Thursday, 4 June 2026
แม่ทัพภาคที่4

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ศรีสาคร

(4 ก.พ. 68) เวลาประมาณ 09.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ทะเบียน กฉ-4006 ยะลา ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถของ สภ.ศรีสาคร บ้านซากอ ตำบลศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของ จ.ส.ต.ซุลกิฟลี เจ๊ะมามะ อายุ 32 ปี โดยเมื่อคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 จ.ส.ต.ซุลกิฟลีฯ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดไว้ในที่จอดรถของบ้านพักส่วนตัวของตนเอง แล้วเข้าไปพักผ่อนในบ้าน ซึ่งมีผู้พักอาศัย คือ จ.ส.ต.ซุลกิฟลีฯ ภรรยา และลูกอีก 2 คน รวม 4 คน ช่วงเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จ.ส.ต.ซุลกิฟลีฯได้ขับรถไปส่งลูกโรงเรียน และส่งภรรยาไปทำงานที่โรงพยาบาล จากนั้นนำรถมาจอดไว้หน้า สภ.ศรีสาคร โชคดีที่ระเบิดทำงานขณะที่ไม่มีใครอยู่ภายในรถ คาดว่าผู้ก่อเหตุนำระเบิดมาซุกไว้บริเวณท้ายรถหลังบังโคลนระหว่างซุ้มล้อ เบื้องต้น สภ.ศรีสาคร ได้กั้นบริเวณที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านของ จ.ส.ต.ซุลกิฟลีฯ และบริเวณเส้นทางที่สามารถเข้าออกบ้าน จ.ส.ต.ซุบกิฟลีฯ ต่อไป

ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อทราบเหตุได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุในทันที โดยเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์เหตุลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ศรีสาคร ภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ให้มากขึ้น และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส บุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร.1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดกิจกรรม 'Open House เปิดประตูสู่สถาบันศึกษาปอเนาะ' ยกย่องเป็นต้นแบบการศึกษา สานพลังสร้างสันติสุขชายแดนใต้

เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.68) เวลา 11.00 น. ที่สถาบันศึกษาปอเนาะแสงอรุณศาสตร์ หมู่ที่ 3 ตำบลฆอเลาะ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “Open House เปิดประตูสู่สถาบันศึกษาปอเนาะ” ภายใต้โครงการ “ปอเนาะสานใจ สู่การพัฒนา” โดยมีผู้นำภาครัฐ ภาคศาสนา และภาคประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนรับรู้บทบาทของสถาบันศึกษาปอเนาะในการส่งเสริมการเรียนรู้ ศาสนา วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นเวทีให้เยาวชนและผู้เรียนได้แสดงความสามารถและศักยภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จากสถาบันศึกษาปอเนาะในอำเภอแว้ง และพื้นที่ใกล้เคียง

นายภิญญา รัตนวรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สถาบันศึกษาปอเนาะแสงอรุณศาสตร์เป็นแบบอย่างของการจัดการศึกษาคุณภาพ มีบทบาทเด่นทั้งด้านการเรียนการสอนและการพัฒนาท้องถิ่น ได้รับรางวัลหลายรายการ และได้รับการคัดเลือกเป็นสถาบันนำร่องภายใต้โครงการ “ปอเนาะสานใจ สู่การพัฒนา” โดยกิจกรรม Open House ครั้งนี้ถือเป็นการสื่อสารและสร้างความเข้าใจในบทบาทของสถาบันปอเนาะในสังคมร่วมสมัย โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่ร่วมกันสนับสนุนการจัดการศึกษา การสร้างอาชีพ และโอกาสในอนาคตให้แก่ผู้เรียน

ด้าน พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า รู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยี่ยมเยียนและพบปะโต๊ะครูของสถาบันแห่งนี้ พร้อมยกย่องสถาบันศึกษาปอเนาะแสงอรุณศาสตร์ว่าเป็นปอเนาะต้นแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

“กิจกรรม Open House ครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีในการเปิดบ้านแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างความเข้าใจระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน และขอยืนยันว่า กองทัพบก โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 จะสนับสนุนและเสริมสร้างพลังให้กับภาคประชาชน ภาคการศึกษา และภาคศาสนา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมชายแดนใต้ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” พลโท ไพศาล ฯ กล่าว

