Friday, 5 June 2026
สงครามยูเครน

‘Elon’ เปลี่ยนเป้าหมาย!! เบรกภารกิจสู่ดาวอังคาร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสงครามยูเครนแทน 

ถูกยกให้กลายเป็นฮีโร่สงครามของยูเครนไปแล้ว สำหรับ Elon Musk หลังจากล่าสุดเขาได้ประกาศที่จะพักเป้าหมายของบริษัท SpaceX ในการเร่งไปสำรวจดาวอังคารไว้ก่อน และเปลี่ยนให้กลายเป็นการพยายามช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสงครามยูเครนแทน

Elon Musk กลายเป็นฮีโร่ของสงครามยูเครนอย่างแท้จริง โดยเขาได้ยืนหยัดต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซียโดยไม่กลัวผลกระทบหรือลูกหลงใดๆ จากทางปูตินและรัสเซีย

ทั้งนี้ย้อนไปตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ - หลังจากที่ Dmitry Rogozin หัวหน้าหน่วยงานอวกาศของรัสเซีย ได้ออกมาประกาศตอบโต้การคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียว่าเป็นความคิดที่งี่เง่ามาก เพราะในปัจจุบันอุปกรณ์ในอวกาศหลายชิ้นของสหรัฐฯ ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนของ Progress MS จากรัสเซียอยู่ 

ดังนั้นหากจะคว่ำบาตรรัสเซียจึงอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ เพราะหากคุณเป็นศัตรูกับเรา ใครจะช่วย ISS จากการหลุดวงโคจร และตกจากอวกาศกัน ? 

นั่นจึงทำให้ทาง Elon Musk ได้ออกมาตอบแทนสั้นๆ ว่า "บริษัท SpacX" ซึ่งมีความสามารถในการช่วย ISS ในอวกาศไว้ได้แน่ๆ หากต้องการ 

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - ทาง Elon Musk ได้เร่งขยายพื้นดาวเทียม Starlink ไปยังยูเครนตามคำร้องขอของรัฐมนตรีดิจิทัลยูเครน และส่งจานรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าไปในพื้นที่ เพื่อช่วยให้ประชาชนหลายล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ในยามสงคราม 

3 มีนาคม - Elon Musk ยังได้ออกโรงเตือนชาวยูเครนหลังส่งจานรับสัญญาณ Starlink เข้าไปว่า มีโอกาสที่ผู้ใช้จานรับสัญญาณเหล่านี้อาจตกเป็นเป้าโจมตีของรัสเซีย เพราะจานรับสัญญาณจะกลายเป็นจุดสนใจในเขตสงคราม และทางรัสเซียอาจสามารถตรวจจับได้ จึงให้ใช้กันในยามจำเป็นเท่านั้น

แต่ไม่นานหลังจากทางกองทุนรัสเซียพยายามโจมตีเหล่าจานรับสัญญาณ Starlink ที่ Elon ส่งไปให้ยูเครน ทาง SpaceX ได้รีบทำการปรับระบบการใช้ไฟของจานรับสัญญาณ Starlink ให้สามารถทำงานได้ด้วยไฟที่น้อยลง จนสามารถชาร์จได้จากที่จุดบุหรี่บนรถยนต์ ทำให้จานรับสัญญาณ Starlink ต่างๆ ในยูเครนสามารถเคลื่อนที่บนรถยนต์และไม่ตกเป็นเป้านิ่งสำหรับฝั่งรัสเซีย 

วันที่ 4 มีนาคม Elon Musk ได้ทวีตออกมาให้กำลังใจชาวยูเครน "Hold Strong Ukraine" ว่าให้ยืนหยัดและต่อสู้เต็มที่ เป็นการทวีตที่ไม่ไว้หน้าทางปูตินและกองทัพรัสเซียอย่างยิ่ง 

วันที่ 5 มีนาคม - Elon Musk ได้ออกมาทวีตถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำของบริษัทรถไฟฟ้า EV ยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla ว่า "โลกเราต้องเร่งการขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเลย แต่เราก็จะปล่อยให้รัสเซียใช้ทรัพยากรน้ำมันมาบีบคอชาวโลกมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว" (ตอนนี้ทางรัสเซียเดินหน้าบุกยูเครนเต็มที่ ด้วยการที่ีรู้ว่าโลกทั้งโลกยังต้องพึ่งพาพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากพวกเขา หากบีบและคว่ำบาตรรัสเซียมากไป ราคาพลังงานโลกก็จะพุ่งและสร้างความเดือดร้อนตามมาให้ทุกฝ่าย)

