Thursday, 4 June 2026
ไทยกัมพูชา

‘พีระพันธุ์’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ’ ให้กำลังใจชาวบ้าน และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุปะทะ!! ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมเร่ง!! อนุมัติ เงินช่วยเหลือเยียวยา

(26 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้อพยพ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.ศรีสะเกษ และมอบกระเช้าให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีนายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า วันนี้มาดูแลพี่น้องประชาชน มาสร้างขวัญกำลังใจ แล้วก็มาดูสภาพความเป็นอยู่ และสภาพของศูนย์พักพิง ที่เราช่วยดูแลประชาชนกันอยู่วันนี้ ก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังใจ รวมถึงขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทุกคนทุกระดับที่มาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ด้วย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า จากการพบปะพูดคุยกับประชาชน ตอนนี้ทุกคนก็มีขวัญกำลังใจดี แต่ทุกคนก็เป็นห่วงในเรื่องทรัพย์สิน เป็นห่วงบ้าน บางคนก็อยากจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว แต่ตนก็เตือนให้ระมัดระวัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่อยากให้กลับไปอยู่บ้านในตอนนี้ เพราะตอนนี้มันอันตรายมาก โดยในส่วนที่ตนมาวันนี้ในฐานะเป็นประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ก็ได้อนุมัติเงินให้กับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และทหารพราน ด้วย ซึ่งวันนี้ก็ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตในร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน และอีกครอบครัวหนึ่ง ก็สูญเสียลูกชาย ซึ่งจะได้เร่งตรวจสอบความถูกต้อง และจะได้เร่งอนุมัติเงินช่วยเหลือให้อย่างเร่งด่วนต่อไป

‘กระทรวงพลังงาน - กฟผ.’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ – สุรินทร์’ ให้กำลังใจ พร้อมหนุนเสบียงช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชายแดน

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสนับสนุนอาหารปรุงสุก ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,500 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนวัตถุดิบประกอบอาหาร ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,000 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดสุรินทร์ 

นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและยานพาหนะ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และพร้อมเคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต

ล้วงลึกธุรกิจ!! ‘แสนล้านเหรียญสหรัฐ’ ของพ่อค้าอาวุธ ซื้อขายไม่ผ่านรัฐ!! ราคาดีกว่า ‘จีทูจี’ มีให้เลือกหลายยี่ห้อ

(28 ก.ค. 68) ในขณะที่มีการออกมาปฏิเสธเรื่องการขายอาวุธให้แก่กัมพูชา เคยสงสัยไหมคะว่าอาวุธที่มีในประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นมาจากไหน

ก่อนอื่นเราคงต้องบอกว่าเกือบทุกประเทศในโลกนั้นผู้ผลิตอาวุธส่วนใหญ่เป็นเอกชน ยกตัวอย่างโรงงานผลิตรถถังในโลกนี้ก็มี  General Dynamics Land Systems จากสหรัฐอเมริกา BAE Systems จากสหราชอาณาจักรอังกฤษ Rheinmetall จากเยอรมนี หรือ KNDS ที่มีฐานการผลิตทั้งในเยอรมันและฝรั่งเศส หรือในฝั่งเอเชียอย่าง Hyundai Rotem จากเกาหลี Norinco จากจีนหรือแม้กระทั่ง Mitsubishi Heavy Industries ในญี่ปุ่นเองก็มีการผลิตออกมาจำหน่าย โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่แม้จะเป็นรัฐบาลก็จริงแต่หากมองกลับไปตามงาน Weapon Exhibition แล้วละก็  คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาเดินงานเหล่านี้ที่ไม่ใช่คนจากรัฐบาลหรือกองทัพเลยนั่นก็คือพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

ตามข้อมูลที่เอย่าได้มาเรื่องพ่อค้าอาวุธเหล่านี้บางคนก็เป็นตัวแทนเพื่อไปจำหน่ายสินค้าให้ประเทศของตนเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศทำให้ไม่สามารถจัดซื้อกันแบบทางตรงได้ โดยคนเหล่านี้จะมีการเปิดเส้นทางการเงินไว้ตามประเทศที่ผู้ขายให้ความไว้วางใจโดยการซื้อขายแบบนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตเอง

ถามว่าเป็นเหมือนกันทั่วโลกไหม ตามที่เอย่าทราบมาก็ไม่ได้แตกต่างกันขึ้นกับว่าฝ่ายไหนต้องการเสนอข่าวหรือฝ่ายไหนต้องการปิดข่าว เพราะอย่าลืมว่าการซื้อขายแบบนี้ได้ราคากว่าการขายแบบจีทูจีแน่นอนเพราะด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างนั่นเอง

ดังนั้นตามโซเชียลที่มีการบอกว่ากัมพูชาซื้ออาวุธจากจีนแต่ทางการจีนปฏิเสธมีความเป็นไปได้ไหมบอกเลยว่าเป็นไปได้อย่างมากด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น  เช่นเดียวกันกับฝั่งกลุ่มต่อต้านกองทัพเมียนมาที่มีอาวุธทันสมัยใช้นั้นถ้าไม่ได้มาจากประเทศตะวันตกสนับสนุนแล้วละก็ คงไม่น่าจะผิดคาดถ้ากองกำลังดังกล่าวจะใช้เงินใช้ทองที่หามาได้ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามเอามาซื้อยุทโธปกรณ์จากพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

‘หมอตุลย์’ ลั่น!! ไม่ยอมรับข้อตกลงของ ‘ภูมิธรรม’ กรณี ‘ไทย – กัมพูชา’ ชี้!! มีท่าทีขัดขวาง ความมั่นคง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพ

(28 ก.ค. 68) นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์ถึงสื่อมวลชนว่า ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขอประกาศไม่ยอมรับผลและข้อตกลงใดๆ ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี จะไปทำการเจรจาตกลงใดๆ กับตัวแทนของประเทศกัมพูชา ณ ประเทศมาเลเซีย

เนื่องจากนายภูมิธรรม เวชยชัย มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ในสถานการณ์ไทย-กัมพูชา มีท่าทีขัดขวางและเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพ และฝ่ายความมั่นคง ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ล่าช้าต่อสังคมไทยโดยตลอด จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดแจ้งให้รัฐบาล และประชาชนไทย และสังคมโลกทราบด้วย ด้วยความวิตกกังวล

‘สุพล จุลใส’ สส.รทสช. เชิญชวนคนในพื้นที่ บริจาคของใช้ อาหารแห้ง ส่งมอบให้กับ พี่น้องผู้ประสบภัย ปัญหาชายแดน ‘ไทย - กัมพูชา’

(28 ก.ค. 68) นายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

ขอเชิญชวนพี่น้องในพื้นที่จ.ชุมพร บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง ของใช้ ได้ที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร 

ส่วนจุดที่2 เขตอำเภอทุ่งตะโก มาบริจาคได้ที่ หน้าร้านแสงเพชร สาขาเขาปีบ ติดกับธนาคารออมสิน เขาปีบ จะมีเจ้าหน้าที่รอรับ สามารถบริจาคได้วันนี้ 28-29 กรกฎาคม 2568 

พวกเราจะช่วยกันนำส่งมอบให้กับพี่น้องผู้ประสบปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ( คนชุมพรไม่ทิ้งกัน)

เทียบตัวเลขเศรษฐกิจ ไทย-กัมพูชา

(28 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Vantage Thailand’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

เทียบตัวเลขเศรษฐกิจ ไทย-กัมพูชา: มุมมองผ่านตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนควรรู้

1. ทุนสำรองระหว่างประเทศ
ไทย: 205,600 ล้านเหรียญสหรัฐ
กัมพูชา: 13,900 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทุนสำรองเปรียบเสมือน “เงินฉุกเฉินของประเทศ” ที่ช่วยรับมือกับวิกฤตการเงิน ไทยมีเงินสำรองสูงกว่ากัมพูชาเกือบ 15 เท่า ซึ่งบ่งบอกถึงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่า

2. เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI)
ไทย: 32,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
กัมพูชา: 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
เม็ดเงิน FDI สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อเศรษฐกิจในประเทศนั้น ๆ ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับเงินลงทุนจากต่างชาติในภูมิภาคนี้

3. ดุลบัญชีเดินสะพัด
ไทย: เกินดุล 32,400 ล้านเหรียญ
กัมพูชา: ขาดดุล 3,000 ล้านเหรียญ
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการหารายได้จากต่างประเทศ ไทยมีความสามารถในการส่งออกที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

4. ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ (Default Spread)
ไทย: 1.50%
กัมพูชา: 5.50%
ความต่างกว่า 4% นี้ สะท้อนความน่าเชื่อถือด้านการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า มักได้เปรียบเรื่องต้นทุนการกู้ยืมและการลงทุนในตราสารหนี้

5. ดัชนีคุณภาพชีวิต
ไทย: 109.14 (สูง)
กัมพูชา: 80.85
ดัชนีที่คำนวณจากหลายปัจจัย เช่น ความปลอดภัย การดูแลสุขภาพ ราคาสินค้า และสิ่งแวดล้อม ไทยยังคงได้คะแนนสูงกว่าชัดเจน

6. ดัชนีความปลอดภัย
ไทย: 63.21 (สูง)
กัมพูชา: 49.81 (ปกติ)
สะท้อนระดับความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เช่น ความรุนแรง อาชญากรรม หรือภัยสังคม

7. ดัชนีระบบสาธารณสุข
ไทย: 77.29 (สูง) 
กัมพูชา: 51.56 (ปกติ)
ด้านนี้ถือเป็นจุดเด่นของไทย ที่มีระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งจากภาครัฐและเอกชน

8. เครดิตเรตติ้งของประเทศ (Credit Rating)
ไทย: Baa1 (Investment Grade)
กัมพูชา: B2 (Junk Bond)
ประเทศไทย: Baa1 – อยู่ใน “Investment Grade”
Baa1 คือระดับที่นักลงทุนทั่วโลก “มั่นใจได้” ว่าประเทศนี้มีศักยภาพในการชำระหนี้ตามสัญญา ไม่ใช่ประเทศที่เสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้ กัมพูชา: B2 – อยู่ใน “Junk Bond” ในทางตรงกันข้าม B2 คือระดับที่ถือว่า “เสี่ยงสูง” สำหรับการลงทุน นักลงทุนสถาบันหรือกองทุนขนาดใหญ่จำนวนมาก “ไม่สามารถลงทุน” ในตราสารหนี้ของประเทศที่อยู่ในระดับ Junk Bond ได้เลยตามกฎเกณฑ์ของตนเอง

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ อัดคลิปโต้ข่าวลือ!! ‘RIP’ ยัน!! ยังอยู่แนวหน้า บัญชาการรบ ฝากถึงคนไทย!! ผมยังอยู่กับลูกน้อง คิดถึงประชาชน ขอรับใช้แผ่นดินเกิด

(28 ก.ค. 68) ภายหลัง กัมพูชามีการรายงานและเผยแพร่ถือรูปทหารถือภาพพลโทบุญสิน พาดกลางแม่ทัพภาคที่2 พร้อม ข้อความ RIP นั้น ล่าสุดพลโทบุญสิน อัดคลิปฝากข้อความถึงคนไทย โดยมีเนื่อหาระบุว่า …

"ผมพลโทบุญสิน พาคกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผมยังอยู่กับพี่น้องประชาชนและปัจจุบัน อยู่กับลูกน้องหน้าแนว อำนวยการรบอยู่ ผมมั่นใจว่าทหารไทยทำได้ และผมจะอยู่กับลูกน้องไปตลอด ผมไม่เป็นไร สบายดีทุกอย่าง และคิดถึงพี่น้องคนไทยทุกคน ขอบคุณครับ"

ทั้งนี้ ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ ฝากคำพูดจากใจถึงพี่น้องคนไทย ผมยังอยู่กับกำลังพล และพี่น้องคนไทยครับ ขอเวลาให้ผมรับใช้แผ่นดินเกิด ตามอุดมการณ์สักระยะครับ