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย จังหวัดนราธิวาส

(2 มิ.ย. 68) พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน ณ กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ในการนี้ พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วย พันเอก กำธร ศรีเกตุ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ และกำลังพล ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านการข่าวในพื้นที่ และรายงานผลการปฏิบัติงานตามภารกิจสำคัญ ทั้งในส่วนของการรักษาความมั่นคงตามนโยบายของผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และการป้องกันชายแดนตามพันธกิจ 5 ประการ ได้แก่ การเฝ้าตรวจและป้องกันพื้นที่ชายแดน, การเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน, การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่, การประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และการติดตามข่าวสารและสถานการณ์สำคัญจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามผลการดำเนินงานตามภารกิจเร่งด่วน 5 ด้านของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แก่ การควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย,การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด, การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม, การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง, การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้มาตรการที่รัดกุมเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด พร้อมเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน

📍 ทั้งนี้ ได้ฝากข้อคิดและให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติงานให้มีความพร้อม มุ่งมั่นในการดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งความเสียสละ บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่สุไหงโก-ลก ย้ำทุกหน่วยเฝ้าระวังเข้มช่วงใกล้วันฮารีรายอ

 

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และผู้บังคับบัญชาหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส การลงพื้นที่ครั้งนี้ ครอบคลุมการตรวจเยี่ยม 3 จุดตรวจหลัก ได้แก่ ด่านตรวจบ้านน้ำตก จุดตรวจสุไหงวัสดุ (จุดตรวจที่สร้างใหม่หลังเหตุการณ์ยิงหน้าอำเภอ) และด่านตรวจบุญยลาภ พร้อมทั้งตรวจติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรที่มีประชาชนจำนวนมากจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้ามายังประเทศไทย โดยบรรยากาศบริเวณด่านศุลกากรเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยพี่น้องประชาชนจากฝั่งมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติ เนื่องในโอกาสใกล้เทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัฎฮา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบเอกสารการเข้าออกอย่างเข้มงวด และเน้นย้ำการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกหน่วยในพื้นที่

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสำคัญเช่นนี้ ประชาชนจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในและระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเคร่งครัด โดยได้สั่งการให้ทุกจุดตรวจใช้ความระมัดระวัง สังเกตสิ่งผิดปกติ รวมถึงเฝ้าระวังยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยที่อาจฉวยโอกาสกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ยังมีการเสริมมาตรการด้านเทคโนโลยี ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และด่านพรมแดน เพื่อช่วยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และใช้เป็นหลักฐานหากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน คือหัวใจสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ความสงบจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง

-แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจทหารพรานบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดที่นราธิวาส ย้ำเร่งช่วยเหลือ-ติดตามตัวคนร้าย

(15 มิ.ย. 68) เวลา 09.00 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.4916 ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ม.2 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และเสียชีวิต 1 นาย ได้แก่ อส.ทพ.ฮัมรู สะมะแอ ส่วนผู้บาดเจ็บ อส.ทพ.อับดุลรอมัน จิใจ ,อส.ทพ.อังศกร สุขสมาน ,อส.ทพ.อินทรี โตมร ,อส.ทพ.ศราวุฒิ เลี่ยนเส้ง ,อส.ทพ.นันทวัฒน์ รงรักษ์ อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์อย่างใกล้ชิดและอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำกระเช้าเยี่ยมจาก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และเงินบำรุงขวัญมอบให้ผู้บาดเจ็บ พร้อมสอบถามเหตุการณ์และกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญ เสียสละของกำลังพล และย้ำว่า รัฐบาลและผู้บังคับบัญชาทุกระดับพร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และการดูแลฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์ นำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสผ่านสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันเดินหน้าดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.นราธิวาส เร่งขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำลังตำรวจนราธิวาสที่บาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ขณะตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายสากอ-แว้ง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จำนวน 6 นาย ขณะนี้ทุกนายพ้นขีดอันตรายและอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนี้ 

1. ว่าที่ร้อยตำรวจตรี วุฒิชัน แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
2. ดาบตำรวจ จิระ จุลนิล มีบาดแผลบริเวณใบหู แก้ม ปวดหัว แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
3. ดาบตำรวจ มะซากี มามุ มีบาดแผลบนใบหน้า ปากเย็บ แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
4. ดาบตำรวจ กูมหาเดร์  กูเง๊าะ  มีอาการแน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดีช่วยเหลือตัวเองได้
5. จ่าสิบตำรวจ ชายดี  เจ๊ะเปาะสู แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
6. สิบตำรวจตรี โมฮเซน อาลีโต๊ะมะ แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี

