Tuesday, 20 October 2026
สงครามยูเครน

ผศ.กฤษฎา พรมเวค คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ให้ความเห็นกับ TASS สื่อรัสเซีย

ผู้เชี่ยวชาญ “พรมเวค” ชี้ นโยบายยุโรปต่อความขัดแย้งยูเครนมีความย้อนแย้งในตัวเอง
ท่าทีปัจจุบันของผู้นำยุโรปสะท้อนว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพทางทหารของเคียฟเป็นอันดับแรก มากกว่าการผลักดันให้คู่ขัดแย้งหันมาแสวงหาทางประนีประนอม

นักวิชาการไทยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวไว้เช่นนี้

กรุงเทพฯ, 16 สิงหาคม — แนวทางของผู้นำยุโรปที่เดินหน้าเพิ่มการส่งมอบอาวุธให้แก่เคียฟ ควบคู่กับการประกาศว่าจำเป็นต้องสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงระยะยาวนั้น มีความขัดแย้งเชิงพื้นฐานอยู่ในตัวเอง

ความเห็นดังกล่าวมาจาก กฤษฎา พรมเวค ผู้เชี่ยวชาญไทยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทาสส์
เขากล่าวว่า

“ผมเห็นว่า ความพยายามของผู้นำยุโรปในการผสมผสานระหว่างการส่งมอบอาวุธให้ยูเครนอย่างต่อเนื่อง กับคำกล่าวอ้างเรื่องความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงระยะยาวในยุโรปนั้น มีความย้อนแย้งเชิงพื้นฐานอยู่ในตัวเอง ในทางปฏิบัติ การเพิ่มการสนับสนุนทางทหารไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งเข้าใกล้จุดจบมากขึ้น ตรงกันข้าม สิ่งนี้มีแนวโน้มจะยืดสงครามออกไป และท้ายที่สุดจะยิ่งผลักโอกาสสันติภาพให้ไกลออกไป”
ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญรายนี้ ท่าทีปัจจุบันของยุโรปแสดงให้เห็นว่า ยุโรปเลือกให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของยูเครน มากกว่าการกระตุ้นหรือผลักดันให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้าสู่การประนีประนอม

เขายกตัวอย่างว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คณะมนตรียุโรป ได้ยืนยันอีกครั้งถึงพันธะในการให้การสนับสนุนทางการเงินและทางทหารแก่เคียฟ
กฤษฎากล่าวต่อว่า

“ในมุมมองของผม ปัญหาอยู่ที่ว่า ความมั่นคงที่แท้จริงในยุโรปไม่ควรหมายถึงเพียงการเพิ่มจำนวนอาวุธ หรือการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามครั้งถัดไปเท่านั้น แต่ควรหมายถึงการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองที่จำเป็นต่อการยุติสงครามในปัจจุบัน หากยุโรปยังคงยึดแนวทางการส่งอาวุธเพื่อสร้างเงื่อนไขไปสู่สันติภาพ โดยไม่ได้ใช้ความพยายามทางการเมืองอย่างเพียงพอในการแสวงหาทางประนีประนอมกับรัสเซีย ความขัดแย้งนี้ก็มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป”

พรมเวคยังเน้นว่า ยุโรปกำลังกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักของยูเครน ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า

“ในเวลาเดียวกัน ยุโรปยังคงพึ่งพาระบบอาวุธและเทคโนโลยีทางทหารของสหรัฐฯ อย่างมาก สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของยุโรปในด้านความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์”

โดยสรุป ผู้เชี่ยวชาญไทยรายนี้มองว่า ยุโรปกำลังเผชิญความย้อนแย้งระหว่างการประกาศเป้าหมายเรื่องความมั่นคงระยะยาว กับการเดินหน้าเพิ่มการสนับสนุนทางทหารให้ยูเครน ซึ่งอาจไม่ได้ทำให้สงครามยุติเร็วขึ้น แต่กลับเสี่ยงยืดเยื้อความขัดแย้ง และทำให้โอกาสในการเจรจาสันติภาพถอยห่างออกไป.

