Thursday, 4 June 2026
สมุทรปราการ

สมุทรปราการ-วัดมหาวงษ์ ร่วมกับ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล สรงน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ร่วมสืบสานประเพณีไทย

(17 เม.ย. 68) ณ วัดมหาวงษ์  อ.เมือง จ.สมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ได้ประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุล และร่วมให้ประชาชนได้สรงน้ำขอพรพระภิกษุสงฆ์เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย ประจำปี 2568 

โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ประธานฝ่ายฆราวาส นำโดยนายอัครนันท์-นางธัญยธรณ์ และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ครอบครัวเศรษฐีผู้ใจบุญที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือและช่วยพัฒนาวัดมหาวงษ์แห่งนี้มาโดยตลอด ตลอดจนคณะศิษย์ยานุศิษย์ คณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ และประชาชนชาวสมุทรปราการร่วมในพิธีครั้งนี้

โดยคณะสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่พระครูสุนทรธรรมวงศ์ อดีตเจ้าคณะตำบลปากน้ำ อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ และบรรพบุรุษ บุรพาจารย์ผู้ที่เคยสร้างคุณประโยชน์ให้แก่วัดมหาวงษ์ โดยได้รับความเมตตาจากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ร่วมประกอบพิธีและพิจารณาผ้าบังสุกุล

นอกจากนี้ ยังมีการรำถวายขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงการถวายกุฎิสงฆ์และกุฎิสงฆ์ที่ซ่อมแซมแล้วเสร็จ โดยทางครอบครัวพาณิชย์พิศาลเป็นประธานดำเนินการ จากนั้นได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ทั้งนี้ ทางวัดมหาวงษ์ยังได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิราจารย์ รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสุวรรณรามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำคณะสงฆ์ร่วมประกอบพิธี โดยมี พระครูปลัดจริยวัฒน์ หลวงพี่ตุ๋ย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ เป็นประธานดำเนินงาน นำพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์ฉลองกุฏิหลังใหม่ 

จากนั้น คณะศิษย์ยานุศิษย์วัดมหาวงษ์และคณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้ร่วมกันรดน้ำขอพรครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย ครอบครัววรัณวงศ์เจริญ นายธนิตพงษ์-นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮบฯ นำเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ร่วมรดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ประจำปี 2568

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

สมุทรปราการ-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง

(14 พ.ค.68) เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระสงฆ์ที่ได้รับการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ จำนวน 1 รูป ดังนี้ พระวชิรคณาทร (จรูญ ฐานธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง

ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะให้พระสงฆ์ โดยทรงพระราชดำริว่าซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้น  ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

โดยทรงพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช แด่พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นพระวชิรคณาทร (จรูญ ฐานธมฺโม) ท่านเจ้าคุณแจ้ ณ อุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง 

โดยมี พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ คณะไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง คณะครู คณะแพทย์ ทหาร ตำรวจ และศิษยานุศิษย์ ร่วมให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ร่วมแสดงมุทิตาสักการะแด่ พระวชิรคณาทร (จรูญ ฐานธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ณ อุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง 


 

สมุทรปราการ-พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นประธานเปิดอาคารเรียนนามพระราชทาน “อาคารเทพรัตน์” โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ (19 พ.ค.68) ที่ผ่านมา เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม  ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเรียนหลังใหม่  นามพระราชทาน “อาคารเทพรัตน์” โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม สมุทรปราการ

โดยมี นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ และหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนคณะผู้บริหารโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม นำโดย นายวิโรจน์ จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม นำคณะครูนักเรียน บุคลากร ผู้ปกครองโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้น นายวิโรจน์ จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โดยมี คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครู บุคลากรทางการศึกษา คณะผู้ปกครอง นักเรียนโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และประชาชนชาวอำเภอบางบ่อ เข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ยังได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระวชิรธรรมวิธาน เจ้าคณะอำเภอบางบ่อ เจ้าอาวาสวัดสุคันธาวาส นำคณะสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประธานในพิธีพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และ ประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการนี้ท่านเจ้าคุณพระวชิรธรรมวิธาน เจ้าอาวาสวัดสุคัลธาวาสได้เจิมแผ่นศิลาฤกษ์ จากนั้น องคมนตรีได้กดปุ่มเปิดแพรคุมป้ายอาคารเรียนอย่างเป็นทางการ 

