Saturday, 5 September 2026
AYA

ต่างชาติรุกพื้นที่เศรษฐกิจไทย!! เปิดปมธุรกิจนอมินี–ชุมชนปิด–ที่ดินท่องเที่ยว บนเกาะพะงัน-สมุยกว่า 3 พันบริษัท สัญญาณเตือนรัฐต้องคุมกฎหมายธุรกิจ ที่ดิน และแรงงานให้จริงจัง

มัดรวมต่างชาติเคลมแผ่นดินไทยแบบเงียบๆ

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ถ้าพูดถึงต่างชาติที่มีพฤติกรรมการสร้างปัญหา ถ้าไม่นับวัยรุ่นอิตาลีบนรถไฟฟ้าแล้ว ก็คงไม่พ้นเรื่องของยิวบนเกาะพงัน และ เกาะสมุย ซึ่งเอาตรงๆตามข้อมูลที่เอย่าหามาได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่าบริษัทที่ตั้งบนเกาะพะงันและเกาะสมุย ที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน มีจำนวนสูงมาก โดยบน เกาะพะงันมีอยู่ 3,213 บริษัทจาก 4,761 บริษัท ที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน หรือประมาณ 67.5% และสัญชาติที่พบมากที่สุดคือ อิสราเอล 720 บริษัท ตามด้วยฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซียตามลำดับ ในขณะเดียวกันก็พบว่ามี บริษัทนอมินีของไทย เพื่อถือครองที่ดินและทำธุรกิจแทนต่างชาติ รวมถึงโครงการวิลล่าที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนอิสราเอลเช่นกัน และที่สำคัญคือกรมที่ดินได้ยืนยันแล้วว่าต่างชาติถือครองที่ดินบนเกาะพะงันโดยตรงประมาณ 6% ของพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ ในขณะเดียวกันบนเกาะพงันเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ก็พบว่า มีการเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนและศาสนสถานของยิวบนเกาะอย่างเปิดเผย แต่ถ้าเราคิดว่าแค่ยิวมายึดแผนดินไทยละก็ เอย่าจะกล่าวถึงบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างภูดก็ตให้ได้ทราบกัน

ที่ภูเก็ตมีรายงานว่าหลังสงครามรัสเซีย–ยูเครน มีชาวรัสเซียฐานะสูงเข้ามาพำนักในภูเก็ตมากขึ้นอย่างชัดเจน และมีรายงานว่าราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประมาณ 15–20% จากความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อหรือผู้พำนักชาวรัสเซีย โดยสิ่งที่น่าสนใจคือชาวรัสเซียเข้ามาเปิดธุรกิจ โรงเรียน ร้านอาหาร โรงพยาบาล ธุรกิจบริการ รวมไปถึงการเป็นนายหน้าให้แก่ชาวรัสเซียด้วยกันเองด้วยเช่นกัน

อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือรณีจีนในเชียงใหม่ก็เริ่มมีลักษณะที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มที่รัฐไทยเรียกว่า “จีนเทา” รายงานล่าสุดระบุว่ามีกลุ่มชาวจีนที่เข้ามาอยู่ระยะยาวพร้อมครอบครัว และมี ecosystem รองรับทั้ง โรงเรียน ธุรกิจ ที่อยู่อาศัย ธุรกิจนายหน้า สำนักงานกฎหมายและ สำนักงานบัญชี กล่าวคือเป็นระบบกันเลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้กลุ่มจีนเทาในเชียงใหม่สามารถดำรงชีวิตในเชียงใหม่โดยพึ่งพาระบบของชุมชนจีนที่กลุ่มของตนเป็นผู้สร้างขึ้นนั่นเอง แต่สุดท้ายเอย่าจะมาชวนให้รู้ถึงผู้ที่มาก่อนกาลที่แท้จริงน่าจะเป็นชาวเมียนมา

