Friday, 5 June 2026
อิสราเอล

‘รัฐบาลเลบานอน’ ยอมทำตามข้อตกลงของ ‘สหรัฐฯ’ เดินหน้าจำกัดอาวุธทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การควบคุมรัฐ

(8 ส.ค. 68) รัฐบาลเลบานอนมีมติเห็นชอบ เป้าหมายของแผนสหรัฐฯ ที่ต้องการให้การถือครองอาวุธอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐเท่านั้น แม้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาชัดเจน แต่แผนนี้จะมุ่งปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ภายในสิ้นปี ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาประณามว่าเป็น 'ความอัปยศ' และ “การยอมจำนนต่อศัตรู”

กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ยืนกรานไม่ยอมให้ปลดอาวุธ พร้อมอ้างสิทธิตามกฎบัตรสหประชาชาติในการต่อต้านอิสราเอล โดยเฉพาะในขณะที่อิสราเอลยังละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และโจมตีทางใต้ของเลบานอนแทบทุกวัน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลถึง 8 รายในสัปดาห์นี้

รัฐมนตรีฮิซบอลเลาะห์และพันธมิตรมุสลิมชีอะห์ ได้วอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อประท้วงข้อเสนอดังกล่าว ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยืนยันสนับสนุนให้เลบานอนมอบหมายให้กองทัพเป็นผู้ควบคุมอาวุธทั้งหมด

ทั้งนี้ แผนของสหรัฐฯ ยังรวมถึงการถอนกำลังอิสราเอลจากจุดยุทธศาสตร์ทางใต้ และให้ยูเอ็น (UN) กับกองทัพเลบานอนควบคุมแทน แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด โดยสื่อฝ่ายฮิซบอลเลาะห์เตือนว่า หากรัฐบาลเดินหน้าตามแผนนี้ อาจถึงขั้นทำให้รัฐมนตรีชีอะห์ทั้ง 4 ลาออก หรือล้มรัฐบาลทั้งชุดผ่านกลไกรัฐสภา

ดร.เลอพงษ์ ชี้!! ทรัมป์หวังโนเบลสันติภาพ แต่หนุนอาวุธให้อิสราเอลถล่มกาซา

(9 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยมีใจความว่า ...

ทรัมป์พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพยกเว้น #ปาเลสไตน์

นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยัน และประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮัม อาลิเยฟ ร่วมลงนามสันติภาพอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา 8 สิงหาคม 

การนำสองชาติที่เป็นคู่อริหลายทศวรรษมาเพื่อประชุมสันติภาพถือเป็นความพยายามทางการทูตของทรัมป์ และเป็นการลดบทบาทรัสเซียทางอ้อมเพื่อหวังผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยนายกฯอาร์เมเนียกล่าวว่า "ความพยายามไกล่เกลี่ยของทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เหมือนที่ฮุนมาเนตจากเขมรได้กล่าวไปก่อนหน้า

#แต่ทรัมป์คนนี้กับส่งอาวุธให้อิสราเอลฆ่าผู้บริสุทธิ์ทุกวันในฉนวนกาซา

ผู้ประท้วงนับหมื่น!!...ลุกฮือในอิสราเอล ค้านแผน ‘เนทันยาฮู’ สั่งควบคุมฉนวนกาซา

(11 ส.ค. 68) Times of Israel รายงานว่า มีผู้ชุมนุมหลายพันคนในกรุงเทลอาวีฟและเมืองอื่น ๆ ของอิสราเอล รวมตัวประท้วงแผนการของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ต้องการควบคุมแถบฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบ 

ก่อนหน้านี้ เนทันยาฮูประกาศว่า อิสราเอลตั้งใจจะสร้างเขตความมั่นคงในกาซาและส่งต่อการควบคุมให้กับรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลไม่มีแผนที่จะควบคุมพื้นที่นี้ระยะยาว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเตือนว่าแผนขยายปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคแย่ลง

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงในหลายเมืองเรียกร้องให้มีการเจรจาต่อรองเรื่องตัวประกันและหยุดยิง ก่อนที่อิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการควบคุมกาซา โดยครอบครัวของตัวประกันเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ เนื่องจากหวั่นว่าแผนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความสูญเสียของคนที่รัก

ตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีจรวดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ “Iron Swords” พร้อมปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายหลายหมื่นคน และสถานการณ์ลุกลามขยายตัวจนกระทั่งเกิดการยิงขีปนาวุธไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