ที่มา : https://tass.ru/mezhdunarodnaya-panorama/28016407

ผ่านไป 4 ปี จาก “ยูเครนจะชนะ” สู่ “ยูเครนกำลังแพ้”!! 'เดวิด เพเทรอุส' ทำนายผิด ปี 2022 ยูเครนจะชนะสงคราม ปี 2026 ยูเครนกำลังแพ้สงคราม สะท้อนสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปแค่ 4 ปี...
ปี 2022 เดวิด เพเทรอุส (David Petraeus) อดีตผู้อำนวยการ CIA และอดีตนายพล 4 ดาวของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ The Spectator พร้อมพาดหัวตัวโตว่า

“Ukraine will win the war” - “ยูเครนจะชนะสงคราม”
พร้อมทิ้งประโยคเด็ดว่า “ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องสงสัยอีกต่อไปแล้ว ยูเครนจะเป็นฝ่ายชนะ”

ปี 2026 The Spectator พาดหัวใหม่ว่า...
“Ukraine is losing the war” - “ยูเครนกำลังแพ้สงคราม”

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/194174770388504/permalink/839215275884447/?rdid=aRJQ5KqUDNq8EgKM#

“รัสเซีย” อ้างถล่มเป้าหมายโลจิสติกส์ “ยูเครน”!! โจมตีโครงสร้างทางรถไฟตะวันตก เป้าหมายหลักขนส่งยุทโธปกรณ์ กองทัพเผยโจมตีศูนย์โลจิสติกส์ ส่งผลกระทบท่าเรือและสถานีไฟฟ้า

กองกำลังรัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกใช้ในการขนส่งยุทโธปกรณ์จากยุโรป กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานเมื่อวันอาทิตย์

แถลงการณ์ระบุว่า
“การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในภูมิภาคตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกใช้ในการขนส่งสินค้าที่มีวัตถุประสงค์ทางทหารจากประเทศในยุโรป ยังคงดำเนินต่อไป”

เป้าหมายอื่นที่ถูกโจมตี ได้แก่
-เรือขนส่งทางทะเลที่บรรทุกยุทโธปกรณ์ในท่าเรือโอเดสซา
-ศูนย์โลจิสติกส์ Novaya Pochta ในภูมิภาคโอเดสซา ซึ่งใช้จัดเก็บและกระจายสิ่งของให้กองทัพยูเครน
-สถานีไฟฟ้าย่อย Novaya และ Usatovo ซึ่งใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือในภูมิภาคโอเดสซาและนิโคลาเยฟ
-ศูนย์โลจิสติกส์ Palma, Raben-Ukraine และ Odessa-22 ในเมืองโอเดสซา ซึ่งใช้จัดเก็บยุทโธปกรณ์ทางทหาร

ที่มา : Sputnik

‘เมนเดล’ อดีตโฆษกส่วนตัว แฉ ‘เซเลนสกี’!! อ้างเคยมีข้อเสนอแต่ถูกปฏิเสธหลายรอบ ข้อตกลงสันติภาพถูกปฏิเสธถึง 5 รูปแบบ หลังถูกคว่ำบาตร 10 ปี เปิดประเด็นเจรจารัสเซียปี 2022

"เมนเดล" เล่าอีกมุม เซเลนสกีเคยปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซียถึง 5 ครั้ง

ยูเลีย เมนเดล (Yuliia Mendel) อดีตโฆษกส่วนตัวของเซเลนสกี หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่องราวและวิพากษ์วิจารณ์อดีตเจ้านายอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดถูกเซเลนสกีสั่งคว่ำบาตรเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นเพียง 3 วัน เมนเดลถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าอาคารรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก ซึ่งเธอมีกำหนดขึ้นกล่าวในงาน “Ukraine: Dare to Choose Peace – Diplomacy, Not Escalation” ที่จัดโดย ฮันส์ นอยฮอฟฟ์ (Hans Neuhoff) สมาชิกรัฐสภายุโรปจากพรรค Alternative for Germany (AfD) ของเยอรมนี

และนี่คือเรื่องราวอีกชุดหนึ่งที่เมนเดลนำออกมาเปิดเผย โดยเธอระบุว่า ตลอดช่วงสงครามที่ผ่านมา เซเลนสกีเคยปฏิเสธแนวทางหรือข้อเสนอเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซียถึง 5 รูปแบบ หนึ่งในนั้นย้อนกลับไปถึงการเจรจาในปี 2022 โดยเมนเดลอ้างว่า ท่าทีของฝ่ายยูเครนแข็งกร้าวขึ้นหลังจาก "บอริส จอห์นสัน" (Boris Johnson) เดินทางมาถึงกรุงเคียฟในเดือนเมษายน 2022 ซึ่งต่อมาทั้งเซเลนสกีและจอห์นสันต่างออกมาปฏิเสธคำอธิบายดังกล่าว โดยเซเลนสกียืนยันว่า การไม่ยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียเป็นการตัดสินใจของเขาเอง