พร้อมกันนี้ องคมนตรีได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่ผู้มีอุปการะคุณ และมอบโล่ศิษย์เก่าดีเด่น และมอบรางวัลแข่งขันเครื่องบินพลังยางให้แก่นักเรียนโรงเรียนบางบ่อวิทยาคมอีกด้วยด้วย สำหรับ อาคารเรียนหลังใหม่ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณปี 2563 โครงการก่อสร้างอาคารเรียน 4 ชั้น 18 ห้องเรียน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจำนวนเงิน 50,906,000 บาท ซึ่งได้ดำเนินการจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยผู้รับจ้างคือ บริษัท พี อี ซี ซี กรุ๊ป จำกัด ในวงเงิน 39,800,000 บาท ตามสัญญา เลขที่ 1/2563 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2563 โดยเริ่มก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2563 ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 และได้มีการขยายสัญญาเพิ่มเติม เนื่องจากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมโรงเรียน และโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และดำเนินการก่อสร้างต่อเรื่อยมาจนกระทั่งอาคารแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566

ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนอำเภอบางบ่อ  ทางโรงเรียนจึงได้ดำเนินการขอพระราชทานชื่ออาคาร จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่ออาคารเรียนดังกล่าวว่า “อาคารเทพรัตน์” และพระราชทาน พระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดับที่ป้ายชื่อพระราชทาน เมื่อวันที่  6 มกราคม 2568

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

สมุทรปราการ-กรมทางหลวง เปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชนแผนการพัฒนาโครงข่าย ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 

เมื่อวานนี้ (27 พ.ค.68) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม Green Heart ชั้น 2 โรงแรมเดอะกรีนวิว ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยนายพิชากร ศรีจันทร์ทอง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรปราการ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม สรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2) โครงการศึกษา ออกแบบ วิเคราะห์ แผนการพัฒนาโครงข่าย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ของกรมทางหลวง 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของการศึกษาและสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ พร้อมรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่มีต่อการศึกษาของโครงการจากกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้พิจารณาประกอบการออกแบบรายละเอียด รวมทั้งการกำหนดมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ 

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สื่อมวลชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม โดยการประชุมในครั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ 

โดยทางด้าน นายนิรันดร์ จันทร์ชม วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการตั้งอยู่บริเวณทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ประมาณกิโลเมตรที่ 25+900 ถึง กิโลเมตรที่ 30+800 ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล 2 อำเภอ 1 จังหวัด ได้แก่ บริเวณพื้นที่ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง ตำบลเปร็ง ตำบลบางบ่อ และตำบลระกาศ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ 

ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาโครงการจะเป็นการก่อสร้างสะพานยกระดับ เพื่อรองรับรถเข้าทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 โดยถนนโครงการจะออกแบบเป็นสะพานยกข้ามถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 โดยได้มีการคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งทางแยกต่างระดับของโครงการ ซึ่งมีแนวทางเลือกทั้งหมด 3 แนวทาง ได้แก่ 
ตำแหน่งที่ 1 จุดตัดระหว่างถนนสายร่วมพัฒนา-ทล.34 บริเวณกิโลเมตรที่ 26+500 ในเขตตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตำแหน่งนี้มีจุดเด่นที่ลักษณะทางกายภาพเป็นพื้นที่ราบและมีชุมชนในพื้นที่ค่อนข้างน้อย แต่มีจุดด้อยคือมีตำแหน่งใกล้กับด่านเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจราจรระหว่างการก่อสร้าง และต้องรอแผนการพัฒนาแนวเส้นทางของกรมทางหลวงชนบทที่ชัดเจน อีกทั้งการขนส่งวัสดุเพื่อการก่อสร้างยาก เนื่องจากไม่มีถนนเชื่อมต่อ และเขตทางเดิมเหลือพื้นที่น้อยสำหรับก่อสร้างทางชั่วคราว

ตำแหน่งที่ 2 จุดตัดระหว่างถนน สป.2003 บริเวณกิโลเมตรที่ 27+900 ในเขตตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตำแหน่งนี้มีจุดเด่นที่ลักษณะทางกายภาพเป็นพื้นที่ราบและมีชุมชนในพื้นที่ค่อนข้างน้อย แต่มีจุดด้อยคือมีตำแหน่งใกล้ด่านเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรระหว่างก่อสร้าง ต้องรอแผนการพัฒนาแนวเส้นทางของกรมทางหลวงชนบทที่ชัดเจน การขนส่งวัสดุเพื่อการก่อสร้างยาก เนื่องจากไม่มีถนนเชื่อมต่อ และเขตทางเดิมเหลือพื้นที่น้อยสำหรับก่อสร้างทางชั่วคราว