ในวันเดียวกันนั้นรัฐบาลหลายประเทศได้เรียกร้องให้บริการ Starlink อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ Elon Musk ช่วยปิดข่าวจากสื่อรัสเซีย แต่ Elon ได้ปฏิเสธไป และบอกว่าตราบใดที่ยังไม่มีปืนมาจ่อหัวเขา เขาก็จะสนับสนุนเสรีภาพในการพูดให้ถึงที่สุด

ในวันที่ 5 มีนาคม เช่นเดียวกัน - ทางทหารรัสเซียพยายามปิดกั้นสัญญาณดาวเทียม Starlink ไม่ให้ชาวยูเครนใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้ แทนที่ทาง Elon จะหัวเสีย แต่เขากลับทวีตตอบกลับมาว่า "ไม่เป็นไร ทางเราพยายามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และถือว่านี่เป็นบททดสอบฟรีๆ ต่อชาวโลกถึงคุณภาพของสินค้าเรา (ทาง Elon หยอก) 

ชาวอเมริกันว่าไง?? หากสหรัฐมีประธานาธิบดีชื่อ...  ‘อีลอน มัสก์’

ถ้าจะพูดถึงคนดังในระดับโลก ที่ใครๆ ก็รู้จัก แถมยังมีอิทธิพลในการสร้างกระแสสังคม ที่ส่งผลต่อธุรกิจโลกด้วยแล้ว นาทีนี้ต้องยกให้ ‘อีลอน มัสก์’ ไอรอนแมนแห่งวงการเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนโลกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า ดาวเทียม ยานสำรวจอวกาศ หรือแม้แต่เงินดิจิทัล

แต่ถ้าเกิดอีลอน มัสก์ หันมาสนใจเรื่องงานการเมืองของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นมาหล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?

ไอเดียนี้ เริ่มมีการพูดถึงในสังคมโซเชียลของสหรัฐฯ เมื่อเห็น อีลอน มัสก์ กระโดดเข้ามาร่วมวงกระแสสงครามรัสเซีย-ยูเครน กับเขาเหมือนกัน ด้วยการตอบรับคำขอของนาย มิคไคห์โล เฟโดรอฟ รองนายกรัฐมนตรียูเครน ที่ส่งข้อความตรงถึงอีลอน มัสก์ ให้ช่วยส่งดาวเทียม Starlink มาช่วยต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตในยูเครน เนื่องจากตอนนี้ทางรัสเซียได้โจมตีระบบสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศจนติดขัด ยังไม่นับทีมโจมตียังทางไซเบอร์ มาสร้างความปั่นป่วนในระบบเครือข่ายอีก 

ซึ่งอีลอน มัสก์ ก็ตอบตกลงไวเหมือนโกหก รีบส่งดาวเทียม Starlink มาช่วยเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ทันที และเตรียมจะขยายสถานีให้เพิ่มอีกถ้าต้องการ จนชาวเน็ตแซวว่า ยูเครนกล้าขอ อีลอน มัสก์ ก็กล้าให้ แถมจัดให้ไวกว่าโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียอีก 

และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อีลอน มัสก์ แสดงบทบาท หรือความเห็นเกี่ยวกับการเมือง 

เมื่อไม่นานมานี้ อีลอน มัสก์ เคยสวนกลับทวิตของ โจ ไบเดน ที่ออกมากล่าวชมโรงงานผลิตรถยนต์ Ford ที่ได้ลงทุนขยายฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถึง 1.1 หมื่นล้านเหรียญ ที่ช่วยสร้างงานให้ชาวอเมริกันทั่วประเทศถึง 10,000 ตำแหน่ง ส่วนทางค่าย GM ก็ทุ่มงบมหาศาลถึง 7 พันล้านเหรียญเพื่อผลิตรถไฟฟ้าเช่นกัน ที่สร้างงานเพิ่มอีก 4,000 ตำแหน่งในรัฐมิชิแกน 
 

