Saturday, 5 April 2025
เสกโลโซ

'เสก โลโซ' ถวายพระสังกัจจายน์-เทียนพรรษา เป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวง ร. ๑๐ 

เสก โลโซ (ศิลปินนักร้องดัง) ถวายพระสังกัจจายน์หน้าตัก ๔๐ นิ้ว พร้อมถวายเทียนเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐ )

เมื่อวันที่  ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๗.๓๐ น ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดตระพัง ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ คุณวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ วิภากร พร้อมด้วยนักดนตรีและทีมงานรวมพลพรรคพวกเพื่อนฝูงร่วมถวายพระสังกัจจายน์หน้าตัก ๔๐ นิ้วและถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) 

มีพระปลัดจักรกฤษณ์ ขนฺติโก เจ้าอาวาสวัดตระพัง (เป็นประธานฝ่ายสงฆ์) ส่วนบรรยากาศพิธีถวายพระสังกัจจายน์หน้าตัก ๔๐ นิ้วและถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) ก่อนเริ่มพิธีมีทีมงานเสก โลโซ เพื่อนฝูงพี่น้อง ศิษย์ยานุศิษย์ ได้เดินทางมาที่วัดตระพังซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน 

‘เสก โลโซ’ ลั่น!! การเมืองมันห่วยแตก ขอมอบเพลง ‘เคยรักฉันบ้างไหม’ ให้คนที่อกหักทางการเมือง

เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ค.66 ที่สถานบันเทิงโรงเหล้ามิตรภาพโคราช ศิลปินร็อกรุ่นใหญ่ 'เสก โลโซ' หรือนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ต โดยมีผู้มารอรับชมจำนวนมาก

โดยช่วงก่อนจบการแสดง ร็อกสตาร์ชื่อดังได้กล่าวกับผู้ชมหลากหลายสถานะจำนวนหลาย 100 คนว่า...

“วันนี้เราจะเมานะครับเพื่อน อุทิศให้กับการเมืองที่มันห่วยแตกครับเพื่อน ๆ ครับ พูดมากไม่ได้ เดี๋ยวเขาจับไปขังอีก”

“ผมมีเรื่องที่จะพูดเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ถ้าพูดไปก็จะขัดความสนุกของเพื่อน ๆ เปล่า ๆ จะบอกว่า 14 ล้านเสียงของเรานั้น ไม่มีเหตุผลเลย ใช่ไหมครับ 14 ล้านเสียงคือประชาชน พูดต่อไปแม่งก็การเมืองมันห่วยแตก กินส้มตำใส่ปลาแดกเวิร์กกว่า (เป็นทำนองเพลง) จะร้องเพลงนี้ให้กับคนที่อกหักในการเมืองในวันนี้นะครับ เคยรักฉันบ้างไหม เพื่อน ๆ ครับ”

ท่ามกลางเสียงตบมือเป่าปากที่ 'เสก โลโซ' ได้สะท้อนความรู้สึกในภาวะการเมืองที่ไม่ปกติ

‘กานต์ วิภากร’ อวดแหวนเพชร 7 กะรัต ที่ ‘เสก โลโซ’ เปย์ให้ ลั่น!! โดนโกงมาจะร้อยล้านแล้ว ขอแปรสภาพเก็บแบบนี้ดีกว่า

(8 ส.ค.66) ปังไม่มีใครเกิน สำหรับ ‘กานต์ วิภากร’ ภรรยาสุดที่รักของร็อกเกอร์ดังอย่าง ‘เสก โลโซ’ ที่ล่าสุดได้เผยแหวนเพชรเม็ดโต น้ำหนัก 7 กะรัตเต็ม ๆ โดยเจ้าตัวได้บอกเล่าไว้ว่า

“ถอยอีกวง 7 กะรัตเต็ม ๆ วันเกิดสามี 7 สิงหา ก็ต้อง 7 กะรัต ส่วนราคาก็ไปคิดเอง มันเป็นการลงทุนและเก็บออม คิดอยู่ว่าจะถอยรถ BMW ไฟฟ้าไรนั้น เพราะมันโดนใจอย่างแรง หรือซื้อเพชร รถเต็มบ้าน เลือกเพชรดีกว่า

ที่สำคัญสามีซื้อให้ ฉลองวันเกิดตัวเอง5555 เพราะมันคือ 7 สวรรค์ชั้น 7 ร้านประจำ @petchchompoojewelry_ ดูแลดีจริง

เรื่องของเรื่อง ถูกโกงมาจะร้อยล้านแล้ว แปรสภาพเก็บแบบนี้จะโกงยากหน่อย ตามนี้เลยค่ะ”