ตำแหน่งที่ 3 จุดตัดระหว่างถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี บริเวณกิโลเมตรที่ 30+200 ในเขตตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ มีจุดเด่นคือสามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับโครงข่ายถนนเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีระยะห่างจากด่านเก็บค่าผ่านทางลาดกระบังที่เหมาะสม ลักษณะทางกายภาพเป็นพื้นที่ราบ และพื้นที่ก่อสร้างไม่ผ่านลำน้ำสำคัญ แต่มีจุดด้อยคือมีบ้านเรือนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก

โดยจากการพิจารณาคัดเลือกพบว่า ตำแหน่งที่ 3 มีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีแนวเส้นทางที่ชัดเจน สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณจราจรได้ดีและเอื้อต่อการเข้าถึงพื้นที่ก่อสร้างอย่างสะดวก ลดความยุ่งยากด้านการก่อสร้างและต้นทุนการขนส่งวัสดุ นอกจากนี้ยังมีต้นทุนจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินต่ำ และให้ประโยชน์ต่อผู้ใช้ทางมากกว่าแนวทางอื่น ส่วนการคัดเลือกรูปแบบทางแยกต่างระดับของโครงการ มีแนวทางเลือกทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ 

ทางแยกต่างระดับรูปแบบที่ 1 Double Trumpet มีการก่อสร้างสะพานยกระดับ เพื่อรองรับการสัญจรระหว่างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กับโครงข่ายถนนที่เชื่อมต่อในทุกทิศทาง ทางแยกต่างระดับรูปแบบที่ 2 Partial Cloverleaf with Semi Directional Ramp ฝั่งตะวันตกของแนวทางเลือก มีการก่อสร้างสะพานยกระดับ เพื่อรองรับการสัญจรระหว่างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กับโครงข่ายถนนที่เชื่อมต่อในทุกทิศทางทางแยกต่างระดับรูปแบบที่ 3 Partial Cloverleaf with Semi Directional Ramp ฝั่งตะวันออกของแนวทางเลือก มีการก่อสร้างสะพานยกระดับ เพื่อรองรับการสัญจรระหว่างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กับโครงข่ายถนนที่เชื่อมต่อในทุกทิศทาง 

ทั้งนี้ แม้ทางแยกต่างระดับรูปแบบที่ 2 และรูปแบบที่ 3 จะมีลักษณะทางกายภาพและจุดเด่น-จุดด้อยโดยรวมใกล้เคียงกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดด้านทิศทางการเดินทางบางจุดที่แตกต่างกัน 

ทางแยกต่างระดับรูปแบบที่ 4 Trumpet with Semi Directional Ramp มีการก่อสร้างสะพานยกระดับ เพื่อรองรับการสัญจรระหว่างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กับโครงข่ายถนนที่เชื่อมต่อในทุกทิศทางโดยจากการพิจารณาคัดเลือกพบว่า ทางแยกต่างระดับรูปแบบที่ 4 Trumpet with Semi Directional Ramp มีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีจุดเด่นในด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อชุมชนน้อยที่สุด และยังมีความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ทั้งในแง่ความสะดวกในการก่อสร้างและการบริหารจัดการด่านเก็บค่าผ่านทาง สำหรับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ สำรวจและเก็บตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยมีประเด็นที่ศึกษาครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดลอมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งจะนำไปศึกษาต่อในขั้นรายละเอียด (EIA) เพื่อเตรียมกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

ภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนนำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีกำหนดจัดการประชุมหารือมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) ในช่วงประมาณเดือนสิงหาคม - กันยายน 2568 และกำหนดจัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2568 เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาในทุกด้านให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์ www.m7-m9-interchange-ruamphathana-rd34.com หรือ Line Official : @515fcrum

สมุทรปราการ-ลพบุรี ส่งเสริมการตลาดเปิดงาน 'ลพบุรี MARKET FEST เทศกาลของดี ของเด็ดจังหวัดลพบุรี'  

                    