อิหร่านปิดน่านฟ้ากะทันหัน ทำเที่ยวบินทั้งหมดหยุดชะงัก คาดส่งสัญญาณพร้อมชนอิสราเอล!! แม้เพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

(22 ส.ค. 68) อิหร่านประกาศปิดน่านฟ้าแบบกะทันหันเมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดต้องหยุดชะงัก รวมถึงเส้นทางแบกแดด–เตหะรานที่ผู้โดยสารถูกสั่งให้ลงจากเครื่องก่อนออกเดินทาง ขณะนี้เที่ยวบินไปยังอิหร่านยังคงถูกระงับโดยไม่มีกำหนด

ต่อมา ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย - อิหร่าน โพสต์เฟซบุ๊กว่า การปิดน่านฟ้าเกิดขึ้นเพื่อการซ้อมรบทางทหารในพื้นที่ตะวันตกของประเทศ และจะสิ้นสุดในเวลา 07.00 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณแสดงความพร้อมเต็มที่ของอิหร่าน หลังจากเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอลไม่นาน

โดยสื่อตะวันตกและสื่ออิสราเอลรายงานตรงกันว่า มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจเตรียมการโจมตีเชิงรุกใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ทำให้สหรัฐฯ ต้องทยอยย้ายเครื่องบินรบออกจากฐานทัพอัล-อุดัยด์ในกาตาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ขณะที่ สหรัฐฯ และอังกฤษได้ส่งเครื่องบินและโดรนสอดแนมบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าอิสราเอล จอร์แดน และอ่าวเปอร์เซีย เพื่อจับตาความเคลื่อนไหวการซ้อมรบของอิหร่านอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า

เยอรมนี’ ประณาม!! ‘อิสราเอล’ เรียก!! ระดมพล กองหนุน 60,000 นาย

(23 ส.ค. 68) เยอรมนีตำหนิการตัดสินใจของอิสราเอลกรณีเรียกระดมทหารกองหนุน 60,000 คน เพื่อขยายการรบในฉนวนกาซา โดยเยอรมนีเรียกร้องให้มี “การหยุดยิงทันทีและยั่งยืน”

นายสตีเฟน เมเยอร์ รองโฆษกรัฐบาลกล่าวแถลงข่าวในกรุงเบอร์ลิน ว่า “เราปฏิเสธการขยายปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้ เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย และประชาคมระหว่างประเทศ ยุติความขัดแย้งในขณะนี้ผ่านการหยุดยิงทันทีและยั่งยืน เรายังคงผลักดันการหยุดยิงครั้งนี้ต่อไปด้วยทุกวิถีทางที่เรามี และในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความกดดันให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด”

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมเยอร์ อ้างถึงแผนการของอิสราเอลที่จะเรียกทหารกองหนุน 60,000 คน มาสู้รบในฉนวนกาซา ภายใต้แผนการยึดครอง

โฆษกสื่อสาธารณะ KAN ของอิสราเอล ระบุว่า การตัดสินใจของกองทัพอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอล แคทซ์ อนุมัติแผนการยึดครองฉนวนกาซา ผู้ประกาศข่าวกล่าวว่า กองทหารประจำการที่ปฏิบัติการในฉนวนกาซา จะขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ออกไปด้วย

ตามรายงานของวิทยุกองทัพอิสราเอล จำนวนกองหนุนในกองทัพจะเพิ่มขึ้นเป็น 130,000 นาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ “ปฏิบัติการที่ยืดเยื้อซึ่งจะกินเวลานานหลายเดือน” จนถึงกลางปี 2569 จึงจะมีโอกาสที่จะหยุดยิงได้

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลเยอรมันย้ำอีกครั้งถึง “การคัดค้านแผนของอิสราเอลในการสร้างนิคมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่หลายพันหน่วย ที่จะแบ่งเขตเวสต์แบงก์ออกเป็น 2 ส่วนที่จะขาดจากกันอย่างเด็ดขาด”

นายโจเซฟ ฮินเทอร์เซเฮอร์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับนักข่าวในกรุงเบอร์ลิน ว่า “เราปฏิเสธอย่างรุนแรงสำหรับโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ในเขต E1 เท่าที่เราทราบ หน่วยงานก่อสร้างอิสราเอลได้ออกใบอนุญาตในวันนี้ จุดยืนของรัฐบาลเยอรมันชัดเจน เราปฏิเสธใบอนุญาตนี้อย่างแข็งขัน การก่อสร้างชุมชนตั้งถิ่นฐานใหม่ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และมติของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง”

