Saturday, 13 July 2024
Info

8 ปีประเทศไทย มีอะไรติดอันดับโลกกับเขามั่ง?

‘ประเทศไทย’ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ผ่านการจัดอันดับในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านสิทธิมนุษยชนเด็ก ด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว หรือด้านการศึกษา

วันนี้ THE STATES TIMES รวบรวมมาให้แล้วว่าประเทศไทยติดอันดับโลกอะไรบ้าง อยากรู้ก็มาดูเลย!!

📌ครองอันดับ 1 กรุงเทพฯ เมืองที่มียอดจองเข้าพักมากที่สุด และครองอันดับ 2 ประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จัดอันดับโดย Agoda สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไทย และการดำเนินมาตรการส่งเสริมที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล

📌ครองอันดับ 6 ประเทศน่าอยู่ เหมาะมาทำงานมากที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Expat Insider 2023 สะท้อนการทำงานของภาครัฐที่ตอบโจทย์ความต้องการของชาวต่างชาติ เห็นศักยภาพ โอกาส และชื่นชอบประเทศไทย

📌ครองอันดับ 8 ประเทศที่ดูแลสิทธิมนุษยชนเด็กได้ดี จัดอันดับโดย The KidsRights Index 2023 สะท้อนถึงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล เข้าถึงระบบการดูแลอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ

📌ครองอันดับ 9 ประเทศที่มีค่าครองชีพถูก เหมาะแก่การใช้ชีวิตหลังเกษียณ จัดอันดับโดย นิตยสารอินเตอร์เนชันแนลลีฟวิง

📌ครองอันดับ 19 ซอยรมณีย์ จ.ภูเก็ต ถนนสวยที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Seasia.Stats สะท้อนความใส่ใจของรัฐบาลในการสนับสนุนและพัฒนาควบคู่อนุรักษ์พื้นที่ เพื่อความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์

📌ครองอันดับ 30 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันโลก ประจำปี 2023 จัดอันดับโดย สถาบันการพัฒนาการจัดการนานาชาติ (IMD) ถือเป็นเรื่องที่หน้ายินดีที่ไทยขยับจากอันดับ 33 ในปี 2565 มาเป็นอันดับ 30 ในปี 2566 โดยปัจจัยหลักดีขึ้นทุกด้าน ได้แก่ สมรรถนะด้านเศรษฐกิจอยู่ที่อันดับ 16 (ขยับขึ้น 18 อันดับ) ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ อันดับ 23 (ขยับขึ้น 7 อันดับ) ประสิทธิภาพภาครัฐ อันดับที่ 24 (ขยับขึ้น 7 อันดับ) โครงสร้างพื้นฐาน อันดับที่ 43 (ขยับขึ้น 1 อันดับ)

📌ครองอันดับ 43 และอันดับ 1 ของอาเซียน ประเทศที่มีการพัฒนายั่งยืน จัดอันดับโดย สหประชาชาติ ตอกย้ำการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

📌ครองอันดับ 52 ประเทศที่ระบบนิเวศสตาร์ตอัปดีที่สุดในโลก และครองอันดับ 74 กรุงเทพฯ เมืองศูนย์กลางด้านสตาร์ตอัปของประเทศ ประจำปี 2023 จัดอันดับโดย NIA สะท้อนความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล ให้ความสำคัญสนับสนุนสตาร์ตอัปไทยอย่างต่อเนื่อง

📌13 มหาวิทยาลัยของไทย ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2024 จัดอันดับโดย Quacquarelli Symonds

📌24 โรงแรมของไทย ติดอันดับโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2023 จัดอันดับโดย La liste ตอกย้ำความสำเร็จและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไทย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการควบคู่ใช้มาตรการส่งเสริมในประเทศ

เปิด 4 มาตรฐานใหม่ ยกระดับรางรถไฟไทย ปลอดภัยขั้นสุด

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 66 ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานการขนส่งทางราง ครั้งที่ 8-2/2566 พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมมนังคสิลา ชั้น 2 อาคาร ณ ถลาง กรมการขนส่งทางราง และผ่านระบบ Zoom cloud meetings  

โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาร่างมาตรฐาน จำนวน 4 มาตรฐาน ได้แก่...

