Tuesday, 20 October 2026
สเปซเอ็กซ์

6 พนง.หญิง ฟ้อง ‘เทสลา’ คดีคุกคามทางเพศ พร้อมแฉ ‘อีลอน มัสก์’ ชอบให้ท้ายชายโฉด

ผู้หญิง 6 คนยื่นฟ้อง ‘เทสลา’ สนับสนุนส่งเสริมวัฒนธรรมการคุกคามทางเพศในโรงงานที่แคลิฟอร์เนียและสถานที่อื่นๆ ซึ่งรวมถึงการแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่พึงประสงค์ การพูดจาแทะโลมดูหมิ่น และการตอบโต้ผู้ร้องเรียน ขณะที่โจทก์บางคนบอกว่า ‘มัสก์’ เอง ก็ชอบทวิตยั่วยุส่งเสริมพฤติกรรมดังกล่าวในที่ทำงาน 

ก่อนการฟ้องร้องล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (14 ธ.ค.) มีผู้หญิงอีก 2 คนยื่นฟ้องเทสลาไปก่อนแล้วตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน ตอกย้ำปัญหาในโรงงานผลิตรถไฟฟ้าเทสลาในเมืองฟรีมอนต์ ย่านซานฟรานซิสโกเบย์ ที่รวมถึงคดีฟ้องร้องข้อหาเหยียดผิวที่อดีตพนักงานผิวดำเป็นฝ่ายชนะ และได้ค่าเสียหายไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์

คำฟ้องระบุว่า โรงงานเทสลามีสภาพเหมือนสถานที่ก่อสร้างหรือสถานที่อาศัยหรือสังสรรค์ของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความหยาบคายและพฤติกรรมคร่ำครึ มากกว่าจะเป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นหัวใจสำคัญของความก้าวหน้าของซานฟรานซิสโกเบย์

เทสลายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องนี้ แต่มีบางส่วนพาดพิงถึง ‘อีลอน มัสก์’ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ว่า ชอบทวีตยั่วยุส่งเสริมพฤติกรรมดังกล่าวในที่ทำงาน...

คดีฟ้องร้องทั้ง 6 คดีที่ยื่นต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบคลุมผู้หญิง 5 คนที่ทำงานหรือเคยทำงานในโรงงานที่ฟรีมอนต์ ส่วนอีกคนเคยทำงานในศูนย์บริการทางใต้ของรัฐ

‘มิคาลา เคอร์แรน’ เล่าว่า ตอนที่เริ่มทำงานในโรงงานฟรีมอนต์ เธออายุเพียง 18 ปี และหลังจากทำงานได้ไม่กี่สัปดาห์ หัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานเริ่มวิจารณ์หุ่นของเธอต่อหน้า เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งชวนเธอมีเซ็กซ์โดยบอกว่า พนักงานหลายคนในโรงงานมักชวนกันไปหลับนอนในที่จอดรถ

เคอร์แรน บอกว่า เธอตัดสินใจลาออกหลังจากถูกคุกคามแบบนี้เกือบ 2 เดือน โดยงานที่เทสลาคือการทำงานครั้งแรกนับจากเรียนจบมัธยมปลาย ในคำฟ้อง เธอยังกล่าวหาว่า มีการคุกคามทางเพศอย่างแพร่หลายในเทสลา สเปซเอ็กซ์ไม่แตกต่าง 

ทำเนียบขาวให้อาณาสิทธิ์ 'อีลอน มัสก์' ชี้ขาดผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทตัวเอง

(6 ก.พ.68) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีที่เป็นผู้นำในหน่วยงานปรับปรุงประสิทธิภาพรัฐบาลภายใต้ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในการพิจารณาว่าบรรดาบริษัท บริษัท Tesla, SpaceX, xAI, Neuralink และบริษัทต่างๆ ของเขาเองนั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างที่เขามีบทบาทตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางกับธุรกิจของเขาที่เป็นเจ้าของทั้ง 6 บริษัทหรือไม่

คาโรไลน์ ลีวิตต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาวกล่าวระหว่างการแถลงข่าว กล่าวว่า “ท่านประธานาธิบดีได้รับคำถามนี้ไปแล้วในสัปดาห์นี้ และท่านได้กล่าวว่า หากอีลอน มัสก์พบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวกับสัญญาหรือเงินทุนที่หน่วยงาน Doge ดูแล เขาจะถอนตัวจากสัญญานั้น และเขาก็ยังคงปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”  

สำหรับอีลอน มัสก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็น 'ลูกจ้างพิเศษของรัฐบาล' และเป็นหัวหน้าทีมของหน่วยงานรัฐบาลกลางที่เรียกว่ากรมประสิทธิภาพรัฐบาล ( Doge) ซึ่งอยู่ภายใต้กฎระเบียบด้านผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎเหล่านี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว  

มัสก์ วัย 53 ปี เป็นซีอีโอของ SpaceX บริษัทที่มีสัญญารัฐบาลมูลค่าสูงกับองค์การนาซาและกองทัพสหรัฐฯ โดยโครงการปล่อยจรวดของบริษัทอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Tesla บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เคยถูกสอบสวนโดยหน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่ง รวมถึงสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)  

