Thursday, 4 June 2026
ไทยกัมพูชา

‘ฮุน เซน’ โพสต์ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ผลักดันหยุดยิง ชี้ช่วยชีวิตคนนับหมื่น!! จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ช่วงเช้ามืดวันที่ (29 ก.ค. 68) สมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา พร้อมแนบภาพถ่ายร่วมกันในอดีต

ฮุน เซน ระบุว่า ความคิดริเริ่มของทรัมป์ในการสร้างข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพ คือ “ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่” ที่ช่วยชีวิตผู้คนนับหมื่นทั้งในกัมพูชาและไทย พร้อมยกย่องวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้นำสหรัฐฯ

เขายังกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย ที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ รวมทั้งย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้กำลังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและประเทศพันธมิตรอื่น ๆ ที่สนับสนุนข้อตกลง พร้อมขอบคุณประชาชนและกองทัพของทั้งไทยและกัมพูชา ที่มีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าสู่สันติภาพร่วมกัน

‘ฮุน มาเนต’ โพสต์บ่นผมหงอก-หน้าโทรม แก่ลง 5 ปี ภายใน 5 วัน ลั่น!! ขอแก้ปัญหาชาติให้จบ..ค่อยย้อมผม

(29 ก.ค. 68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมเผยภาพล่าสุดของตนเอง โดยระบุว่ารู้สึกแก่ลงชัดเจนในช่วงไม่กี่วันหลังต้องเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดน พร้อมบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเวลาย้อมผม ขอให้ประเทศสงบก่อน”

ฮุน มาเนตเผยว่า ผู้ช่วยใกล้ชิดยังแซวว่าเขาดูแก่ลงไป 5 ปีภายในเวลา 5 วัน เพราะหน้าตาซีดเซียวและผมหงอกชัดเจน แต่เจ้าตัวบอกว่า ตอนนี้จิตใจทุ่มเทอยู่กับการติดตามแนวรบ การสนับสนุนกองทัพ การดูแลทหารบาดเจ็บ รวมถึงแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ไม่ใช่กับสีผมของตัวเอง

เขาย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่วัน คือการเร่งยุติการสู้รบโดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตทั้งทหารและพลเรือน พร้อมระบุว่าหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชามีผลตั้งแต่เที่ยงคืน สถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายลง

ทั้งนี้ ฮุน มาเนตทิ้งท้ายว่า แม้จะดูโทรมลงไปบ้างเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน แต่หัวใจยังแข็งแรง พร้อมสู้เพื่อประเทศ และแซวเบา ๆ ว่า “ขอให้บ้านเมืองสงบก่อนเถอะ ถึงเวลานั้นจะไปย้อมผมก็ยังไม่สาย”

‘แพทองธาร’ เปิดใจปมเขมรเดือด!! เพราะไทยจับมือลาว-พม่า ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(29 ก.ค. 68) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น อาจมีต้นตอมาจากการที่ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมลงนามไตรภาคีเพื่อปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจกระทบผลประโยชน์บางฝ่าย

แม้จะอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่แพทองธารยืนยันว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของประชาชน และเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

นายกฯ ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะมาจากตระกูลใด ก็ต้องมีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นแรงเสียดทานจากการปราบขบวนการดังกล่าวในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้สั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงวัฒนธรรมดูแลเรื่องพิธีศพและการสนับสนุนด้านอื่นๆ ทันที

เพื่อนร่วมรบ ‘จ่าโต๋’ สดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญและเสียสละ ยกเป็นวีรบุรุษแห่งเขาสัตตะโสม!! ผู้ไม่เคยถอยจากการปฏิบัติหน้าที่

(30 ก.ค. 68) หลังการหยุดยิงระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา กองทัพบกเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะรวม 15 นาย โดยหนึ่งในนั้นคือ จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา หรือ 'จ่าโต๋' นายสิบชุดตรวจการณ์หน้าประจำฐานฟ้าลั่น เขาสัตตะโสม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมรบว่าเป็น 'วีรบุรุษแห่งเขาสัตตะโสม'

