Thursday, 4 June 2026
สมุทรปราการ

สมุทรปราการ-ครอบครัวสุวรรณบุตร เลี้ยงอาหารเด็กกว่า 4,000 คน เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 63 ปี สส.ยงยุทธ สุวรรณบุตร

(18 ก.ค.68) ครอบครัวสุวรรณบุตร นำโดย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 สมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา

พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นายเมธากุล สุวรรณบุตร กรรมการผู้จัดการ และประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ได้เดินทางไปเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน จำนวนกว่า 4,000 คน เนื่องในโอกาสครบรอบ 63 ปี วันคล้ายวันเกิด ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 สมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบล

โดยได้เลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมทั้งไอศครีม ขนมเค็ก แก่เด็กนักเรียน และน้องๆหนูๆ ทุกคนรวมถึงนักเรียนชั้นอนุบาล จำนวนกว่า 4,000 คน ได้แก่ โรงเรียนวัดแพรกษา โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (ชั้นประถม) โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ระดับเตรียมอนุบาล บ้านเอื้ออาทร 1 บ้านเอื้ออาทร 3 และบ้านเอื้ออาทร 14 

จากนั้นในช่วงบ่าย ทางคณะผู้บริหารโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา พร้อมด้วย คณะครู นักเรียน ร่วมแสดงกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้อนรับครอบครัวสุวรรณบุตร ในฐานะผู้ก่อตั้งโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา กระทรวงมหาดไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 63 ปี วันคล้ายวันเกิด ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร 

โดยมี คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียน ผู้นำชุมชน ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จำนวนมากต่างเดินทางมาร่วมกิจกรรม ร่วมรับประทานอาหาร พร้อมทั้งมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด

นอกจากนี้ นายเมธากุล สุวรรณบุตร กรรมการผู้จัดการ และประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ได้มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนให้แก่นักเรียนที่เป็นตัวแทนของโรงเรียนเตรียมตัวไปแข่งขันระดับประเทศ จำนวน  50,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่น้องๆ นักเรียนที่จะเดินทางไปแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนต่อไป

สมุทรปราการ-จังหวัดสมุทรปราการ เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ยาบ้ากว่า 1 แสนเม็ด ยึดทรัพย์กว่า 12 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. (1 ส.ค. 68) นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พันเอก ธนิวรรธณ์ คำกรุนันทกานต์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ ผู้อำนวยการ. สำนักงาน ปปส.ภาค 1. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ณ บริเวณอุทยานการเรียนรู้และหอชมเมืองสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน / ชุมชนเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด เพื่อทำการสืบสวนจับกุมและขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิด แล้วรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงค้นหาผู้เสพฯที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา  โดยผลการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2568 

สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน 263 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 270 คน ของกลางยาเสพติด ยาบ้า 110,759 เม็ด ยาไอซ์ 188 กรัม เคตามีน 117 กรัม อาวุธปืน 13 กระบอก เครื่องกระสุน 98 นัด พร้อมทั้งตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน (โทรศัพท์มือถือ ,เงินสด ,รถยนต์ ,รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ) รวมมูลค่าทรัพย์ของกลาง 12,213,007 บาท 

การปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ในครั้งนี้นั้น เป็นการดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก สนธิกำลังและบูรณาการกำลังร่วมกัน เพื่อการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดขยายผลการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องและยึดทรัพย์สินเพื่อทำลายเครือข่าย และโครงสร้างการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่หมู่บ้าน / ชุมชน ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคมที่เกิดขึ้นจากปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดของประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการขับเคลื่อนตามมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชน และสังคมโดยรวมมีความสงบสุข

ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือพบเบาะแสในการกระทำผิด พบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือบุคคลที่หลบหนีหมายจับขอให้แจ้งข้อมูลมายัง ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ สายด่วน 191 เว็บไซด์ http://samutprakran.police.go.th/index.php/th-th/ และ สายด่วนร้องเรียนหมายเลข 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สมุทรปราการ-ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับ ชมรมโฮปฯ แจกข้าวสารอาหารแห้ง กว่า 1,000 ชุด เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 

