Friday, 5 June 2026
วัคซีน

'หมอดื้อ' เฉลย!! ทำไมยังพูดผลกระทบวัคซีน ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว ลั่น!! มันไม่ได้ผ่านไป ผลเสียยังฝังอยู่กับตัว ควรระงับเทคโนโลยีนี้

(24 เม.ย.67) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

คนถามว่ามาพูดเรื่องผลกระทบทำไมในเมื่อมันผ่านไปแล้ว?

คำตอบคือ

1- มันไม่ได้ผ่านไปครับยังฝังอยู่กับตัวเราและใครยังไม่มีอาการปรากฏไม่ควรนิ่งนอนใจ รักษาตัวให้ดีหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นในร่างกายการควบคุมอาหารเข้าใกล้มังสวิรัติ คุมโรคประจำตัว กำลังสม่ำเสมอ แดดและกระบวนการถอนพิษ เป็นไปได้

2- เพื่อให้หยุด ระงับเทคโนโลยีนี้ เพื่อใช้กับวัคซีนอื่น ๆ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยน และไม่มีขั้นตอนในการควบคุมความปลอดภัยและเลิกบริการฉีด เลิกบังคับให้ฉีด ของวัคซีนนี้ จากการจุดกระแสต่าง ๆ

3- เพื่อให้ตระหนักในผลกระทบที่เกิดขึ้นและให้เข้าใจว่า ไม่ใช่โรคที่คิดไปเอง ดังที่ถูกสั่งพักงาน เพราะหมอวินิจฉัยไม่ได้แต่ในที่สุดพบการอักเสบมากมายมหาศาลในร่างกายแม้กระทั่งไปทำ PET scan เจอการอักเสบทั่วตัวและต่อมน้ำเหลืองโตเต็มตัว

4- เพื่อให้มีการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง เป็นหมื่นเป็นแสนคน

5- ในที่สุดเพื่อหาคนรับผิดชอบ เมื่อรู้ความจริงแทนที่จะระงับ กลับส่งเสริมต่อและทำการเปลี่ยนความจริงให้เป็นเท็จ

คนเหล่านี้ ต่ำทราม และไม่ควรเป็นคนไทย

‘หมอดื้อ’ ประกาศลาออก จาก ‘หน.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่’ ชี้ ลดความกังวลขององค์กร ปมวิจารณ์เรื่อง ‘วัคซีน-ไวรัสตัดต่อพันธุกรรม’

(26 เม.ย.67) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยระบุว่า…

เรียนทุกท่านครับ

เนื่องจากมีความกังวลจากองค์กร ว่าหมอเอง ทางสังคมมีการใช้ชื่อขององค์กรในการให้ความเห็นเรื่องของวัคซีน / เรื่องของไวรัสตัดต่อพันธุกรรม และเรื่องอื่น ๆ

ดังนั้น หมอได้ ลาออกจากหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ แล้วครับ ในวันที่ 25/4
และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท ในฐานะกลุ่มแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ ที่เห็นชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง

(ยังคงเป็นอาจารย์พิเศษสาขาประสาทวิทยา โดยไม่รับค่าตอบแทน)

ซึ่งทางด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ก็ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

หมอธีระวัฒน์ลาออกจาก ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เพื่อชัยชนะทาง ‘อิสรภาพ’ ในการ ‘พูดความจริง’ เดินหน้าต่อร่วมจัดเสวนา ‘อันตรายจากวัคซีนโควิด-19 ร้ายแรงกว่าที่คิด’ หอศิลป์กรุงเทพ 3 พ.ค.นี้

ตามที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยเหตุผลว่า

‘เนื่องจากมีความกังวลจากองค์กร ว่าหมอเอง ทางสังคมมีการใช้ชื่อขององค์กรในการให้ความเห็นเรื่องของวัคซีน /เรื่องของไวรัสตัดต่อพันธุกรรม และเรื่องอื่น ๆ’

ขอให้กำลังใจแด่ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ได้มีความกล้าหาญและเสียสละในการตัดสินใจครั้งนี้

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เป็นความพ่ายแพ้ หากแต่เป็นชัยชนะในการประกาศอิสรภาพเพื่อพูดความจริงให้ได้ตรงประเด็นได้มากยิ่งขึ้น ในฐานะ ‘ศาสตราจารย์นายแพทย์’ ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท

และในฐานะ ‘กลุ่มแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ ที่เห็นชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง’ และการลาออกครั้งนี้ไม่ได้ทำให้การทำหน้าที่ของศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑาหายไป เพราะวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต จะยังคงเดินหน้าและเคียงข้างในการนำเสนอความจริงและทางออกให้กับประเทศ ร่วมกับศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ต่อไป

