Friday, 5 June 2026
เลือกตั้ง

‘เกาหลีใต้’ เปิดฉากเลือกตั้ง ‘ปธน.คนใหม่’ แทน ‘ยุน ซอกยอล’ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งหมดกว่า 44 ล้านคน คาดรู้ผลพรุ่งนี้

(3 มิ.ย. 68) ชาวเกาหลีใต้เริ่มออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้วในวันนี้ เพื่อเลือกผู้นำคนใหม่แทนที่อดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ที่ถูกถอดถอนไปก่อนหน้า

รายงานข่าวแจ้งว่า หน่วยเลือกตั้งกว่า 14,000 แห่งทั่วประเทศได้เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ และจะปิดในเวลา 20.00 น. จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดกว่า 44 ล้านคนนั้น มีประมาณ 34.7% ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว

ผลการเลือกตั้งที่ขับเคี่ยวกันระหว่าง 3 ผู้สมัครคนสำคัญ ได้แก่ อี แจมยอง ตัวเต็งจากพรรคประชาธิปไตย (DP), คิม มุนซู จากพรรคพลังประชาชน และ อี จุนซอก จากพรรคปฏิรูปใหม่ คาดว่าจะทราบผลได้ในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.)

ผู้ชนะจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นเวลา 5 ปี โดยตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้นั้นว่างลงตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. หลังจากที่นายยุนถูกถอดถอนตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่รับรองมติการถอดถอนของรัฐสภา สืบเนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึกชั่วคราวของเขาเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา

ตามผลสำรวจของแกลลัพ โคเรีย (Gallup Korea) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นั้น อี แจมยอง มีคะแนนนำอยู่ที่ 49% ขณะที่คิม มุนซู ตามมาเป็นอันดับสองอยู่ที่ 35% ส่วน อี จุนซอก ได้รับคะแนน 11%

กูรูการตลาด วิเคราะห์!! เลือกตั้งครั้งหน้า ‘พรรคส้ม’ อาจได้ สส.น้อยลง ชี้!! มีแต่วาทกรรม แอบอ้างผลงาน ไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของผู้บริหารประเทศ

(2 ส.ค. 68) TikTok ช่อง ‘modernizationmarketings ยุคใหม่การตลาดของไทย’ ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

ตัวชี้วัดที่สามารถบอกได้ว่า พรรคการเมืองส้มอาจจะเหลือน้อย หรืออาจจะสูญพันธุ์ไปเลยก็ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เรื่องนั้นก็คือ 

เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้วยการนำของพรรคแดง แต่เกือบทั้งหมดเลย ที่เป็นทั้งกองเชียร์พรรคการเมืองส้ม และกองเชียร์ของพรรคการเมืองแดง และกองเชียร์ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่มีใครเรียกร้องให้พรรคการเมืองส้มเข้ามากอบกู้เศรษฐกิจเลย

การที่คนจำนวนมาก มองว่าพรรคการเมืองสีส้ม ไม่สามารถที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจกอบกู้เศรษฐกิจได้ ไม่ได้เกิดจากการโจมตี การใส่ร้าย 

แต่เกิดจากการกระทำของ พรรคการเมืองสีส้มเอง ซึ่งมีแต่วาทกรรม หรือแอบอ้างผลงาน การคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ไม่มี การมองก็มองในมิติเดียว ซึ่งมันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

‘นิพนธ์’ เปิดบ้านเขารูปช้าง!! สานต่อมิตรภาพกับ ‘พิพัฒน์’ ส่งสัญญาณ!! เชื่อมสัมพันธ์ ‘ภูมิใจไทย’ จับมือ ลุยยึดภาคใต้

(11 ส.ค. 68) การปรากฏกายของพิพัฒน์ รัชกิจประการ (อดีตรมว.ท่องเที่ยวฯ รัฐมนตรีแรงงานฯจากพรรคภูมิใจไทย) ที่บ้านใหญ่เขารูปช้างของ นิพนธ์ บุญญามณี พร้อมมี สรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะเจ้าของบ้านอีกคนร่วมโต๊ะทานข้าวด้วย มีความหมายเชิงการเมืองสงขลาค่อนข้างชัด และสะท้อนได้หลายชั้น ดังนี้