1. มาตรฐานองค์ประกอบทางรถไฟ (Track Components) เพื่อใช้กำหนดมาตรฐานการทดสอบและการรับรองคุณสมบัติและประสิทธิภาพขององค์ประกอบทางรถไฟ ซึ่งประกอบด้วย ราง เชื่อมต่อราง อุปกรณ์ยึดเหนี่ยวราง และหมอนรองราง สำหรับทางรถไฟขนาดกว้าง 1.000 เมตร และขนาด 1.435 เมตร

2. มาตรฐานตำแหน่งเปลี่ยนผ่านบนทางรถไฟ (Railway Track Transition Zone) เพื่อใช้เป็นข้อกำหนดมาตรฐานและเทคนิคในการออกแบบก่อสร้างและปรับปรุงในตำแหน่งเปลี่ยนผ่านบนทางรถไฟขนาดกว้าง 1.000 เมตร และขนาด 1.435 เมตร ที่เชื่อมต่อระหว่างทางรถไฟที่มีหินโรยทางกับทางรถไฟที่ไม่มีหินโรยทางหรือทางรถไฟบนพื้นคอนกรีต รวมไปถึงตำแหน่งเปลี่ยนผ่านบนทางรถไฟ ที่เชื่อมต่อกับสะพาน (Bridge) อุโมงค์ (Tunnel) ท่อทางลอดระบายน้ำ (Culvert) และบริเวณอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าความแข็งเกร็งแบบทันทีทันใด เพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงทางรถไฟบริเวณตำแหน่งเปลี่ยนผ่านบนทางรถไฟ

3. มาตรฐานการออกแบบทางรถไฟชนิดมีหินโรยทาง (Ballasted Track Design) เพื่อใช้สำหรับเป็นข้อกำหนดมาตรฐานและเทคนิคในการออกแบบทางรถไฟชนิดมีหินโรยทาง บนทางรถไฟขนาดกว้าง 1.000 เมตร และขนาด 1.435 เมตร ให้มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัย

4. มาตรฐานระบบระบายน้ำบนทางรถไฟสำหรับระบบขนส่งทางรางระหว่างเมือง (Track Drainage System for Intercity Rail) เพื่อใช้เป็นข้อกำหนดด้านเทคนิคสำหรับการระบายน้ำบนทางรถไฟในเขตทางรถไฟของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างมาตรฐานทั้ง 4 มาตรฐานดังกล่าว โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะผู้จัดทำ นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปปรับปรุง ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมาตรฐานดังกล่าวข้างต้นไปบังคับใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป

8 ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ 

หลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เมื่อปี 2475 ก็ได้จัดการเลือกตั้งมาแล้วทั้งหมด 27 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 66 ซึ่งพรรคการเมืองที่ได้คะแนนมากเป็นอันดับ 1 ได้แก่พรรคก้าวไกล ได้ สส.ไปทั้งหมด 151 ที่นั่ง เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่สามารถรวมเสียงในสภาฯ ได้เกินกึ่งหนึ่ง ทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ จึงต้องส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคะแนนมากเป็นอันดับที่ 2

เหตุการณ์อย่างที่ ‘พรรคก้าวไกล’ ประสบพบเจอ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของไทย แต่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว 7 ครั้ง

วันนี้ THE STATES TIMES ได้รวบรวม 8 ครั้งประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของไทย ที่แม้ ‘ชนะ’ แต่ ‘ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ’ จะมีปีไหนบ้าง? ด้วยเหตุผลอะไร? มาดูกัน!!

ส่อง 10 อันดับ ประเทศที่มี ‘การนอกใจ’ มากที่สุดในโลก

🔍‘การนอกใจ’ ไม่ว่าเกิดกับใครก็ต้องมีฝ่ายเสียใจเสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรม ‘การนอกใจ’ เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ตามสถิติล่าสุดชี้ว่า ผู้ชายที่แต่งงานแล้วกว่า 20% ยอมรับว่าเคยนอกใจภรรยา ขณะที่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว 13% ยอมรับว่าเคยนอกใจสามี 

THE STATES TIMES จะพาไปดู 10 ประเทศที่มีการนอกใจมากที่สุด ส่วนจะมีประเทศอะไรบ้าง ไปดูกัน!!

