Thursday, 4 June 2026
เยอรมนี

รัสเซียเตือนอาจโจมตีเบอร์ลิน หากเยอรมนีสนับสนุนขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ยูเครนโจมตีมอสโก

(29 พ.ค. 68) มาร์การิตา ซิโมนยาน บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าว RT ของรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า หากเยอรมนีให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ยูเครนในการใช้ขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ โจมตีกรุงมอสโก รัสเซียอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีกรุงเบอร์ลิน

เป็นที่คาดการณ์ว่าเยอรมนีอาจส่งขีปนาวุธทอรัส ให้ยูเครนกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ตซ์ ระบุว่า เยอรมนีและพันธมิตรได้ยกเลิกข้อจำกัดด้านระยะการใช้อาวุธของยูเครนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเยอรมนีว่าจะมีการส่งมอบอาวุธดังกล่าว

ซิโมนยานโพสต์ข้อความว่า “หากเกิดการโจมตีกรุงมอสโกโดยอาวุธเยอรมันภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่เยอรมัน การตอบโต้ด้วยการยิงใส่กรุงเบอร์ลินจะเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” โดยเธอชี้ว่า ขีปนาวุธทอรัส จำเป็นต้องใช้บุคลากรเยอรมันในการควบคุมและตั้งโปรแกรม ซึ่งยูเครนไม่สามารถดำเนินการเองได้

ด้านโฆษกเครมลิน ดมีตรี เปสคอฟ เตือนว่าหากเยอรมนีตัดสินใจส่งมอบอาวุธดังกล่าวจริง จะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างร้ายแรง และบ่อนทำลายความพยายามในการหาทางยุติสงครามในยูเครน ขณะที่รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ เคยยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส เพราะเสี่ยงต่อการถูกดึงเข้าไปในความขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย

เยอรมนีโวยจีนเล็งเลเซอร์ใส่เครื่องบิน ระหว่างภารกิจลาดตระเวนในทะเลแดง

(9 ก.ค. 68) รัฐบาลเยอรมนีเรียกตัวเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบ หลังกล่าวหากองทัพเรือจีนใช้เลเซอร์เล็งเป้าไปยังเครื่องบินเยอรมนี ที่ร่วมภารกิจของสหภาพยุโรป (EU) ในทะเลแดง โดยกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าการกระทำดังกล่าว “ไม่อาจยอมรับได้” เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่และขัดขวางภารกิจ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ขณะเครื่องบินของเยอรมนีกำลังบินลาดตระเวนตามภารกิจปกติในทะเลแดง โดยภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ASPIDES ของสหภาพยุโรป ที่มีหน้าที่คุ้มกันเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องบินที่ถูกรบกวนเป็นเครื่องบินสำรวจแบบพิเศษ เรียกว่า MSP ให้บริการโดยบริษัทเอกชน แต่มีทหารเยอรมันร่วมปฏิบัติการอยู่บนเครื่องด้วย

โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนีเผยว่า เรือรบจีนที่พบในพื้นที่หลายครั้งก่อนหน้านี้ได้ยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินดังกล่าวโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ต้องยุติภารกิจกลางทางและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ฐานในจิบูตี แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตราย

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้านเยอรมนีได้กลับมาใช้เครื่องบินสำรวจ MSP ปฏิบัติภารกิจตามปกติอีกครั้ง และย้ำว่าข้อมูลที่ได้จากระบบนี้มีความสำคัญต่อการช่วยเหลือพันธมิตรในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นระหว่างประเทศในยุโรปกับจีน

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

ปตท. จับมือ ‘ธิสเซ่นครุปป์’ และพันธมิตรจากเยอรมนี (GIZ) เดินหน้าศึกษาโครงการไฮโดรเจนสีเขียวในภาคใต้ของไทย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมกับ บริษัท ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ลงนามสัญญาความร่วมมือโครงการศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์คาร์บอนที่ยั่งยืน ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ภายใต้กรอบของโครงการ 'H2Uppp' ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี 