ที่วัดมหาวงษ์ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย นายอัครนันท์ พร้อมด้วย นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา นำคณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปฯ และ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ นำข้าวสารอาหารแห้ง ประเภท มาม่า ปลากระป๋อง ข้าวส่าร และขนมปี๊บ จำนวนกว่า  1,000 ชุด นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากไร้ คนพิการ รวมถึงประชาชนที่ขาดแคลนในหลายๆ พื้นที่

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม โดยมีเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการค่อยจัดระเบียบและให้บริการในด้านความสะดวก และพยาบาล

โดยทางด้าน นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ และนางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล กล่าวว่า ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา โดยได้แจกข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด เพื่อเป็นมหากุศลถวายให้แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 

ทั้งนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้จัดกิจกรรมนี้เป็นปีที่ 2 โดยปีนี้แจกมากกว่าปีที่แล้ว และได้ส่งไปยัง วิทยาลัยเทคโนโลยีสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเด็กที่ไม่มีญาติ จำนวน 200 ชุด จะมีข้าวสาร นม ขนมปัง และอาหารแห้ง ซึ่งทางชมรมจะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน 

นอกจากนี้ทางชมรมโฮปฯ ก็มีจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย พร้อมทั้งยังให้การช่วยเหลือคนป่วยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งในแต่ละเดือนก็จะช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และบริจาคโลงศพให้แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทางชมรมก็เข้าไปให้การดูแลช่วยเหลือ เช่น ตึกถล่ม หรือเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่ผ่านมา

สมุทรปราการ-จนท.ตรวจสอบร้านอาหารเจ้าดัง!! ย่านบางปู หลังโดนร้องเรียนทิ้งเศษอาหารและสิ่งปฏิกูล สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านนานหลายปี

(25 ส.ค. 68) ชาวบ้านในเขตพื้นที่บางปูส่งเรื่องร้องเรียนผู้ประกอบการรายหนึ่ง โดยอ้างว่าผู้ประกอบการร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ ต.บางปู จ.สมุทรปราการ ขายอาหารส่งกลิ่นรบกวน รวมถึงมีเสียงดังส่งผลกระทบต่อคนในชุมชนมานานกว่า 5 ปี

นอกจากนี้ ทางตัวแทนชุมชนและเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า ในชุมชนแห่งนี้มีผู้ป่วยด้วยโรคหอบหืดและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจทุกครั้งที่ร้านเปิดเครื่องดูดอากาศและปรุงอาหารเสิร์ฟลูกค้า เนื่องจากเครื่องดูดอากาศของทางร้านนั้น พ่นกลิ่นควันหันออกมาทางบ้านเรือนประชาชน

อีกทั้งชุมชนแห่งนี้ยังมีเด็กพิการอายุ 13 ปี ที่บ้านพักอาศัยอยู่ติดกันกับร้านอาหารส่งเสียงร้องอย่างทรมานหลังจากที่ได้ยินเสียงเครื่องดูดอากาศและกลิ่นฉุนและเหม็นที่ลอยมาตามลม

กระทั่งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา กองสาธารณสุขเทศบาลตำบลบางปู พร้อมด้วย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สนง.สิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 13 จ.ชลบุรี และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าวที่ถูกร้องเรียน

โดยร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยเทศบาลบางปู 118 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังมีชาวบ้านในชุมชนร้องทุกข์เรื่องร้านอาหารปล่อยมลพิษทางเสียง ส่งกลิ่นเหม็น ทิ้งเศษอาหารลงสู่ป่าชายเลน เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม และสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันนานกว่า 5 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้มีตัวแทนพูดคุยและเจรจาไปหลายครั้งแต่ไม่เป็นผลแต่อย่างใด จึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าตรวจสอบดูแลช่วยเหลือ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่พบว่ามีเศษอาหารถูกทิ้งลงสู่พื้นดินด้านล่างซึ่งเป็นป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีกลิ่นเหม็นจากสิ่งปฏิกูลจากห้องสุขา ภายใต้พื้นร้านอาหารเต็มไปด้วยเศษขยะที่ทับถมหมักหมม กันอย่างหนาแน่น สร้างความอุจาดตาต่อผู้พบเห็น 

โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้ประกอบการให้รีบดำเนินการแก้ไขปรับปรุงอย่างเร่งด่วน โดยให้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง หากยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุงคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป และขอความร่วมมือให้ช่วยเก็บขยะทะเลที่ไหลเข้ามาอยู่ใต้พื้นร้านอาหารออกให้เรียบร้อย ซึ่งผู้จัดการร้านอาหารยอมรับและจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกับเจ้าหน้าที่ไว้

ขณะที่ นางอุสา (นามสมมุติ) ผู้ป่วยโรคหอบหืด บ้านที่อยู่ติดกับร้านอาหาร ได้นำคลิปภาพเครื่องดูดควันและปล่องปล่อยควันของร้านอาหารที่อยู่ติดข้างบ้าน ขณะส่งเสียงดัง กลิ่นเหม็น ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่า ตนได้รับความเดือดร้อนจากร้านอาหารแห่งนี้มานานหลายปี โดยเฉพาะเวลาที่ร้านอาหารเปิดเครื่องดูดอากาศเวลาปรุงอาหารให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ตนต้องทนกลิ่นฉุนและเหม็นของอาหารและเสียงดังจากเครื่องจักร เครื่องครัว แม้กระทั่งหน้าต่างข้างบ้านต้องปิดไว้ตลอดเวลา 

ไม่สามารถเปิดหน้าต่างรับลมได้ ทุกวันต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อบรรเทาอาการโรคหอบหืด ทำให้ตนและครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมานมานานหลายปี จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการกับร้านอาหารแห่งนี้ และไม่ต้องการให้มีร้านอาหารที่สร้างปัญหาเปิดอยู่ในชุมชน  

ด้านนายโพ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ตนมีบ้านติดกับร้านอาหารแห่งนี้ ทนกลิ่นเหม็นและเสียงดังมานานกว่า 5 ปี สงสารลูกพิการติดเตียงวัย 13 ปี ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังจากการปรุงอาหารและกลิ่นที่ฉุน เด็กจะส่งเสียงร้องโวยวายด้วยความตกใจอย่างน่าสงสาร ตนเคยคุยกับเจ้าของร้านหลายครั้งแต่เรื่องก็เงียบ อีกทั้ง ร้านอาหารแห่งนี้มักจะทิ้งน้ำเสียและเศษอาหาร ทำให้ดินป่าชายเลนเสียหาย และเน่าเหม็น สัตว์น้ำที่เคยมีก็หายไปหมด วันนี้สุดทนจึงออกมาร้องผ่านสื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงทวงความเป็นธรรมให้ตนและครอบครัวด้วย  

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

สมุทรปราการ-กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดโครงการ “ฝึกอบรมศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ประจำปี  2568 

เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดโครงการ “ฝึกอบรมศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ประจำปี  2568 ณ อาคารกองงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยจะนำประชาชนในเขตพื้นที่ จำนวนกว่า 400 คน ร่วมเดินทางไปเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ณ กรีนเนอรี่ พิสเซส พัทยา จำกัด อ.ปากช่อง  จ.นครราชสีมา รวมทั้งเข้าศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมือง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ด้านจ่าเอกสุทัศน์ ทับวันนา ผ.อ.กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ได้มีความเป็นห่วงประชาชนเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละครั้ง หน่วยงานของภาครัฐไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ ของภาคประชาชน 

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ทางกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จึงได้จัดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ ได้มีความรู้และวิธีการในการป้องกันสาธารณภัยและภัยพิบัติประเภทต่างๆ

และมีความรู้ มีประสบการณ์ เรียนรู้การรับมือกับสาธารณภัยและภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ สามารถนำความรู้แนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้เมื่อเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ 