ดังนั้น การจัดกิจกรรมระหว่างศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กับวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิตจะยังคงเดินหน้าต่อไปในทางวิชาการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยความจริงที่เข้มข้นกว่าเดิม

ดังนั้น จึงจะขอแจ้งตัดชื่อหรือโลโก้ในภาพการประชาสัมพันธ์ ที่เกี่ยวข้องกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โดยได้นำแถบดำมาปิดโลโก้ทั้งหมดด้านล่างเอาไว้แล้ว สำหรับการจัดเสวนาที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นี้ คงเหลือแต่ ‘วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต’ เท่านั้น ที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานนี้เอง

ดังนั้น ช่วยกันแชร์ และขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมเสวนาครั้งที่ 2 ณ หอศิลป์กรุงเทพฯ วันที่ 3 พ.ค. เปิดข้อมูลและความจริงชัดเจนยิ่งขึ้น ในหัวข้อ ‘อันตรายจากวัคซีนร้ายแรงกว่าที่คิด’

โดย วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออกมหาวิทยาลัยรังสิต จัดคลินิกแพทย์เคลื่อนที่ และการเสวนา ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ ‘อันตรายจากวัคซีนโควิด-19 ร้ายแรงกว่าที่คิด’ ในวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน และในงานพบกับ…

10.00 น.-13.00 น. หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออกมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดให้คำปรึกษาและรักษาเบื้องต้น ภาวะลองโควิด และผลกระทบจากวัคซีน โควิด-19 ด้วยการบูรณาการ ศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน และธรรมชาติบำบัดฟรี

13.00 น.-17.00 น. งานเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ ‘อันตรายจากวัคซีนโควิด-19 ร้ายแรงกว่าที่คิด’ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท, นายแพทย์ อรรถพล สุคนธาภิรมย์ กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์, อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เข้าร่วมเสวนาอีกหลายท่าน

จึงขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชน ผู้ป่วย และพี่น้องประชาชนที่สนใจหรือต้องการให้กำลังใจ หรือแบ่งปันข้อมูล เข้าร่วมงานในวันและเวลาดังกล่าว

'อหิวาตกโรค' ภัยร้ายที่ยังคงมีในเมียนมา หากต้องแวะมา อย่าลืมรับวัคซีนแต่เนิ่นๆ

ไม่นานมานี้สาธารณสุขเมียนมาประกาศว่ามีอหิวาตกโรคระบาดในย่างกุ้ง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายสิบราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและเด็ก

ต้องยอมรับว่าอหิวาตกโรค หรือ โรคห่า เป็นโรคประจำถิ่นที่เกิดจากการดื่มกินน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้ออหิวาห์เข้าไปทำให้เกิดโรคขึ้น 

โรคอหิวาตกโรคไม่ได้เพิ่งมาระบาดในเมียนมา แต่ในปี 2015 ก็มีรายงานการระบาดของอหิวาต์มาแล้วในหมู่บ้านก๊อกกาเร็กใกล้เมืองเมียวดี

ทางสถานทูตไทยในย่างกุ้งได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่อาศัยในเมียนมาให้ดื่มน้ำสะอาด งดรับประทานน้ำแข็งและทานอาหารปรุงสุก รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารค้างมื้อ อาหารทะเล อาหารดิบและอาหารที่มีแมลงวันตอม รวมถึงการใช้มือรับประทานอาหาร

สำหรับนักท่องเที่ยวในไทย เรามีวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์เช่นกัน มีทั้งแบบเชื้อเป็นและเชื้อตาย

วัคซีนแบบเชื้อตายเป็นวัคซีนรับประทาน ต้องทาน 2 ครั้ง ระยะเวลาห่างกัน 1-6 สัปดาห์ ในขณะที่วัคซีนแบบเชื้อเป็น จะเป็นแบบรับประทานครั้งเดียวก่อนเข้าไปยังพื้นที่ที่มีการติดเชื้ออหิวาตกโรค โดยต้องรับประทานก่อนเดินทางเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน

ดังนั้นหากใครต้องการเดินทางไปยังเมียนมาในช่วงนี้ขอให้เตรียมตัวในการรับวัคซีนด้วย

เมียนมาแจกวัคซีน 2 ล้านโดส รับมืออหิวาตกโรคระบาด

(25 ธ.ค. 67) กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 24 ธันวาคมว่า ได้แจกจ่ายวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคชนิดรับประทานให้ประชาชนแล้วกว่า 2 ล้านโดส ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา  

