Tuesday, 21 July 2026
ลดค่าไฟ

พลังงานเป็นธรรม ถ้ารวมไทยสร้างชาติ ไม่เกาะ "พลังงาน" พรรคนี้ไม่มีวันดัง!!

‘พีระพันธุ์’ การันตี!!
ไฟฟ้าถูก–พลังงานเป็นธรรม
ปี 2568 เป็นปีแห่งการลดค่าไฟทั้งระบบ
ชูโซลาร์ราคาถูก 1 หมื่นชุด ช่วยคนตัวเล็ก
เดินหน้าออกกฎหมายคุมทุนพลังงาน–น้ำมัน–ก๊าซ

พีระพันธุ์ทำไฟฟ้าถูก – ถ้ารวมไทยสร้างชาติไม่เกาะ “พลังงาน” พรรคนี้ไม่มีวันดัง
 
ในวันที่พรรครวมไทยสร้างชาติยังหาพื้นที่ยืนในใจประชาชนไม่ชัดเจน  
“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กลับมี “ของจริง” อยู่ในมือชัดที่สุดเรื่องหนึ่งของการเมืองไทยยุคนี้:  

> ทำให้ค่าไฟ–พลังงาน “ถูกลงอย่างเป็นระบบ” ไม่ใช่แค่แจกครั้งคราว

บทความนี้จะรวบว่าเขาทำอะไรไว้แล้วบ้างในกระทรวงพลังงาน  
และทำไม พรรครวมไทยสร้างชาติควรเอา “ผลงานด้านพลังงานของพีระพันธุ์” มาเป็นจุดหาเสียงหลักเพียงจุดเดียว  
ย้ำมันซ้ำ ๆ จนคนไทยได้ยินปุ๊บ = นึกถึง “ไฟฟ้าถูก–พลังงานเป็นธรรม” โดยอัตโนมัติ
 
1. พีระพันธุ์ในฐานะ รมว.พลังงาน: คนที่กล้าลงไปแก้โครงสร้าง ไม่ใช่แค่กดราคาชั่วคราว

ผลงานที่จับต้องได้มีอย่างน้อย 4 แกนใหญ่ ๆ 👇  
 
1.1 ประกาศ “ปี 2568 คือปีแห่งการลดค่าไฟ”
 
พีระพันธุ์ประกาศกลางวงการพลังงานว่า ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการลดค่าไฟ พร้อมเดินหน้า “โครงสร้างพลังงานใหม่” เพื่อให้คนไทยจ่ายค่าไฟน้อยลง และใช้พลังงานใน “ราคาเป็นธรรม” ไม่ใช่ถูกบีบคอด้วยต้นทุนที่อธิบายไม่ได้อีกต่อไป  
 
นี่ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่ตามมาด้วยการคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศลดค่า Ft และทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยช่วงต้นปี 2568 อยู่แถว ๆ 4.15 บาทต่อหน่วย ลงจากงวดก่อนหน้าอย่างเป็นรูปธรรม  
 
1.2 ไอเดีย “Pool Gas” – ลดค่าไฟจากต้นทางก๊าซ
 
หัวใจสำคัญคือแนวคิด “พูลก๊าซ (Pool Gas)”  
เอาก๊าซจากหลายแหล่ง หลายราคา มารวมกันเป็น “ตะกร้าราคาเดียว” ใช้ผลิตไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่เอาแหล่งแพงสุดมาเป็นฐานคิดค่าไฟแล้วโยนภาระให้ประชาชน  
 
พูดง่าย ๆ คือ  
แทนที่จะเอาเงินภาษีไปโปะค่าไฟ เขาเลือกจะ “ผ่าต้นทุนจริง” ให้มันถูกลงตั้งแต่โรงไฟฟ้า

3. สรุปแบบฟันธง: ถ้ารวมไทยสร้างชาติไม่เล่น “การเมืองพลังงาน” อย่างสุดทาง ก็อย่าหวังคะแนน

สั้น ๆ คือ:
 
1. พีระพันธุ์ในกระทรวงพลังงานมีของจริงให้เล่า  
  - ปีแห่งการลดค่าไฟ 2568  
  - นโยบาย Pool Gas ลดค่าไฟจากต้นตอก๊าซ  
  - โซลาร์ราคาถูก 10,000 ชุด และโครงสร้างใหม่ให้คนติดโซลาร์รูฟได้ง่าย  
  - กฎหมายคุมธุรกิจน้ำมัน–ก๊าซ–พลังงานให้โปร่งใสแข่งขันเป็นธรรม  
 
2. คะแนนนิยมส่วนตัวเขายังไม่สูง แต่สนามยังว่าง  
  - นิด้าโพลชี้คนใต้ (ฐานสำคัญ) ส่วนใหญ่ “ยังไม่เห็นใครเหมาะเป็นนายกฯ” และพีระพันธุ์ได้เพียง 2.05%  
  - แปลว่ายังมีพื้นที่ให้สร้างตัวตนใหม่ ถ้าสื่อสารถูกจุด ถูกเรื่อง  
 