‘เสก โลโซ’ ตามเฝ้าดูแล ‘กานต์’ อย่างใกล้ชิด หลังถูกหามส่งโรงพยาบาล จากอาการวูบหมดสติ

(28 ส.ค. 66) ทำเอาแฟนคลับแห่ให้กำลังใจกันยกใหญ่ เมื่อ ‘กานต์ วิภากร’ ภรรยานักร้องดัง ‘เสก โลโซ’ ต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังมีอาการวูบหมดสติกลางตึก

ล่าสุด ‘เสก โลโซ’ ได้โพสต์ภาพของภรรยาขณะนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความว่า “กานต์ป่วยอีกแล้ว” และหลังจากนั้นทางด้านของ ‘กานต์ วิภากร’ ก็ได้มาอัปเดตอาการเพิ่มเติมในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า

“แอดมิดกลางดึก ร่างกายย้ำแย่จริงๆ อายุเยอะแล้วเราต้องทำงานให้น้อยลงจริงๆ เหรอเนี่ย แล้วใครจะทำละ ทั้งวูบบ่อยๆ ทั้งอ้วกทั้งเพลียทั้งเครียดสะสม ไม่รู้จะอยู่ทันได้เห็นความสำเร็จของลูกทั้ง 3 ไหม อันนี้แหละที่เรากังวลมาก เขา 3 คนคือชีวิตของกานต์ แม่รักเสือกวางลอนดอนและห่วงกังวลใจไปหมด ลูกรักของแม่!!”

ท่ามกลางแฟนคลับที่เข้ามาคอมเมนต์อวยพรให้กานต์หายป่วยไวๆ เป็นจำนวนมาก

‘เสก โลโซ’ ยกลิขสิทธิ์เพลง ‘ก้าวให้ไกลกว่าเดิม’ เป็นของคนไทยทุกคน  ลั่น!! ‘นำไปร้องใหม่-เล่นในผับ-คัฟเวอร์’ ทำได้ตามสบาย ฟรีไม่เสียตังค์

เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 66) 'เสก โลโซ' นักร้องชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งแฟนคลับว่า “ผมขอมอบลิขสิทธิ์เพลงก้าวให้ไกลกว่าเดิมให้เป็นของประชาชนคนไทยทุกๆ คน ท่านสามารถนำไปร้องใหม่ บันทึกเสียงใหม่ เล่นในผับ คัฟเวอร์ ฯลฯ ได้เลยตามสบายครับ”

จากนั้นได้โพสต์ลิงก์มิวสิควิดีโอ พร้อมข้อความว่า “เพลงนี้เป็นเพลงของประชาชนคนไทยทุกคน ท่านสามารถนำไปขับร้องใหม่ บันทึกเสียงใหม่ นำไปคัฟเวอร์ ไปเปิด ไปเล่นในผับ ฯลฯ ฟรีเลยจ้าาา…”

โดยเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ‘เสก โลโซ’ ได้แต่งเพลงดังกล่าวขึ้น เพื่อให้กำลังใจพรรคก้าวไกล หลังพรรคเพื่อไทยแถลงฉีก MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาล พร้อมประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ซึ่ง ‘เสก โลโซ’ ได้ร้องสดให้กับแฟนคลับได้ฟังผ่านทางเฟซบุ๊ก กระทั่งล่าสุดมีการทำเป็นมิวสิควิดีโอ

เริ่มต้นด้วยความอกหักทางการเมือง แต่เดินเรื่องด้วยมุมรักเฉกปุถุชน บทเพลงจาก 'พี่เสก' ที่อาจเสกเพลงนี้ไปได้ไกลกว่า 'พรรคก้าวไกล'

หลังการเผยแพร่เพลง ‘ก้าวให้ไกลกว่าเดิม’ แบบไร้ลิขสิทธิ์ (None Copyright) ของ 'พี่เสก' คุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม ‘เสก โลโซ’ นั้น ถือเป็นความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเพลงไทย ซึ่งกำลังซบเซาอย่างถึงขีดสุด

ทว่า เราอาจจะต้องวางเหตุผลทางการเมืองสำหรับการฟังเพลงนี้ไว้สักหน่อย เพราะต่างก็ทราบกันดีว่าต้นกำเนิดของเพลงนี้กลั่นจากความอกหักส่วนตัวของคุณเสกเอง ต่อความล้มเหลวของพรรคการเมืองไทยที่ชื่อ 'ก้าวไกล'

