Friday, 5 June 2026
อิสราเอล

ผู้นำโคลอมเบียประกาศจุดยืนชัด ตัดสัมพันธ์ NATO จวกพันธมิตรตะวันตกมีส่วนสังหารเด็กในกาซา

(17 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ของโคลอมเบีย ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศของเขาจะยุติความร่วมมือกับ NATO และห่างจากรัฐบาลยุโรปที่มีส่วนร่วมในการโจมตีทางทหาร โดยกล่าวว่า “เราต้องออกจาก NATO ไม่มีทางเลือกอื่น”

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปิดการประชุมกลุ่ม The Hague Group ที่กรุงโบโกตา ซึ่งเปโตรชี้ว่า โคลอมเบียไม่ควรเกี่ยวข้องกับพันธมิตรที่ “ทิ้งระเบิดใส่เด็ก” และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรยึดหลักสันติภาพ ไม่ใช่อาวุธ

โคลอมเบียเคยลงนามข้อตกลงเป็น “พันธมิตรโลก” ของ NATO เมื่อปี 2018 และเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่เข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรนี้ แต่ในช่วงหลัง ประธานาธิบดีเปโตรแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อบทบาทของ NATO และรัฐบาลตะวันตก

ที่ผ่านมา เปโตรยังเคยวิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซา และไม่เห็นด้วยที่กระทรวงกลาโหมโคลอมเบียยังซื้ออาวุธจากอิสราเอล แม้เคยออกคำสั่งให้หยุดแล้วก็ตาม โดยเขายืนยันว่า หากต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก ก็ยังมีชาติอื่นพร้อมสนับสนุนและซื้อสินค้าจากโคลอมเบีย

ศาลอาญาระหว่างประเทศ ปัดคำร้องถอนหมายจับ ‘เนทันยาฮู’ ผู้นำอิสราเอลยังถูกล่าตัวตามกฎหมาย คดีสงครามกาซา

(18 ก.ค. 68) ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ปฏิเสธคำร้องของอิสราเอลที่ขอให้ถอนหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) และอดีตรัฐมนตรีกลาโหม โยอาฟ กัลแลนต์ (Yoav Gallant) จากข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา โดยระบุว่าหมายจับจะยังมีผลต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

คำตัดสินซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ ICC ยังระบุด้วยว่าศาลไม่รับคำขอให้งดการสอบสวนคดีอาชญากรรมในดินแดนปาเลสไตน์ โดยก่อนหน้านี้ ICC ได้ออกหมายจับเนทันยาฮู, กัลแลนต์ และผู้นำฮามาสอีก 1 รายในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

แม้อิสราเอลจะโต้แย้งว่า ICC ไม่มีเขตอำนาจตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์เมื่อเดือนเมษายน แต่ผู้พิพากษาระบุว่าเหตุผลดังกล่าว “ไม่ถูกต้อง” และยืนยันว่าหมายจับยังมีผลจนกว่าศาลจะพิจารณาเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการลงโทษผู้พิพากษา ICC จำนวน 4 รายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้กรณีศาลออกหมายจับผู้นำอิสราเอล โดยในจำนวนนี้มี 2 รายที่มีส่วนร่วมในการตัดสินปัดคำร้องของอิสราเอลในครั้งนี้ด้วย

แผนของอิสราเอล ในการครอบครอง 40% ของฉนวนกาซ่า

(20 ก.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ แผนของอิสราเอล โดยมีใจความว่า ...

อิสราเอลเสนอแผนเจรจาหยุดยิงโดยเสนอเรียกร้องที่จะครอบครองประมาณ 40% ของฉนวนกาซ่า รวมถึงเมืองราฟาห์ทั้งหมดด้วย

แผนนี้รวมถึงการตั้งทหารของอิสราเอลในบางส่วนของเมืองกาซ่าตะวันออก ราฟาห์ บีท-ลาเฮีย บีท-ฮานูน ข่าน ยาอูน และพื้นที่ชายแดนลึกถึง 3 กิโลเมตร

ในเขตราฟาห์เป็นการวางแผนเพิ่มความหนาแน่นของประชากรที่เป็นผู้อพยพ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้มีการโยกย้ายเกิดขึ้นในลักษณะบังคับชาวปาเลสไตน์