เพื่อนร่วมรบของจ่าโต๋ซึ่งใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Suttipong Pongwan โพสต์ข้อความรำลึกถึงวีรกรรมของเขาในสมรภูมิ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา จ่าโต๋ได้ค้นหาและระบุตำแหน่งเป้าหมายที่เป็นภัยต่อทหารฝ่ายไทย พร้อมประสานยิงเพื่อทำลายเป้าหมายเหล่านั้น โดยเฉพาะบริเวณช่องตาเฒ่าและผามออีแดง ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมกองทัพไว้นับร้อย

โดยในเช้าของวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากโจมตีอย่างหนักด้วยรถถัง ปืนใหญ่ และจรวด จ่าโต๋ยังคงปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า คอยแจ้งเตือนและร้องขอการยิงโต้กลับ จนในที่สุดกระสุนปืนใหญ่จากรถถังฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้าใส่บังเกอร์ที่เขาประจำการอยู่ ทำให้เขาเสียชีวิตในสนามรบ

เสียงวิทยุแจ้งข่าวร้ายทำให้ทุกคนในชุดขวัญเสีย ผู้บันทึกเหตุการณ์เล่าว่า แม้ใจจะเจ็บแค่ไหน แต่ทุกคนยังคงต้องสู้ต่อ โดยให้สัญญาในใจว่า "เราจะแก้แค้นให้เพื่อน" เพราะรู้ดีว่าจ่าโต๋ได้สละชีพเพื่อพวกพ้องและผืนแผ่นดินอย่างกล้าหาญ

แม้เวลาจะผ่านไปและผู้คนอาจลืมชื่อ 'จ่าโต๋' แต่ทหารทุกนายที่ร่วมรบ ณ เขาสัตตะโสมไม่มีวันลืมวีรกรรมของเขา จ่าโต๋ถูกจดจำในหมู่พี่น้องทหารว่าเป็น 'ราชาแห่งสนามรบ' ที่แม้จากไปแล้ว แต่บางคนยังคงรู้สึกว่าเห็นเขายืนตรวจการณ์อยู่ที่เดิมเหมือนเช่นวันวาน

พิธีพระราชทานเพลิงศพของ จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา จัดขึ้นวานนี้ (29 ก.ค.) ท่ามกลางความอาลัยจากครอบครัว เพื่อนร่วมรบ และประชาชนที่รับรู้ถึงความเสียสละของวีรบุรุษแห่งแนวหน้า ผู้ซึ่งได้ทิ้งเกียรติยศไว้เหนือยอดเขาแห่งนี้ตลอดกาล

มาเลเซียขยับหมากเงียบ สงครามพรมแดนเปิดพื้นที่ลงทุน จับตาช่องว่างทุนไทยในกัมพูชา!! จากบทไกล่เกลี่ยเปิดทางสู่ผู้เล่นเศรษฐกิจ

(30 ก.ค. 68) ขณะที่มาเลเซียได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติในบทบาทผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา แต่ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลมาเลเซีย และภาคเอกชนกลับเดินเกมคู่ขนาน ด้วยการเร่งขยายบทบาททางเศรษฐกิจในกัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่นักลงทุนไทยต้องถอนตัวออกมา

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา การลงทุนจากไทยมีมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ครอบคลุมทั้งอาหาร เกษตร อุตสาหกรรม และค้าปลีก ทว่าความขัดแย้งชายแดนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 40 รายและผู้อพยพอีกหลายแสนคน ส่งผลให้บริษัทใหญ่หลายแห่ง เช่น Carabao Group และ President Foods ต้องระงับกิจการชั่วคราว สูญเสียรายได้รวมกันหลายร้อยล้านดอลลาร์