'ปูติน' กร้าว!! พร้อมหยุดปฏิบัติการโจมตียูเครน แต่ต้องทำตามข้อเรียกร้องของรัสเซียเท่านั้น 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เผย แถลงการณ์ของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งกล่าวในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจพ ทายยิพ แอร์โดอาน ของตุรกี ว่า รัสเซียพร้อมเจรจาเพื่อยุติการต่อสู้ในยูเครน แต่ความพยายามที่จะยืดการเจรจาออกไปทำให้ผลการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ รัสเซียจะยุติปฏิบัติการพิเศษในยูเครนโดยมีข้อแม้ว่ายูเครนต้องประกาศหยุดปฏิบัติการทางทหารและทำตามข้อเรียกร้องของรัสเซียเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ทางการยูเครนรายงานว่า ชาวยูเครนส่วนใหญ่ในเมืองมารีอูปอล กว่า 2 แสนคน ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของยูเครน ต้องหลบภัยกระสุนและใช้ชีวิตอยู่ในห้องใต้ดิน เนื่องจากไม่สามารถอพยพออกจากเมืองดังกล่าวที่ถูกกองทัพรัสเซียปิดล้อมมาเป็นเวลากว่า 6 วัน จนทำให้ชาวเมืองถูกตัดอาหาร น้ำดื่ม ไฟฟ้า และเครื่องทำความร้อน

‘ท่านใหม่’ เตือนไทย อย่าหลงเชื่อพวกคนแดนไกล ทำลาย ‘สัมพันธ์ - ต่อต้าน’ และถึงขั้นรบกับจีน 

ไม่นานมานี้ ‘ท่านใหม่’ หม่อมเจ้า จุลเจิม ยุคล ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติคนไทยและรัฐบาลไทย หลังจากระยะหลัง เริ่มวางบทบาทที่อาจจะไปกระเทือนความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน ด้วยการหลงเชื่อกลุ่มประเทศจากแดนไกล ว่า... 

ประเทศไทยต้องไม่เป็นยูเครนสอง

อย่าคิดทำลายมิตรภาพที่ดีระหว่างประเทศจีน และประเทศไทย ไปหลงเชื่อพวกคนแดนไกล

ขณะนี้ประเทศไทย เรา รัฐบาลเรา ก็ประพฤติปฏิบัติอย่างเดียวกันกับยูเครน นั่นคือ ได้ไปทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ก่อตั้งพันธมิตรตามยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ในการต่อต้านภัยคุกคามจากจีน โดยจะมีญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์เข้ามาผสมโรงด้วย 

พูดง่ายๆ ก็คือเอาประเทศไทยเข้าเป็นพันธมิตรกับอเมริกา ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของนาโต้ และสมุนบริวารเพื่อตั้งตัวเป็นศัตรูกับจีน ‘ต่อต้านจีน’ กระทั่งอาจเตรียมที่จะทำสงครามกับจีนด้วย (หวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น)

ไปตั้งความตกลงนี้กันอย่างปกปิดเงียบเชียบโดยคนไทยทั้งประเทศไม่มีใครรู้เห็น จนกระทั่งสถานทูตสหรัฐฯ นำข้อตกลงนี้ออกมาเผยแพร่ คนไทยจึงเพิ่งรับรู้กันในระยะไม่กี่วันมานี้ จึงมีการกล่าวขานกันอย่างกว้างขวางว่า “นี่คือการกระทำที่ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านอย่างเดียวกันกับยูเครน”

...ไม่สำเหนียกเลยว่าประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน นั้นมีแต่ความเป็นพี่น้องกัน 
...ไม่มีครั้งไหนที่ไทยเดือดร้อนแล้วจีนจะไม่ให้ความช่วยเหลือ 
...ไม่ว่าจากศึกเหนือเสือใต้หรือจากภัยพิบัติ หรือจากปัญหาเศรษฐกิจ จีนก็เอื้อเฟื้อช่วยเหลือตลอดมา 
...ไม่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นภัยต่อประเทศไทยเลย 