หลังจากช่วงที่ประเทศไทยเปิดรับแรงงานข้ามชาติให้มาทำงานในประเทศชาวเมียนมาจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามามากกว่าจากในอดีตที่เคยพบว่าชาวเมียนมาที่เข้ามาค้าแรงงานในไทยส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ชายแดนแต่ปัจจุบันพบว่าแรงงานที่เข้ามานั้นมาจากทุกแหล่ง และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาวเมียนมาไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากก็ไม่ต่างกันกับสิ่งที่ชาวยิวทำคือการสร้างสังคมที่มีแต่เฉพาะชาวเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอมหาชัยที่เคยมีการเรียกร้องให้จำกัดจำนวนชาวเมียนมาที่หลั่งไหลเข้ามาในชุมชนมหาชัยแต่เหมือนถูกละเลยจนสุดท้ายชาวบ้านในพื้นที่ก็เลือกที่จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นปล่อยให้มหาชัยกลายเป็นดินแดนพม่าไปโดยปริยาย แต่เช่นเดียวกันนอกจากการสร้างครอบครัวแล้วก็มีการสร้างศูนย์ต่างๆ โดยชาวเมียนมาผู้มาก่อนและสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่คอยจัดการในการตั้งศูนย์การเรียนรู้ โรงเรียน รวมไปถึงศาสนสถานแบบเมียนมาที่มีเฉพาะชาวเมียนมาเข้าไปทำบุญ ซึ่งสิ่งที่เอย่ากล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในมหาชัยแต่เกิดขึ้นหลายท้องที่ไม่ว่าจะเป็นในสุราษฎร์ธานีที่เคยเป็นข่าวหรือแม้กระทั่งในกรุงเทพฯเอง หรือแม้กระทั่งวัดดังที่เขาค้อก็มีชาวโซเชียลมาถามว่าทำไมถึงมีเจดีย์ชเวดากองจำลองที่นี่ นี่ยังไม่รวมถึงกลุ่มชาวเมียนมาริมชายแดนที่ข้ามมาแบบผิดกฎหมายแล้วมาตั้งรกรากฝั่งไทยไม่ว่าจะมาทำเองหรือผ่านคนไทยริมชายแดนเป็นนอมินีเพื่อรอวันที่ลูกหลานตัวเองได้สัญชาติไทยเพื่อจะได้สร้างครอบครัวในไทย

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น เอย่าแค่อย่าจะแจ้งให้ทราบว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่แต่เป็นเรื่องราวที่มีมาก่อนนานนับกว่า 30 ปีแล้วในประเทศไทย เพียงแต่คนไทยเป็นคนใจดี อะไรก็ได้ เห็นแก่สินน้ำใจนิดหน่อยก็ยอมทำให้เขาจนหมดใจ เอย่าว่าถ้าคนเดี๋ยวนี้จะโทษใครก็คงต้องโทษคนไทยกันเองก่อน เพราะเป็นคนเปิดประตูให้เขาเข้ามาเอง

ที่มา : AYA

ต่างดาวในอุษาคเนย์!! UFO/UAP พบทั่วภูมิภาคอุษาคเนย์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียเมียนมา เวียดนามยังมีรายงานสงคราม คำเล่าขานวัตถุลึกลับต่อเนื่องยาวนาน

ต่างดาวในอุษาคเณย์

เรามาถึงในยุคนี้มีการแชร์ข้อมูลแพร่หลายเกี่ยวกับ UFO และ UAP กันแล้ว แม้รายงานส่วนใหญ่ที่ออกมาจะเป็นรายงานจากอเมริกาหรือจากประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างจีนหรือรัสเซียที่ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า UAP ที่พบเจอนั้นเป็นยานอวกาศต่างดาวจริงหรือเป็นแค่สิ่งที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ว่านี่คือ UFO หรือแค่ดาวเทียม วันนี้เอย่าจะมาเล่าให้ฟังว่านอกจากเขากะลาในไทยแล้วมีการรายงานจากที่ไหนว่าอย่างไรอีกบ้าง