แนวเพลงนี้ มาในทางจิ๊กโก๋อกหัก ซึ่งแกถนัด เพียงแค่ไม่ใช่ความอกหักแบบหนุ่มสาว แต่เป็นเรื่องรักคุดซึ่งมีที่มาจากความคาดหวังทางการเมือง

วงการศิลปะเรียกว่า 'Impressionism - ศิลป์ดลใจ'

พอเพลงขึ้นไปออนไลน์บน YouTube แล้ว ก็นับเป็นเพลงรักทั่วไป มิได้มีข้อความหรือท่อนเนื้อร้องใดเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างเปิดเผย (อย่างคาราบาวหรือก๊วนเพื่อชีวิตวงอื่นทำ) ซ่อนพรรณาถึงความเจ็บใจต่อสิ่งที่หวังไว้แล้วไม่เป็นจริง อาจหมายถึงผู้หญิง (เพราะคนร้องเป็นชาย) พูดถึงการทุ่มเทลงกับรัก แต่ไม่ได้แม้อะไรสะท้อนกลับให้เห็น แล้วก็สรุปเองว่าจะเดินจากลาด้วยคำ ‘ก้าวให้ไกลกว่าเดิม’ ซึ่งตรงกับคำ 'Move On' นั่นเอง

งานเพลงเชิงศิลปะแบบนี้ 'บ๊อบ ไดเลน' (Bob Dylan) 'ยูทู' (U2) 'บรู๊ซ สปริงทีน' (Bruce Springteen) 'จิม มอริสัน' (The Doors) หรือแม้แต่เจ้าพ่อแทรชเมทัล 'เมทัลลิกา' (Metallica) ต่างยึดถือเป็นสรณะนมนานตั้งแต่ก่อตั้งวง จนทุกคนที่กล่าวถึงล่วงเลยวัยแซยิดเกินสิบปีเข้าแล้ว ต่างพูดถึง 'รัก' บนภาพรวม รักโลก รักสังคม ก่นด่าความอยุติธรรม โดยในท้ายสุดก็ให้กำลังใจ มิได้เน้นเพียงรักปุบปับอย่างหนุ่มสาว

ไม่แปลกใจที่ 'เสก โลโซ' กำลังก้าวเดินตาม...

...แรงบันดาลใจที่พรรคก้าวไกลก้าวไปไม่ถึงฝั่งฝัน (ของคุณเสก) ส่งผลกระทบขนาดสร้างงานใหม่ขึ้นได้ในรอบหลายปี เรื่องนี้เป็นความอันต้องยินดีด้วยอย่างมาก

แต่ในฐานะนักฟัง ผมแค่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ผู้แต่งเพลงหลีกเลี่ยงจะใช้คำว่า 'ก้าวไกล' ตรงๆ โดยเขียนขยายให้เป็นเพียงคำกิริยาว่า ‘ก้าว (ให้) ไกล (กว่าเดิม)’ แล้วใส่อารมณ์ความรักหนุ่มสาวปนลงกับเนื้อเพลงเกือบ 99% เพื่อแหวกทางสู่ผู้ฟังส่วนใหญ่ (Mass Communication) ผู้มิได้สนใจใยดีกับพรรคการเมืองใด

ดังนั้น จึงการันตีได้เลยว่า งานชิ้นที่พี่เสกปั้นออกมานี้ จะคงอยู่ต่อไปเนิ่นนานพอๆ กันกับเพลงระดับขึ้นหิ้งใจที่บอกเล่าเรื่องราวคล้ายๆ กัน อาทิ ซมซาน, ฝนตกที่หน้าต่าง, เคยรักฉันบ้างไหม, รอยยิ้มนักสู้, ผู้ชนะ

หรืออย่างน้อยก็อยู่ได้นานเกินกว่าพรรคการเมืองที่พี่เสกเชียร์อยู่แน่นอน...

‘เสก โลโซ’ เปิดภาพบทเรียนราคาแพง หมดเงินไปร้อยล้าน เพื่อทำเครื่องดื่มชูกำลัง

(24 เม.ย.67) เสก โลโซ หรือ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย ร็อกเกอร์ดัง ได้โพสต์ภาพ เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์โลโซดี ซึ่งเสกเคยลงทุน ผลิตขายอยู่ในขณะหนึ่งก่อนจะหยุดจำหน่ายไป พร้อมระบุว่า “ถ้าโลโซดีสำเร็จ ตอนนี้เฮียเป็นเจ้าสัวไปแล้ว 555 **หมดเงินไปประมาณร้อยล้าน เป็นบทเรียนราคาแพงมาก…”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เหล่าแฟนคลับก็ได้เข้าไปให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง รวมถึง คิง ก่อนบ่าย ที่ระบุว่า “แต่โลโซไม่เคยตายไปจากใจครับ”