รายงานจากสำนักข่าวซินหัวระบุว่า การระบาดของอหิวาตกโรคในภูมิภาคย่างกุ้งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงสาธารณสุขของเมียนมาต้องแจ้งสถานการณ์ต่อองค์การอนามัยโลก (WHO) และเพิ่มความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาด  

กระบวนการแจกจ่ายวัคซีนเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน โดยกระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของอหิวาตกโรคอย่างใกล้ชิดในภูมิภาคและรัฐต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ให้ลุกลาม

'สถาบันวัคซีนแห่งชาติ' เจอทัวร์ลง!! หลังไปสวัสดีปีใหม่ช่อง 3 ถ่ายรูปกับ 'สรยุทธ' เจอชาวเน็ตโจมตี!! ภายหลังชี้แจง ระบุให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง

(25 ม.ค. 68) ‘สถาบันวัคซีนแห่งชาติ’ ให้คุณค่าอย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรการสื่อสาร ในทุกภาคส่วน 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา พญ. สุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้เข้าพบมอบของที่ระลึกเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 2568 พร้อมแสดงความขอบคุณสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ช่อง 3 HD) ในการสื่อสารความรู้ด้านวัคซีนสู่สาธารณชนด้วยดีเสมอมา โดยมีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ให้การต้อนรับ

โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาตินั้น ให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างเครือข่ายการสื่อสารอย่างเป็นมิตรร่วมกัน เพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเกิดประโยชน์กับสาธารณะ เน้นให้ประชาชนทั่วไปได้รับความรู้ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับสังคมต่อไป

‘หมอยง’ ไม่แนะนำ!! ให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 มองไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ ชี้!! โรคลดความรุนแรงลงแล้ว และมียาที่มีประสิทธิภาพ สามารถรักษาได้

(10 พ.ค. 68) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ แพทย์อาวุโส นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘โควิด-19’ โดยมีใจความว่า ...

โรคทุกโรคที่ป้องกันได้ควรจะได้รับการป้องกัน แต่การป้องกันมีหลายวิธี ตั้งแต่ล้างมือทำความสะอาด ลดการแพร่กระจายของโรค ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการเข้าชุมชนคนหมู่มาก วัคซีนเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง

โรคโควิด 19 ในระยะแรก ปีแรกๆ รุนแรงมากมีอัตราเสียชีวิตถึงร้อยละ 1 และมีอัตราการลงปอดเป็นปอดบวมสูงมากโอกาสต้องนอนโรงพยาบาลสูงมาก ๆ แต่ในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานแล้ว จากการติดเชื้อ และฉีดวัคซีน และไวรัสโควิดก็ลดความรุนแรงของโรคลงมา ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ เปรียบเทียบได้กับไข้หวัดใหญ่ ผู้ติดเชื้อโควิด 19 จำนวนมาก ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย เพราะเคยเป็นมาแล้ว ยกเว้นมีร่างกายอ่อนแอ หรือมีโรคประจำตัว ก็เป็นเช่นเดียวกันกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ที่อาจจะรุนแรงขึ้น 

ทำไมเรายังต้องให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทั้งที่ความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่กับโควิด ไม่ต่างกันมากแล้ว วัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันการติดเชื้อได้ประมาณ 40 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หวังป้องกันความรุนแรงของโรค แต่เรายังแนะนำให้ฉีดโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้เพราะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ใช้กันมานานมากแล้วร่วม 50 ปี มีราคาถูก และอาการข้างเคียงต่ำ เมื่อมาเปรียบเทียบกับวัคซีนโควิดในปัจจุบัน โควิดไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อน้อยมาก วัคซีนมีราคาแพงมาก มากกว่าไข้หวัดใหญ่เกือบ 10 เท่า และมีอาการข้างเคียงมากกว่า 

ดังนั้นในปัจจุบันจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง โดยทางภาครัฐสนับสนุน ให้ได้ฉีดฟรี ส่วนวัคซีนโควิด เมื่อคิดถึงความคุ้มทุน และประโยชน์ที่ได้ เมื่อโรคลดความรุนแรงลง โดยส่วนตัวจึงไม่แนะนำ และถ้าป่วยให้รีบให้การรักษา เพราะมียาที่มีประสิทธิภาพ

‘เคนเนดี จูเนียร์’ ยกเครื่องบอร์ดวัคซีนสหรัฐฯ ประกาศตั้งทีมใหม่ 8 คน บางรายเคยด่าวัคซีนโควิด