ซึ่งตามแผนนี้ 40% ของฉนวนกาซ่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของอิสราเอล และชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนจะถูกห้ามกลับบ้านของพวกเขาโดยทันที

อิสราเอลยังต้องการสร้างเขตพื้นที่ลำเลียงและค่ายกักกันซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นแหล่งกักขังและศูนย์เนรเทศที่ใหญ่ที่สุด

อิสราเอลเจอแฉ!! ยิงใส่พลเรือนใกล้ศูนย์ช่วยเหลือในกาซา ปล่อยเด็กหิวโหย-คนเจ็บไร้ยารักษา…สั่งห้าม UN เข้ายุ่งเกี่ยว

(21 ก.ค. 68) ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลต่อศูนย์แจกจ่ายความช่วยเหลือในฉนวนกาซานับตั้งแต่ 27 พ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 995 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 6,000 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 45 ราย ตามแถลงจากสำนักงานสื่อของรัฐบาลกาซาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

จุดแจกจ่ายของมูลนิธิ Gaza Humanitarian Foundation ถูกเรียกว่า “กับดักแห่งความตาย” หลังเกิดเหตุโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อผู้รอรับอาหารและสิ่งของช่วยเหลือ โดยมีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลได้รับคำสั่งให้ยิงใส่พลเรือนที่ไม่มีอาวุธในบริเวณดังกล่าว แม้นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู และ รมว.กลาโหมของอิสราเอลจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

กระทรวงสาธารณสุขกาซาระบุว่า ขณะนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี กว่า 600,000 คน และหญิงตั้งครรภ์อีก 60,000 คน ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะขาดอาหาร และระบบสาธารณสุขในพื้นที่ก็ล่มสลายอย่างหนัก

ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงปฏิเสธการทำงานร่วมกับ UNRWA (หน่วยงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ) และออกกฎหมายห้ามไม่ให้ UNRWA ดำเนินงานในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล

ฝ่ายค้านอิสราเอลไม่พอใจ ‘รัฐบาลเนทันยาฮู’ สั่งโจมตีดามัสกัส จวกยับ!! พฤติกรรมเลวร้าย…จงใจทำลายสันติภาพในตะวันออกกลาง

(21 ก.ค. 68) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอิสราเอล ยาอีร์ ลาปิด (Yair Lapid) กล่าวประณามการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียว่าเป็น “พฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ” และไม่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของประเทศ

ลาปิดระบุว่า การโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในดามัสกัสทำลายความพยายามของสหรัฐฯ และยุโรปในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค และยังส่งสัญญาณว่าเป็นอิสราเอลเองที่ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

และจากการโจมตีในวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บาดอีกเป็นเจ็บจำนวนมาก โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นการปกป้องชุมชนชาวดรูซในซีเรีย ขณะที่ผู้นำชาวดรูซส่วนใหญ่ในซีเรียออกแถลงการณ์ปฏิเสธการแทรกแซงจากต่างชาติ และยืนยันความจงรักภักดีต่อความเป็นหนึ่งเดียวของซีเรีย

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซีเรียยืนยันข้อตกลงหยุดยิงใหม่ในจังหวัดซูเวดา หลังการปะทะระหว่างกลุ่มดรูซและเบดูอินในภาคใต้ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน โดยข้อตกลงดังกล่าวเน้นการกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางอย่างเต็มที่ 

บราซิลร่วมแอฟริกาใต้ ฟ้อง!! อิสราเอล ฐาน ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ ชาวปาเลสไตน์ในกาซา

(24 ก.ค. 68) รัฐบาลบราซิลเตรียมยื่นเอกสารเข้าร่วมคดีของแอฟริกาใต้ ที่กล่าวหาอิสราเอลละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 จากปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กำลังพิจารณาอยู่ โดยบราซิลระบุว่าอิสราเอลใช้อาวุธโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล และค่ายพักพิง ซึ่งทำให้พลเรือนจำนวนมากเสียชีวิต

นอกจากนี้ บราซิลยังกล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การผนวกดินแดนโดยใช้กำลัง และแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่ชาวปาเลสไตน์ประสบ ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจโจมตีพลเรือน แต่ต้องการทำลายกลุ่มฮามาสเท่านั้น