- คือเรื่องรสชาติ/คุณภาพสู้เจ้าอื่นได้สบาย แต่สิ่งสำคัญสุดคือการตลาดครับ
- ยี่ห้อ Loso ยังมีมูลค่ามหาศาลครับเฮีย
- เฮียทำเพลงดีกว่าครับ ‘ไม่ต้องปวดหัวดี’
- เสียดายครับ ผมว่าการตลาดกับแพ็กเกจจิ้งไม่ดี ไม่งั้นบูม บวกกับช่วงนั้นข่าวด้านลบเยอะคนเลยไม่สนับสนุน
- โลโก้ไม่โดนครับ
- ผมนี้เคยไปซื้อที่ร้าน 22 เลยครับหลายปีที่แล้ว

‘เสก โลโซ’ แนะพี่น้องร่วมวงการ อย่าหลงระเริง หาเงินทองมาได้ อย่าลืมเก็บออมไว้ใช้ตอนแก่

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย. 67) ‘เสก โลโซ’ ร็อกเกอร์ชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเพื่อนร่วมอาชีพ ระบุว่า…

“เป็นนักร้อง นักดนตรี นักแสดง เมื่อตอนมีชื่อเสียงหาเงินได้ต้องเก็บออมไว้ใช้ตอนแก่ เก็บไว้รักษาตัวตอนเจ็บป่วย อย่าหลงระเริงกับชื่อเสียงเงินทองนะทุกคน ด้วยรักและห่วงใยครับ…”

โดยมีคนเข้าไปกดไลก์ชื่นชมจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เช่นว่า

- ไอดอลมาตลอดค่ะ
- เฮียผ่านมาแล้วจึงบอกต่อ
- จริงที่สุดค่ะ
- เอาประสบการณ์ตัวเองมาสอนน้องๆ ดีมากเลยเฮียเสก

- จริงครับยิ่งทุกวันนี้หาเงินยากมากครับ
- จริง เห็นมามากมายแล้ว
- ทุกอาชีพค่ะยามมีต้องเก็บออมตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ

- เฮียพูดถูก…คำพูดเฮียใช้ได้กับทุกอาชีพและทุกคน…ตอนมีแรงทำงาน เก็บเงินไปเถอะ…อย่าไปคิดว่าเงินตราบใดที่ยังไม่ตายก็หาใหม่ได้…เพราะเราไม่รู้ว่าความเจ็บป่วยจะมาหาเราเมื่อไหร่และรุนแรงแค่ไหน…ใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทดีที่สุด มีมากเก็บมาก มีน้อยเก็บน้อย…ขอให้ได้เก็บ

- เงินทองได้มารักษาอย่างดี ชื่อเสียงที่มีหอมกรุ่นกาย หากแต่เราตาย..หาได้ไปเพื่อนเอ๋ย

‘พี่เสก’ เปิดใจ!! ใช้ชีวิต แบบ ‘ร็อกสตาร์’ มีทั้งดีทั้งร้าย รับ!! เคยเป็นพ่อที่แย่ แต่ตอนนี้เลิกทุกอย่างแล้วเพื่อครอบครัว

ร็อกสตาร์ระดับตำนาน ‘เสก โลโซ’ มาเปิดใจพร้อมลูกชาย ‘เสือ เสฏกานต์ สุขพิมาย’ และวงโลโซแบบยกทีม เผยถึงการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ 28 ปี LOSO We Are The Rock And Roll Concert ที่เป็นการรวมตัวกันในรอบหลายปี และเรื่องราวดราม่าของครอบครัวระหว่างพ่อลูก ตอนนี้เลิกทุกอย่างแล้วเพื่อครอบครัว ยอมรับอดีตเคยเป็นพ่อที่แย่มาก ลั่น! ยังรัก GMM อยู่เสมอ ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากกลับไปร่วมงานกับค่ายอีกครั้ง ในรายการ WOODY FM

>>อยากรู้ว่าตอนที่ยังเด็กแล้วรู้ว่ามีคุณพ่อเป็น ‘เสก โลโซ’ ใช้ชีวิตแบบไหน ต้องเจอกับเรื่องอะไรบ้าง ?