เมื่อวันที่ (29 พ.ค.68) นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย และการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ กิจกรรม ส่งเสริมการตลาดและเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ และอาหารปลอดภัยนอกพื้นที่จังหวัดลพบุรี โครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 

ภายใต้ชื่องาน 'ลพบุรี MARKET FEST เทศกาลของดี ของเด็ดจังหวัดลพบุรี' โดยมี นางสาวกษมา สุทธวิชัย พาณิชย์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ คุณโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ณ Big Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยจังหวัดลพบุรี โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริม ด้านการตลาด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัด 

กำหนดจัดกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและการเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจการค้าของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย สินค้า OTOP/SMEs ตลอดจนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดลพบุรี ได้รับการ สนับสนุนส่งเสริมด้านการตลาดในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง การจัดงาน 'ลพบุรี MARKET FEST : เทศกาลของดี ของเด็ดจังหวัดลพบุรี' จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2568 ณ Big Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เพื่อให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดภัยของจังหวัดลพบุรี มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สินค้าดี สินค้าเด่นของจังหวัดลพบุรี ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ภายในงานได้มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดภัย สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้า OTOP/SMEs ของผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชม กลุ่มสมาชิก MOC BIZ CLUB เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมทั้งสิ้น 50 คูหา
​นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เช่น กิจกรรมนาทีทองที่ทุกท่านจะสามารถซื้อสินค้าภายในงานได้ในราคาถูก , กิจกรรมจับสลากลุ้นรางวัลทุกวัน รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ตลอดการจัดงาน และในทุกวัน เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ​29 พฤษภาคม 2568 พบกับ ก้านตอง ทุ่งเงิน​​ 30 พฤษภาคม 2568 พบกับ ก๊อต สุทธิรักษ์ 31 พฤษภาคม 2568 พบกับ ดอกแค ท็อปไลน์ 1 มิถุนายน 2568 พบกับ ญาณิ ท็อปไลน์ 2 มิถุนายน 2568 พบกับ ไอฟ์ ไหทองคำ

และนอกจากนี้ วันที่ 29 และ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.45 น. จะได้พบกับการรังสรรค์เมนูใหม่ จากของดีเมืองลพบุรี โดย chef owner @chunk’s เชฟบูม กันต์ยรัตน์ เพียรพอดีตน ให้ทุกท่านได้ลิ้มรสความอร่อยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2568 ณ Big Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

สมุทรปราการ-สุดยิ่งใหญ่!! มหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น เทศบาลตำบลแพรกษา เจ้าภาพใหญ่ จัดการแข่งขันทักษะวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 

(1 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลแพรกษา โดยนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ดำเนินการเตรียมพร้อมจัดการแข่งขันทักษะวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2568 ซึ่งทางเทศบาลตำบลแพรกษาได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด EDUCATION COME FIRST ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา 

ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและประสงค์รับเป็นเจ้าภาพระดับประเทศ/ระดับภาคในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เข้าร่วมประชุมพิจารณาคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม และประสงค์รับเป็นเจ้าภาพระดับประเทศ/ระดับภาคในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพจัดการศึกษาท้องถิ่น เมื่อวันพุธที่ 10 มกราคม 2567 ผ่านระบบ Cisco Meeting Server นั้น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พศ 2568 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นเจ้าภาพระดับประเทศ/ระดับภาค ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2568 ทราบและจัดทำคำของบประมาณรายการเงินอุดหนุนสำหรับส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่นพร้อมประมาณการรายละเอียด ค่าใช้จ่าย สถานที่ และห้วงระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมที่ชัดเจน โดยบันทึกคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดทำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (BBL) ภายในวันที่ 15 มกราคม 2567 เพื่อให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายการดังกล่าวต่อไป 

สมุทรปราการ-นายกบางเมือง แถลง 7 นโยบาย ขอบคุณทุกคะแนนเสียงพร้อมเดินหน้าพัฒนาบางเมืองให้เจริญก้าวหน้า

(9 มิ.ย. 68) ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลบางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  นายพิพัฒน์ อัศวเหม ประธานสภาฯ ได้เปิดประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 1 โดยภายในที่ประชุม ประกอบด้วย คณะผู้บริหารเทศบาล นำโดย นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง และคณะผู้บริหารเทศบาล 

นายอิทธิชัย ชูเรณู ปลัดเทศบาล พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการกอง และคณะสมาชิกสภา ทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง จำนวน 12 ท่าน เข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบาย สมัยสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2568