(13 มิ.ย. 68) โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ (Robert F. Kennedy Jr.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกใหม่ 8 คนเข้าสู่คณะกรรมการที่ปรึกษาวัคซีนของ CDC (ACIP) โดยในจำนวนนั้นมีผู้ที่เคยวิจารณ์วัคซีน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

ก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน เคนเนดีเพิ่งปลดสมาชิกคณะกรรมการเดิมทั้ง 17 คน พร้อมระบุว่า ACIP ชุดเก่า “เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน” และทำหน้าที่เหมือน “ตรายางอนุมัติวัคซีนทุกชนิด” โดยไม่ได้ทบทวนข้อมูลอย่างเหมาะสม

เขาโพสต์บน X ว่าสมาชิกใหม่เป็น “นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ และแพทย์ระดับประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข” ซึ่ง “ยึดหลักการแพทย์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีสามัญสำนึก” โดยทั้งหมดจะเริ่มเข้าร่วมประชุม ACIP ชุดใหม่ระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายนนี้

รายงานระบุว่าสมาชิกใหม่บางคนเคยมีบทบาทต่อต้านวัคซีน เช่น ดร.โรเบิร์ต มาโลน (Robert Malone) ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี mRNA แต่เคยเผยแพร่ข้อมูลผิดเกี่ยวกับโควิด-19 รวมถึง ดร.มาร์ติน คุลดอร์ฟ (Martin Kulldorff) หนึ่งในผู้ร่วมเขียน "Great Barrington Declaration" ที่เสนอแนวคิดให้ประชาชนติดเชื้อเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

นอกจากนี้มีอย่างน้อย 4 คนในคณะใหม่ที่ถูกอ้างถึงในหนังสือของเคนเนดี The Real Anthony Fauci ซึ่งวิจารณ์บทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ระหว่างวิกฤตโควิด โดยยังไม่ชัดเจนว่าเคนเนดีจะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มอีกหรือไม่ในอนาคต

‘หมอยง’ ชี้ โควิด-19 สอนบทเรียน!! เปลี่ยนโรคสู่ฤดูกาลเหมือนไข้หวัดใหญ่ ยาเสพติดวัคซีนควบคุมโรคได้ดี เผยความจริงสังคมถูกวิจารณ์หนัก สื่อออนไลน์สองคมกดดันหนัก

โรคโควิด 19 บทเรียนย้อนกลับ กว่า 5 ปีที่ผ่านมา

โควิด 19  ได้เปลี่ยนมาเป็นโรคประจำฤดูกาล เหมือนไข้หวัดใหญ่ และโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ที่พบเป็นประจำตามฤดูกาล หรือเพิ่มจำนวนไวรัส coronavirus อีก 1 ตัวจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 4 ตัว เป็น 5 ตัว ก็คงจะสลับระบาดกันไปมา

ในช่วงวันหยุดได้มีโอกาสย้อนกลับไปดู เหตุการณ์เก่าๆ ไม่ว่าจะใน YouTube  บนหน้าเพจต่างๆ ทั้งที่ผู้หวังดีส่งมาให้เป็นจำนวนมาก ผมเป็นนักวิชาการเต็มตัว ทำการศึกษาวิจัยโรคทางไวรัสมาตลอดหลาย 10 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ไข้หวัดนก มือเท้าปาก ไข้หวัดใหญ่ 2009  ziga ไข้ปวดข้อยุงลาย มาจนถึงโควิด 19  และเมื่อมองย้อนกลับตั้งแต่เมื่อเริ่มระบาด

ปัญหาของโควิด 19 ที่เริ่มระบาดในยุคแรก ตามหลักของไวรัสแล้วทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน โรคก็จะรุนแรง จนกว่าจะมีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีน หรือการติดเชื้อ ก็จะมีการปรับตัวเข้าหากันและลดความรุนแรงของโรคลม ตามวิวัฒนาการ เห็นได้ชัดตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่ 2009  ปัจจุบันก็ยังระบาดอยู่เหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ตัวหนึ่ง แต่ตอนเข้ามาปีแรก ประเทศไทยก็มีการเสียชีวิตถึง 200 กว่าคน เช่นเดียวกันกับโควิด 19

ผมพยายามให้ข้อมูลมาตลอด และศึกษาวิจัยอย่างเร่งด่วน และให้ข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่ทุกคนมีความรู้เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างความรู้ และชี้แจงสังคม ขณะนั้นทุกคนเก่งหมด ติดตามข้อมูลสังคมตะวันตก แล้วก็จะเชื่อฟังหัว