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐและภาคประชาชนที่เข้มแข็งเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ และยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของภาคประชาชนที่เข้มแข็งในการแจ้งเตือนและการรายงานข่าวเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยหรือภัยพิบัติอีกด้วย

สมุทรปราการ-ครอบครัวสุวรรณบุตร CSR บริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ดัน 3 โรงเรียน PWS พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอน 'สร้างครู สร้างชาติ ด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก'

เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สร้างครู สร้างชาติ ด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก“ ณ ห้องประชุมสุวรรณบุตร โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ

ซึ่งการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาหลักสูตร การเรียน การสอน มีตัวแทนครูสถานศึกษาของทาง PWS เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 3 แห่ง นอกจากนี้ยังมีนายชูชาติ เที่ยงธรรม ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา นายเกษมสินธุ์ สอนสุข ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลแพรกษาวิเทศศึกษา นางมลทิรา กรแก้ว ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา 

นอกจากนี้ ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลตำบลแพรกษาเข้าร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา ได้แก่ นางพรเพ็ญ กลิ่นกำธรกุล รองนายกเทศมนตรีฯ นายวรรณวุฒิ มาสุข พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ สันหยี รองปลัดเทศบาลตำบลแพรกษา นางสาวอรอุมา ชาภูคำ ผอ.กองการศึกษา เข้าร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "สรา้งครูสรา้งชาติด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก” หรือ Cresitive (creative + positive) Thinking เป็นโครงการ CSR ของบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ จำกัด ท่ีมีวัตถุประสงค์ในการสรา้งประเทศชาติใหเ้ข้มแข็ง ผ่านระบบการศึกษาของประเทศ ซึ่งมีครูและเยาวชนเป็นหัวใจ

หลักสูตรรท่ีนำมาใช้ในการสัมมนาครงั้นคือ Cresitive (creative + positive) Thinking เป็นหลกั สูตรท่ี ออกแบบโดย อาจารย์รัศมี ธันยธร แห่งบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งได้ใช้องค์ความรู้ที่ได้จ้ากการศึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ 

ประกอบ องค์ความรู้ที่ได้จากการเป็นลูกศิษย์ของ ดร. เอ็ดเวิรด์ เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างงสรรค์ระดับโลก และประสบการณ์จากการสอนหลักสูตรต่างๆ ของ ดร. เดอ โบโน เป็นเวลากว่า 30 ปี สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย 

วิธีคิดในหลักสูตรนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ creative และ positive ซึ่งทักษะวิธีคิดนี้จะตอบโจทย์ด้าน HRD หรือการพัฒนาทรัพยากรของมนุษย์ในปัจจุบัน ท่ีต้องการพัฒนา “ความฉลาด” ด้านต่างๆ ของมนุษย์ เช่น IQ EQ เป็นต้น 

แต่ความจริงแล้วในปัจจุบันมี “ความฉลาด” ท่ีควรต้องเริ่มพัฒนาให้กับเยาวชนถึง 11 ด้าน และหลักสูตร CRESITIVETHINKING สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 11 ด้าน สัมมนาครั้งนี้ใช้เวลาสัมมนาทั้งสิ้น 4 วัน ช่วงแรก 2 วัน คือ 29-30 สิงหาคม เป็นการฝึกทักษะด้านการ คิดสรา้งสรรค์และคิดบวก ให้กับครูผู้เข้าสัมมนาทั้ง 30 คน ในวันนี้

หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเป็นการออกแบบวิธีการนำไปใช้และฝึกการสอนเป็นเวลา 1 วัน และอีก 1 วันสุดท้ายจะเป็นการรับฟัง FEEDBACK หลังจากนำไปใช้สอนจริง โครงการ CSR นี้ ประกอบด้วยภาคี 3 ฝ่าย ได้แก่ ส่วนแรกคือบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฯ เป็นผู้รับผิดชอบวิทยากร และค่าใช้จ่ายบางส่วน ส่วนที่ 2 คือ องค์กรที่เราเรียกว่า sponsor ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักและส่วนที่ 3 คือโรงเรียนภาครัฐ