พิพัฒน์ไม่ได้มาคนเดียว มีณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะผู้สนับสนุนหลายคนมาร่วมด้วย รวมถึงนายกฯแบน “ประสงค์ บริรักษ์” อดีตนายกฯเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ซึ่งเข้าใจว่า นายกฯแบนไม่ได้เข้าบ้านเขารูปช้างมานานแล้ว นิพนธ์ก็เคยส่งคนลงแข่งกับนายกฯแบน และนายกฯแบน พ่ายให้กับเด็กนิพนธ์ การเลือกตั้ง สส.ปี 66 ประสงค์ก็ลงแข่งกับสรรเพชญ บุญญามณี ที่เขต 1 สงขลา และนายกฯแบนก็แพ้สรรเพชญ

นายกฯแบนคงอาศัยร่มเงินของนายหัวพิพัฒน์ เดินเข้าบ้านใหญ่ เพื่อสานสัมพันธ์หลังข่าวสะพัดนิพนธ์กำลังหาที่ยืนใหญ่ และเล็งไปยังพรรคภูมิใจไทย แต่นายกฯแบนอย่างงัยก็มีพื้นที่ทับซ้อนกับสรรเพชญอยู่ดี ถ้า ‘นิพนธ์-สรรเพชญ’ ยกทัพเข้าภูมิใจ

เวทีการเมืองสงขลา ยังต้องมีพี่เลี้ยง แม้สมยศ พลายด้วง สส.สงขลา ประชาธิปัตย์ จะยิ่งใหญ่พอ แต่ยังไม่ปีกกล้าขาแข็งพอที่จะแยกวงและตั้งบ้านใหญ่ได้ อาหารการเมืองมือเย็นแกงส้มปลาช่อนทะเลจากหลีเป๊ะ จากทีมงานพิพัฒน์ จึงมีเงาร่างของสมยศอยู่ด้วย แม้นจะไม่ชัดว่า นิพนธ์ไปไหนสมยศไปนั้น แต่เห็นได้ว่า นิพนธ์-สมยศ ยังมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน

อาหารการเมืองมื้อนี้สัญญาณเชื่อมสัมพันธ์ ภูมิใจไทย–บ้านใหญ่เขารูปช้าง เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และลึกถึงขนาดนิพนธ์-เนวิน ชิดชอบ ได้พบเจอกันแล้ว พูดคุยกันแล้ว
 ภูมิใจไทย (พิพัฒน์) กับบ้านใหญ่เขารปช้าง (เดิมสาย ปชป.) ไม่ใช่คู่แข่งตรงในบางเขต แต่มีฐานเสียงทับซ้อนบ้างในบางพื้นที่ของสงขลา แต่ไม่ใช่ปัญหาถ้าจะร่วมกัน การเมืองคือการเมือง ย่อมมีทางออกเสมอ

การนั่งโต๊ะอาหารร่วมกันในที่ไม่เปิดเผย เป็นบ้านส่วนตัว แต่ก็มีภาพหลุดออกมาอย่างตั้งใจ เป็นการ ‘โชว์ให้เห็น’ ว่าทั้งสองฝ่ายมีช่องทางพูดคุย และไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งตลอดเวลา

อาจเป็นการวางฐานความร่วมมือในอนาคต ทั้งในระดับพื้นที่และระดับพรรค

ภาพที่ปรากฏการปรับเกมบ้านใหญ่ หลังประชาธิปัตย์อ่อนแรง คะแนนนิยมลดลงอย่างน่ากังวลใจสำหรับฝ่ายบริหารพรรค แม้จะมีความพยายาม 21 คนไม่ไปไหน แต่ไม่มีใครเชื่อ

นิพนธ์เคยเป็นกำลังหลักของประชาธิปัตย์ในภาคใต้ และในสงขลา แต่หลังความนิยมประชาธิปัตย์ลดลง ต้องรักษาฐานเสียงไว้ในภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูงกับประชาธิปัตย์ การเปิดพื้นที่ให้คนจากพรรคอื่นมาเยือน เป็นการส่งสัญญาณว่า บ้านใหญ่พร้อมคุยกับทุกขั้ว ไม่ผูกมัดตายตัว สรรเพชญ (ลูกชาย) ในฐานะ ส.ส.รุ่นใหม่ อาจได้ประโยชน์จากการมีสายสัมพันธ์กับทุกพรรคที่มีคนใต้นิยมอยู่

บทบาทพิพัฒน์ ในการวางหมากภาคใต้ของภูมิใจไทย ที่ผ่านมานำพาพรรคภูมิใจไทยเข้าแทรกซึมพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ภูมิใจไทยกำลังขยายฐานลงภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ ที่ประชาธิปัตย์เคยครอง เช่น สุราษฏร์ธานี นครศรีฯ สงขลา รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้