ในการนี้ พลโท ไพศาล  หนูสังข์ ได้สอบถามอาการผู้บาดเจ็บ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจ ขอให้ผู้บาดเจ็บทุกนายรักษาสุขภาพ ร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งโดยเร็ว ขอให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทีมแพทย์พยาบาล พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องสิทธิสวัสดิการให้เร็วที่สุด ยืนยันทุกภาคเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด พร้อมฝากทีมแพทย์ พยาบาล ดูแลใส่ใจใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหว ‘แก๊งขนอาวุธเถื่อน’ ข้ามแดนจากมาเลย์

(12 ส.ค. 68) พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน จ.นราธิวาส หลังมีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ลักลอบขนอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ไทย

จากนั้นได้ประชุมเร่งด่วนกับชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนสกัดกั้น เน้นปิดเส้นทางลำเลียง เพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมทำงานประสานกับหน่วยความมั่นคงของมาเลเซีย

แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่าการควบคุมพื้นที่ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลข่าวกรองนำการทำงาน เพื่อไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงเพิ่มศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ

สำหรับ แผนปฏิบัติจะมุ่งประเมินเส้นทางลำเลียง จุดซ่อนต่างๆ และพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบ พร้อมเตรียมมาตรการตอบสนองทันทีหากพบความพยายามเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าสู่ประเทศ

นราธิวาส - แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหวขนอาวุธข้ามแดน เร่งประชุมวางแผนสกัดกั้นเข้ม

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนทางอากาศเหนือพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดนจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับฝ่ายอำนวยการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานและปรากฏภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ลักลอบขนย้ายอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ชายแดนไทย

การบินสำรวจในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อประเมินเส้นทางลำเลียง การซ่อนเร้น และจุดเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนอาวุธ พร้อมตรวจสอบความหนาแน่นของพื้นที่ป่า การตั้งฐานที่มั่นของหน่วยลาดตระเวน และความพร้อมของจุดตรวจชายแดน

ภายหลังภารกิจทางอากาศ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมเร่งด่วนกับ ชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการสกัดกั้นในพื้นที่สำคัญ เน้นการปิดเส้นทางลำเลียง การเพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน และการทำงานประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นตัวขับเคลื่อนแผนปฏิบัติ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีโอกาสเสริมศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ ได้

ปัตตานี-แม่ทัพไพศาล จัดพิธีการส่งมอบตำแหน่งหน้าที่ ในการเข้ามาแก้ไขปัญหา จชต. ส่งไม้ต่อให้ “บิ๊กยูร” พลตรี นรธิป โพยนอก เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า (คนที่ 30)       

(30 ก.ย.68) ที่ศาลาพิณประเสริฐ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านเก่า) ซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นเป็นที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ได้กระทำพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้แก่ พลตรี นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านใหม่) โดยมีพิธีถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในค่ายสิรินธร การส่งมอบธงประจำหน่วย และเอกสารรับ–ส่งหน้าที่อย่างสมเกียรติ ท่ามกลางผู้บังคับบัญชาระดับสูง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง หัวหน้าส่วนราชการ และกำลังพลในสังกัดเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านเก่า) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้กองทัพภาคที่ 4 ดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีในฐานะสถาบันหลักด้านความมั่นคงของภาคใต้ ได้สนองพระเดชพระคุณ ทำหน้าที่ปกปักรักษาความมั่นคงของประเทศชาติ และพิทักษ์รักษาพระบรมราชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ จนเป็นที่เชื่อถือ ศรัทธา และเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด

ด้าน พลตรี นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านใหม่) กล่าวน้อมรับหน้าที่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมยกย่อง พลโท ไพศาล หนูสังข์ ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นทหารอาชีพผู้มีอุดมการณ์มั่นคง ทุ่มเท เสียสละ และได้วางรากฐานให้กองทัพภาคที่ 4 มีความแข็งแกร่งและสง่างาม สมศักดิ์ศรีทหารอาชีพ ซึ่งจะยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ นำพากำลังพลทำงานด้วยความสามัคคี เพื่อเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของภาคใต้ และจะสานต่อนโยบายอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทั้งนี้ พลตรี นรธิป โพยนอก เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 เริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งรองผู้บังคับชุดรบพิเศษ กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 2 ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพกำลังพล การใช้กำลังพลและยุทธปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเคยคุมหน่วยสำคัญในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานทั้ง 5 จังหวัด ปฏิบัติงานด้านการป้องกันอธิปไตยชายแดน การปราบปรามยาเสพติด การป้องกันอาชญากรรม การพัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงการช่วยเหลือประชาชน จึงมีประสบการณ์รอบด้าน และพร้อมจะนำมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจจากประชาชนระดับรากหญ้า สู่ชุมชน และสังคม ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเร่งสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