เสือ เสฏกานต์ : ตอนเล็ก ๆ ผมไม่ค่อยได้เจอพ่อเจอแม่ ผมโตมากับคุณยายคุณตา คุณพ่อก็ไปทัวร์บ่อยไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศบ่อย ตอนนั้นก็ยังไม่รู้เรื่องอะไร ตั้งแต่เด็กก็เลยไม่ได้สนิทอะไรกันมาก ซึ่งมันเป็นอะไรที่เก็บมาตั้งแต่เด็กครับ เรื่องการที่เรามีความห่างกันนิดหนึ่ง พอโตมาประถมก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าพ่อทำงานอะไร พ่อเป็นใคร ไปเล่นคอนเสิร์ตให้คนดูเยอะมาก ช่วงนั้นก็ได้ไปดูคอนเสิร์ตพ่อบ้าง ได้ไปทัวร์ต่างประเทศด้วย ไปยุโรป ไปอเมริกา ก็ได้ไปกับพ่อเกือบทุกงาน 

คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่านี่ก็คือชีวิตเด็กธรรมดาแบบนี้หรือเปล่า แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันก็ต่างจากชีวิตคนอื่นมากเลย พอเราโตมาเรื่อย ๆ ก็เห็นว่าอะไรเป็นอะไร งานเป็นยังไง ครอบครัวเป็นยังไง ที่โรงเรียนเพื่อน ๆ คุณครูก็ไม่มีใครมาคุยอะไรที่ทำให้ผมกระวนใจอะไร ผมว่าเขาก็คงรู้ว่าต้องมีการเว้นพื้นที่กันในการคุยเรื่องครอบครัวด้วยที่พ่อเป็น เสก โลโซ แต่พอโตมาเจอข่าวมันก็มีการเครียด กังวล เป็นห่วงครอบครัว เป็นห่วงพ่อแม่เป็นห่วงน้องด้วย ก็อดทนมาตลอดรู้ว่าครอบครัวก็อดทนมาตลอด สู้มาตลอด ผ่านปัญหาด้วยกันมาตลอด ก็รู้สึกดีมากที่มาถึงจุดนี้ได้

>>เคยมีวันหนึ่งไหมที่รู้สึกว่าเราอาจจะยอมแพ้ ?

เสือ เสฏกานต์ : มีอยู่แล้วครับ แต่ผมเป็นคนที่มีความคิดว่าทุกอย่างมันจะลงตัวเอง ผมเป็นคนที่รู้สึกว่าเราชอบที่จะปรับตัวกับทุกเหตุการณ์ ทุกสถานการณ์ครับ เป็นคนที่ปรับตัวได้ง่ายกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต มีช่วงที่ผมย้ายบ้านบ่อยเพราะเริ่มมีปัญหามันก็อาจจะเครียดนิดหน่อยครับแต่ว่ารู้สึกว่าผมปรับตัวได้ง่าย ก็ใช้ชีวิตต่อไป ทำหน้าที่ของเรา ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.ปลาย ก็โฟกัสกับการเรียน โฟกัสการเข้ามหาวิทยาลัย แต่เรื่องชีวิตมันก็เครียดคิดว่าอยากหนี ไม่อยากอยู่ในจุดนี้แล้ว ไม่อยากเป็นคนที่ทุกคนรู้จัก แต่ว่าด้วยมายเซ็ทของผม คิดว่าในที่สุดมันก็ต้องจบในทางที่ดี

>> ทำไมถึงตัดสินใจส่งลูกไปเรียนอินเตอร์?

เสก โลโซ : เขาอยากไปเรียน เขาเลือกโรงเรียนเองด้วยนะ แล้วเขาไปคนเดียวเลย พี่ไม่ได้ไปด้วยเลย วันที่จะไปเขามาขอตังค์พี่ ให้จ่ายค่าเทอมให้ เสือเขามาที่บ้านแล้วก็บอกว่าเขาจะไปเรียนที่อเมริกา วอชิงตัน ดี.ซี. พี่ก็น้ำตาซึมเลย จ่ายค่าเทอมเสร็จแล้วลูกก็บอกบ๊ายบาย แต่เสือไม่เห็นหรอก เขาไปอยู่ที่ต่างประเทศเก่งมากคนเดียว 3 ปีครึ่ง

>>อายุเท่าไหร่ครับ ?

เสือ เสฏกานต์ : ตอนนั้นก็ช่วงจบ ม.ปลาย อายุ 17-18 ครับ คิดไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากจะไปต่อมหาวิทยาลัยที่อเมริกา ไม่ก็อังกฤษ เพราะตอนสมัยเรียนพ่อก็พาไปเรียนที่อังกฤษ แล้วตอนนั้นพ่อก็ไปเรียนภาษาเหมือนกัน ก็เลยอยากจะใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ

>>พี่เสกเป็นคนที่เรียลมาก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพี่ก็เผชิญกับหลายเรื่อง ?