คำแถลงของบราซิลทำให้สถานทูตอิสราเอลในบราซิลออกมาวิจารณ์ว่า เป็นถ้อยคำรุนแรงและมองข้ามบทบาทของฮามาสในกาซา ด้านสมาคมชาวยิวในบราซิล (CONIB) ก็ออกมาแสดงความผิดหวัง พร้อมระบุว่าเป็นการตัดสัมพันธ์มิตรภาพที่ยาวนานระหว่างบราซิลกับอิสราเอล

การตัดสินใจของรัฐบาลลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิสราเอล โดยล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลถึง 50% อย่างไรก็ตาม นักการทูตบราซิลยืนกรานว่าการเข้าร่วมคดีนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์กับวอชิงตัน

‘ชาวอิสราเอล’ เตรียมหาที่อยู่ใหม่ ในประเทศที่ปลอดภัย ตั้งเป้า!! ย้ายมา ‘ไทย’ เป็นอันดับที่ 2 รองจาก ‘กรีซ’

(2 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ชาวอิสราเอล’ โดยมีใจความว่า ...

#ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับสองสำหรับชาวยิว

การค้นหาประเทศที่ปลอดภัยสำหรับชาวอิสราเอลเพิ่มขึ้นถึง 5,000 เปอร์เซ็นต์

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ยิดอัท อัหรอนุต รายงานว่า

"หลังจากสงครามกับอิหร่าน การค้นหาเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติของชาวยิว และความปลอดภัยในการเดินทางได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำค้นหาเช่น “#ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชาวยิว” กลายเป็นคำยอดนิยม"

"เป้าหมายการเดินทางยอดนิยมตามลำดับได้แก่ กรีซ ไทย สหราชอาณาจักร ปราก เวียนนาคอสตาริกา โตเกียว ประเทศอัลบาเนีย (เพิ่มขึ้น 500%) และเกาะคาฟาลิโนของกรีซ (เพิ่มขึ้น 80%) เติบโตอย่างมาก" 

#ไทยเราถูกเลือกเป็นอันดับ2

‘กองทัพแคนาดา’ ส่งของทางอากาศช่วย ‘กาซา’ ประกาศเตรียมรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการ

(5 ส.ค. 68) กองทัพแคนาดาทำภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาครั้งแรก ด้วยการส่งอาหาร ยารักษาโรค และอื่นๆ ผ่านทางอากาศกว่า 9,800 กิโลกรัม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยใช้เครื่องบินทหารจากฐานทัพในจอร์แดน ร่วมกับอีก 5 ประเทศ คือ จอร์แดน, อียิปต์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เยอรมนี และเบลเยียม เพื่อบรรเทาวิกฤตความอดอยากที่กำลังลุกลามในเขตกาซา

แม้จะเป็นความช่วยเหลือจากนานาชาติ แต่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เผยว่ารู้สึกแย่กับการแย่งอาหารที่หล่นจากฟ้า โดยระบุว่าบางคนได้รับอาหารกระป๋องที่ถูกเบียดจนบุบเสียหาย เด็กๆ ต้องปีนข้ามผู้คนเพื่อเข้าไปหยิบของ ส่วนบางพาเลท (กล่องไม้บรรจุอาหาร) ตกในทะเล และมีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่พาเลทพลาดตกใส่คนจนเสียชีวิต

แคนาดาระบุว่าเข้าใจดีว่าการทิ้งของทางอากาศยังไม่ใช่หนทางที่ดีพอ แต่เป็นมาตรการสุดท้ายที่จำเป็นต้องทำ เพราะอิสราเอลยังคงจำกัดการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผ่านทางบกอย่างเข้มงวด ขณะที่เสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนและองค์กรช่วยเหลือต่างต้องการให้เปิดด่านให้รถขนของเข้าได้ตามปกติ

ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ของแคนาดาประกาศว่า เตรียม “รับรองรัฐปาเลสไตน์” อย่างเป็นทางการ โดยมีเงื่อนไขว่าทางการปาเลสไตน์ต้องจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปีหน้า หลังจากเว้นว่างมากว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นการเร่งเดินหน้าสู่ “ทางออกสองรัฐ” ท่ามกลางสงครามที่ยังคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 60,000 คน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 

