที่ขัดกฎหมายหรือไม่ ต้องใช้เอกสารและหลักฐานตามให้ถึงผู้รับผิดชอบทุกระดับ

สำหรับผู้ว่าฯ กทม. ไม่ว่าคนใด สมัยใด ต้องถูกตรวจสอบ ทั้งบทบาทในการอนุญาต สั่งการ และการบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง หากมีส่วนร่วมผลักดันการอนุญาตที่มิชอบ หรือจงใจละเว้นหน้าที่โดยมีเจตนาตามมาตรา 157 ก็ต้องรับผิดเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงนามไม่ได้ลบความรับผิดจากการสั่งการของตน เมื่อพบสิ่งปลูกสร้างฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องดำเนินการตามอำนาจและขั้นตอนอย่างจริงจัง พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าให้ประชาชนตรวจสอบได้

เรื่องนี้ยังมีความรับผิดเป็นตัวเงิน หากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ประชาชนเสียหาย หน่วยงานรัฐอาจต้องชดใช้ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และสามารถไล่เบี้ยเรียกเงินจากเจ้าหน้าที่ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงได้

หน่วยงานตรวจสอบที่มีหน้าที่ จึงต้องรวบรวมหลักฐานการอนุญาต ข้อมูลการระบายน้ำ และความเสียหายของประชาชน เพื่อเชื่อมโยงให้ชัดว่าการกระทำใดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไร

ผมเรียกร้องให้ กทม. เปิดเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง และให้หน่วยงานตรวจสอบตามเรื่องนี้ถึงต้นทาง หากพบการเอื้อประโยชน์โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องดำเนินคดีและเรียกความรับผิดจากผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

ทางน้ำคือเส้นเลือดของเมือง การอนุญาตทุกฉบับต้องอธิบายได้ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ และคุ้มครองประชาชนอย่างไร คนกรุงเทพฯ มีสิทธิรู้ว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจ และมีสิทธิได้รับการปกป้องก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซํ้าเล่า!

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/p/1GcCP3PiB2/?mibextid=wwXIfr

15 ตุลาคม 2479 ‘อนุสาวรีย์ปราบกบฏ’ เปิดอย่างเป็นทางการ อนุสรณ์แห่งการสละชีพเพื่อประชาธิปไตย รำลึกว่าที่วีรบุรุษ 17 นาย แสดงถึงการปกป้องรัฐธรรมนูญ แม้สถานที่จะหายไปแล้ว

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2479 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ทรงประกอบพิธีเปิด “อนุสาวรีย์ปราบกบฏ” หรือ “อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ทหารและตำรวจ 17 นายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดชเมื่อปี 2476 ซึ่งเป็นการลุกฮือของกลุ่มทหารที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลคณะราษฎร

หลังเหตุการณ์สงบ รัฐบาลได้จัดพิธีฌาปนกิจวีรชนทั้ง 17 อย่างสมเกียรติเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2477 ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นครั้งแรกที่จัดพิธีศพสามัญชนในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ โดยอัฐิของผู้เสียชีวิตถูกบรรจุไว้ในปลอกกระสุนปืนใหญ่ทองเหลืองก่อนนำกลับมาฝังภายในอนุสาวรีย์เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ

อนุสาวรีย์ดังกล่าวออกแบบโดย “หลวงนฤมิตรเรขการ” อาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งยึดหลักอุดมการณ์ 5 ประการของรัฐบาลในขณะนั้น ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กองทัพ และรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของราษฎรไทยในการปกป้องระบอบประชาธิปไตย

แม้อนุสาวรีย์แห่งนี้จะถูกทำให้ “หายไป” จากพื้นที่จริงในเวลาต่อมา แต่เหตุการณ์และเจตนารมณ์ของเหล่าวีรชนยังคงถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นการเสียสละของประชาชนรุ่นแรกที่ยืนหยัดปกป้องรัฐธรรมนูญ และสัญลักษณ์สำคัญของยุคคณะราษฎรที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยจนถึงวันนี้

ที่มา : สถาบันปรีดี พนมยงค์ Pridi Banomyong Institute


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top