ส่องประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำ ‘มากที่สุด’ และ ‘น้อยที่สุด’

หาก ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้เป็นรัฐบาล และปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทต่อวัน ตามที่ได้ประกาศหาเสียงไว้ จะทำให้ประเทศไทยพุ่งพรวดขึ้นมาอยู่ในอันดับ 48 ของโลกทันที จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับที่ 72 ส่วนประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดและต่ำที่สุดในโลกมีประเทศใดบ้าง ไปส่องกันเลย!!

กำไรอื้อ!! ‘การบินไทย’ เปิดกำไรไตรมาส 2 สูงสุดในรอบ 20 ปี

กำไรอื้อ!! ‘การบินไทย’ เปิดกำไรไตรมาส 2 สูงสุดในรอบ 20 ปี กว่า 8.5 พันล้านบาท เปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่าง 6 เดือนแรก ของปี 2566 และ 6 เดือนแรก ของปี 2565 จะแตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลย!!

'สนธิ' ชำแหละ!! 'หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้า' แนวทางการปลุกระดม โดยใช้ 'วิชาการ' บังหน้า!!

จากรายการ 'คุยทุกเรื่องกับสนธิ' (สนธิทอล์ก) เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ส.ค.66 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการ ได้กล่าวถึงกรณีที่ 'คณะก้าวหน้า' ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน ได้จัดหลักสูตร 'เยาวชนก้าวหน้า' ครั้งที่ 3 ดังนี้...

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.66 เฟซบุ๊ก 'คณะก้าวหน้า' ได้โพสต์ภาพโปสเตอร์และข้อความเกี่ยวกับโครงการเยาวชนก้าวหน้าครั้งที่ 3 ไว้ว่า เป็นหลักสูตรที่จะพาคุณทะลุกะลาที่เขาครอบหัวเราไว้ เพาะเมล็ดพันธุ์ของผู้ไม่ยอมจำนน เพื่อเปิดประตูความเป็นไปได้ใหม่ๆ สู่สังคมที่ดีกว่าหลักสูตรนี้รับ 40 คนเท่านั้น เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 สัปดาห์ ช่วงสิงหาคม-กันยายน ที่สำคัญ สำหรับเยาวชนรุ่นใหม่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อายุตั้งแต่ 15-25 ปีเท่านั้น ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เงื่อนไขคือ ผู้สมัครต้องเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตร และผู้สมัครต้องทำโครงการเมื่อจบหลักสูตร

ทั้งนี้ หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้า ครั้งแรกจัดเมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2565 มีการเปิดให้เรียนรู้หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้า ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่สอง จัดที่ขอนแก่น 12 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2565

ในครั้งนั้นเพจ Common School เคยโพสต์กิจกรรมคณะก้าวหน้า ระบุว่า หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้า ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดขอนแก่น เนื้อหาการบรรยายครอบคลุมทั้งรัฐศาสตร์, นิติศาสตร์, ประวัติศาสตร์, ปรัชญาการเมือง, เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสาร ทั้งรูปแบบการบรรยายและกิจกรรมเวิร์กชอป

สำหรับโครงการในครั้งนั้น มีการเปิดรายชื่อวิชาและวิทยากร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคอลัมนิสต์ นักวิชาการสายฟ้าเดียวกัน รวมทั้งสมาชิกคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ที่อยู่เบื้องหลังม็อบสามนิ้ว ประกอบด้วย 'ประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย' โดย รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ (อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ) สายก้าวไกลเต็มตัว และสายม็อบสามนิ้วเต็มตัว

'การเมืองวัฒนธรรม จาก 2475 ถึงปัจจุบัน' โดย ณัฐพล ใจจริง (ซึ่งเสกสรรค์ปั้นแต่ง พูดจาโกหก ข้อมูลผิดเพี้ยนในตำราที่ตัวเองแต่ง แล้วเอาความผิด เอาความโกหกที่ตัวเองเขียนนั้นมาสอนเด็กรุ่นหลัง ให้เป็นความจริง ทั้งๆ ที่สิ่งที่ตัวเองเขียนนั้นได้ถูกพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าโกหก)

'การเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย' โดย ประจักษ์ ก้องกีรติ (รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์)

'ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจการเมืองไทย' โดย อภิชาต สถิตนิรามัย (เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์)

'บทบาทการเมืองระหว่างประเทศต่อการเมืองไทย' โดย ลลิตา หาญวงษ์ (สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

'บทบาทกองทัพกับการเมืองไทย' โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

'อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของการขูดรีดเกษตรกรไทย' โดย เดชรัต สุขกำเนิด (เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็น สส. พรรคก้าวไกล)

'ประวัติศาสตร์กลุ่มทุนไทย และ การบริหารจัดการเมืองสมัยใหม่' โดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

'Constitutional Monarchy และ ประวัติศาสตร์ปฏิวัติ' โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล

'เทคโนโลยีกับการเมือง : ความก้าวหน้าและความท้าทาย' โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (สส. และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล)

'Workshop ประชาธิปไตย' โดย ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ

'ระบบราชการและงบประมาณ' โดย ศิริกัญญา ตันสกุล

'การสื่อสารทางการเมือง' โดย พรรณิการ์ วานิช

อีกทั้งยังมีการเปิดเผยเนื้อหาหลักสูตรในครั้งก่อนๆ  อาทิ กิจกรรม Landlord เป็นกิจกรรมรูปแบบ Active Learning ให้ผู้เรียนได้สัมผัสถึงโครงสร้างอำนาจแบบศักดินาที่กดขี่ผู้ขุดด้วยอำนาจดิบเถื่อน ใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่มีใครสามารถควบคุม ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นอำนาจที่กดทับศักยภาพที่แท้จริงของประชาชนเอาไว้ พาไปสำรวจโครงสร้างแบบศักดินาในทุกๆ ระดับของสังคมอย่างถึงราก พร้อมทั้งเรียนรู้อำนาจตามแบบที่ทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์เชิงอำนาจในการเมืองมากขึ้น

ต่อด้วยการบรรยายที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาที่อาจไม่เคยมีในหนังสือเรียนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการบรรยาย ความเหลื่อมล้ำและเศรษฐกิจการเมืองไทย สภาพและสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในสังคมการเมืองไทย ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทุนกับการเมือง โดยอภิชาต สถิตนิรามัย แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย โดย รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ที่บรรยายเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ระหว่างการกระจายอำนาจและการรวมศูนย์อำนาจได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุด ผ่านภาพถ่ายดาวเทียมในยามค่ำคืน ที่ทำให้เห็นว่าประเทศใดบ้างที่มีแสงไฟสว่างไสวปกคลุมไปทั่วประเทศบ้าง และประเทศใดบ้างที่มีแสงไฟส่องสว่างอยู่เพียงที่จุดศูนย์กลางเมืองหลวงของประเทศ และยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์และความรู้ทางรัฐศาสตร์มากมาย ในสไตล์การบรรยายแบบธำรงศักดิ์ ที่ทั้งแฝงข้อคิด สาระ และความชวนหัวไปพร้อมกัน

ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้มาบรรยายถึงเรื่องการเปรียบเทียบกับการกำเนิดขึ้นของ Constitutional Monarchy ในประเทศต่างๆ การต่อสู้ระหว่างชนชั้นกระฎุมพีกับสถาบันกษัตริย์ในยุโรป การปรับตัวของสถาบันกษัตริย์ท่ามกลางกระแสธารของประชาธิปไตย เพื่อวิเคราะห์วิธีการธำรงรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องและเคียงคู่ไปกับระบบประชาธิปไตยในโลกสมัยใหม่

ปิดท้ายด้วยรับชมภาพยนตร์เรื่อง The Young Karl Marx ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวชีวิตของปัญญาชนนักปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก มีอิทธิพลทางความคิด การเคลื่อนไหวทางการเมืองและเป็นต้นธารของการต่อสู้กับระบบทุนนิยมเพื่อปลดปล่อยมนุษย์ออกจากพันธนาการ ด้วยจินตนาการถึงสังคมใหม่ ที่ทุกคนเท่าเทียมและมีเสรีภาพอย่างแท้จริง