การสัมมนาในวันนี้เป็นการเริ่มโครงการครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือสำคัญระหว่างเทศบาลตำบลแพรกษา โดยท่านนายกอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีฯ ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร และบริษัทศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ โดยอาจารย์รัศมี ธันยธร 

สมุทรปราการ-นายก อบจ.สมุทรปราการ ส่งเสริมกีฬา!! เปิดสนามกีฬาสร้างใหม่ พร้อมบวงสรวงวางศิลาฤกษ์แท่นฐาน รัชกาลที่ 6 เป็นที่สักการะของชาวสมุทรปราการ  

(19 ก.ย.68) ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ วัดราษฎร์โพธิ์ทอง ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดย นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง วางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

เพื่อเป็นที่สักการะของประชาชนคนสมุทรปราการ โดยมี พราหมณ์ กล่าวโองการบวงสรวง นำกล่าวถวายเครื่องสักการะ และนำกล่าวขอพร มีนายอัครวัฒน์ อัศวเหม พร้อมด้วย นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายสิทธิไชย เชื้อไทย นายพิษณุวัส คำงาม เลขานุการนายก อบจ. นายสมควร ชูไสว ประธานสภา อบจ. พร้อมด้วย คณะสมาชิกสภา อบจ. ทั้ง 6 อำเภอ 

หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าฝ่าย พนักงานจากกองงาน ต่างๆ อาทิ เช่น สำนักเลขานุการองค์การบริหารส่วนจังหวัด กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ กองคลัง กองช่าง กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กองผังเมือง หน่วยตรวจสอบภายใน กองสาธารณสุข และกองการเจ้าหน้าที่ โดยมี นายไพบูณร์ พินเที่ยง สมาชิกสภา อบจ. นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ นายสมเกียรติ ทองเหลือ เลขานุการ คณะกรรมการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ ฝ่ายปกครอง และกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้

ด้าน นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สำหรับสนามกีฬา อบจ. สมุทรปราการ ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ หลังจากประกอบพิธีบวงสรวง วางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในวันนี้แล้ว 

ทาง อบจ. ก็จะทำพิธีเปิดใช้สนามเพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมเปิดให้เยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไป ที่สนใจในการอออกกำลังกาย ก็สามารถมาใช้สนามได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมทางด้านกีฬาให้รุดหน้าและเจริญก้าวหน้าตลอดยิ่งยิ่งขึ้นไป อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือชุมชนในการใช้เวลาว่างมาใช้สนามกีฬาแห่งนี้ในการออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง 

โครงการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ บริเวณชั้นหนึ่ง สนามกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และจัดซื้อครุภัณฑ์ สำหรับใช้ในอาคารสนามกีฬา และลานกิจกรรมสนามกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ (วัดราษฎร์โพธิ์ทอง) เฟส 1 ได้เสร็จสิ้นแล้ว ยังคงเหลือ เฟสที่ 2 ที่เป็นสนามฟุตบอล ที่ยังไม่เรียบร้อยตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอบปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย จากนั้นก็จะปรับปรุงให้ใช้งานได้ แต่ทั้งนี้การเข้าออกของชุมชนก็ต้องอาศัยสถานที่ของสนามกีฬาแห่งนี้ ดังนั้น เราต้องทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อนสามารถเข้าออกผ่านสนามได้อย่างปลอดภัย

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลแพรกษา สนองพระราชดำริ จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก กรมสมเด็จพระเทพฯ

(20 ก.ย.68) ที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 2 สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียน เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ

นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณะสมาชิกสภาเทศบาล คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ พ.อ.หญิง ดร.นันทพร วีรวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานในพิธี 

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายอภิสิทธิ์ พึ่งพร ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 

นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา นายรัชชสิทธิ์ มนตรี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร นางสาวศุภรินทร์ พรมรินทร์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนตามพระราชดำริและโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนผู้บริหารทั้ง 7 หน่วยงานที่จัดการศึกษาในโครงการตามพระราชดำริ 

ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพในการจัดงานซึ่งได้กำหนดกิจกรรมการประกวดแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ ประจำปี 2568