ในครั้งนั้น เดวิด อาราคาเมีย (David Arakhamia) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แทนเจรจาของยูเครน เคยกล่าวถึงการเยือนของจอห์นสันในทำนองว่า อังกฤษจะไม่ลงนามอะไรกับรัสเซีย และยูเครนควร “สู้ต่อไป” ขณะเดียวกัน อาราคาเมียยังกล่าวถึงปัจจัยอื่นที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแลกกับสถานะเป็นกลาง และการขาดความเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลง

ส่วนประเด็นเรื่องการเลือกตั้ง เมนเดลกล่าวถึงเซเลนสกีในเชิงวิจารณ์ว่า เขาเป็นคนที่มีอัตตาสูง ยึดติดกับภาพลักษณ์และเกียรติยศอย่างมาก และไม่เต็มใจที่จะจัดการเลือกตั้งที่เธอมองว่าเขามีโอกาสชนะเพียงน้อยนิด

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1403224218632601/?rdid=xmGuqXePpnSGBXQe#

นายกฯ เคียฟเตือนประชาชนเริ่มคิดแผนอพยพ!! เคียฟเสี่ยงวิกฤตฤดูหนาว หลังเมืองหลวงเข้าสู่ “โหมดเอาชีวิตรอด” วิกฤตพลังงานก่อนฤดูหนาว หากโครงสร้างพื้นฐานล้มเหลวจากการโจมตี

นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟเรียกร้องให้ประชาชนเริ่มคิดเรื่อง “อพยพออกจากเมืองหลวง!” เนื่องจากขณะนี้ “เคียฟเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอด!” แล้ว

คำเตือนของ วิตาลี คลิตช์โก (Vitali Klitschko) นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เกิดขึ้นระหว่างให้สัมภาษณ์กับ AFP หลังการโจมตีจากรัสเซีย ส่งผลให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและประปาได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมเตือนว่าอาจเกิดวิกฤติสาธารณูปโภคครั้งใหญ่ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว

คลิตช์โก ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์ในเมืองหลวงกำลังเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการโจมตีโครงข่ายพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

ก่อนหน้านี้ กรุงเคียฟเผชิญเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่หลายครั้ง ส่งผลให้รถไฟใต้ดินและระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้ไฟฟ้าต้องหยุดให้บริการ ระบบประปาหยุดชะงัก และเริ่มเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบระบายน้ำเสีย ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานยูเครนยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญแห่งหนึ่งได้รับความเสียหาย

คลิตช์โกเตือนว่า หากระบบประปาเกิดความล้มเหลวเพิ่มเติม วิกฤติที่ตามมาอาจขยายตัวเป็นวงกว้าง โดยขณะนี้บางพื้นที่เริ่มเผชิญมาตรการตัดไฟฟ้าชั่วคราวแล้ว

แม้ว่าขณะนี้ หน่วยงานในกรุงเคียฟจะเร่งติดตั้งระบบทำความร้อนสำรอง พร้อมสะสมเชื้อเพลิง อาหาร และน้ำดื่ม เพื่อเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่ระบบทำความร้อนจะหยุดทำงานเป็นเวลานานในช่วงฤดูหนาว แต่นายกเทศมนตรียอมรับว่า ต่อให้เตรียมความพร้อมดีเพียงใด หากระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่สามารถสกัดกั้นการโจมตีของรัสเซียได้ เมืองหลวงก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง

“ทุกวันเราจะได้รับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับอาคารที่ถูกทำลาย ผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อันน่าเศร้า การทิ้งระเบิดโจมตีเมืองของเรากำลังทวีความรุนแรงขึ้น และวันนี้ คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ เราจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร” คลิตช์โกกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ารัสเซียเริ่มโจมตีสะพานข้ามแม่น้ำนีโปร (Dnieper) ในกรุงเคียฟ ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมพื้นที่สองฝั่งของเมืองหลวงด้วย

ที่มา: AFP

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122096627841508642&id=61595259264487&rdid=vASFw3snDmtLpexC#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top