Thursday, 4 June 2026
สหรัฐอมเริกา

‘นันทิวัฒน์’ ชื่นชม ‘กลมา แฮร์ริส’ ตัวแทนสหรัฐฯ ไม่ยก ม.112 กดดันไทยช่วงประชุมฯ อย่างที่หลายฝ่ายหวัง

(22 พ.ย. 65) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ว่า อเมริกามหามิตร การประชุมเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ถูกบางคนค่อนแคะว่า ไบเดน ผู้นำใหญ่ของโลกประชาธิปไตยไม่มาร่วม จะทำให้การจัดงานประชุมเอเปคครั้งนี้กร่อยแน่นอน

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า… ในฐานะเจ้าภาพ ไทยอยากให้ผู้นำเอเปคทุกคนมาร่วมประชุมให้ได้ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกและรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เดินสายมอบหนังสือเชิญด้วยตนเอง แต่เราก็ต้องเข้าใจบริบทในความจำเป็นของผู้นำต่างๆ ที่ติดธุระสำคัญ ไม่สามารถมาร่วมงานได้ และมีอย่างน้อย 4 เขตเศรษฐกิจที่ส่งผู้แทนมาร่วมประชุม

กรณีอเมริกา แม้ไบเดนจะมาไม่ได้ แต่ก็ส่งกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีมาแทน ซึ่งไม่ได้ด้อยค่าอะไรต่อไทยแต่อย่างใด

แม้สหรัฐฯ ไม่ส่งขีปนาวุธ 20,000 ลูกให้ยูเครน เชื่อใกล้บีบรัสเซียหยุดยิงได้

(9 มิ.ย. 68) โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยในการสัมภาษณ์กับ ABC News ว่าสหรัฐฯ ได้ยกเลิกแผนส่งมอบขีปนาวุธต่อต้านโดรนจำนวน 20,000 ลูก ตามที่เคยรับปากไว้กับยูเครนในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน โดยอ้างว่าขีปนาวุธดังกล่าวถูกส่งไปยังกองกำลังอเมริกันในตะวันออกกลางแทน ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ยูเครนต้องต่อกรกับฝูงโดรนชนิดชาเฮด (Shahed) ที่รัสเซียนำมาใช้โจมตีอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้เหตุการณ์นี้จะถูกมองว่าเป็นอุปสรรคทางยุทธศาสตร์ แต่เซเลนสกียืนยันว่าเขาไม่ได้วิตกกังวลต่อการเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ และเขาเชื่อว่าตอนนี้ยูเครนอยู่ในจุดที่สามารถชนะรัสเซียได้ พร้อมกล่าวชัดเจนว่า “เรากำลังเข้าใกล้จุดที่เราแทบจะบังคับให้รัสเซียหยุดสงคราม หรืออย่างน้อยก็หยุดยิงชั่วคราว”

ผู้นำยูเครนยังอธิบายว่า กำลังมองเห็นผลจากปฏิบัติการทางทหารที่เจาะลึกเข้าไปภายในดินแดนรัสเซีย ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความตื่นตระหนกและรู้ซึ้งถึง “ศักยภาพแท้จริง” ของยูเครน ขณะที่เขาเน้นว่าโมเมนตัมนี้ช่วยให้เกิดแรงกดดันทางจิตใจต่อกองกำลังรัสเซีย

สำหรับเบื้องหลังการเปลี่ยนเส้นทางส่งมอบขีปนาวุธครั้งนี้ มีรายงานจาก Wall Street Journal และ Kyiv Independent ว่าเป็นคำสั่งจากกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากอิหร่านและกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่เซเลนสกียังเรียกร้องให้สหรัฐฯ กลับมาส่งมอบยุทโธปกรณ์ครบถ้วน พร้อมขยายความร่วมมือหลากหลายด้านเพื่อช่วยเร่งจุดจบของสงครามและผลักดันให้รัสเซียยอมเจรจาหยุดยิงถาวร

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ชี้ ‘เซเลนสกี’ รู้ดีว่ากำลังแพ้ แต่พยายามดึง ‘นาโต้’ เข้าร่วมสงครามกับรัสเซีย