โดยได้เลือกใช้สถานที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสนามจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ถือว่าจังหวัดสมุทรปราการและเทศบาลตำบลแพรกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รู้จักจังหวัดสมุทรปราการมากขึ้น 

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลแพรกษามีความพร้อมและจัดเตรียมสถานที่ในการจัดการแข่งขัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการแสดงความสามารถทักษะในด้านต่างๆ ของนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา และโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา

สมุทรปราการ-อบจ.สมุทรปราการ จัดแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนสืบสานงานประเพณีรับบัว

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี  ดร.พัฒนพงศ์ จงรักดี นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอินทร์ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.บางพลี นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรปราการ และนางสาวชูศรี สัตยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568  

ประเพณี 1 เดียวในโลก แห่งเดียวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งประเพณีรับบัว 1 เดียวในโลก เป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ร่วมสืบทอดกันมาอย่างยาวนานสมัยโบราณ ของชาวอำเภอบางพลี ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อคนต่างถิ่นที่มาอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี 

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความผู้พันกับสายน้ำ ที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดย กระทรวงวัฒนธรรม ประเพณีรับบัว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 จะมีการอัญเชิญองค์หลวงพ่อโตองค์จำลอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางพลี ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการะบูชา 

ด้วยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่เพราะเชื่อกันว่าหากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือได้แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ

สำหรับกิจกรรมการจัดงานในปีนี้ จะจัดขึ้นบริเวณอำเภอบางพลี ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2568 ซึ่งนอกจากจะมีพิธีโยนบัวในวันที่ 6 ตุลาคมแล้ว ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน จะได้พบกับ โซนนิทรรศการ ลานวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวบางพลีในอดีต วิถีชีวิตชาวนา ชาวมอญ ลาน Soft Power การแสดง แสง สี เสียง ม่านน้ำ ตระการตา 2 เวทีกิจกรรมทั้งด้านหน้า และด้านหลังอำเภอ ซึ่งจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย จากเครือข่ายชุมชน การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ตลอดจนกิจกรรมการประกวด แข่งขัน อาทิ การประกวดหนุ่ม-สาว รับบัว, การแข่งขันมัดข้าวต้ม , แข่งขันบาสโลบ , ประกวดร้องเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการออกร้านสินค้าพื้นเมือง-ชุมชน (OTOP) กว่า 70 ร้านค้า ในบริเวณพื้นที่จัดงานอีกด้วย

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลเทพารักษ์ เปิดอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่น แจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ พร้อมให้บริการประชาชน

(29 ก.ย. 68) นายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือกฤษ์ดีไหว้สักการะศาลพระพรหม ศาลเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ เนื่องในโอกาสเปิดอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเทพารักษ์ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยได้รับเกียรติจากท่าน ประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธี โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาร่วมประกอบพิธีทางศาสนา โดยได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์ 

พร้อมทั้งเจิมอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเทพารักษ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายอิม แพหมอ นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษา นายชยกร ตั้งยิ่งยง ท้องถิ่นอำเภอเมืองสมุทรปราการ และนายเลิศศักดิ์ เนียมรักษา ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสมุทรปราการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่และใกล้เคียงร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดอาคารครั้งนี้

ด้านนายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยเทศบาลตำบลเทพารักษ์ ได้ดำเนินการจัดตั้งอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่นขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้บริการประชาชนในด้านงานทะเบียนราษฎร รวมถึงงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น 

รวมทั้งเพื่อรองรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการด้านงานทะเบียนราษฎร ยื่นขอบ้านเลขที่ แจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ คัดและรับรองสำเนารายการเอกสารทางทะเบียนราษฎร แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารทะเบียนราษฎร และเตรียมความพร้อมในการให้บริการด้านงานบัตรประจำตัวประชาชนในอนาคตต่อไป 

ทั้งนี้ เทศบาลดำบลเทพารักษ์ พร้อมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30 น. - 16.30 น.(หยุดวันเสาร์-วันอาทิตย์ วันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top