ในบ้านเรา เมื่อมองย้อนกลับ หลายคนบอกว่า ผมทนอยู่ได้อย่างไร ทั้งถูกก้าวร้าว ทางคำพูด bully ต่างๆมากมาย กล่าวหาถึงกับว่าได้รับผลประโยชน์เป็นผู้แทนของวัคซีน และหรือมีส่วนร่วมกับการจัดซื้อ ทั้งในความเป็นจริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆนอกจากขอทุนมาทำการวิจัยอย่างเร่งด่วน และให้ข้อมูลกับประชาชนที่ถูกต้องเสมอ มาโดยตลอดตามหลักวิทยาศาสตร์

มือดูวีดีโอย้อนกลับมีการกล่าวหา ค่อนข้างรุนแรง ถึงกับจะถอดถอน ผ่าน Changeorg โดยแพทย์ท่านหนึ่งเป็นหัวหน้า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันจะถอดถอนอะไร เพราะผมก็เกษียณมานาน และทำงานหลังเกษียณ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอะไร ก็อยู่เฉยๆสบายดี

แต่สิ่งที่ทนไม่ได้ คือบุคลากรทางการแพทย์ ที่ผิดคำสาบานของฮิปโปเกรติส (Hippocratic Oath) ทั้งที่จบมาก็ให้คำสาบาน ก่อนรับใบประกอบโรคศิลป์ แพทย์รุ่นน้องกล่าวหาแพทย์รุ่นพี่ ด้วยวาจาที่ฟังไม่ได้ ผมจำได้แม่น คือทางคณะ จะเชิญผมไปบรรยาย ให้กับแพทย์จบใหม่ ในปัจฉิมนิเทศ ผมเตรียมตัวอย่างดี ที่จะไปพูดในฐานะอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่ง แต่พอถึงวันใกล้บรรยาย มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ก็มาหาผม และขอยกเลิกรายการนี้หารายการอื่นแทน ท่านกลัวว่าเมื่อผมเข้าบรรยาย นิสิตที่จบแพทย์จะเดินออกหรือกล่าวให้ร้ายซึ่งจะเสียบรรยากาศของการประชุม ซึ่งผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย และไม่เคยคิดที่ไม่ดีกับลูกศิษย์แม้แต่น้อย ในที่สุด ก็ต้องถอนตัวออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทนไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหากันอีกมากมายโดยเฉพาะในเรื่องของวัคซีน และเมื่อเหตุการณ์ผ่านมาถึงขณะนี้ ไม่มีใครเข้าไปดูย้อนหลังเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ใครผิดใครถูก

ผมเองเชื่อว่าถ้าทางด้านสังคม โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ ไม่มีแรงบีบคั้น ผมเชื่อว่าประเทศชาติ จะประหยัดเงินได้อีกมากมาย และเป็นเงินก้อนใหญ่ด้วยเพราะการป้องกันเราทำได้ดีมาตั้งแต่เริ่มต้น วัคซีนเป็นตัวเสริม ถ้าไม่มีการเรียกร้องมากเราก็จะไม่เสียเงินมากเท่านี้

ผลข้อมูลการศึกษา การฉีดวัคซีนเชื้อตาย และสูตรการฉีดแบบไขว้ ได้ผลดี จนองค์การอนามัยโลก ใช้ข้อมูลของเรา ประกาศเป็นคำแนะนำให้ทั่วโลก ในส่วนลึกผมยังคิดว่าการศึกษาของเรามีประโยชน์มากสำหรับประชากรทั่วโลก แต่ในทางตรงข้ามในขณะนั้น ทุกคนบอกว่าผมทนได้อย่างไร เมื่อย้อนไปในขณะนั้นผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลย เพราะทุกอย่างเป็นความจริง ไม่ได้มีการสร้างข้อมูลเท็จแต่อย่างใด จึงไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย ใครจะว่าใครจะโจมตีอย่างไร เราให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่มาจนปัจจุบันเมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ก็ได้แต่เศร้าใจกับการสูญเสียทางอ้อมโดยเฉพาะเรื่องของเงินทองของประเทศ มหาศาลที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน

สื่อสังคมออนไลน์เปรียบเสมือนดาบสองคมจริงๆ ความเชื่อในการบอกต่อๆกัน กับความจริงกลับกลายเป็นว่าความเชื่อเสียงดังกว่าความถูกต้องและความเป็นจริง จากการค้นคว้าตามหลักวิทยาศาสตร์

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ

ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=36287254694223699&id=100000978797641&rdid=kdo2KHVgzB3CN6Ef#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top