“เป็นที่ชัดเจนว่าหลักสูตรนี้คือ แนวทางการปลุกระดมเยาวชนพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า คนกลุ่มนี้กำลังใช้คำว่า 'วิชาการ' บังหน้า เป็นการปลุกระดมเด็ก ให้ข้อมูลที่ผิดๆ อาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เห็นได้ชัดกรณีความพยายามยัดข้อมูลจนเกิดการทดลองทำประชามติแบ่งแยกรัฐปาตานี ที่ มอ.วิทยาเขตปัตตานี”

“ที่สำคัญ การล้างสมองเปิดรับคนอายุ 15-25 ปี เข้าอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะมีนายทุนผู้สนับสนุนงบประมาณอยู่แล้ว ใช่หรือเปล่า เป็นคุณธนาธรเอง หรือเจ้าของตั๋วปารีส ที่หนีคดีอยู่ที่ฝรั่งเศส มีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ ตอบผมหน่อยครับ”

“เพราะว่าบทเรียนต่างๆ หัวข้อต่างๆ นั้นหลายๆ เรื่องเป็นเรื่องที่เสกสรรค์ปั้นแต่ง มีข้อมูลข้อเท็จจริงอยู่เพียงน้อยนิด แต่ที่เหลือแซมไปด้วยคำโกหกพกลม เหมือนอย่างที่ทุกวันนี้พรรคก้าวไกลโกหกพกลมทุกๆ เรื่อง คุณพิธา ก็โกหกพกลมทุกๆ เรื่อง แล้วคนที่อยู่ในโซเชียลมีเดียสายคอนด้อมส้ม ก็โกหกพกลมไปทุก ๆ เรื่อง เพื่อที่จะให้โลกสมมติที่ถูกสร้างขึ้นมาจากโซเชียลมีเดียนั้น ให้ดูเป็นจริงเป็นจัง และทำให้คนหลงเชื่อ จนกระทั่งตัวเองได้อำนาจมาเรียบร้อยแล้ว ความจริงที่เป็นหนึ่งเดียวที่ผมพูดมาตลอดนั้นก็ปรากฏขึ้นมา ทำให้รู้ว่าที่เชื่อพรรคก้าวไกลมาในอดีตนั้น ก็เพราะว่าพรรคก้าวไกลโกหก เชื่อคำโกหกแต่มารู้ความจริงอันเป็นหนึ่งเดียวทีหลัง เหตุการณ์ก็สายไปแล้ว เพราะว่าพรรคก้าวไกลก็เริ่มได้ยึดอำนาจเข้ามาเรียบร้อยแล้ว” นายสนธิ กล่าว

'สิทธิบัตรทอง' 'นักเรียน นักศึกษา' เจ็บป่วยเล็กน้อย 16 อาการ รับยาไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ร้านยา 'เอ็กซ์ต้า พลัส'

👶🏻 เด็กเล็ก นักเรียน นักศึกษา 👩🏻‍🎓 หากเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 อาการเบื้องต้น สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับยาได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 💊🩺✨

📌 ที่ร้านยา ’เอ็กซ์ต้า พลัส’ 🏥🧑🏻‍⚕️

*เฉพาะ 200 สาขาทั่วประเทศที่เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการ สปสช.

🔵 กรณีที่มีบัตรประชาชนและลงทะเบียนสิทธิบัตรทองแล้ว

สามารถนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ร้านยา เพื่อเข้ารับบริการจากเภสัชกรได้เลย

🔵 กรณีที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

สามารถใช้สูติบัตรแทนได้ แต่ต้องมีผู้ปกครองและนำบัตรประชาชนของผู้ปกครองไปแสดงที่ร้านยาด้วย

รู้จัก 'ไบโอพลาสติก' พลาสติกรักษ์โลก หลัง 'บีโอไอ' อวด!! ไทยขึ้นแท่นฮับแห่งการผลิตอันดับ 2

เมื่อไม่นานมานี้ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของบีโอไอ ภายใต้แนวคิด BCG ที่จะผลักดันให้เกิดการลงทุนโดยดึงศักยภาพของไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งวัตถุดิบหลักที่มีคุณภาพ และมีปริมาณเพียงพอที่สามารถป้อนให้อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพได้ โดยเฉพาะอ้อยและมันสำปะหลัง ประกอบกับความพร้อมด้านบุคลากรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ได้ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพอันดับ 2 ของโลก 