“สิ่งนี้ขัดขวางการแก้ปัญหาระหว่างสองรัฐที่ได้รับความเห็นพ้องกัน และขัดขวางการยุติการยึดครองเวสต์แบงก์ของอิสราเอล ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเรียกร้อง” เขากล่าวเสริมพร้อมเรียกร้องให้อิสราเอล “ยุติการก่อสร้างชุมชนของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่”

อิสราเอลระดมโจมตี ฐานขีปนาวุธ-คลังเชื้อเพลิงเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 86 คน

(25 ส.ค. 68) อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงเยเมน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮูตีปล่อยขีปนาวุธและโดรนเข้าสู่อิสราเอล โดยกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าเป้าหมายคือสถานที่ทางยุทธศาสตร์หลายแห่ง รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดี โรงงานไฟฟ้า ฐานยิงขีปนาวุธ และคลังเก็บน้ำมัน

กระทรวงสาธารณสุขของฮูตีรายงานว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 86 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องพลเรือนและตอบโต้การยิงขีปนาวุธจากเยเมน

ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน กลุ่มฮูตีประกาศว่าพวกเขาได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลรูปแบบใหม่ไปยังอิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา แม้ส่วนใหญ่จะถูกสกัดกั้นกลางทาง แต่อิสราเอลมองว่านี่เป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้

ตั้งแต่สงครามกาซาปะทุเมื่อเดือนตุลาคม 2023 กลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลังได้เพิ่มการโจมตีทางอากาศและโจมตีเรือในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าจะยืนหยัดเคียงข้างชาวปาเลสไตน์ ขณะที่อิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมนเป็นระยะ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

มาเลเซียทุ่มเพิ่ม 100 ล้านริงกิตช่วยกาซา ‘อันวาร์’ ประกาศ “จะไม่ทอดทิ้งชาวปาเลสไตน์”

(27 ส.ค. 68) อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่ารัฐบาลมาเลเซียจะมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 100 ล้านริงกิต (ราว 780 ล้านบาท) ให้แก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา หลังจากเมื่อปี 2023 เคยอนุมัติความช่วยเหลือจำนวนเท่ากันมาแล้ว

โดยระหว่างการปราศรัยที่จัตุรัสเอกราช กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรงต่อการก่อให้เกิด “ความอดอยากจากน้ำมือมนุษย์” ในกาซา พร้อมกล่าวหาว่ารัฐบาลอิสราเอลจงใจปล่อยให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและยาที่ชายแดนเน่าเสีย ขณะที่ประชาชนเสียชีวิตจากความอดอยากและการโจมตีรายวัน

อันวาร์ย้ำว่าชาวมาเลเซียจะไม่มีวันทอดทิ้งชาวปาเลสไตน์ และระบุว่าตนเองมีบทบาทสนับสนุนกาซามาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา โดยเคยเข้าร่วมการประชุมขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ที่แอลจีเรียในปี 1983 พร้อมชี้ว่าการกระทำของอิสราเอลคือ “รูปแบบของการล่าอาณานิคม” และสอดคล้องกับแนวคิดของ เอ็ดเวิร์ด ซาอิด (Edward Said) นักวิชาการผู้ล่วงลับที่เคยอธิบายว่าเป็น “การเมืองแห่งการปลดสิทธิ์”

ทั้งนี้ การปราศรัยดังกล่าวจัดขึ้นท่ามกลางฝูงชนหลายหมื่นคนที่มาร่วมชุมนุมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับกาซา โดยผู้ร่วมงานส่วนใหญ่สวมเสื้อสีขาว ถือป้าย #GazaBangkit ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธี มีการทำพิธีสวดมนต์ให้กับกาซา และนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังได้เปิดตัวขบวนรถ “Sumud Nusantara” ที่มี 8 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งจะเคลื่อนขบวนไปสมทบกับกองเรือช่วยเหลือกาซาในเส้นทางสู่ยุโรปและแอฟริกาเหนือ

‘รัสเซีย’ เตือน ‘อิสราเอล’ หยุดสถานการณ์เลวร้ายในกาซา เรียกร้องส่งอาหารและความช่วยเหลือพื้นฐานทันที