จุดผ่านแดน 7 แห่งถูกปิดลง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาหดตัวกว่า 65% ภายในสัปดาห์เดียว ในสภาพที่เศรษฐกิจหยุดชะงัก กัมพูชาจำเป็นต้องมองหาพันธมิตรรายใหม่ และมาเลเซียกำลังก้าวเข้ามาแทนที่ด้วยความพร้อมและประสบการณ์

บริษัทมาเลเซียหลายแห่งเริ่มขยับ เช่น Axiata Group ที่เป็นเจ้าของเครือข่ายมือถือ Smart Axiata ในกัมพูชา, Gamuda และ IJM Corporation ที่เร่งเสนอแผนฟื้นฟูถนน-โรงพยาบาลที่เสียหายจากการสู้รบ รวมถึง Petronas ซึ่งกำลังศึกษาพื้นที่พลังงานใหม่ใกล้ชายแดนที่คาดว่ามีทรัพยากรธรรมชาติมูลค่ามหาศาล

ในภาคการท่องเที่ยว บริษัท Berjaya Corporation ของมาเลเซียก็เริ่มเจรจากับทางการเสียมราฐเพื่อพัฒนาโรงแรม รีสอร์ต และโครงการอสังหาริมทรัพย์รองรับการฟื้นตัวหลังความขัดแย้ง โดยอาศัยจังหวะที่คู่แข่งอย่างไทยต้องชะลอหรือถอนตัว

แม้มาเลเซียจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ดังที่สุดในสมรภูมินี้ แต่การเดินเกมอย่างสุขุม มีระยะห่างทางการทูตจากทั้งจีนและสหรัฐ ทำให้มาเลเซียสามารถขยับตัวได้ยืดหยุ่นกว่า และในขณะที่ทุนไทยยังรอความชัดเจนทางความมั่นคง เพื่อนบ้านรายนี้อาจกลายเป็นผู้ครองพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในระยะยาว

ว่าที่ทูตสหรัฐฯ เตือนไทย!! สงครามกับ ‘กัมพูชา’ อาจกระทบความสัมพันธ์อเมริกา ชี้ใช้กำลังไม่ใช่ทางออก

(30 ก.ค. 68) ฌอน โอนีลล์ (Sean O'Neill) ว่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ออกโรงเตือนว่า ความขัดแย้งหรือการใช้กำลังกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กรณีชายแดนไทย–กัมพูชา อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าสงครามไม่ใช่คำตอบของปัญหา

โอนีลล์แสดงจุดยืนดังกล่าวระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งโดยวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการเห็นความสงบสุขในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเน้นว่าการทูตและความร่วมมือคือแนวทางที่ควรยึดถือ มากกว่าการเผชิญหน้าทางทหาร

ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์รุนแรงชายแดนไทย–กัมพูชา และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดโดยเร็ว พร้อมสนับสนุนกระบวนการเจรจาและการหยุดยิงทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียเพิ่มเติม

‘บิ๊กเล็ก’ รมช.กลาโหม แจงข่าว ‘ทหารหน่วย BHQ’ ของกัมพูชา เป็นทหารเขมรแท้!! ดีกรีนักกีฬาวอลเลย์บอล ไม่ใช่ทหารรับจ้างรัสเซีย

(30 ก.ค. 68) จากกรณีที่โซเชียลแชร์ภาพทหารหน่วย BHQ ของกัมพูชา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นทหารรับจ้างของรัสเซีย วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร รายงานว่า ‘บิ๊กเล็ก’ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยที่มาทหารหน่วย BHQ เขมร

‘บิ๊กเล็ก’ ยืนยันว่าทหารหน่วยดังกล่าว ‘ไม่ใช่ทหารต่างชาติ’ หลังมีข่าวสะพัดเขมรจ้างทหารรัสเซีย รับจ้าง มาร่วมรบ พร้อมกับเผยอีกว่าเป็นทหารเขมรชั้นประทวน รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดีรูปร่างดี เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล และเป็นยูทูบเบอร์ จึงเป็นที่สนใจ