การร่วมมือกันในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Mr. Dieter Wurche ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าร่วมในพิธีลงนาม โดยมี ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ปตท. พร้อมด้วย นายยศศิริ พร้อมเชื้อแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) จำกัด และ Ms. Regine Dietz ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการไฮโดรเจน GIZ ร่วมลงนาม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว 

รวมถึงผลิตภัณฑ์คาร์บอนที่ยั่งยืน อาทิ อี-เมทานอล และ อี-มีเทน โดยใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยครอบคลุมการศึกษาเทคโนโลยีที่เหมาะสม การประเมินทรัพยากรในพื้นที่ และการวิเคราะห์ศักยภาพของตลาด ตลอดจนการจัดทำแผนแม่บท เพื่อพัฒนาโครงการในเชิงพาณิชย์ในอนาคต สอดรับกับพันธกิจของ ปตท. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้

เยอรมนี’ ประณาม!! ‘อิสราเอล’ เรียก!! ระดมพล กองหนุน 60,000 นาย

(23 ส.ค. 68) เยอรมนีตำหนิการตัดสินใจของอิสราเอลกรณีเรียกระดมทหารกองหนุน 60,000 คน เพื่อขยายการรบในฉนวนกาซา โดยเยอรมนีเรียกร้องให้มี “การหยุดยิงทันทีและยั่งยืน”

นายสตีเฟน เมเยอร์ รองโฆษกรัฐบาลกล่าวแถลงข่าวในกรุงเบอร์ลิน ว่า “เราปฏิเสธการขยายปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้ เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย และประชาคมระหว่างประเทศ ยุติความขัดแย้งในขณะนี้ผ่านการหยุดยิงทันทีและยั่งยืน เรายังคงผลักดันการหยุดยิงครั้งนี้ต่อไปด้วยทุกวิถีทางที่เรามี และในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความกดดันให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด”

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมเยอร์ อ้างถึงแผนการของอิสราเอลที่จะเรียกทหารกองหนุน 60,000 คน มาสู้รบในฉนวนกาซา ภายใต้แผนการยึดครอง

โฆษกสื่อสาธารณะ KAN ของอิสราเอล ระบุว่า การตัดสินใจของกองทัพอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอล แคทซ์ อนุมัติแผนการยึดครองฉนวนกาซา ผู้ประกาศข่าวกล่าวว่า กองทหารประจำการที่ปฏิบัติการในฉนวนกาซา จะขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ออกไปด้วย

ตามรายงานของวิทยุกองทัพอิสราเอล จำนวนกองหนุนในกองทัพจะเพิ่มขึ้นเป็น 130,000 นาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ “ปฏิบัติการที่ยืดเยื้อซึ่งจะกินเวลานานหลายเดือน” จนถึงกลางปี 2569 จึงจะมีโอกาสที่จะหยุดยิงได้

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลเยอรมันย้ำอีกครั้งถึง “การคัดค้านแผนของอิสราเอลในการสร้างนิคมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่หลายพันหน่วย ที่จะแบ่งเขตเวสต์แบงก์ออกเป็น 2 ส่วนที่จะขาดจากกันอย่างเด็ดขาด”

นายโจเซฟ ฮินเทอร์เซเฮอร์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับนักข่าวในกรุงเบอร์ลิน ว่า “เราปฏิเสธอย่างรุนแรงสำหรับโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ในเขต E1 เท่าที่เราทราบ หน่วยงานก่อสร้างอิสราเอลได้ออกใบอนุญาตในวันนี้ จุดยืนของรัฐบาลเยอรมันชัดเจน เราปฏิเสธใบอนุญาตนี้อย่างแข็งขัน การก่อสร้างชุมชนตั้งถิ่นฐานใหม่ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และมติของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง”

“สิ่งนี้ขัดขวางการแก้ปัญหาระหว่างสองรัฐที่ได้รับความเห็นพ้องกัน และขัดขวางการยุติการยึดครองเวสต์แบงก์ของอิสราเอล ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเรียกร้อง” เขากล่าวเสริมพร้อมเรียกร้องให้อิสราเอล “ยุติการก่อสร้างชุมชนของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่”