โดยในที่ประชุม นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ได้กล่าวแถลงนโยบายทั้ง 7 ด้าน ต่อที่ประชุมสภา ประกอบด้วย 1.นโยบายด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นสนับสนุนก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 2.พัฒนาด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  สนับสนุนการเรียนการสอนเพิ่มศักยภาพให้เด็กและเยาชนมีโอกาสเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงขั้นสูงสุด 3.พัฒนาด้านคุณภาพชีวิต พร้อมจัดระเบียบชุมชน โดยส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานและมุ่งเน้นความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน 

4.พัฒนาด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยหนุนให้ความรู้ในการค้าขายสินค้าออนไลน์ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน 5.ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการขุดลอกคูคลองป้องกันน้ำท่วม จัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเป็นปลอดคนบางเมือง 6.ส่งเสริมการท่องเที่ยว นำชุมชนไหว้พระและชมจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ รัชการที่ 9 ภายในโบสถ์วัดบางปิ้ง   

และ 7.พัฒนาด้านการเมืองและการบริหาร โดยจัดให้มีการทำบัตรประชาชนของเทศบาล และส่งเสริมประชาชนได้มีส่วนร่วมตามหลักการปกครองตามระเบียบประชาธิปไตย ภายใต้สานงานต่อ ก่องานใหม่ให้ควบคุม 20 หมู่บ้าน 3 ตำบล เพื่อให้ชาวตำบลบางเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นตลอด 4 ปีต่อไป 

นอกจากนี้นายกเทศมนตรีตำบลบางเมืองได้ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่มอบให้และไว้วางใจต่อจากนี้จะดูแลและพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

สมุทรปราการ-นายกแพรกษาใหม่ เปิดกิจกรรม โครงการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนตำบลแพรกษาใหม่

วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม "โครงการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน ตำบลแพรกษาใหม่" ประจำปี 2568 

โดยมี นายณัฐพล บุญริ้ว รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย กำนันธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ และประชาชนชาวชุมชนตำบลแพรกษาใหม่ ทั้ง 7 หมู่ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

ด้านนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมการแข่งขันกีฬาชุมชนในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนทุกลุ่มได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและเยาวชนหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและห่างไกลยาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนมีความสามัคคีในหมู่คณะ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์การแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน ตำบลแพรกษาใหม่

ทั้งนี้ แบ่งนักกีฬาออกเป็น 7 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 สีเหลือง หมู่ที่ 2 สีส้ม หมู่ที่ 3 สีแดง หมู่ที่ 4 สีชมพู หมู่ที่ 5 สีเขียว หมู่ที่ 6 สีฟ้าและหมู่ที่ 7 สีน้ำเงิน โดยแบ่งการแข่งขันกีฬา ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. การแข่งขันกีฬาสากล ฟุตบอล 7 คน ไม่จำกัดอายุ จำนวน 7 ทีม 2. การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน วิ่งเปี้ยว (ซุปเปอร์แมน) วิ่งกระสอบ ประเภทวิ่งทางตรง และวิ่งผลัด ตีกอล์ฟคนจน ทีมกินวิบาก วิ่งเรือบก และแชร์บอลน้ำ

ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนตำบลแพรกษาใหม่ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณและความร่วมมือเป็นอย่างดี จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนผู้บริหารท้องถิ่น ฝ่ายปกครองตำบลแพรกษาใหม่ บุคลากรและเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการต่าง ๆ ของเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

สมุทรปราการ-เริ่มแล้ว!! เทศบาลตำบลแพรกษา รับ 9 จังหวัด เจ้าภาพมหกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 

(6 ก.ค. 68) เเพรกษาวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ภายใต้แนวคิด EDUCATION COME FIRST ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา โดยเทศบาลตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ภายใต้การกำกับดูแลของ นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา และ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีฯ 

โดยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงานการเเข่งขันทักษะวิชาการ ครั้งที่ 30 เเพรกษาวิชาการ ระดับภาคตะวันออก

ณ สนามกีฬาโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา (สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธี โดยมี ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสมุทรปราการ (สมัยที่ 25) และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร รวมทั้งคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง โรงเรียนในสังกัด (อปท.) หน่วยงานต่างๆ ระดับภาคตะวันออก  คณะผู้บริหารครูโรงเรียน ข้าราชการตำรวจ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดครั้งนี้