(9 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ตระหนักดีว่ากำลังพ่ายแพ้ในสงคราม และพยายามดึงนาโต้ (NATO) เข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งกับรัสเซีย ตามคำกล่าวของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ทอมมี ทับเบอร์วิลล์ (Tommy Tubberville) 

ทับเบอร์วิลล์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานี WABC ว่า “ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีข้อสงสัย เซเลนสกีไม่สามารถชนะสงครามนี้ได้ด้วยตัวเอง เขารู้ดีว่าเขากำลังแพ้” พร้อมเสริมว่าการโจมตีสนามบินทหารรัสเซียในต้นเดือนมิถุนายนเป็นการยกระดับความขัดแย้งโดยเจตนา

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่าเคียฟได้ใช้โดรน FPV โจมตีสนามบินในภูมิภาคมูร์มันสค์, อีร์คุตสค์, อิวาโนโว, ริยาซาน และอามูร์ ซึ่งการโจมตีในบางพื้นที่ถูกต่อต้านไว้ได้ทั้งหมด

กระทรวงฯ ระบุว่า สนามบินในภูมิภาคมูร์มันสค์ และอีร์คุตสค์เกิดเพลิงไหม้แต่ได้ควบคุมไฟได้แล้ว และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในหมู่เจ้าหน้าที่จากการโจมตีครั้งนี้

จีนหวังสหรัฐฯ รักษาสัญญา รับนักเรียนจีนเรียนต่อ ตามที่ทรัมป์กล่าว

(20 มิ.ย. 68) กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า จีนคัดค้านการเมืองนำหน้าความร่วมมือด้านการศึกษา พร้อมแสดงความหวังว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่ายินดีต้อนรับนักศึกษาจีนไปเรียนต่อในสหรัฐฯ

กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่าจีนติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และเห็นว่าความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ควรถูกแทรกแซงด้วยปัจจัยทางการเมือง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ย้ำว่าจีนคาดหวังให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักศึกษาและนักวิชาการจีนในสหรัฐฯ อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง

‘ทรัมป์’ ขู่ตัดเงินอุดหนุนบริษัท ‘อีลอน มัสก์’ เย้ย!! ถ้าไม่มีรัฐช่วย อีลอนคงกลับบ้านที่แอฟริกาใต้

(1 ก.ค. 68) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ออกมาร้องเรียนอย่างรุนแรงต่อกฎหมายภาษีและงบประมาณขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "One Big Beautiful Bill" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่าเป็น “ร่างกฎหมายที่เลวร้ายที่สุด” และเรียกร้องให้จัดตั้ง “พรรคใหม่เพื่อประชาชน” พร้อมสาบานว่าจะโค่นนักการเมืองที่สนับสนุนงบประมาณสูงเกินจำเป็น

ต่อมาในวันอังคาร ทรัมป์ตอบโต้มัสก์อย่างเผ็ดร้อนบน Truth Social โดยเสนอให้ DOGE (กรมประสิทธิภาพรัฐบาล) ตรวจสอบ “เงินอุดหนุนมหาศาล” ที่มัสก์ได้รับจากรัฐบาล และระบุว่า “หากไม่มีเงินอุดหนุน มัสก์คงต้องเลิกกิจการและกลับแอฟริกาใต้”

แต่มัสก์ไม่ยอมจำนน เขาตอบกลับในแพลตฟอร์ม X ว่า “ผมพร้อมให้ยกเลิกทุกอย่าง ตอนนี้เลย” และย้ำว่าการลดเงินอุดหนุนให้ได้ทั้งหมดจะต้องดำเนินการทันที ขณะเดียวกัน เขากำลังจะรวมตัวสร้างพรรคการเมืองใหม่เพื่อต่อต้านพรรคที่ใช้จ่ายงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งเขามองว่ามีอิทธิพลมากเกินกว่าจะตรวจสอบได้ 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ เตือนว่า การปะทะทางโซเชียลครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความแตกแยกภายในพรรคขยายวงกว้างมากขึ้น

ทรัมป์ย้ำเส้นตาย!! ขึ้นภาษีนำเข้า 1 ส.ค. ส่งผลกระทบไทย โดนภาษีสหรัฐฯ 36%

(9 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จะไม่มีการขยายเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ สำหรับการบังคับใช้ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นกับหลายประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงท่าทีว่าจะมีความยืดหยุ่นในกำหนดการดังกล่าว

