Thursday, 5 November 2026
โรงกลั่น

เอาแล้ว!! ‘กรณ์’ ถาม รมว.พลังงาน ทำไม ปตท.บริจาคแค่ 3 พันล้าน ชี้ยังห่างไกลสัญญาที่ให้ไว้ 2.4 หมื่นล้านอีกหลายเท่า จี้ปรับโครงสร้างราคาแก้ปัญหาน้ำมันแพง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เพซบุค ตั้งคำถามนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน ที่เคยอ้างว่าได้รับเงินบริจาคจากโรงกลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน 24,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงว่า อย่าหาว่าอะไรเลย แต่ ปตท. บริจาค 3,000 ล้านบาทนี่ นอกจากจะห่างไกล 24,000 ล้านบาทที่ท่านรัฐมนตรีฯ เคยอ้างว่าได้รับแล้ว การทำแค่นี้ ต้องไม่เป็นคำตอบสุดท้ายเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเพง อย่างไรก็ตามก็หวังว่า จะเป็นก้าวแรกสู่การปรับโครงสร้างราคา เพื่อลดภาระให้ประชาชน

“การแก้เชิงโครงสร้างทำได้โดยลดค่าการกลั่น เพราะ ค่าการกลั่นยังสูงกว่าระดับที่ควรอยู่อย่างน้อย 3 บาท ต่อลิตร และ ค่าการตลาด เบนซินสูงกว่าระดับมาตรฐานอยู่เท่าตัว หากลดสองตัวนี้ได้ ประชาชนจะใช้น้ำมันถูกลงได้ทันที” หัวหน้าพรรคกล้ากล่าว

ลูกจ้างผู้รับเหมาช่วงโรงกลั่น TOP ถูกลอยแพ จากเหตุผู้รับเหมาหลักเบี้ยวไม่จ่ายค่าแรง

(18 ต.ค. 67) จากกรณีที่สหพันธ์ผู้รับเหมาโรงกลั่น TOP โครงการพลังงานสะอาด CFP (Clean Fuel Project โรงกลั่นน้ำมันใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่เกิดจากการรวมตัวของ 24 บริษัทผู้รับเหมาช่วงไทย ได้ร่วมกันแถลงถึงผลกระทบที่เกิดจากการจ่ายเงินงวดของผู้รับเหมาหลัก ที่ล่าช้าต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน จนส่งผลกระทบ ต่อทั้งนายจ้างและแรงงานกว่า 2 หมื่นชีวิต พร้อมประกาศเดินเท้ายื่นหนังสือชี้แจงความเดือดร้อน 

รวมทั้ง ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้เจ้าของโครงการฯ แสดงความชัดเจนในการเจรจากับบริษัทผู้รับเหมาหลัก เพื่อให้นำเงินที่ได้รับ ออกมาจ่ายค่างวดงานให้กับผู้รับเหมาไทย ก่อนที่สายป่านทางการเงินจะขาด จนต้องลอยแพแรงงานกว่า 20,000 คน

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ ( 18 ต.ค.) นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางมายังบริเวณโค้งด้านหน้าโรงเรียนบุญจิตวิทยา ซึ่งเป็นจุดนัดรวมตัวของตัวแทนนายจ้างและแรงงานจาก 24 บริษัทผู้รับเหมาช่วงไทย เพื่อร่วมเดินเท้าไปยื่นหนังสือต่อผู้บริหารโครงการพลังงานสะอาด ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  

ขณะที่รูปแบบการเดินขบวนจะแบ่งเป็น 2 เส้นทางคือ ขบวนแรกได้ออกเดินจากประตู 1 โครงการพลังงานสะอาดฯ ไปยังป้ายสามเหลี่ยมด้านหน้าโครงการฯ

ส่วนขบวนที่ 2 เดินเท้าจากโรงเรียนบุญจิตวิทยา ไปยังป้ายสามเหลี่ยมหน้าโครงการฯ เพื่อร่วมบูม PAY PAY PAY เรียกร้องให้ผู้รับเหมาหลักจ่ายเงินงวด  

ทั้ง 2 ขบวน จะมีผู้ร่วมเดินเท้ามากกว่า 3,000 คน โดยจะมีทั้งผู้บริหารบริษัทรับเหมาช่วง และแรงงาน ที่พร้อมใจกันสวมใส่หมวก safety และเสื้อยูนิฟอร์มถือธงสัญลักษณ์ของแต่ละบริษัท รวมทั้งป้ายข้อความต่างๆ อาทิ คนจ่ายใจลอย คนคอยใจจะขาด , รอเงินจาก 10,000 บาทจากรัฐ ยังดูมีความหวังกว่ารอเงินจาก ...,  คนไทยตกงาน บริษัทต่างชาติไม่จ่ายเงิน หรือแม้แต่การระบุชื่อ 3 ผู้ร่วมทุนบริษัทรับเหมาหลักต่างชาติ พร้อมเรียกร้องให้จ่ายเงิน ฯลฯ  

ระหว่างเดินทางยังจัดทีมการ์ดของแต่ละบริษัทช่วยเคลียร์เส้นทาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ปิดท้ายขบวนด้วยทีมแม่บ้านที่จะช่วยทำความสะอาดจุดที่เดินผ่าน เพื่อลดความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

ส่วนเนื้อหาบางตอนที่ระบุในจดหมายซึ่งยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้บริหารโครงการพลังงานสะอาด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระบุว่า