เริ่มจากอินโดนีเซีย ประเทศพันเกาะและมีพื้นที่กว้างใหญ่ ที่นี่มีรายงานการพบเห็น UFO/UAP มาตั้งแต่ปี 1940 โดยมีการรายงานการพบเห็นในหลายสถานที่ได้แก่ เมืองเมดัน เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสุมาตราเหนือ หรือในจาร์กาตา บาหลี บนเกาะชวาไปจนถึงภูเขา Salak ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วแต่ยังคงมีพลังความร้อนใต้พิภพ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และยังมีรายงานล่าสุดในปีนี้ที่พบเห็น UFO บนเกาะสุมาตราและชวาตะวันออกอีกด้วย

ต่อมาคือฟิลิปปินส์ เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีรายงานการพบเห็น UFO ค่อนข้างบ่อยทั้งในมะนิลา และจังหวัดอื่นๆ และเคสที่น่าสนใจคือการพบวัตถุแสงสีส้ม 3 ดวงเหนือสนามบิน Laguindingan ในเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่อย่างใด

ในมาเลเซียมีกรณีของ UFO ที่เป็นข่าวดังในช่วงปี 1970 คือ เคส Bukit Mertajam กล่าวคือในช่วงปี 1970 ในเมือง Bukit Mertajam ในรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย บริเวณ Seberang Perai ซึ่งเป็นเมืองจริงและเป็นศูนย์กลางของเขต Central Seberang Perai เหตุการณ์สุดโด่งดังนี้เกิดขึ้นที่ Stowell English Primary School โดยมีมีเด็กนักเรียนชายประมาณ 6 คน อายุราว 8–11 ปี กำลังเล่นอยู่บริเวณพุ่มไม้ใกล้โรงเรียน โดยเด็กๆ อ้างว่าเห็นวัตถุขนาดประมาณ จานซุป หรือจานบินขนาดเล็กลงจอด จากนั้นมีสิ่งมีชีวิตขนาดเพียงประมาณ 3 นิ้ว (7–8 ซม.) จำนวน 5 ตัว ออกมาจากวัตถุนั้น โดยเด็กๆบรรยายรายละเอียดว่า สิ่งมีชีวิตที่ออกมาจากจานนั้น 4 ตัวใส่ชุด สีน้ำเงิน อีก 1 ตัวที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าใส่ชุด สีเหลือง ทั้งหมดมีรูปร่างที่แปลกคือมีเขาหรือหนวดสองข้างบนศีรษะ โดยพวกมนุษย์ต่างดาวนี้พวกมันนำอุปกรณ์บางอย่างไปติดตั้งบนต้นไม้และเมื่อเด็กบางคนเข้าไปใกล้พวกมนุษย์ต่างดาวมีการตอบโต้ด้วยอาวุธขนาดเล็กยิงใส่เด็ก สิ่งที่น่าสนใจคือ มีรายงานว่าในช่วง 1970–1979 มาเลเซียมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการพบเห็นสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วและ UFO แบบนี้หลายครั้งมาก

ในเมียนมามีรายการการพบเห็น UFO มากมายเช่นกัน โดยเฉพาะที่เมืองแปรมีการพบเห็น UFO ครั้งแรกในปี 2006 และจากนั้นก็มีการพบเห็นเรื่อยๆจนถึงปี 2012 แต่ที่เมียนมามีเรื่องน่าแปลกอีกเรื่องคือในปี 2016 ที่บริเวณ Lone Khin ในรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือของเมียนมา มีวัตถุโลหะทรงกระบอกขนาดประมาณ 3.7 เมตร × 1.5 เมตร ตกลงมา ทำให้เกิดเสียงดังและแรงสั่นสะเทือน ช่วงแรกชาวบ้านมีการคิดว่าเป็นยาน UFO แต่ภายหลังมีการเชื่อมโยงกับ ชิ้นส่วนจรวดหรืออุปกรณ์อวกาศเพราะวันเดียวกันนั้น จีนเพิ่งปล่อยจรวด Long March 11 จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนพร้อมดาวเทียมทดลองขึ้นสู่อวกาศ อีกหนึ่งหลักฐานคือวัตถุโลหะทรงกระบอกยาวประมาณ 4.5 เมตร ตกลงมานั้นมีตัวอักษรภาษาจีนอยู่ด้วยนั่นเอง