สำหรับการสานต่อนโยบาย ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนงานสำคัญประจำปี 2569 จำนวน 5 ด้าน ได้แก่

1. งานด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย
2. งานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
3. งานด้านการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
4. งานด้านการสร้างความเข้าใจ
5. งานด้านบูรณาการด้านความมั่นคงและการพัฒนา

พร้อมทั้งนโยบายเฉพาะด้าน ได้แก่ การพัฒนากำลังพล การข่าว ยุทธการ และงานมวลชน–กิจการพิเศษ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจมีความต่อเนื่อง มุ่งสู่เป้าหมาย “พื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย” อย่างยั่งยืน

นราธิวาส- 'แม่ทัพภาค 4' 'ป้ายแดง' พลโท นรธิป โพยนอก เข้านมัสการ 'ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18' รวมทั้งเจ้าคณะ จ.นราธิวาส ก่อนพบปะ ปธ.ซาฟีอี เจ๊ะเลาะ และ คกก.อิสลามฯ เพื่อแนะนำตัวพร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติ เป้าหมายคืนความสันติสุข จชต. 

(5 ต.ค. 68) เวลา 09.00 น. พลโท นรธิป โพยนอก หรือ 'แม่ทัพยูร' แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งย้ายข้ามห้วยจากกองทัพภาคที่ 1 ลงมารับภารกิจ 'สยบไฟใต้' เดินทางพร้อมคณะฯ ได้แก่ พล.ต.กรกฏ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส และส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าพบผู้นำศาสนา ที่ จ.นราธิวาส ภารกิจแรก ได้เดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา ต./อ.สุไหงปาดี โดยได้เข้านมัสการ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ (อ่อน ทนฺตจิตฺโต) อายุ 87 ปี 67 พรรษา ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 และเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี พระผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยพุทธไทยมุสลิมในพื้นที่ โดยคำกล่าวของพระธรรมวัชรจริยาจารย์ เมื่อวันฉลองอายุวัฒนมงคล 7 ม.ค.68 ที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน  

“ขอบคุณทุกแรงกายแรงใจของทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการจัดพิธีในวันนี้ ดีใจมากๆ ที่ได้เห็นความความสมัครสมานสามัคคีของชาวไทยพุทธไทยมุสลิม เสมอมา ซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำหลายสายที่ไหลเวียนมาบรรจบกัน แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็นสายใยแห่งความผูกพันธ์และความปรองดองระหว่างชาวไทยพุทธไทยมุสลิมในสังคมพหุวัฒนธรรม ท่ามกลางความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก”

ทั้งนี้ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ เป็นพระนักปฎิบัติที่มีจริยวัตรที่ดีงาม ได้ส่งเสริมและสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฎิบัติ จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนทุกศาสนาในพื้นที่ ตลอดจนเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านอย่างล้นหลามอีกทั้งได้นมัสการ พระโสภณคุณาธาร เจ้าคณะ จ.นราธิวาส และเจ้าอาวาส วัดทองดีประชาราม หรือวัดท่านแดง อ.สุไหงโก-ลก 

จากนั้นเวลาประมาณ 10.30 น.วันเดียวกัน พลโท นรธิป แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 เดินทางพร้อมคณะฯ ไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส โดยได้เข้าพบปะ นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามฯ เพื่อแนะนำตัวพร้อมคณะทำงานฯ พร้อมทั้งได้หารือแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกมิติ เน้นปัญหาความมั่นคง รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เราตั้งใจมาเยี่ยมคารวะ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งในการพูดคุยครั้งนี้ได้หารือกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความสงบในพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น

"นโยบายของผมเองจริงๆ แล้ว ไม่มีนโยบายเฉพาะตัว แต่เป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้การดูแลพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืน ผมอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เราในฐานะข้าราชการของรัฐ จากทุกภาคส่วน จะเข้ามาดูแลให้พี่น้องทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทุกคนพร้อมขับเคลื่อนงานตามแนวทางของรัฐบาล เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศ”          


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top