“ปัจจุบันผู้รับเหมาช่วงไทย กำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากการที่ผู้รับเหมาหลักค้างชำระค่าจ้างก่อสร้าง แม้ว่าผู้รับเหมาช่วงได้ส่งมอบงานตามสัญญาเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นผลงานตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2567 รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท และได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทผู้รับเหมาช่วงกว่า 100 กว่าราย และแรงงานกว่า 10,000 คน

นอกจากนี้ ผู้รับเหมาช่วงบางรายยังจำเป็นต้องดำเนินงานต่อโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จนทำให้เกิดภาวะขาดสภาพคล่องเป็นระยะเวลายาวนาน โดยยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือความช่วยเหลือที่เพียงพอจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้การค้างชำระค่าจ้างก่อสร้างดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงในวงกว้างทั้งความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เนื่องจากโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน เป็นโครงการสำคัญที่จะเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศการล่าช้าหรือหยุดชะงักของโครงการจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนพัฒนาพลังงานในระยะยาว

และยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานกว่าหลายพันคนและครอบครัวที่ถูกเลิกจ้างและที่กำลังจะถูกเลิกจ้างสถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมที่รุนแรงในวงกว้าง เช่น การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม หรือปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน รวมทั้งความเชื่อมั่นต่อเจ้าของโครงการในไทย ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทางอ้อมในอันดับต้นๆ และอาจส่งผลกระทบระยะยาวในอนาคตฯลฯ ”

และยังได้มีการเรียกร้องให้ภาครัฐ และผู้ถือหุ้นทางอ้อมของเจ้าของโครงการ หาแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในการบรรเทาความเดือดร้อนและรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่าย เพื่อประคองให้โครงการดำเนินต่อไปได้

รวมทั้งขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การค้างชำระค่าจ้างผู้รับเหมาช่วงในโครงการ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความสำเร็จของโครงการ และจัดหามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน สำหรับกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วง รวมถึงแรงงานที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของแรงงานและครอบครัว

ที่สำคัญยังขอให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการจ่ายค่าตอบแทนที่ค้างชำระ โดยอาจพิจารณาใช้มาตรการช่วยเหลือทางกฎหมายหากจำเป็น

ลดภาษีน้ำมัน แต่โรงกลั่นยิ่งรวย?! ชำแหละราคาน้ำมันไทยอิงสิงคโปร์ ส่วนต่างดีเซลกับน้ำมันดิบพุ่งจาก 32 เป็น 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐควรกำหนดเพดานราคาแทนใช้เงินกองทุน เปรียบเทียบสงครามราคาน้ำมันปี 65 กับ 69

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ  ได้กล่าวว่า…

“การลดภาษีน้ำมัน (ทั้งที่ยังอ้างอิงราคาขายที่สิงคโปร์) = ทำให้โรงกลั่นรวย”

รัฐควรกำหนดเพดานราคาเบนซิน–ดีเซล แทนการใช้เงินกองทุนฯ-ภาษี ที่ถมเท่าไรก็ไม่พอ

เทียบสงครามยูเครนในปี 2565 กับสงครามอิหร่านในปีนี้ 2569

กรณีปี 65 น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 94.71 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนดีเซลสำเร็จรูปที่สิงคโปร์ (MOPS) อยู่ที่ 126.64 เหรียญ ส่วนต่างราว 32 เหรียญ แต่พอมาถึงปี 69 ราคา ณ 22 ตุลา น้ำมันดิบดูไบอยู่ 108.62 ส่วนดีเซลสิงคโปร์พุ่งไป 170.70 ส่วนต่างเพิ่มขึ้นราว 63 เหรียญ เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว โรงกลั่นกำไรมหาศาล เพราะไทยเราอิงราคาขายที่สิงคโปร์ ไม่ได้อิงตามต้นทุนราคาน้ำมันดิบ

ไทยกลั่นน้ำมันดิบวันละ 1 ล้านบาร์เรลเท่าสิงคโปร์ แต่สิงคโปร์เป็น City State ประเทศเล็กกว่ากรุงเทพฯ ครึ่งหนึ่ง ตลาดส่วนใหญ่คือส่งออกจึงต้องทำกลไกให้ราคาขายสูงเพื่อทำกำไรเข้าประเทศ เช่นเดียวกับมาเลเซียที่เน้นส่งออก ราคาหน้าปั๊มต้องสูง อย่างโครงการBUDI ของมาเลเซีย ถ้าใช้บัตรประชาชนเติมดีเซลจะได้โควตา 300 ลิตรต่อเดือน ในราคา 16 บาท เท่านั้น ส่วนไทย เราขายในประเทศมาก โครงสร้างราคาควรทำต่างวิธีกัน

แล้วจะแก้ยังไง? ต้องให้กระทรวงพาณิชย์ใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการควบคุมราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 (เดิมกระทรวงพลังงานแยกออกมาจากกระทรวงพาณิชย์ ปี 45) เครื่องมือตัวนี้จึงอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ “น้ำมันถูกประกาศเป็นสินค้าควบคุม” นานแล้วแต่ไม่เคยประกาศอัตราราคาเพราะมติ ครม. ปี 2534 บอกให้เป็นเสรี บัดนี้ควรถึงเวลาประกาศอัตราราคา เบนซินและดีเซลได้แล้ว

การใช้เงินกองทุนหรือภาษีมาอุ้มน้ำมัน ใช้เท่าไรก็ไม่พอ ถ้ายังปล่อยโรงกลั่นไทยทำกำไรขายในราคาสิงคโปร์

ที่มา : https://www.facebook.com/reel/2321784521694406


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top