Thursday, 4 June 2026
แม่ทัพภาคที่4

ปัตตานี - 'บิ๊กยูร' แม่ทัพภาคที่ 4 ได้พบสื่อในพื้นที่ปัตตานีเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย และแผนการปฏิบัติงาน ในการขับเคลื่อนงานสันติสุขพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ปี 2569

ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน (14 ต.ค. 68) เวลา 09:30 น. ที่สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารราบที่ 15 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติงาน และแถลงแผนขับเคลื่อนการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาจากหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมรับมอบนโยบายอย่างพร้อมเพรียง

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าว แถลงนโยบายว่า “ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้ความสนใจและร่วมติดตามแนวทางการขับเคลื่อนงานของกองทัพภาคที่ 4 และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในการดำเนินงานเสริมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

การประชุมในวันนี้ เป็นการกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันของทุกหน่วย เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจในปี 2569 มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสานต่อนโยบายเพื่อสันติสุข เสริมสร้างความต่อเนื่อง และดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง ตลอดจนการพัฒนาทุกมิติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ ยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสันติสุขอย่างแท้จริง โดยมีพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และมีการบูรณาการประสานสอดคล้อง ตลอดจนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งต่อยอดและสานต่อโครงการ ตลอดจนแนวนโยบายต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างประโยชน์และความสุขให้กับพี่น้องประชาชน โดยสิ่งแรกที่จะเป็นสารตั้งต้น และเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน นั่นคือ ความสามัคคีของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ มีความปรารถนาสูงสุด คือ การสร้าง ‘สันติสุขอย่างยั่งยืน’ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญให้การพัฒนาในทุกมิติของจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง” 

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “นอกจากนี้จะดำเนินการในเรื่อง การรักษาความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครู พระภิกษุ และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชนและภาคประชาสังคม เพื่อให้ทุกการปฏิบัติดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมายเดียวกันอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม พร้อมทั้งได้เน้นย้ำ ให้เพิ่มความเข้มงวดด้านการข่าว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการก่อเหตุรุนแรงในทุกมิติ รวมทั้งปรับปรุงแผนการรักษาความปลอดภัยของฐานปฏิบัติการ ให้มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินงานด้านการเมือง ควบคู่ไปกับภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชน การคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของพี่น้องในพื้นที่ และการประสานความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคศาสนา ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดพลังร่วมในการขับเคลื่อนสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน 

“บิ๊กยุร” ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ท่านใหม่ ซึ่งตนเองก็ได้ติดตามข่าวสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ซึ่งตนก็ได้เน้นย้ำว่า “สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ เราจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง ทำให้ประชาชนนั้นรู้สึกปลอดภัย ยังคงให้ความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขในทุกพื้นที่ จึงเน้นให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐานความพร้อมสูงสุด ทั้งในด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการประสานงาน เพื่อให้สามารถตอบสนอง ต่อสถานการณ์ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ 

ขณะเดียวกันทาง แม่ทัพพภาคที่4 ก็ยังได้กล่าวขอบคุณ ทุกหน่วยงาน รวมถึงกำลังพล และประชาชนในพื้นที่ ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า “ความร่วมมือของทุกภาคส่วน คือพลังสำคัญที่จะนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมให้การต้อนรับ ฮาบีบ อูมัร อิบนีมูฮำหมัด ผู้นำจิตวิญญาณมุสลิมโลก เยือนอาเซียนและประเทศไทย พร้อม ลงพื้นที่ จชต.

ผู้สื่อข่าวรายงาน (วานนี้) วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพมหานคร  พลโท นรธิป โพยนอกแม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ร่วมให้การต้อนรับ ผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ฮาบีบ อุมัร มูฮัมหมัด ซาเล็ม บิน ฮาฟิส ผู้สืบเชื้อสาย จากท่านศาสดา นบี มูฮัมหมัดแห่งศาสนาอิสลามลำดับที่ 33  ผู้นำจิตวิญญาณของพี่น้องมุสลิมอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศเยเมน และคณะ ในโอกาสมายืนประเทศไทย ในฐานะแขกของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามและนำคณะ ผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ฮาบีบ อุมัร มูฮัมหมัด ซาเล็ม บิน ฮาฟิส ผู้สืบเชื้อสายจากท่านศาสดา นบี มูฮัมหมัดแห่งศาสนาอิสลามลำดับที่ 33  ผู้นำจิตวิญญาณของ  พี่น้องมุสลิมอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศเยเมน  

ในการนี้ได้เข้าเยี่ยมนาย อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีและพบปะผู้นำศาสนาอิสลาม ประจำสำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำกิจการ
ด้านศาสนาอิสลามในประเทศไทย เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านศาสนาอิสลามร่วมกัน


ทั้งนี้ ผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ฮาบีบ อุมัร มูฮัมหมัด ซาเล็ม บิน ฮาฟิส ผู้สืบเชื้อสายจากท่านศาสดา นบี มูฮัมหมัด แห่งศาสนาอิสลามลำดับที่ 33 ผู้นำจิตวิญญาณของพี่น้องมุสลิมอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศเยเมน และ โดยคณะมีหมายกำหนดการ เยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างวันที่ 21 -23 ตุลาคม 2568  ซึ่งการมาเยือนของผู้นำศาสนาระดับโลก จะเป็นผลดีต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จะได้ทำความเข้าใจในหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง ผ่านผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ที่ทุกคนยอมรับและเคารพนับถือ

นราธิวาส-มทภ.4 ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49 เน้นย้ำ กำลังพลปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท เตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ในพื้นที่ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมประชุมและรับฟังชี้แจงการปฏิบัติงานที่สำคัญ พร้อมรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี พันเอก ณัฏฐพล สุนทรนนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 พร้อมด้วยผู้บังคับกองร้อยฯ และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและร่วมการประชุม

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหารือแนวทางแก้ไขการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้มีการปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งได้นำนโยบายการปฏิบัติ 8 กิจสำคัญตามนโยบายกรอบของแนวทางขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ เพื่อยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน 

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึง ปฏิบัติภารกิจเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่ชุมชนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top