‘สโลวีเนีย’ สั่งแบนสินค้าทุกชนิดจาก ‘อิสราเอล’ พร้อมส่งอาหาร-ผ้าห่มช่วยชาวกาซา มูลค่ากว่า 34 ล้าน

(8 ส.ค. 68) สโลวีเนียประกาศห้ามนำเข้าและซื้อขายสินค้าทุกชนิดที่ผลิตจากพื้นที่ยึดครองของอิสราเอล พร้อมเตรียมพิจารณาระงับการส่งออกสินค้าจากสโลวีเนียไปยังนิคมในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง 

นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต โกล็อบ (Robert Golob) ของสโลวีเนีย ระบุว่า การกระทำของรัฐบาลอิสราเอล เช่น การตั้งนิคมผิดกฎหมาย การยึดที่ดิน และการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นภัยต่อระเบียบโลก โดยล่าสุด รัฐบาลยังเตรียมจัดส่งความช่วยเหลือด้านอาหารและผ้าห่มมูลค่ากว่า 879,000 ยูโร (ราว 34.28 ล้านบาท) ให้แก่ประชาชนในฉนวนกาซา

แม้สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้จะมีมูลค่าต่ำ (ไม่ถึง 2,000 ยูโรในปี 2023) แต่สโลวีเนียยังเดินหน้าประกาศจุดยืนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งสั่งแบนการนำเข้า ส่งออก และขนส่งอาวุธทุกชนิดไปยังอิสราเอล และขึ้นบัญชีรัฐมนตรีอิสราเอลบางรายว่าเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา”

ด้าน ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย–อิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สโลวีเนียประกาศ​ห้ามซื้อขายสินค้าทุกชนิดกับอิสราเอล​/ชาติยุโรป​นะครับไม่ใช่อาหรับมุสลิม

‘เนทันยาฮู’ ไฟเขียวกองทัพอิสราเอล เข้ายึดกาซา UN เตือน!! อาจเกิดหายนะต่อพลเรือน และตัวประกัน

(8 ส.ค. 68) รัฐบาลอิสราเอลนำโดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู อนุมัติแผนปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดเมืองกาซาซิตี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผน 5 ข้อที่ประกาศว่า “เพื่อกำจัดฮามาสและยุติสงคราม” แม้ก่อนหน้านี้เนทันยาฮูเคยประกาศว่าจะเข้าควบคุมทั้งฉนวนกาซา แต่แผนที่ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้เน้นเฉพาะเมืองหลวงกาซาเท่านั้น

สาระสำคัญของแผนนี้ได้แก่ การปลดอาวุธฮามาส ช่วยเหลือตัวประกัน ยึดการควบคุมความมั่นคง และจัดตั้งฝ่ายบริหารพลเรือนใหม่ที่ไม่ใช่ฮามาสหรือองค์การปาเลสไตน์ พร้อมให้กองทัพอิสราเอลเตรียมเข้าควบคุมพื้นที่อย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอังกฤษเตือนว่าการเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเต็มรูปแบบจะส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก และอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนมากถึง 1 ล้านคนจากทางเหนือไปยังตอนใต้ของกาซา

ในอิสราเอลเอง แผนนี้ก็เผชิญเสียงคัดค้านจากครอบครัวตัวประกันและฝ่ายค้านที่มองว่าเป็น “หายนะ” ทางการเมือง และยิ่งทำตามแผนของฮามาส โดยเฉพาะในขณะที่จำนวนพลเรือนในกาซาที่เสียชีวิตทะลุ 61,000 คน และประชาชนกว่า 87% ต้องพลัดถิ่นซ้ำซาก

องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) และ UN เรียกร้องให้หยุดปฏิบัติการของกองทุน GHF ที่สหรัฐฯ สนับสนุน เนื่องจากเป็นอันตรายต่อผู้หิวโหย และกลายเป็นจุดที่มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจำนวนมาก การควบคุมฉนวนกาซาโดยกองทัพอิสราเอลถูกมองว่าอาจลุกลามเป็นวิกฤตมนุษยธรรมร้ายแรงยิ่งขึ้น หากไม่มีทางออกทางการเมืองหรือข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นในเร็ววัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top