โดยในปัจจุบันพลาสติกชีวภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นที่ต้องการในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมการแพทย์ และยานยนต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของไทย อีกทั้งยังสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย

ปัจจุบัน บีโอไอได้ให้การส่งเสริมการลงทุนผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพรายใหญ่ระดับโลกหลายรายแล้ว อาทิ บริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด และบริษัท โททาล คอร์เบียน พีแอลเอ จำกัด ผู้ผลิตพอลิเมอร์ ชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ ชนิดโพลีแลคติด แอซิค (Polylactic Acid: PLA) บริษัท พีทีที

เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชนิด PBS (Polybutylene Succinate) บริษัท ดูปองท์ นิวทริชั่น จำกัด ผู้ผลิตไมโครคริสตัลไลน์เซลลูโลสสำหรับผลิตฟิล์มเคลือบอาหารที่สามารถย่อยสลายได้ และบริษัท เอ็นวิคโค จำกัด ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด rPET (Food Grade) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท Alpla ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกรายใหญ่ของยุโรป และล่าสุด บริษัท ไทยโพลิเอทิลีน จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ร่วมทุนกับ Braskem ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพรายใหญ่ของโลก จัดตั้งโรงงานผลิตไบโอ-เอทิลีน สำหรับผลิตเม็ดพลาสติกไบโอ-พอลิเอทิลีน (Green-Polyethylene) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2561 จนถึงเดือนมิถุนายน 2566 บีโอไอให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตพลาสติกชีวภาพ จำนวน 24 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 37,000 ล้านบาท และจากนี้ไปบีโอไอจะเน้นการสร้างความเข้มแข็งด้านซัพพลายเชนของพลาสติกชีวภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมทั้งเชื่อมต่อกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย เพื่อสร้างมูลค่าต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 

รวมถึงจะเดินหน้าเชิญชวนบริษัทรายใหญ่ระดับโลกให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพมากขึ้น โดยจะใช้จุดแข็งที่ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีแหล่งวัตถุดิบและบุคลากรที่มีความพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม รวมทั้งมีสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ และตอบโจทย์ทิศทางเมกะเทรนด์ของโลกด้วย” นายนฤตม์ กล่าว

'รองโฆษกรัฐบาล' เตือน นักลงทุน เช็ก 11 แอปฯ หลอกลงทุนเงินดิจิทัล-เทรดทอง-เทรดเหรียญ

(21 ส.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอย้ำเตือนประชาชนระวังถูกหลอก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้สืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ ที่ชักชวนเหยื่อด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ ปลอมโปรไฟล์เข้าไปตีสนิทก่อนชวนลงทุน หรือโฆษณาในสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อ้างได้รับผลตอบแทนสูง เป็นต้น ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนมาก

นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังสร้างแอปพลิเคชันลงทุนปลอมขึ้น โดยบางแอปแอบอ้างใช้ชื่อพ้องกับแอปที่มีอยู่จริง และสร้างกระดานเทรด โชว์ภาพตาราง หรือกราฟการเทรดเงินดิจิทัล เทรดเหรียญปลอมขึ้น เพื่อความสมจริง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า หากมีผู้ชักชวนลงทุนเก็งกำไรสินทรัพย์ดิจิทัลใน 11 แอปพลิเคชันนี้ ขอให้ตรวจสอบด่วน อาจกำลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ สำหรับ 11 แอปพลิเคชัน มีดังนี้ BChGlobal, OrangeX, NAGA, Cobo, SpotGlobal, Bitmox, Bitgo, BitcoinEX, EthMiner, Paxful, MATH ทั้งนี้ หากสงสัยถูกหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแอป ขอให้รีบแจ้งผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) โทร.1441 หากตกเป็นเหยื่อแล้ว สามารถแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com

“รัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยได้ทำการแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพเหล่านี้พัฒนารูปแบบการหลอกลวงได้แยบยลมากขึ้นผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จึงขอให้ประชาชนพึงระมัดระวังไว้เสมอ มีสติ อย่ารีบตัดสินใจ ศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน หากบุคคลใดมีปัญหาการถูกหลอกลวงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย สามารถร้องเรียนได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านสายด่วน 1212” น.ส.รัชดา กล่าว


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top