นายกฯ เบอร์ลิน ฉะ!! ‘กลุ่มฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง’ ลอบวางเพลิงสายไฟ ทำคนเดือดร้อน 50,000 ครัวเรือน เพราะไฟดับครั้งใหญ่สุดในรอบ 25 ปี

(11 ก.ย. 68) ไค เวกเนอร์ (Kai Wegner) นายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ออกมาประณามเหตุลอบวางเพลิงเสาและสายไฟในเขตทรีปเทา-เคอเพอนิค (Treptow-Köpenick) จากกลุ่มหัวรุนแรง ว่าเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยืนยันว่า “เบอร์ลินจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่” และแสดงความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่สืบสวน

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันอังคาร ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 25 ปีของกรุงเบอร์ลิน ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 50,000 ครัวเรือน โดยในเช้าวันพุธ (10 ก.ย.) ยังคงมีราว 10,000 ครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่บริษัท Stromnetz GmbH คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ครบทุกพื้นที่ภายในค่ำวันเดียวกัน

ทางการเบอร์ลินได้เร่งบรรเทาผลกระทบ โดยจัดตั้ง ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน หลายจุดทั่วเขตทรีปเทา-เคอเพอนิคนอกจากนี้ การคมนาคมขนส่งก็ได้รับผลกระทบ โดยรถรางสาย M17 และ 63 ต้องหยุดให้บริการบางช่วงและจัดรถบัสมาทดแทน

ด้านบริษัท Stromnetz Berlin ได้วอนประชาชนที่มีไฟฟ้าคืนแล้วช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง เช่น เครื่องซักผ้า เตาอบ และเครื่องดูดฝุ่น เพื่อคงความเสถียรของระบบ และช่วยให้สามารถจ่ายไฟคืนให้กับพื้นที่ที่ยังขาดไฟฟ้าได้เร็วขึ้น

เยอรมนีส่ง Eurofighter 2 ลำ สกัดเครื่องบินรัสเซีย IL-20M บินผ่านน่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก ก่อนการประชุมใหญ่ NATO

(22 ก.ย. 68) เยอรมนีส่งเครื่องบินรบ Eurofighter 2 ลำ ขึ้นสกัดเครื่องบินลาดตระเวนรัสเซีย Ilyushin IL-20M ที่บินเข้าพื้นที่น่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก โดยกองทัพอากาศเยอรมนีกล่าวว่าทีม quick reaction alert ถูก NATO สั่งให้ตรวจสอบเครื่องบินไม่ทราบชื่อ และไม่ได้แจ้งแผนการบินหรือวิทยุสื่อสาร ก่อนส่งการติดตามต่อให้พันธมิตร NATO ในสวีเดน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ NATO เตรียมประชุม North Atlantic Council เพื่อหารือกรณีเครื่องบินรัสเซีย 3 ลำ MiG-31 รุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ NATO และรัฐบาลยุโรปประณามว่าเป็นการยั่วยุอย่างอันตราย ขณะที่เอสโตเนียเรียกร้องให้เปิดการหารือภายใต้มาตรา 4 ของ NATO เพื่อปกป้องความมั่นคงและอธิปไตย

นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ละเมิดน่านฟ้า NATO ฝั่งตะวันออกหลายครั้ง โรมาเนียพบโดรนรัสเซียและส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัด ส่วนโปแลนด์ยิงโดรนรัสเซียระหว่างการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน ทำให้ NATO มีส่วนร่วมโดยตรงครั้งแรกในสงครามยูเครน–รัสเซียปีที่ 4 ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่ารัสเซียใช้การล่วงล้ำเพื่อตรวจสอบการตอบสนองและกดดันประเทศสมาชิก NATO