แม้กระนั้นก็มิได้สำนึกในบุญคุณ กลับทรยศต่อมิตรไปคบคิดกับคนแดนไกล (อเมริกา) มาก่อความขัดแย้งใหญ่ขึ้นในภูมิภาค ในพระราชอาณาจักรเรา ที่มีแต่ความสงบสุข มาเป็นเวลากว่า ร้อยๆ ปี

เตือนภัยไซเบอร์!! มิจฉาชีพว่อนหลอกรับบริจาค อ้าง!! ช่วย ‘สงครามยูเครน-งานศพแตงโม’

10 มี.ค. 65 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ในขณะนี้ ได้มีแก๊งมิจฉาชีพฉวยโอกาสโดยใช้เหตุการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตของนักแสดงชื่อดัง น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ ‘แตงโม’ และเหตุการณ์สู้รบระหว่าง ‘สหพันธรัฐรัสเซีย’ กับ ‘ยูเครน’ โดยหลอกลวงพี่น้องประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ให้โอนเงินบริจาคโดยอ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือในการจัดงานศพ หรืออ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้อพยพที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยสงคราม หรือการหลอกรับเงินอ้างว่าต้องการเงินมาช่วยเหลือในการขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่สงครามแล้วจะแบ่งทรัพย์สินให้ เป็นต้น

‘ตุรกี’ ไฟเขียว!! เดินหน้าทำธุรกรรมการค้ากับรัสเซียต่อ เปิดทาง ‘รูเบิล - หยวน - ทองคำ’ ไม่ง้อ ดอลลาร์/ยูโร

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อตุรกีรายงานว่า ‘ราเซป ไทยิป แอร์โดกัน’ ประธานาธิบดีตุรกี ได้หารือกับ ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ผู้นำรัสเซียผ่านทางโทรศัพท์ ในกรณีข้อพิพาทระหว่าง ‘รัสเซีย-ยูเครน’ และรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ตุรกี -รัสเซีย’ ที่จะดำเนินต่อไปหลังจากนี้ โดยทางตุรกี ยังคงวางตัวเป็นกลางและจะสนับสนุนในการหาทางออกด้วยสันติวิธีอย่างเต็มที่เท่าที่จะสามารถทำได้

นอกเหนือจากเรื่องสถานการณ์ในยูเครนแล้ว ทั้ง 2 ผู้นำแห่งย่านทะเลดำ ก็ได้ถกกันเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการค้าระหว่างกัน อันเนื่องจากตอนนี้รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากสถาบันการเงินในโลกตะวันตกอย่างหนัก ด้วยการตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบ SWIFT Payment ทำให้รัสเซียไม่สามารถทำธุรกรรมรับโอนเงินผ่านระบบธนาคารสากลได้ 

‘ทรัมป์’ ชี้ ‘รบ.สหรัฐฯ’ ควรหยุดทุ่มงบให้ ‘สงครามที่ไม่รู้จบ’ ลั่น!! ถ้าชนะเลือกตั้ง จะยุติสงครามยูเครนภายในวันเดียว

(6 มี.ค. 66) อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศกลางที่ประชุมกลุ่มผู้สนับสนุนสายอนุรักษนิยมเมื่อวันเสาร์ (4 มี.ค.) ว่า…

‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน หากตนได้เป็นผู้นำสหรัฐฯ อีกครั้งในปี 2024 พร้อมคุยว่า สามารถจบสงครามยูเครนได้ ‘ภายในวันเดียว’

ทรัมป์ ในวัย 76 ปี ให้คำมั่นสัญญาว่า เขาและผู้สนับสนุนจะไม่ปล่อยให้พรรครีพับลิกันถูกครอบงำโดย ‘พวกบ้าคลั่งและโง่เง่า’ ที่พาสหรัฐฯ เข้าไปพัวพันกับ ‘สงครามที่ไม่รู้จบในต่างประเทศ’

อดีตผู้นำสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า วอชิงตันควรหยุดทุ่มงบประมาณนับพัน ๆ ล้านดอลลาร์ เพื่อปกป้องยูเครนได้แล้ว และหากเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีก็จะทำให้สงครามยูเครน ‘จบลงภายในวันเดียว’ และจะเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ‘จ่ายต้นทุนของสงคราม’ ให้มากขึ้นด้วย