“ผมไม่เคยเห็นกรณีไหนที่บุคคลสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเขามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่” ดร.โดนัลด์ เคตเทิล ศาสตราจารย์กิตติคุณและอดีตคณบดีคณะนโยบายสาธารณะมหาวิทยาลัยแมริแลนด์กล่าว “ในความเป็นจริง การกำหนดผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยตนเองก็ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนในตัวมันเองอยู่แล้ว”  

คำสั่งบริหารที่ก่อตั้งหน่วยงาน Doge ได้มอบหมายให้ทีมงานดำเนินการ ปรับปรุงเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ของรัฐบาลกลางให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตของรัฐบาล  

นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง มัสก์ได้เร่งดำเนินงานอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ทีมงานของ Doge ได้เข้าไปทำงานในหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง รวมถึงสำนักงานบริหารงานบุคคล (OPM) สำนักงานบริหารบริการทั่วไป (GSA) และกระทรวงการคลังสหรัฐ

SpaceX ทดสอบ Starship สำเร็จบางส่วน!! ยานสตาร์ชิปขึ้นสู่โคจรเป็นครั้งแรก ปล่อยดาวเทียมสตาร์ลิงก์ 26 ดวง เครื่องยนต์ดับชั่วคราว แต่ประสบความสำเร็จ เตรียมพัฒนาสำหรับภารกิจดวงจันทร์ดาวอังคาร

ลอสแอนเจลิส, 29 ก.ย. (ซินหัว) -- สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) บริษัทการบินอวกาศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่ายานอวกาศสตาร์ชิป (Starship) ได้เข้าถึงวงโคจรเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ย.) และปล่อยดาวเทียมสตาร์ลิงก์ วี3 (Starlink V3) รุ่นใหม่ จำนวน 26 ดวง ก่อนยุติภารกิจทดสอบเร็วกว่าที่วางแผนไว้เพราะเกิดปัญหาที่เครื่องยนต์ระหว่างไต่ระดับความสูง

ยานสตาร์ชิปและจรวดขับดันซูเปอร์ เฮฟวี (Super Heavy) ได้แยกตัวโดยเครื่องยนต์ยังติดอยู่ขณะไต่ระดับความสูงช่วงแรก หลังทะยานขึ้นจากฐานปล่อยสตาร์เบส (Starbase) ในรัฐเท็กซัสตอนราว 07.48 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจรวดขับดันเดินทางกลับและตกลงอ่าวเม็กซิโกในอีกราว 7 นาทีถัดมา แต่เครื่องยนต์แรปเตอร์ (Raptor) ตัวหนึ่งของยานสตาร์ชิปดับลงก่อนกำหนด

หลังจากยานสตาร์ชิปเข้าสู่วิถีโคจรแบบต่ำกว่าวงโคจร ทีมควบคุมการบินได้ประเมินอีกครั้งและตัดสินใจว่ายานสตาร์ชิปยังสามารถดำเนินการในวงโคจรต่อได้ จึงอนุมัติให้ดำเนินการ "จุดเครื่องยนต์เพื่อเข้าสู่วงโคจร" และทำให้ยานสตาร์ชิปสามารถเข้าสู่วงโคจรได้เป็นครั้งแรก

หลังจากทะยานเป็นเวลาสั้นๆ ยานสตาร์ชิปได้ปล่อยดาวเทียมสตาร์ลิงก์ วี3 ทั้ง 26 ดวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ยานสตาร์ชิปปล่อยดาวเทียมรุ่นใหม่เข้าสู่วงโคจร และสเปซเอ็กซ์ติดต่อกับดาวเทียมผ่านการเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์ สถานีภาคพื้นดิน และอุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้งานสตาร์ลิงก์ โดยดาวเทียมดำเนินการตรวจสอบระบบในวงโคจรและเพิ่มระดับวงโคจรก่อนให้บริการ

หลังปล่อยดาวเทียมแล้ว ยานสตาร์ชิปเข้าสู่ระยะทะยานรอบโลก โดยทีมควบคุมการบินตัดสินใจจำกัดเวลาที่ใช้ในวงโคจรและดำเนินการจุดเครื่องยนต์เพื่อนำยานออกจากวงโคจร โดยพิจารณาจากปัญหาด้านเครื่องยนต์ที่เกิดขึ้น และยานสตาร์ชิปกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและลดระดับจนตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือตามที่กำหนดไว้

อนึ่ง สเปซเอ็กซ์กำลังพัฒนายานสตาร์ชิปให้เป็นระบบขนส่งที่ใช้ซ้ำได้เต็มรูปแบบ เพื่อขนส่งนักบินอวกาศและสัมภาระไปยังวงโคจรของโลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร และอาณาบริเวณที่ไกลออกไป โดยมีการพัฒนายานสตาร์ชิป ฮิวแมน แลนดิง ซิสเต็ม (Starship Human Landing System) เพื่อขนส่งนักบินอวกาศไปและกลับจากพื้นผิวดวงจันทร์ภายใต้โครงการสำรวจดวงจันทร์อาร์ทิมิส (Artemis) ขององค์การนาซา (NASA)

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top