สุดท้ายในเวียดนามมีการรวบรวมรายงานเกี่ยวกับวัตถุประหลาดในช่วงสงครามเวียดนามไว้จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะรายงานจากพื้นที่ทหารในปี 1967–1969 เช่น วันที่ 11 มิถุนายน 1967 มีรายงานว่าพยานในบริเวณเมืองดานัง เห็นวัตถุสีเงินลักษณะคล้ายทรงกระบอกอยู่บนท้องฟ้าเป็นเวลาหลายนาที และมีรายงานว่าถูก F-102 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ไล่ติดตาม และยังมีรายงานอื่นในเมืองดานังพบว่า มีคำให้การที่ถูกบันทึกไว้กับ NUFORC ว่าในช่วงต้นปี 1968 ทหารประมาณ 12 คน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่บนภูเขาที่มองลงมายัง Da Nang เห็นแสงที่มีลักษณะเปลี่ยนสี เคลื่อนที่ช้าและเงียบ หยุดลอยอยู่ประมาณ 5–10 นาที แล้วจากนั้นพุ่งขึ้นตรง ๆ ด้วยความเร็วสูงมากและหายไป โดยพยานระบุว่าพวกเขาคุ้นเคยกับแสงและเครื่องบินในเวียดนามอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถระบุสิ่งที่เห็นได้ อีกสถานการณ์หนึ่งที่ดูน่าสนใจคือ ช่วง 15–16 มิถุนายน 1968 มีรายงานจากแนว DMZ (เขตปลอดทหารระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้) ว่าหน่วยสังเกตการณ์แนวหน้าเห็น แสงประหลาดจำนวนมากในเวลากลางคืน ในรายงานบางแหล่งระบุว่ามีประมาณ 30 แสง ที่เคลื่อนที่ช้า ๆ และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ที่คาดว่าจะได้ยินจากเฮลิคอปเตอร์แต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นคือทหารบางฝ่ายยิงใส่วัตถุเหล่านั้นในเขตปลอดทหาร จึงทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น อีกเรื่องที่น่าสนใจคือในคืนวันที่ 16 มิถุนายน 1968 มีเหตุการณ์เกี่ยวกับเรือตรวจการณ์ Swift Boat ที่ยิงใส่แสง/วัตถุที่เชื่อว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ของเวียดนามเหนือ ปัญหาคือหลังจากเหตุการณ์ มีความสับสนว่าจริง ๆ แล้วมีเฮลิคอปเตอร์ของเวียดนามเหนืออยู่ตรงนั้นหรือไม่ เพราะเมื่อตรวจการณ์แล้วไม่พบเฮลิคอปเตอร์ที่กล่าวอ้างนั้น สุดท้ายคือช่วงประมาณ ตุลาคม 1968 – เมษายน 1969 มีรายงานวัตถุไม่ทราบชนิดจำนวนมากบริเวณ Duc Co ทางตะวันตกของ II Corps / ใกล้ Pleiku ซึ่งจากฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ UFO ของ NICAP รวบรวมข้อมูลว่ามีรายงานว่ามีการพบเห็น UFO มากกว่า 400 ครั้งและมีการถูกบันทึกได้โดยเรดาร์ของกองทัพอเมริกันด้วยนั่นเอง

ที่มา : AYA

เจาะตำนานกำเนิดอิสราเอล!! จากแผนแบ่งปาเลสไตน์ของ UN สู่สงครามตั้งรัฐที่เปลี่ยนชะตาตะวันออกกลาง อิสราเอลไม่ได้เกิดจากสุญญากาศ แต่เกิดจากสงคราม การอพยพ และเกมมหาอำนาจ