ตั้งแต่เดือนเมษายน สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 10% กับหลายประเทศ แต่มีบางประเทศที่ถูกกำหนดให้เสียภาษีเพิ่มเป็นพิเศษ ซึ่งถูกเลื่อนมาแล้วหลายรอบ แต่ล่าสุดทรัมป์ยืนยันว่าจะเริ่มเก็บจริงวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และจะไม่เลื่อนอีกแล้ว

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “จะไม่มีการต่อเวลาอีก” และระบุว่าประเทศต่าง ๆ จะเริ่มจ่ายภาษีตามหนังสือแจ้งเตือนที่รัฐบาลส่งออกไป โดยบางประเทศจะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ไทย และมาเลเซีย ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะถูกเก็บในอัตรา 25%

ในจดหมายถึงผู้นำประเทศต่าง ๆ ทรัมป์เตือนว่า หากมีการตอบโต้ สหรัฐฯ อาจตอบกลับด้วยมาตรการภาษีที่รุนแรงขึ้น แต่ก็เปิดช่องให้ต่อรอง โดยระบุว่า หากประเทศใดพร้อมปรับนโยบายการค้า สหรัฐฯ “อาจพิจารณาปรับแก้จดหมายนี้”

จนถึงตอนนี้ สหรัฐฯ มีข้อตกลงเกิดขึ้นเพียงกับไม่กี่ประเทศ เช่น อังกฤษ เวียดนาม และการลดภาษีตอบโต้กับจีน โดยทรัมป์ย้ำว่า มาตรการขึ้นภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การค้าระหว่างประเทศเป็นธรรมกับสหรัฐฯ มากขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์ ม.โคลัมเบียเผย สหรัฐฯ ไม่เพิ่มงบช่วยยูเครน ทรัมป์กลัวเสียฐานเสียง!! ชี้คนอเมริกันไม่อินกับสงคราม

(11 ก.ค. 68) เจฟฟรีย์ แซกส์ (Jeffrey Sachs) นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันชื่อดัง และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ว่า สหรัฐฯ ไม่น่าจะเพิ่มการส่งอาวุธหรือเงินช่วยเหลือแก่ยูเครนแล้ว เนื่องจากประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่ รวมถึงผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สนใจสงครามในยูเครน

แซกส์ระบุว่า สงครามยูเครนเป็นเรื่องที่กลุ่มอำนาจเบื้องหลังรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ผลักดันตั้งแต่ต้น ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน แม้ทรัมป์จะประกาศว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครนเมื่อวันจันทร์ แต่เขาก็ยังไม่ชี้แจงว่าจะส่งอาวุธประเภทใด และไม่ยืนยันว่าจะส่งขีปนาวุธแพทริออท (Patriot) ตามที่ยูเครนเรียกร้องหรือไม่

สำนักข่าว Axios รายงานเพิ่มเติมในวันอังคารว่า ทรัมป์ได้ให้คำมั่นว่าจะส่งขีปนาวุธแพทริออท 10 ลูกไปยังยูเครนทันที และจะช่วยหาช่องทางส่งยุทโธปกรณ์จากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนยูเครนของสหรัฐฯ ก็กำลังเผชิญแรงต้านในสภาคองเกรสและจากประชาชนส่วนหนึ่งที่มองว่าเงินภาษีควรใช้แก้ปัญหาภายในประเทศมากกว่าขยายบทบาทในสงครามต่างแดน

จีนจับมือสหรัฐฯ ล่าคลื่นแรงโน้มถ่วงยุคบิ๊กแบง ตั้งกล้องโทรทรรศน์ AliCPT สุดล้ำ!! บนที่ราบสูงทิเบต

(17 ก.ค. 68) จีนเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์ AliCPT บนที่ราบสูงทิเบต ความสูงกว่า 5,200 เมตร เพื่อค้นหาร่องรอยของคลื่นแรงโน้มถ่วงจากช่วงเริ่มต้นของจักรวาล หรือที่เกิดขึ้นหลัง 'เหตุการณ์บิ๊กแบง' ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเอกภพ เมื่อประมาณ 13.8 พันล้านปีก่อน