“คุณไม่สามารถทุ่มเงินเป็นแสน ๆ ล้านดอลลาร์ เพื่อปกป้องกลุ่มคนที่ก็ไม่ได้ชื่นชอบเราสักเท่าไหร่ และถ้าเป็นในทางธุรกิจ ถ้าคุณยอมจ่ายมากขนาดนั้น คุณต้องบอกพวกเขาเลยว่า ถ้าชนะ ประเทศคุณครึ่งหนึ่งต้องเป็นของเรา”

'นางแบบไต้หวัน' ปั้นคอนเทนต์สยิว เติมกำลังใจให้นักรบยูเครน ร่วมเพศทัพอาสา ถ่ายทุกท่วงท่าปลุกใจทหารกล้าให้ฮึกเหิม

สร้างความฮือฮา กลางสนามรบกันเลยทีเดียว เมื่อ 'ฟ่าน เพ่ยกุง' นางแบบสาว ไต้หวัน-อเมริกัน วัย 33 ปี ยอมลงทุน เปลื้องผ้า สร้างคอนเทนต์เซ็กซี่ โพสต์ท่ายั่วยวน ในชุดทหาร กับขีปนาวุธ และ อาวุธสงครามลงในโซเชียลและ OnlyFans แพลตฟอร์มสำหรับผู้ใหญ่เพื่อระดมทุนและส่งกำลังใจให้กับกองทัพยูเครน โดยเธอได้ให้นิยามคอนเทนต์ในครั้งนี้ว่า เป็นการกลั่นกำลังใจจากเต้าเพื่อทหารยูเครนและบรรดาอาสาสมัครในการต่อต้านปูติน

ฟ่าน เพ่ยกุง นางแบบสาวเจ้าของไอเดียสุดสยิวกิ้วคนนี้มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา จากสาวไต้หวันสัญชาติอเมริกันในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ที่สามารถคว้ามงกุฎนางงาม Miss Taiwanese American Princess เวทีประกวดสาวงามของชุมชนชาวไต้หวันในสหรัฐอเมริกา ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีใน ลอสแอนเจลิส ได้สำเร็จ ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นนางแบบ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลและเป็นศิลปิน 

อีกทั้งยังมีข้อมูลระบุว่า เธอเคยเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเยล หนึ่งในสถาบันไอวี่ ลีกของสหรัฐฯ และยังได้คะแนนอันดับต้นๆ จากการแข่งขัน NASA Hackathon อีกด้วย แต่มาเอาดี จริงจังในการทำคอนเทนต์เซ็กซี่ใน OnlyFans 

แต่เมื่อราวๆ เดือนพฤศจิกายน 2565 ฟ่าน เดินทางมายังยูเครนในฐานะอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงคราม และได้มาประจำที่ศูนย์อาสาสมัครในเมืองลวิว ทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งถือว่าห่างไกลจากสมรภูมิรบแถวหน้า เธอจึงได้รับหน้าที่ทำงานพื้นๆ ซึ่งไม่ต่างที่เธอเคยทำตอนอยู่ในสหรัฐอเมริกา 

เพื่อต้องการแสวงหาความท้าทายกว่านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฟ่านตัดสินใจย้ายไปประจำอยู่ในเมืองคาห์คีฟ ทางฝั่งตะวันออกที่เป็นศูนย์กลางการสู้รบระหว่างทหารทั้งสองฝั่ง ซึ่งเธอเห็นว่าสามารถช่วยสนับสนุนกองทหารยูเครนได้โดยตรงมากกว่า 

และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคอนเทนต์เซ็กซี่กลางสนามรบ โดยหวังใจว่าจะเป็นการปลุกจิตใจทหารกล้าชาวยูเครนให้ฮึกเหิมมากขึ้น และยังมีโอกาสได้พบกับทหารหนุ่มๆ จากทั่วโลก ที่อาสามาช่วยรบในยูเครน 

ซึ่ง ฟ่าน เพ่ยกุง ก็เล่าผ่านสื่อสหรัฐฯ อย่างเปิดเผยว่า เธอมีความสัมพันธ์กับอาสาสมัครในกองทัพยูเครนหลายคน ตั้งแต่ ทหารอาสาจากอังกฤษ เจ้าหน้าที่ควบคุมโดรนชาวยูเครน ช่างไฟ และ เจ้าหน้าที่ไอที อีก 2 คน เป็นต้น 