เสก โลโซ : เป็น 10 ปีที่หนักหน่วงมาก 

>>ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ก็มีหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหล้า ยา อะไรต่าง ๆ ที่วนอยู่ตรงนั้น เคยคิดไหมว่าฉันอยากจะออกจากตรงนี้?

เสก โลโซ : คือชีวิตร็อกสตาร์ ถ้าเป็นร็อกสตาร์จริง ๆ มันก็คล้าย ๆ กันนั้นแหล่ะ มีทั้งผู้หญิง มีทั้งยาเสพติด มีทั้งชื่อเสียงเข้ามาทั้งดี ทั้งร้ายนะครับ พี่ก็ผ่านมาหมดแล้ว ก็บอกตัวเองว่าเราเข้มแข็งพอที่จะเอาชนะมันได้ ซึ่งทุกวันนี้สะอาดมาก ดื่มเหล้าอย่างเดียว นอกนั้นไม่มีอะไรเลย บุหรี่ก็เลิกสูบ ไม่รู้เลิกสูบได้ไงก็ไม่รู้ เลิกสูบซิการ์หมดเลย เลิกมาน่าจะ 2 ปีได้แล้ว

>>เป็นอุทาหรณ์หรือเป็นตัวอย่างให้กับคนที่อยากเลิก พี่เลิกยังไง ?

เสก โลโซ : คือต้องเลิกให้กับครอบครัว แล้วก็ต้องกลับมาเป็นพ่อที่ดี เพราะว่าผมผ่านการเป็นพ่อที่แย่มาก่อน ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรให้เกี่ยวกับดนตรี เพราะรู้สึกว่าดนตรีอย่างเดียวที่จะนำเงินทองเข้ามา แล้วก็ส่งเสียลูกเรียนได้ พออยู่มาวันหนึ่งเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมแต่งงานกับคุณกานต์ 3 รอบแล้วนะ แต่งแล้วก็หย่า แต่งแล้วก็หย่า วู้ดดี้คิดดูสิ ไม่มีใครเป็นนะ อาจจะเป็นคู่แรกของโลกก็ได้ (หัวเราะ) แล้วก็มีความรู้สึกว่าตัวเองแย่มากพอมองกลับไป ในวันนี้รู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นที่เลิกทุกอย่างได้ แล้วก็มาเป็นพ่อที่เรียกว่าได้ดูลูกบ้าง เพราะปกติเขาต่อสู้มาด้วยตัวเอง ผมภูมิใจในความเป็นเสือมาก ที่เขามาเป็นนักร้องอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นแร็ปเปอร์

>>คุณพ่อเคยชมไหม ?

เสือ เสฏกานต์ : เคยครับ (หัวเราะ) ก็แนวนี้ครับ ก็พ่อลูกกันอ่ะครับ ไม่ได้มี Emotional ขนาดนั้น

>>ก็ต้องยอมรับว่ามีความคาดหวังเหมือนกัน เพราะเป็นลูกของ เสก โลโซ ?

เสือ เสฏกานต์ : มีคนถามบ่อยนะครับว่าเป็นเสือในตอนนี้รู้สึกกดดันไหม ผมกับพ่อคือเป็นพ่อลูกกัน แต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน แนวเพลงก็ต่างกัน ความชอบก็ไม่เหมือนกัน ผมชอบหลายแนว ร็อก ป๊อบ แร็ป แต่ที่ชอบจริง ๆ ก็คือ อยากทำเพลงแร็ป การที่ผมมาทำต่างจากพ่อ มันก็คือพาร์ตของมายเซ็ทหนึ่งที่คิดว่าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีความกดดันอะไร เพราะว่าเราไม่ได้ทำเพลงแนวแบบพ่อ ไม่ได้มีคาแรคเตอร์ มีลุคที่เหมือนพ่อ เราเป็นคนของตัวเอง บางทีผมก็เห็นคนมาบอกว่า ไม่เก่งเท่าพ่อเลย ไม่เห็นได้อะไรจากพ่อ ซึ่งผมก็โอเคเข้าใจ แต่ว่าก็ไม่ได้เก็บไปคิดอะไร เพราะว่าผมไม่ได้มีความหวังที่จะเหมือนพ่อ ที่จะเก่งเท่าพ่อ พ่อเป็นตำนานของไทย ของเอเชียเลยก็ได้ King Of Rock And Roll ความคิดของผมคืออยากจะทำเพลงให้ดี อยากทำเพลงให้คนได้ฟัง ได้มีอินสไปเรชั่นจากเพลง แต่ว่าผมไม่ได้มีความคิดที่อยากจะเป็นตำนานแบบพ่อ อยากจะเก่งที่สุด แค่อยากทำเพลงที่ผมชอบในแนวของตัวเอง ไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดอะไร

>>จากที่พี่เคยสดใสแฮปปี้แล้วมันไปดาร์กเกิดอะไรขึ้นในชีวิต มาจากเรื่องอะไรที่ทำให้เราตกลงไปในหลุม?