'ลุงป้อม' ลั่น!! คน 2 ตระกูล ต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสีย เหตุสู้รบครั้งนี้ ชี้!! รัฐบาลอ่อนแอ เกิดความขัดแย้ง หนุน!! เจรจาสงบศึก ‘ไทย-กัมพูชา’

(28 ก.ค. 68) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาว่า 

ประชาชนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยต้องมาเสียชีวิตมากมาย ต้องถามดูว่าสองตระกูลนี้ทำอะไรกัน ต่อไปก็เป็นเรื่องที่สองประเทศต้องเจรจา เพื่อสงบศึกให้ได้โดยเร็ว

“กองทัพทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว เอาชีวิตเพื่อแลกกับอธิปไตย รักษาประเทศชาติเอาไว้ ทหารถูกฝึกมาเป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วงเรื่องการสู้รบ แต่ที่เป็นห่วงคือประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องมาเสียชีวิต ผมได้ให้กำลังใจทหารและประชาชนและส่งของไปให้แล้ว ก็ทำอย่างไรได้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นจากคนสองคน และคนสองตระกูลต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสียครั้งนี้” พลเอกประวิตร ระบุ

พลเอกประวิตร กล่าวด้วยว่า รัฐบาลอ่อนแอ ถ้ารัฐบาลไม่อ่อนแอ ประเทศชาติจะไม่เป็นอย่างนี้ และไม่เสียหายมากขนาดนี้ การปรับปรุง ต้องทำในทุกส่วนที่สำคัญ โดยเฉพาะกระทรวงต่างประเทศ สำหรับในส่วนของกำลังทหารเราต้องเข้มแข็งไม่อ่อนแอ ต้องมีอาวุธให้พร้อมถ้าเราไม่พร้อม เราก็ลำบากอีกแน่ ทั้งนี้จากที่เคยเป็นรัฐบาลมาไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้

‘ภูมิธรรม - ฮุน มาเนต’ เข้าร่วมประชุมไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ‘ไทย - กัมพูชา’ ณ บ้านพักอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ‘อันวาร์ อิบราฮิม’

(28 ก.ค. 68) การประชุมไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่จัดขึ้นที่บ้านพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียในเมืองปุตราจายา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 30 นาที โดยที่การประชุมดังกล่าวได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา 

นอกเหนือจากรักษาการนายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่เข้าร่วมการประชุมแล้วยังมีเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ และจีน ซึ่งทั้งสองประเทศต่างแสดงจุดยืนว่าต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง ก็เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

‘ฮุน มาเนต’ เผยผลเจรจา!! ที่มาเลเซีย ผ่านเฟซบุ๊ก หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข มีผลบังคับใช้เที่ยงคืนนี้

(28 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

#ฮุนมาเนต เผยผ่าน FB ถึงผลเจรจา #ไทยกัมพูชา

1. หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข มีผลบังคับใช้เที่ยงคืนนี้ นี่เป็นขั้นตอนสําคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพและความปลอดภัย

2. จัดการประชุมไม่เป็นทางการระหว่างผู้บัญชาการทหารชายแดน (ฝั่งไทย : ภาค 1 ภาค 2 / ฝั่งกัมพูชา : ภาค 4 ภาค 5) ในเวลา 07:00 น. ของวันที่ 29 ก.ค.2568 และยังคงจัดการประชุมกับกองประจําการและกองประจําการ นําโดยหัวหน้าอาเซียน หากมี คือข้อตกลงจากทั้งสองฝ่าย

3. จะมีการประชุม #GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป) ระดับ รมว.กลาโหมระหว่างไทยและกัมพูชา วันที่ 4 ส.ค.นี้ ซึ่งกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ
พร้อมย้ำว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้อตกลงการหยุดยิงระหว่างกองทัพกัมพูชากับกองทัพไทยเป็นพื้นฐานสําคัญในการสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันและการปรับปรุงสถานการณ์สู่ความปกติในอนาคต”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top