การปรากฏตัวครั้งนี้เหมือน “เชื่อมสัมพันธ์ให้ลึกขึ้น และต่อเนื่อง“หากในอนาคตมีการสลับขั้วหรือเลือกตั้งใหม่จะได้ไม่เคอะเขิลที่จะจัยมมือเดินไปด้วยกัน

พิพัฒน์ซึ่งมีเครือข่ายท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ อาจใช้ความสัมพันธ์นี้เชื่อมต่อกับนักการเมืองท้องถิ่นที่มีบารมีสูง

สัญญาณถึงคู่แข่งในพื้นที่การที่ภาพออกสู่สาธารณะ ไม่ใช่ความบังเอิญ แปลว่าอยากให้คู่แข่งในสงขลารับรู้ถึงสัญญาณทางการเมืองในอนาคต อาจเป็นการ ‘ส่งสาร’ ว่า บ้านใหญ่เขารูปช้างมีพันธมิตรทางเลือก และพร้อมปรับเกมหากจำเป็น

พิพัฒน์-นิพนธ์ สองแรงแข่งขัน ทั้งผลักทั้งดันภูมิใจไทย กรีฑาทัพเข้ายึดครองพื้นที่ภาคใต้แทนประชาธิปัตย์ที่เริ่มหมดแรง และแผ่วเบายิ่ง

หญิงมะกันวัย 62 ปี เสี่ยงติดคุกสูงสุด 6 ปี หลังใช้ชื่อสุนัขที่เลี้ยง สวมสิทธิ์เลือกตั้ง 2 ครั้ง

(8 ก.ย. 68) หญิงวัย 62 ปีในแคลิฟอร์เนีย ถูกตั้งข้อหาลงทะเบียนสุนัขของตัวเองเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ 2 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นถูกนับเป็นคะแนนจริง อัยการยืนยันว่าเธออาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี

สำนักงานอัยการเขตออเรนจ์เคาน์ตี เปิดเผยว่า 'ลอรา ลี ยูเร็กซ์' (Laura Lee Yourex) จากเมืองคอสตา เมซา ใช้ชื่อ 'มายา จีน ยูเร็กซ์' (Maya Jean Yourex) สุนัขของเธอ เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งในศึกถอดถอนผู้ว่าการรัฐปี 2021 รวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้นปี 2022 โดยครั้งแรกถูกนับคะแนน แต่ครั้งที่สองถูกปฏิเสธ

ต่อมา ลอรา ลี ยูเร็กซ์ ได้รายงานพฤติกรรมของตัวเองต่อสำนักงานเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2024 ทำให้มีการสอบสวนย้อนหลัง พบว่าเธอไม่เพียงแต่ลงทะเบียนสุนัข แต่ยังโพสต์รูปลงโซเชียล เช่น ภาพสุนัขติดสติกเกอร์ 'I Voted' และบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาถึงชื่อสุนัข แม้สุนัขจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ขณะนี้ ลอรา ลี ถูกตั้งข้อหาอาญา 5 กระทง รวมถึงการให้การเท็จและการลงคะแนนโดยมิชอบ และมีกำหนดขึ้นศาลในสัปดาห์หน้า

โปรดเกล้าฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 หลัง ‘ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์’ สส.เพื่อไทย ประกาศ!! ลาออก

(14 ก.ย. 68) เนื่องจากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก สส. ทำให้ตำแหน่งว่างลง จึงต้องมีการเลือกตั้งซ่อม

ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 142 ตอนที่ 59 ก เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน มีเนื้อหาว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี

‘เมียนมา’ เปิดทาง ‘คณะผู้สังเกตการณ์ทั่วโลก’ เข้าติดตามการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อยืนยันความโปร่งใส 28 ธ.ค. นี้

(18 ก.ย. 68) เมียนมาประกาศเชิญผู้สังเกตการณ์ทั้งในประเทศและต่างชาติเข้าร่วมติดตามการเลือกตั้งทั่วไปปลายปีนี้ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ (UEC) เปิดเผยผ่านสื่อทางการเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่าผู้สังเกตการณ์ภายในประเทศสามารถยื่นขออนุญาตได้จนถึงวันที่ 5 ธ.ค. 2025 ผ่านคณะกรรมการฯ ในทุกระดับ ตั้งแต่ตำบล เขต ภูมิภาค ไปจนถึงระดับรัฐ