และเธอได้โพสต์ภาพถ่ายสุดเซ็กซี่ กับอาวุธในสนามรบลงในช่องทาง OnlyFans ให้กองทหาร และ อาสาสมัครของยูเครนชมฟรี และเปิดรับบริจาคจากผู้ที่เข้าชมคอนเทนต์ของเธอเพื่อระดมเงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวยูเครน ที่ทำให้สื่อหลายสำนักสนใจไอเดียสุดแหวกแนวของฟ่านเป็นจำนวนมาก 

แต่ถึงกระนั้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่เธอจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน ทั้งจากกลุ่มชาวอาสาสมัครคนอื่น และ ผู้คนในโลกโซเซียล ที่มองว่าภาพ และเนื้อหาของเธอเข้าข่ายอนาจาร และไม่เหมาะสม เพราะที่นั่นคือสนามรบจริง มีทหารมากมายเสียชีวิตจริงๆ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ชวนหดหู่ และเศร้าใจมากกว่าจะนำมาใช้ในเนื้อหาเชิงอีโรติก

แต่สำหรับฟ่าน เธอยังพอใจ และ มีความสุขในสิ่งที่เธอทำ โดยเชื่อว่า เนื้อหาของเธอ ช่วยเยียวยาจิตใจนักรบแถวหน้าที่ต้องไปสละชีพเพื่อชาติได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้คลายเครียด สร้างความกระชุ่มกระชวย ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชายชาติทหารเหมือนกัน 

ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนว่าเห็นสมควรอย่างไร ใครถนัดช่วยสนับสนุนแบบไหน ทางยูเครนก็ไม่ขัดข้อง ขออย่าทำทหารวอกแวกเวลาออกสนามรบจริงเป็นใช้ได้  

เรื่อง: ยีนส์ อรุณรัตน์

‘โฆษกสภาความมั่นคง สหรัฐฯ’ ขู่คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ หลัง ‘ผู้นำคิม’ จ่อพบ ‘ปูติน’ หารือหนุนอาวุธสู้ศึกยูเครน

(5 ก.ย. 66) สื่อสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ‘นายคิม จอง อึน’ ผู้นำเกาหลีเหนือ มีแผนที่จะเดินทางเยือนรัสเซียในเดือนกันยายนนี้ เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดี ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ของรัสเซีย เกี่ยวกับความเป็นไปได้ ที่เกาหลีเหนือจะจัดหาอาวุธให้รัสเซีย เพื่อสนับสนุนการทำสงครามในยูเครน

อย่างไรก็ดี บีบีซีระบุว่า ยังไม่มีการแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว และสถานที่ของการพบกันที่แน่นอนก็ยังคงไม่มีความชัดเจนเช่นกัน แต่นิวยอร์กไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า มีแนวโน้มสูงมากที่สุดที่ผู้นำคิมจะเดินทางด้วยรถไฟหุ้มเกราะ

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า นายเซอร์เก ซอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย พยายามที่จะโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือขายกระสุนปืนใหญ่ให้กับรัสเซีย ระหว่างที่เขาเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งล่าสุด

นายซอยกูซึ่งถือเป็นผู้แทนต่างชาติคนแรกที่นายคิม จอง อึน ให้การรับรองนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อเข้าชมการจัดงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ของเกาหลเหนือ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธฮวาซอง ซึ่งเชื่อว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวปตัวแรกของเกาหลีเหนือ ที่ขับเคลื่อนโดยใช้เชื้อเพลิงแข็ง

เคอร์บีกล่าวว่า นับตั้งแต่การเยือนของซอยกู ผู้นำคิมและปูตินได้แลกเปี่ยนจดหมายกัน เพื่อให้คำมั่นที่จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

“เราขอเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการเจรจาด้านอาวุธกับรัสเซีย และปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานที่เคยประกาศไว้ว่าจะไม่จัดหาหรือขายอาวุธให้กับรัสเซีย” นายเคอร์บีกล่าว และเตือนว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการคว่ำบาตร หากเกาหลีเหนือจัดหาอาวุธให้กับรัสเซียด้วย