‘ชูวิทย์’ เผยชื่อคนปักธงชาติไทยบนจอยักษ์กลางไทม์สแควร์ ที่แท้คือ!! ‘ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์’ เจ้าของ PlanB

(31 ก.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ภาพธงชาติไทยบนจอ LED กลางไทม์สแควร์ กรุงนิวยอร์ก พร้อมข้อความว่า “เขา คือ คนไทย” และแฮชแท็ก #TruthFromThailand สร้างความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า ป้ายดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่โฆษณาแพงที่สุดของสหรัฐฯ ที่เขารู้จักดีจากประสบการณ์ทำงานเมื่อ 40 ปีก่อน

ผู้อยู่เบื้องหลังคือ นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ หรือ “บี” เจ้าของธุรกิจโฆษณา PlanB ที่มีเครือข่ายป้ายทั่วประเทศไทย ปัจจุบันยังเป็นเจ้าของสัมปทานจอ LED ใจกลางไทม์สแควร์ โดยเลือกนำภาพธงไตรรงค์ขึ้นจอทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ 1 นาที ด้วยค่าเช่าประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อสื่อสาร “ความจริงจากไทย” สู่สายตาชาวโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดกับกัมพูชา

นายชูวิทย์กล่าวชื่นชมว่า การกระทำของ “บี” ไม่ใช่แค่สะท้อนความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่รักชาติ และกล้าสื่อสารจุดยืนต่อประชาคมโลกอย่างภาคภูมิใจ พร้อมยกย่องปิดท้ายว่า “ใครจะใจถึงเท่าเขา?”

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลฯ งดรับผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชา สั่งจำกัดพื้นที่รักษาชัดเจน!! หวั่นเหตุความไม่สงบชายแดน

(31 ก.ค. 68) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ประกาศงดให้บริการผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชาเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 31 ก.ค. – 10 ส.ค. 2568 พร้อมยกเลิกการรับยาแทนผู้ป่วย และปิดบริการพรีเมียม SMC โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและการให้บริการทางการแพทย์

ในประกาศระบุว่า จะยกเลิกการทำงานของผู้ช่วยสื่อสารชาวกัมพูชาและจิตอาสาต่างชาติทั้งหมด และให้จำกัดพื้นที่ดูแลผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและการควบคุมที่เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลเคยให้บริการต่อเนื่องแก่ทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมารักษา แต่จากมติคณะกรรมการคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ได้มีการปรับมาตรการรองรับสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่สงบในขณะนี้ 

ไทย-กัมพูชาย้ำปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง จีนเดินหน้าหนุนแก้ปัญหาชายแดนอย่างสันติ

(31 ก.ค. 68) ในการประชุมไตรภาคีระหว่างจีน ไทย และกัมพูชา ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ทั้งไทยและกัมพูชาได้ยืนยันกับจีนว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมแสดงความขอบคุณจีนที่มีบทบาทเชิงบวกในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ซึ่งการประชุมนี้จัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นมิตรและจริงใจ

จีนยังคงมีบทบาททางการทูตอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนส่งทูตพิเศษฝ่ายกิจการเอเชียลงพื้นที่สองครั้ง และเข้าร่วมประชุมกับผู้นำทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน จีนย้ำว่าไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในความขัดแย้งดังกล่าว และสนับสนุนให้อาเซียนใช้แนวทาง "วิถีอาเซียน" ในการหาทางออก

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งเป็นประธานอาเซียน แถลงยืนยันว่า ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่คืนวันที่ 28 ก.ค. อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเตือนว่า สถานการณ์ยังเปราะบาง จึงจำเป็นต้องรักษาการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายเพื่อประคองข้อตกลงหยุดยิงให้มั่นคง และฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาคให้เร็วที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top