โดยผู้สังเกตการณ์ภายในประเทศจะต้องปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและขั้นตอนที่ UEC กำหนดไว้ในประกาศฉบับล่าสุด โดยสามารถตรวจสอบและดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ทางการของคณะกรรมการฯ เพื่อให้การติดตามการเลือกตั้งเป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้

ขณะเดียวกัน UEC ยังเตรียมเปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้าร่วมติดตามการเลือกตั้ง โดยจะส่งคำเชิญไปยังประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะจัดส่งหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการไปยังสถานทูต สถานกงสุล และคณะผู้แทนถาวรต่าง ๆ ที่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมากำหนดจัดวันที่ 28 ธ.ค. 2568 โดยเปิดให้หลายพรรคการเมืองลงแข่งขัน

‘อดีตเจ้าอาณานิคม’ ถังแตก!! จากเจ้าโลก สู่เจ๊งสนิท เงินหมดเกลี้ยง แล้วจะเหลืออะไร ถ้าไม่เหลือผู้นำที่ดี

(20 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘สุขศรี ชื่อนี้แม่ให้มา’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ประเทศฝรั่งเศส’ โดยมีใจความว่า ...

สมัยก่อน เก่งแต่แล่นเรือไปปล้นคนอื่นไง พอหมดยุคล่าอาณานิคม / หลัง WW2 ก่อตั้ง UN ก็ถูกบังคับให้คืนอาณานิคมให้หมด แต่ก็ยังยึกยักไม่อยากคืน หลายๆเกาะกลายเป็นฝรั่งเศสโพ้นทะเลแม้กระทั่งเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ส่วนในอาฟริกาอีกหลายประเทศ-ไม่ต้องพูดถึง-อ้างนั่นอ้างนี่-ไม่ยอมคืนเอกราชเด็ดขาดเพราะเป็นบ่อเงินบ่อทอง (บ่อเพชรด้วย) ที่ต้องส่งเป็นเครื่องบรรณาการให้เจ้าอาณานิคม แถมมีกองทัพฝรั่งเศสคอยควบคุมรัฐบาลอยู่ในพื้นที่อีกต่างหาก

ต่อมาในปี 2023-2024 เกิดมีผู้นำทหารผิวสีที่เก่งและฉลาดแถมรักชาติ มีแบ็คเป็นรัสเซีย เอือมระอากับการถูกสูบเลือดสูบเนื้อมานานนับร้อยปี ลุกขึ้นมาขับไล่กองทัพฝรั่งเศสแตกกระเจิง ขนข้าวของกลับบ้านแทบไม่ทัน ยกเลิกสัมปทานในทุกประเทศแบบไม่เผาผีกับฝรั่งเศส

จากที่เคยได้เพชร ได้ทองคำมาแบบฟรีๆ ต้องหยุดชะงัก รายได้ของประเทศก็ลดลง ไม่สามารถใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยได้เหมือนสมัยก่อน พอรายได้ลดลง-แต่รายจ่ายเท่าเดิม ทั้งๆ ที่พยายามแล้ว ปรับทุกมาตรการ ทั้งขยายเวลาผู้รับบำนาญออกไป ทั้งปัญหาอื่นๆ จิปาถะ สรุป..ถังแตก  

จะบอกอะไรให้นะ ประชาธิปไตยน่ะ มันกินไม่ได้ มันเป็นเพียงนามธรรมที่แม้แต่ผู้นำของประเทศที่อ้างว่าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย-ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้-แถมใช้อำนาจอธิปไตยในทางที่ผิด ...ต่างกับประเทศที่ตราบใด-ประชาชนเขากินอิ่ม(เศรษฐกิจดี ค้าขายราบรื่น) และ นอนหลับ(มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน) เขาไม่สนใจหรอกว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่? เขตของตนเองจะได้ สส.กี่คน? เขาไม่สนใจหรอกว่า "ประชาธิปไตย" มีลำต้นเป็นยังไง ดอกและใบมีสีอะไร? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้นำล้วนๆ ถ้าเลือกตั้งมาแล้ว-ได้ผู้นำที่ไม่ดีมาบริหารประเทศ ก็จะเละๆแบบนี้

‘ชูวิทย์’ ฟันธง!! ชะตาพรรคประชาชน มีโอกาสซ้ำรอยประชาธิปัตย์ พลาดเพียงก้าวอาจล้มทั้งพรรค