ขณะเดียวกันก็มีความกังวลทั้งในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้เกี่ยวกับสิ่งตอบแทนที่เกาหลีเหนือจะได้รับจากข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเพิ่มความร่วมมือทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซียมากขึ้น

ความกลัวอีกประการหนึ่งคือรัสเซียจะสามารถจัดหาอาวุธให้กับเกาหลีเหนือได้ในอนาคต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกาหลีเหนือต้องการอาวุธเหล่านี้มากที่สุด และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ‘คิม จอง อึน’ อาจขอให้ปูตินจัดหาเทคโนโลยีหรือความรู้เกี่ยวกับอาวุธ ที่มีความก้าวหน้าสูงให้กับเกาหลีเหนือ เพื่อที่จะได้มีพัฒนาการสำคัญในโครงการอาวุธนิวเคลียร์

นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า การพบกันระหว่างผู้นำทั้งสองอาจเกิดขึ้นที่เมืองวลาดิวอสต็อก ริมชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของรัสเซีย โดยมีรายงานว่าเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านา เจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือได้เดินทางไปยังวลาดิวอสต็อกและมอสโก ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอภัยที่ดูแลเกี่ยวกับการเดินทางของผู้นำเกาหลีเหนือ จึงเป็นสัญญานที่ชัดเจนถึงการเตรียมการในเรื่องดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือและรัสเซียเคยออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า เปียงยางไม่ได้จัดหาอาวุธให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในสงครามยูเครน

พิษณุโลก ม.นเรศวร จัดเสวนา 'สงครามยูเครน: สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่' ชี้ต้องเตรียมรับวิกฤตไปอีกนาน

วันนี้ 20 ตุลาคม 2566 ณ ห้อง Main Conference  อาคารศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะสังคมศาสตร์ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการสังคมเสวนา ซีรีส์#๓ : หัวข้อ “สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิด และศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข กรรมการสภามหาวิทยาลัยนเรศวรผู้ทรงคุณวุฒิ และอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เขียนหนังสือ “สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่” เป็นวิทยากร พร้อมเปิดตัวหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับสงครามยูเครน ซึ่งเป็นเล่มแรกที่ตีพิมพ์เป็นภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้อาจารย์ นิสิต นักวิชาการ และภาคประชาสังคมส่วนต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเตรียมความพร้อมต่อการเป็นพลเมืองโลกที่ต้องปรับตัวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประชาคมโลกบนความเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข กล่าวถึงสงครามที่ผ่านมา 600 กว่าวันและจะอยู่ไปอีกนานว่า ผลกระทบที่คนไทยจะได้รับจากการทับซ้อนของสถานการณ์ COVID 19 กับสงครามยูเครน คือวิกฤตของเศรษฐกิจที่ทับซ้อนกันไปด้วย ซึ่ง COVID 19 ยังไม่มีวิกฤตด้านพลังงานเหมือนสงครามยูเครน และจะมีวิกฤตเรื่องอาหารตามมา สืบเนื่องจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่มีผลพวงมาจากสงคราม แต่สังคมที่กินข้าวเจ้ายังโชคดีกว่าสังคมที่กินข้าวสาลี ขนมปัง หรือแป้งโรตี ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักเนื่องจากแป้งสาลีและธัญพืช ราคาสูงขึ้นมาก ขณะเดียวกันก็มีสงครามตะวันออกกลางทับซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล สังคมไทยควรต้องเตรียมตัวรับเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ปีหน้าอาจจะเป็นปีที่ต้องรัดเข็มขัดกัน เพราะสุดท้ายสิ่งที่ตามมาคือวิกฤตค่าครองชีพ 

หนังสือ “สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่” เป็นหนังสือที่เขียนตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามยูเครน มิติต่าง ๆ ของสงคราม สงครามโดรน สงครามปืนใหญ่ และอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย แม้สถานการณ์สงครามจะอยู่ไกลทางภูมิศาสตร์ แต่วันนี้ผลกระทบไม่หนีจากเราเลย และเราก็หนีไม่ได้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top