ภายในงานได้รับชมวิดิทัศน์ “แพรกษาวิชาการ” และชมการแสดงของนักเรียนจากทางโรงเรียนต่างๆ ทั้งนี้ นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับทางเจ้าภาพจัดงาน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการในครั้งนี้

โดยการแข่งขันทักษะวิชาการยังได้รับเกียรติจากทางคณะกรรมการตัดสินการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง อาทิ นางณัฐปภัสร์ พรธนพงศ์เกษม (ผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการตัดสิน) นางสาวภัสสร หมั่นตะคุ (โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า) นายปวิชญา เนียมคำ (โรงเรียนโยธินบูรณะ) 

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร กล่าวว่า วันนี้เทศบาลตำบลแพรกษา ได้เป็นตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการแข่งขันทางวิชาการ โดยใช้ชื่อว่า แพรกษาวิชาการ ในภาคตะวันออก 9 จังหวัด โดยมีนักเรียนในสังกัดของทางเทศบาล มารวมกันเพื่อแข่งขันวิชาการเพื่อคัดเลือกไปแข่งขันระดับประเทศที่จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 24-25 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ วันนี้เราได้จัดการแข่งขั้นตั้งแต่วันที่ 5-6-7 กรกฏาคม ซึ่งวันนี้เป็นวันเปิดการแข่งขัน นักเรียนแต่ละจังหวัดในภาคตะวันออกก็มา 79 โรงเรียน รวมแล้วก็ประมาณ 1 หมื่นคน มาร่วมแข่งขันกันในเรื่องของวิชาการ 

และรู้สึกยินดีที่คนในภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้มารวมกันอยู่ที่นี่ และได้มาเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการเมืองเราพร้อมที่จะเปิดนำ และเป็นเจ้าภาพที่ดีในการที่เขามาเยือนที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยวันนี้เราได้ใช้สถานที่ของทางโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ของเทศบาลตำบลแพรกษาเป็นผู้จัดการแข่งขันทั้งหมด

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

สมุทรปราการ-ปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกฯ ร่วมงานเปิดศาลา 100 ปี คุณพ่ออุทัย ยังประภากร ฟาร์มจระเข้ฯ สมุทรปราก

(16 ก.ค. 68) ที่ผ่านมา นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นายปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม นายวัฒนา  เจริญจิตร นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด ’ศาลา 100 ปี ชาตกาล‘ คุณพ่อ อุทัย  ยังประภากร  

โดยมี นายจรูญ  ยังประภากร กรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ กล่าวรายงานถึงประวัติความเป็นมาของฟาร์มจรเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ มีนายธนชาติ ยังประภากร ผู้ช่วยกรรมการบริหารฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ  พร้อมครอบครัวยังประภากร ร่วมให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีแขกผู้ทรงเกียรติเดินทางมาร่วมงานและมอบดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก ด้านนายจรูญ ยังประภากร กรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ในฐานะครอบครัว “ยังประภากร” ได้กล่าวถึงประวัติคุณพ่ออุทัย ยังประภากร ว่าท่านเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในด้านอนุรักษ์จระเข้พันธุ์ไทย ไม่ให้สูญพันธุ์ และรวบรวมจระเข้พันธุ์ต่างๆจากทั่วโลก มาเพาะเลี้ยงที่ฟาร์มจระเข้แห่งนี้ 

ทำให้ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง การขยายพันธุ์ และค้นพบวิธีการฟักไข่จระเข้แบบธรรมชาติสำเร็จเป็นคนแรกของโลก จนได้พัฒนาเป็นฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ  โดยได้สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศชาติตลอดมา

คุณพ่ออุทัย ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาในโรงเรียน เนื่องจากฐานะทางครอบครัว ทำให้ท่านเริ่มทำงานตั้งแต่เด็ก ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง จนสามารถอ่านเขียนภาษาจีนและไทยได้ ดังนั้นท่านจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษา โดยให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุกระดับ ทำให้เป็นแบบอย่างของความขยัน อดทน สู้ชีวิต มีจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคมมาตลอดชีวิตของท่าน จึงเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง

และในโอกาสงาน 100 ปี ชาตกาล คุณพ่ออุทัย ยังประภากร ทางฟาร์มจรเข้ได้ยกเว้นเก็บค่าเข้าชมให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงสิ้นเดือนกรกฏาคม 2568 นี้

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top