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความถึงพรรคประชาชน โดยขอบคุณนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่เปิดใจสื่อสารกับประชาชน พร้อมย้ำว่าตนเองและประชาชนจะติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อดูการตัดสินใจครั้งสำคัญของพรรคว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศหรือไม่

ชูวิทย์ระบุว่า พรรคการเมืองไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากผลประโยชน์และความเห็นที่แตกต่าง ทำให้การตัดสินใจทางการเมืองไม่ง่าย เขายกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงในอดีตที่เคยทำงานการเมืองด้วยความตรงไปตรงมา แต่สุดท้ายก็ต้องเผชิญกับปัจจัยซับซ้อนที่ควบคุมไม่ได้

เขาเตือนว่าพรรคประชาชนควรใช้บทเรียนจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแม้เป็นพรรคเก่าแก่และมีระบบเข้มแข็ง แต่ยังพลาดเพราะการตัดสินใจที่ผิดเพียงก้าวเดียว จนสูญเสียความนิยมจากประชาชน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างให้พรรคใหม่ๆ ต้องระมัดระวังไม่เดินซ้ำรอย

ชูวิทย์ยังฝากข้อคิดว่า ในการเมือง ประชาชนไม่ได้เลือก “คนที่ดีที่สุด” เพราะคนดีอาจอยู่ไม่รอด แต่เลือก “คนที่ผิดน้อยที่สุด” จึงอยากให้พรรคประชาชนยึดมั่นอุดมการณ์ เปิดใจฟังเสียงวิจารณ์ และตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อตัวเองหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ท้ายที่สุด เขาย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ หากพรรคประชาชนได้คะแนนเพิ่ม แสดงว่าตัดสินใจถูกต้อง แต่หากคะแนนลดลง ก็หมายถึงพรรคก้าวพลาด พร้อมย้ำว่า การวิจารณ์ที่แรงของเขาเป็นเพราะความหวังดีต่ออนาคตการเมืองไทย ไม่ใช่การหวังร้ายแต่อย่างใด

‘ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ’ ลาออก!! จากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลูกสาวให้กำลังใจ!! พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ จะทำให้พ่อภูมิใจ

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเนื้อหาระบุว่า …

“เขียนที่ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ข้าพเจ้า นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์จะขอลาออกจากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2568 เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและดำเนินการต่อไป”

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

เส้นทางในชีวิตคนเรามีหลายเส้นทาง แต่มี 2 เส้น เท่านั้นแหละที่เราต้องเดิน เส้นหนึ่งที่อยากเดิน เส้นทางนี้เรียกว่า เส้นทางแห่งความฝัน อีกเส้นหนึ่ง แม้ไม่อยากเดินก็ต้องเดิน นั่นคือเส้นทางแห่งความเป็นจริง

ชีวิตคนเราสั้นนักนะ ไม่มีเวลาให้เรามามัวนั่งเสียใจหรอก อย่าเสียเวลาให้กับคน หรือเรื่องที่ทำให้คุณไม่เป็นสุข เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ป้ายสุดท้ายของชีวิต ยิ้มกับมันแล้วเดินต่อไปเถอะ ชีวิตอาจมีความหวังมากมาย ที่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง อาจมีความฝันมากมาย ที่สุดท้ายต้องกลายเป็นความว่างเปล่า อาจมีคำพูดมากมายที่สุดท้ายไม่รู้จะบอกใครได้

ที่จริงเรื่องบางเรื่อง ทำดีที่สุดแล้ว ไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนาก็พอ อย่าไปยึดให้มันแน่นมากนัก คนบางคน ใส่ใจมากเกินไป ก็ใช่ว่าจะมีความสุข หากทางที่เดินขรุขระ จงให้กำลังใจแก่คนร่วมทาง หากชีวิตมากมายด้วยลมฝนกระหน่ำ จงยิ้มให้กับตัวเอง ชีวิตคนเราเก็บความสุขใส่ไว้ในใจ เก็บความทุกข์ใส่ขวดโหลแล้วโยนทิ้งไป เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

ให้กำลังใจกันนะ รักพ่อที่สุด ส.ส. 10 สมัย ตอนนี้ดำรงตำแหน่งพ่อผู้แทนฯ ฮ่าฮ่า หนูจะทำให้พ่อภูมิใจจ้ะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top