เสก โลโซ : พี่สนุกเกินไป ใช้ชีวิตแบบ Rock & Roll Star เพราะว่ามีเพื่อนเป็นโปรดิวเซอร์ระดับโลกเข้ามา มีเพื่อนเป็นนักดนตรีระดับโลกมาเล่นด้วยกันนะ ก็เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้เดือดร้อนใครแล้วก็ไม่อันตรายมาก แต่พี่คิดผิดที่เข้าไปสู่สิ่งเหล่านั้น แล้วก็ทำลายความสุขในครอบครัวไปมากทีเดียวเหมือนกัน พอมาวันนี้ก็รู้สึกว่าเราเอาชนะมันได้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้ออกมาจาก Sex, Drugs and Rock 'n' Roll

>>สมมุติว่ามีใครที่ติดในกับดักนั้นอีกพี่อยากจะแนะนำว่า ?

เสก โลโซ : ก็จะเตือน อยากแนะนำเลยว่าอย่าไปยุ่งนะ เพราะอันนี้อันตรายถึงชีวิตทีเดียว คือรอดได้ไม่กี่คน พวกฝรั่งที่เขารอดได้เพราะว่าไป Rehab แล้วก็ทำกิจกรรมอะไรเยอะแยะ เราก็ต้องออกมาแล้วก็ต่อสู้ด้วยตัวเอง ซึ่งพี่เองคือเอาชนะใจตัวเองได้ เพราะว่าเรามีครอบครัว ถ้าคนที่ไม่มีครอบครัวพี่คิดว่าลำบากนะ เพราะว่าไม่มีเป้าหมายว่าเราจะเลิกสิ่งนั้นเพื่ออะไร เพราะว่ามันเข้าไปแล้วมันสนุกจริง ๆ สนุกสนานโดยที่ลืมไปว่าตัวเองมันอันตรายนะ เวลาที่คิดทีไรพี่ก็ยังมีอารมณ์ที่ดาวน์อยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ ต้องบอกว่ามันเป็นประสบการณ์และเป็นสิ่งที่เรานำมาสร้างงานจริง ๆ ก็ไม่อยากให้น้อง ๆ เข้ามาข้องเกี่ยว

>>เสือเองมองเรื่องนั้นยังไง ?

เสือ เสฏกานต์ : ครอบครัวเรารู้สึกดาวน์มาก ไม่ได้อยากที่จะพูดให้พ่อรู้สึกไม่ดี มันก็เป็นอะไรที่ผ่านมา พี่วู้ดดี้ก็คงจินตนาการได้ว่ามันเป็นเป็นช่วงที่เครียดที่เศร้ามาก ทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าทางครอบครัวเรา ทั้งพ่อและแม่เข้ามาร่วมมือกันทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ผมก็รู้ว่าเขาอยากทำเพื่อครอบครัว เพื่อลูก พอเราคิดไปแบบนั้นก็ทำให้เราคิดในแง่บวกเพิ่มมากขึ้น ก็รู้สึกโอเคขึ้นเรื่อย ๆ เครียดน้อยลง พอเวลาผ่านไป เวลามันช่วยทุกอย่างได้ครับ พอได้เจอพ่ออีกทีทุกอย่างที่เรารอคอยมามันก็ได้ผล

>>วันนั้นจนถึงวันนี้ไม่มีใครที่จะสามารถมาท็อปความรู้สึกในการฟังเพลงของ LOSO คือทุกเพลงมันฟีลกูู๊ดแล้วก็แฮปปี้ แล้วผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งอาจจะมีโอกาสทำอะไรใหม่ ๆ อีก เช่น อัลบั้มใหม่ ?