ทั้งนี้ มีการรายงานเพิ่มเติมว่า ยูเครนยังโจมตีพื้นที่รัสเซียชายแดนเบลโกรอด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 9 คน ขณะที่ในภูมิภาคซาปอริซเซีย มีรายงานการโจมตีของยูเครนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 14 คน รวมถึงทารกหนึ่งราย โดยสถานการณ์ในแนวรบยังคงมีความรุนแรงและไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้

‘เซเลนสกี’ รับไม่ได้!! พบชิ้นส่วนในโดรน-ขีปนาวุธรัสเซีย ผลิตโดย ‘อังกฤษ-เยอรมนี-สหรัฐฯ’ ใช้ถล่มยูเครน

(7 ต.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า อาวุธของรัสเซียที่ใช้โจมตียูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศกว่า 100,000 ชิ้น รวมถึงไมโครคอมพิวเตอร์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบควบคุมโดรน โดยเขาเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียให้ “มีประสิทธิภาพมากขึ้น” และปิดช่องโหว่การส่งออกสินค้าทางอ้อมที่ยังเล็ดลอดเข้าสู่อุตสาหกรรมอาวุธรัสเซีย

เซเลนสกีโพสต์ผ่าน X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า “พบไมโครคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการบินของโดรน ผลิตในสหราชอาณาจักร” โดยข้อมูลของยูเครนระบุว่า รัสเซียยังใช้อุปกรณ์จากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเนเธอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน การโจมตีของรัสเซียเมื่อคืนวันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านลาปาอิฟกา 4 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 15 ปี หนึ่งในนั้นด้วย

โฆษกกระทรวงธุรกิจและการค้าของอังกฤษ (DBT) ยืนยันว่ารัฐบาลอังกฤษให้ความสำคัญกับรายงานดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่าได้สั่งห้ามส่งออกสินค้าหลายพันรายการไปยังรัสเซียแล้ว รวมถึงทุกชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาวุธในสนามรบของยูเครน ทั้งนี้ อังกฤษได้คว่ำบาตรธุรกิจกับรัสเซียมูลค่ากว่า 20,000 ล้านปอนด์ และเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอาจถูกลงโทษทางการเงินหรือดำเนินคดีอาญา

นายกเทศมนตรีหญิงถูกแทง 13 แผล อาการสาหัส ตร.คุมตัวลูกชายสอบ หลังข้างบ้านได้ยินเสียงแม่ลูกทะเลาะกัน

(8 ต.ค. 68) เกิดเหตุสะเทือนขวัญในเมืองแฮร์เดคเค รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ทางตะวันตกของเยอรมนี เมื่อ ไอริส สตัลเซอร์ (Iris Stalzer) วัย 57 ปี นายกเทศมนตรีที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือนกันยายน ถูกพบถูกแทงถึง 13 ครั้งภายในอพาร์ตเมนต์ของตนเอง โดยเจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้ยังอยู่ในอาการวิกฤต

ตำรวจเปิดเผยว่า ลูกชายของผู้บาดเจ็บถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวน หลังมีรายงานว่าอยู่ในที่เกิดเหตุและเป็นผู้โทรแจ้งตำรวจ ส่วนลูกสาววัย 17 ปี ก็อยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุเช่นกัน โดยพยานข้างบ้านระบุว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นานได้ยินเสียงแม่ลูกทะเลาะกันรุนแรง ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่พบหลักฐานชี้ว่าเป็นการโจมตีทางการเมือง และไม่ตัดความเป็นไปได้ของปมภายในครอบครัว

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) กล่าวประณามเหตุการณ์ว่าเป็น “การกระทำอันโหดร้าย” และเรียกร้องให้เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง ขณะที่พรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) ซึ่งสตัลเซอร์สังกัดอยู่ แสดงความเป็นห่วงและภาวนาให้เธอปลอดภัย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่เยอรมนีกำลังเผชิญความกังวลเรื่องความรุนแรงต่อบุคคลสาธารณะ โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่า นักการเมืองกว่า 60% เคยเผชิญเหตุคุกคามหรือทำร้ายร่างกาย สะท้อนบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดและเสี่ยงอันตรายมากขึ้นในประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top