เจาะตำนานกำเนิดอิสราเอล

มาถึง ณ วันนี้ในโลกอินเตอร์เนตกลับเห็นโพสว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมฮิตเลอร์ถึงจงเกลียดจงชังชาวยิวนัก จนถึงขั้นที่เรียกว่าชาวยิวคือเชื้อโรคหรือปรสิตของโลกเลยทีเดียว ซึ่งพอเอย่าค้นข้อมูลดูก็พบว่าการที่ฮิตเลอร์คิดแบบนั้นก็เพราะในเวลานั้นเยอรมนีอยู่ในช่วงปพ้สงครามในสงครามโลกครั้งที่ 1 และต้องจ่ายเงินค่าปฏิกรรมสงครามมหาศาล แต่สาธารณรัฐไวมาร์ซึ่งเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่ขึ้นมาปกครองเยอรมนีหลังสงครามซึ่งนักการเมืองและนักคิดที่มีบทบาทสูงในรัฐบาลไวมาร์นี้หลายคนเป็นชาวยิว อีกทั้งชาวยิวในเยอรมนีมีประชากรเพียงประมาณ 1% เท่านั้น แต่เป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูงและประสบความสำเร็จอย่างมาก พวกเขากุมตำแหน่งสำคัญในระบบธนาคาร พาณิชยกรรม กฎหมาย การแพทย์ และสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ชาวเยอรมันแท้ๆกลับต้องมาทำงานรับใช้คนเหล่านี้ และนี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นครั้งในอดีต

แต่เมื่อชาวยิวได้มีประเทศเป็นของตนเองอย่างอิสราเอลต้องมองย้อนกลับไปถึงครั้งเมื่อจักรวรรดิออตโตมันล่มสลายแผ่นดินปาเลสไตน์ในขณะนั้นเป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ โดยในเวลานั้นมีประชากร อาหรับปาเลสไตน์เป็นประชากรส่วนใหญ่ และมีชุมชนชาวยิวขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากการอพยพของไซออนิสต์ จนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1947 องค์การสหประชาชาติเสนอให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์เป็น รัฐยิวและรัฐอาหรับ โดยพื้นที่ที่เสนอให้รัฐยิวมีประมาณ 55% ของดินแดน แม้ว่าชาวยิวจะมีประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมด และแน่นอนชาวยิวเอาด้วยอย่างไม่ขัดขืนในขณะที่ชาวอาหรับต่างปฏิเสธเพราะเป็นการแบ่งที่ไม่เป็นธรรม จากนั้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 Ben-Gurion ประกาศจัดตั้งรัฐอิสราเอล และประเทศแรกที่รับรองประเทศอิสราเอลคือ สหรัฐอเมริกา นั่นเอง และหลังจากนั้นอิสราเอลก็เริ่มทำสงครามกับฝั่งชาวอาหรับในปาเลสไตน์และยึดพื้นที่ในเขตปกครองของอังกฤษเพิ่มขึ้นเป็น 78% ในที่สุด

ในการศึกครั้งนี้ยิวไม่ได้สู้เพียงลำพัง ทั้งที่ฝ่ายอาหรับนั้นนอกจากชาวอาหรับในปาเลสไตน์แล้วยังมีกองทัพจากอิรัค อิยิปต์ ซีเรียและจอร์แดน แต่สาเหตุที่ทำให้ฝ่ายอาหรับปราชัยส่วนหนึ่งมาจากจุดประสงค์การรบที่ไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในขณะที่ฝั่งยิวนั้นมีการระดมพลจากทหารผ่านศึกยิวนอกประเทศและอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากเชคโกสโลวาเกียในขณะนั้น ทำให้การรบเป็นต่อกว่าฝั่งอาหรับที่จ้องจะเข้ามายึดปาเลสไตน์ไปเป็นของประเทศตนเป็นที่ตั้ง ซึ่งจุดนี้เองผลกรรมจึงตกไปอยู่กับชาวอาหรับปาเลสไตน์ในพื้นที่นั่นเอง

ในตอนหน้าเอย่าจะมาเปิดเผยถึงประเทศหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นมหามิตรกับอิสราเอลก่อนจะหันหลังกลับแบบแทบจะไม่เหลือความเป็นมิตรต่อกัน อยากทราบว่าประเทศอะไรติดต่อตอนต่อไปอาทิตย์หน้านะคะ

ที่มา : AYA


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top