เสก โลโซ : ใช่ครับ พี่หวังไว้ พี่คิดอยู่ กำลังคิดอยู่ว่าจะไปออกในช่องทางไหนที่จะเป็นไป เพราะว่าหลังจากที่ออกมาจาก GMM พี่ก็ไม่ได้อยู่กับบริษัทอะไร ทำบริษัทเอง ซึ่งมันเรียกว่าก็ค่อนข้างยากเหมือนกัน พี่อยากกลับไปอยู่บริษัทใหญ่ ๆ จริง ๆ แล้วบริษัทใหญ่เขาจัดการได้ดีกว่าเราล้าน % ทุกวันนี้พี่ยังได้รับเงินจากแกรมมี่อยู่ทุกเดือน ยังรู้สึกขอบคุณเขามาก ที่ดูแลกันอยู่ เพลงเก่า ๆ ของพี่เขาเอาไปทำเป็นไวนิลเป็นอะไรต่าง ๆ ค้าขายดีมาก ซึ่งแม้ว่าพี่ไม่ได้ออกอัลบั้มมาร่วม 10 ปีแล้ว ยังมีความรู้สึกว่าเรายังมีบริษัทใหญ่ที่ดูแลเราอยู่เรื่องการค้าขาย เพราะเพลงที่พี่แต่งเป็นเจ้าของกับแกรมมี่คนละครึ่ง พี่ทำเงินให้บริษัทแกรมมี่ 2,000 ล้าน ประมาณนะ บวกลบคูณหารแล้วพี่ก็รู้สึกว่าทั้งคอนเสิร์ต ทั้งการขาย CD เทปคาสเซ็ทอะไรต่าง ๆ นา ๆ ขายได้เยอะทีเดียว เพราะฉะนั้นเราก็มีความผูกพันกันอยู่ ถามว่าพี่ยังรักแกรมมี่อยู่ไหม พี่ยังรักอยู่เสมอ เพราะว่าเขาดูแลพี่มาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เกิดมาจากตรงไหนก็รู้สึกเขามีบุญคุณกับเรา ทุกวันนี้ก็รับเงินจากแกรมมี่ทุกเดือน เพราะฉะนั้นถามว่าพี่ยังอยากกลับไปทำงานกับแกรมมี่ไหม อยากทำงานกับแกรมมี่ อยากทำงานบริษัทใหญ่ ๆ แล้วพี่ก็ยังมองว่าวงของเสือสามารถไปอยู่ในค่ายใหญ่ ๆ ได้ แล้วก็ทำออกมาให้มันเพอร์เฟ็กต์

สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=S2_Hx-MkxSo

สมาคมอุทยานแห่งชาติ จัดคอนเสิร์ต 'เสก โลโซ' เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและคืนผืนป่า

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.67 สมาคมอุทยานแห่งชาติ ได้จัดคอนเสิร์ตการกุศล “เสก โลโซ เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและคืนผืนป่า” ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนสวัสดิการเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กองทุนคืนฟื้นฟูป่า และกองทุนสวัสดิการ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายปินสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายในงานนอกจากจะได้ชมการแสดงสุดมันส์จากศิลปินชื่อดัง “เสก โลโซ” และวง Luster แล้วยังมีการมอบรางวัลกิตติวนาคุณ รางวัลสำหรับผู้มีคุณูปการต่อวงการป่าไม้ไทยให้กับ “ผ่อง เล่งอี้” อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ริเริ่มงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าคนแรกของเมืองไทย และเป็นผู้ที่สร้างผืนไพรให้กับแผ่นดินรวมแล้วกว่า 67 ล้านไร่ หรือประมาณ 20.5 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ประเทศไทย รวมไปถึงมอบเงินช่วยเหลือให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และมอบรางวัลให้กับข้าราชการดีเด่นด้วย

นายสุนันท์ อรุณนพรัตน์ ประธานจัดงาน กล่าวว่า การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ สมาคมอุทยานแห่งชาติในฐานะองค์กรเอกชน จึงขอมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าที่ทำงานอยู่ทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 นาย

นายพสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า เงินที่ได้จากการร่วมมือร่วมใจของทุกท่านในวันนี้ นอกจากจะนำไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว ยังนำไปใช้ในการคืนผืนป่าให้กับแผ่นดินไทยอีกด้วย โดยมีพื้นที่เป้าหมายอยู่ที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ทางด้านผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ได้กล่าวถึงว่า การทำงานในยุคของตน เป็นการทำงานด้วยความยากลำบาก แต่ตนและเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม่เคยย่อท้อ จนสามารถที่จะสร้างผืนป่าอนุรักษ์ให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ ซึ่งป่าอนุรักษ์ดังกล่าวล้วนนำไปสู่การปิดป่าและได้สร้างรากฐานการอนุรักษ์ไว้ให้กับคนรุ่นหลังได้สืบสานต่อ ซึ่งคอนเสิร์ต “เสก โลโซ เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและคืนผืนป่า” ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจากความร่วมมือของคนที่มีหัวใจเดียวกัน นั่นคือหัวใจในการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยรายได้สุทธิจะนำไปสมทบทุนกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top