3. รวมไทยสร้างชาติไม่มีทางชนะด้วยการเป็น “พรรคทั่วไป” อีกพรรคหนึ่ง  
  - ถ้าพยายามพูดทุกเรื่อง = จะไม่เด่นสักเรื่อง  
  - แต่ถ้ากล้าตัดสินใจเกาะ “พลังงาน–ค่าไฟ–โซลาร์” เป็นแกนหลัก และย้ำมันจนคนไทยจำได้  
    นี่คือ ทางเดียว ที่พรรคจะได้คะแนนจริงจากคนธรรมดาที่ต้องจ่ายค่าไฟทุกเดือน  
 
ดังนั้น ถ้าจะพูดกันแบบแรง ๆ ในสไตล์คอลัมน์การเมืองได้เลยคือ:
 
“รวมไทยสร้างชาติ อยากรอด ต้องเลิกพูดกว้าง ๆ แล้วหันมาขาย ‘พลังงานของพีระพันธุ์’ จุดเดียวให้สุด  
ไม่งั้นก็เตรียมเป็นแค่พรรคประกอบฉากในทุกการเลือกตั้งต่อไป”

รัฐบาลลุยลดค่าไฟ เริ่ม ก.ย.69!! มท.2 แถลงลดค่าไฟครัวเรือน ปี 69–73 ขยายสิทธิค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ไม่ใช่แค่ลดบิลบ้าน แต่คือการดึงผู้เช่าหอ บ้านเช่า และคนตัวเล็กให้เข้าถึงความเป็นธรรมด้านพลังงาน

มท.2 แถลงลดค่าครองชีพประชาชนจากค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ปี 69 - 73 เดินหน้าคิดค่าไฟบ้านพักอาศัย - หอพัก - อพาร์ทเม้นท์ - บ้านเช่า - ทะเบียนบ้านชั่วคราว 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มรอบบิล ก.ย.69 นี้

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวการปฏิรูปโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ปี 2569 - 2573 มาตรการเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล โดยกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้านโยบายลดภาระค่าพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้หน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) จัดทำโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งได้เห็นชอบแนวทางการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศ ปี 2569 – 2573 และให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาดำเนินการในประเด็นเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ประกอบด้วย การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยอัตราดังกล่าวจะใช้กับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเท่านั้น พร้อมทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพการอยู่อาศัยในปัจจุบัน

"โดยขยายสิทธิ์ให้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าในกิจการหอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า รวมถึงบ้านที่ใช้ทะเบียนบ้านชั่วคราว (มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว) ให้สามารถใช้อัตราค่าไฟฟ้าเดียวกับบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถคิดค่าไฟฟ้าจากผู้เช่าในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง (ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ที่ทำการลงทะเบียนกับการไฟฟ้า จะได้รับการสนับสนุนค่าไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่หากยอดบิลเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะต้องรับผิดชอบชำระค่าไฟฟ้าทั้งหมดด้วยตนเองในเดือนนั้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงค่าไฟสาธารณะที่ได้คำนวณแล้วเฉลี่ยในบิลครัวเรือนละ 9 สตางค์/หน่วย ซึ่งจะได้หาแนวทางการใช้งบประมาณจากส่วนอื่นของรัฐในค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดย PEA และ MEA จะมีการประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ในวันนี้"

ทั้งนี้ ในส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้ทำการเช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า ซึ่งผู้ประกอบการให้เช่ามีการติดตั้งมิเตอร์ต่างหาก (ไม่ใช่มิเตอร์ของการไฟฟ้า) และมีการคิดค่าไฟฟ้าเกินกว่าที่รัฐกำหนด สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือศูนย์บริการประชาชน 1111 หรือสายด่วน สคบ. 1166 เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการลดค่าครองชีพให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ

นายพลพีร์ กล่าวในช่วงท้ายถึงการยกระดับการให้บริการของการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง มุ่งพัฒนาระบบบริการที่ประชาชนมีความสะดวก รวดเร็วในรูปแบบ One Stop Service และหากมีปริมาณไฟฟ้าที่สามารถขายคืนการไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้ ก็ให้เป็นส่วนลดค่าไฟในเดือนถัดไป นอกจากนี้ ได้ประสานสถาบันการเงินของรัฐ คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อเป็นแหล่งเงินกู้ให้กับประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการไว้เรียบร้อยแล้ว และจะประสานกระทรวงการคลังเพื่อขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินภาคเอกชนเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1515706697258329&id=100064570394286&rdid=CUrAEDQgzkFlN79k#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top