แม้ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะตึงเครียด แต่โครงการ AliCPT ก็ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินต่อไปได้ โดยกล้องนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์พิเศษเกือบ 7,000 ตัว ซึ่งต้องแช่เย็นจนเกือบถึงอุณหภูมิที่เย็นที่สุดในธรรมชาติ เพื่อให้สามารถจับสัญญาณไมโครเวฟจาง ๆ จากจักรวาลยุคแรกเริ่มได้อย่างแม่นยำ

สถานที่ตั้งกล้อง AliCPT ถูกเลือกมาอย่างระมัดระวัง เพราะต้องอยู่ในพื้นที่ที่อากาศแห้งและมีไอน้ำน้อย เพื่อไม่ให้รบกวนการตรวจจับสัญญาณจากอวกาศ โดยกล้องนี้ถือเป็นกล้องแห่งเดียวในซีกโลกเหนือที่ร่วมภารกิจกับกล้องอีกสองแห่งในแอนตาร์กติกาและทะเลทรายอาตากามา ทำให้สามารถสำรวจท้องฟ้าได้ครอบคลุมทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า คลื่นแรงโน้มถ่วงยุคแรกเริ่มเหล่านี้จะไขปริศนาได้ว่าเอกภพเกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งหากตรวจจับได้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวกระโดดของฟิสิกส์จักรวาล และยกระดับบทบาทของจีนในเวทีวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ

จีนกดดันสหรัฐฯ ลดข้อจำกัดส่งออกชิป AI แลกข้อตกลงการค้า ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ

(11 ส.ค. 68) สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า จีนต้องการให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปที่สำคัญต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการค้า เส้นตายในวันที่ 12 ส.ค. นี้ ก่อนการประชุมสุดยอดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้แจ้งผู้เชี่ยวชาญในกรุงวอชิงตันว่า ปักกิ่งต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ลดข้อจำกัดในการส่งออกชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High-Bandwidth Memory: HBM) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิกของบริษัท Nvidia

จีนกังวลว่ามาตรการควบคุมชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงของสหรัฐฯ จะกระทบต่อความสามารถของบริษัทจีน เช่น หัวเว่ย ในการพัฒนาชิป AI ของตนเอง ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าจำกัดการส่งออกชิประดับสูงเพื่อสกัดความก้าวหน้าในด้าน AI และการพัฒนาทางทหารของจีน

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อโอกาสทางการตลาดของบริษัทชิปสหรัฐฯ ในจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ใหญ่ที่สุดของโลก แต่จีนก็ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญของผู้ผลิตชิปอเมริกัน

‘ทรัมป์’ ได้รับคำเชิญสำคัญจาก ‘ปูติน’ ชวนเยือน ‘รัสเซีย’ เพื่อพบกันในครั้งต่อไป

(20 ส.ค. 68) รัสเซียยืนยันเชิญ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เยือนประเทศอย่างเป็นทางการ โดยนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ทรัมป์ได้รับคำเชิญให้เดินทางมาเยือนรัสเซีย โดยประธานาธิบดีปูตินได้ยืนยันคำเชิญดังกล่าวในงานแถลงข่าวที่อะแลสกา 

ก่อนหน้านี้ การพบปะระหว่างผู้นำทั้งสองเกิดขึ้นที่ฐานทัพทหาร Elmendorf-Richardson รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเป็นการเจรจาแบบ “สามต่อสามฝ่าย” ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 45 นาที และมีลาฟรอฟ และยูริ อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) จากฝั่งรัสเซีย ส่วนสหรัฐอเมริกามีรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) และผู้แทนพิเศษสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) เข้าร่วม

ลาฟรอฟกล่าวว่าบรรยากาศการพูดคุยในอะแลสกาดีมาก ซึ่งสะท้อนจากคำกล่าวของผู้นำทั้งสองฝ่าย หลังการประชุม โดยปูตินได้เชิญทรัมป์ไปยังกรุงมอสโกเพื่อพบกันในครั้งต่อไป

ด้านทรัมป์ตอบรับคำเชิญว่า “น่าสนใจมาก” พร้อมหยอกล้อว่าการยอมรับคำเชิญอาจทำให้เขาโดนวิจารณ์บ้าง แต่ก็น่าสนใจสำหรับการเดินทางไปเยือนรัสเซียในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top