(27 ส.ค. 68) กระทรวงต่างประเทศรัสเซียเรียกร้องให้อิสราเอล ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันสถานการณ์ในฉนวนกาซาไม่ให้เลวร้ายลง พร้อมฟื้นฟูการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

รัสเซียระบุว่า อิสราเอลควรหยุดการโจมตี ฟื้นฟูเส้นทางช่วยเหลือ และรับรองว่าผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในกาซาจะได้รับอาหารและสิ่งจำเป็นพื้นฐานทันที

นอกจากนี้ มอสโกหวังประสานงานร่างมติสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับสถานการณ์ในกาซา เพื่อแก้วิกฤติด้านมนุษยธรรม โดยคาดว่าครั้งนี้เอกสารจะได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

สหรัฐฯ เพียงชาติเดียวโหวตค้าน UN กรณีวิกฤตขาดอาหารในกาซา แม้ WFP เตือนประชาชนหลายแสนคน…เสี่ยงอดอยากขั้นรุนแรง!!

(28 ส.ค. 68) สหรัฐอเมริกาเป็นเพียงชาติเดียวของสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ปฏิเสธการรับรองคำแถลงร่วมเกี่ยวกับวิกฤตขาดอาหารในฉนวนกาซา จากที่ประชุมของ UNSC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเน้นหารือเรื่องความอดอยากในกาซา และเหตุโจมตีโรงพยาบาลนัสเซอร์ของอิสราเอล ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย รวมถึงนักข่าวด้วย

ตัวแทนอิสราเอลประจำ UN แดนนี ดานอน (Danny Danon) อ้างว่าการสำรวจของ UN IPC สองครั้งในกาซา มีข้อมูลบางส่วนที่ถูกซ่อน ซึ่งไม่ได้แสดงถึงภาวะอดอยากในฉนวน พร้อมเรียกร้องให้ IPC ถอนรายงานที่บิดเบือน

ด้านโครงการอาหารโลก (WFP) ของ UN ยืนยันระดับวิกฤตของความอดอยากในกาซาครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งในปี 2023 โดยรายงานล่าสุดชี้ว่ามีประชาชนกว่า 640,000 คนจะเผชิญความอดอยากขั้นรุนแรง 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นระดับสูงสุดของความขาดแคลนอาหาร โดย WFP ระบุว่าภาวะอดอยากรุนแรงในกาซาเข้าขั้นวิกฤตที่สุด นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

‘สวีเดน–เนเธอร์แลนด์’ กดดันหนักใส่ ‘อียู’ ขอระงับการค้า ‘อิสราเอล’ ปมสังหารหมู่กาซ่า

(29 ส.ค. 68) สวีเดนและเนเธอร์แลนด์ออกแถลงร่วม เรียกร้องให้อียู (EU) ระงับความตกลงการค้ากับอิสราเอล หลังสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าเลวร้าย อย่างน่าตกใจและไม่อาจยอมรับได้ พร้อมทั้งประณามแผนสร้างนิคมยิวใหม่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง

ทั้งสองประเทศชี้ว่า อิสราเอลไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่เคยทำไว้กับอียูเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่เกี่ยวกับการเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซ่า จึงสนับสนุนให้ระงับ 'บทการค้า' ในข้อตกลงสมาคมอียู–อิสราเอล และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่างมาตรการโดยเร็ว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองชาติยังเสนอให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรเฉพาะกลุ่มต่อรัฐมนตรีอิสราเอลที่ผลักดันการตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมาย และคัดค้านแนวทาง 'สองรัฐอยู่ร่วมกัน' พร้อมทั้งขอให้อียูจัดทำรายงานวิเคราะห์ความสอดคล้องต่อคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เรื่องการยึดครองปาเลสไตน์ของอิสราเอล

ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า ตั้งแต่ตุลาคม 2023 อิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วเกือบ 63,000 คน กาซากำลังเผชิญภาวะอดอยาก และอิสราเอลยังถูกดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลโลก รวมถึงมีหมายจับผู้นำระดับสูงโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ

ด้าน ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน เปิดเผยว่า มีรัฐมนตรีถึง 9 คนตัดสินใจลาออก เพื่อประท้วงรัฐบาลที่ไม่ยอมเอาผิดอิสราเอลจากการสังหารหมู่ในกาซ่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top