Tuesday, 20 October 2026
รัสเซีย

ทูตรัสเซีย ชูไทย–รัสเซีย สู่ยุคใหม่ความร่วมมือเศรษฐกิจ!! ความสัมพันธ์ครบรอบ 130 ปี ปีหน้า มูลค่าการค้าเพิ่ม 26% ไตรมาสแรก เน้นลงทุน-เทคโนโลยี-พลังงาน จัดประชุมใหญ่ ต.ค. 2569 กรุงเทพฯ

บทความโดยเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) เรื่อง รัสเซียและไทย: สู่ยุคใหม่ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ประเทศรัสเซียและไทยนั้นมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เราจะมีการเฉลิมฉลองสำหรับการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 130 ปี ในปีหน้านี้ เราได้เห็นชัดในมิติเศรษฐกิจที่มีความชัดเจนมากขึ้นในปัจจุบัน แม้ว่าเราจะมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น แต่การค้าระหว่างรัสเซียและไทยต่างกำลังเติบโตมากยิ่งขึ้นในทางที่ดี ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียและไทยเพิ่มขึ้น 2.3% แตะระดับ 1.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอีก 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น สถานการณ์ในปีนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดี
ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและไทยแสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศมีศักยภาพในเชิงการค้า แม้ว่าจะเจอความผันผวนอย่างมากในโลก ทั้งในระบบการเงิน และโลจิสติกส์ เรามีภารกิจร่วมกันในการเพิ่มความหลากหลายทางการค้า เพิ่มปริมาณสินค้า และพัฒนาความร่วมมือกันระหว่างบริษัทเอกชนของทั้งสองประเทศ

รัสเซียไม่ได้เห็นความสำคัญจากการเพิ่มปริมาณการส่งออกไปสู่ตลาดไทยเท่านั้น แต่ยังต้องการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และรัสเซียเองก็มีกำลังการผลิตสำหรับตลาดในประเทศไทยเพียงพอ โดยเฉพาะด้านพลังงาน อุตสาหกรรม เกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหารโดยรวม การขนส่ง เทคโนโลยีดิจิทัล วิทยาศาสตร์ และการศึกษา

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเองก็เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและการคมนาคมที่สำคัญมากของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในภาคธุรกิจที่มีศักยภาพหลายสาขา เช่น เกษตรกรรม โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมอาหาร

เราได้เห็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ โดยในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในงานได้มีการจัดเสวนาทางธุรกิจในหัวข้อ รัสเซีย–ไทย: มิติใหม่สำหรับการค้าและการลงทุน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และบริษัทของรัสเซีย และไทยเข้าหารือร่วมกันถึงสถานการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและไทย การพูดคุยกันนั้นไม่ได้จำกัดแต่เพียงรูปแบบการค้าแบบสมัยก่อน แต่หากให้ความสำคัญกับการลงทุน การเสริมสร้างแนวทางและความร่วมมือเพื่อให้เอื้อแก่ผู้ประกอบการ

ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ทางหอการค้าและอุตสาหกรรมของกรุงมอสโกได้จัดเวทีในชื่อ การเจรจาธุรกิจ มอสโก–กรุงเทพฯ: ทิศทางความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกัน งานนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจในประเทศรัสเซียและไทย เพื่อช่วยกันผลักดันนโยบายเพื่อการพาณิชย์ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ผลักดันธุรกิจที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน และเพิ่มช่องทางใหม่ ๆ ในการติดต่อระหว่างกันของบริษัทรัสเซียและไทย

เรามีอีกหนึ่งกลไกสำคัญในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นั่นคือ คณะกรรมาธิการร่วมรัสเซีย-ไทยว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี ซึ่งมีบทบาทในการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ที่ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศเผชิญอย่างเป็นระบบ คณะกรรมาธิการมีส่วนช่วยในการพัฒนาความร่วมมือในอนาคต และได้มีการจัดประชุมร่วมกันไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ในการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ครั้งที่ 9 สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการติดต่อสื่อสารกันและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

กลไกความร่วมมือแบบนี้กำลังมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีส่วนช่วยในการเชื่อมต่อหน่วยงานรัฐบาลและภาคธุรกิจ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับโครงการต่าง ๆ ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ทั้งรัสเซียและไทยต่างมีความร่วมมือทวิภาคีที่สูงกว่าระดับการค้าในปัจจุบันมาก รัสเซียหวังถึงการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เพิ่มการลงทุน ขยายความร่วมมือกันทางด้านการผลิต เพื่อเป้าหมายในระยะยาว เรามีความจำเป็นในการสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ เพื่อให้ตลาดของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกัน และใช้กลไกการชำระเงินที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและไทยควรขยายสู่ระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้น โดยรัสเซียได้ให้การสนับสนุนความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่องและมีการขยายความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย

ความร่วมมือในระดับภูมิภาคดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสสำหรับประเทศไทย ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการกระจายความหลากหลายของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ การขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ ตลอดจนการดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยี

เราจะมีการจัดงานครั้งสำคัญในปีนี้ นั่นคือ การประชุมการลงทุนรัสเซีย–ไทย ครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพมหานคร ปลายเดือนตุลาคม 2569 โดยมีหัวข้อหลักในการประชุม คือ รัสเซียและไทย: สู่ยุคใหม่ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงานดังกล่าว ขณะนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนแล้วผ่านทางลิงก์: https://forum.rusthaibusiness.com/en/rtif-main.html

เป้าหมายสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การส่งเสริมให้เกิดการติดต่อกันทางธุรกิจ การลงทุน และโครงการใหม่ ๆ เพื่อความเป็นหุ้นส่วนในระยะยาว ทั้งทางด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี อีกทั้งการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรม และมนุษยธรรม
ทั้งรัสเซียและไทยต่างมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือกันไปสู่ความสำเร็จ เรามีการเจรจาทางการเมืองที่เข้มแข็ง ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจที่มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และสำคัญที่สุดคือ ทั้งรัสเซีย และไทยต่างมีความสนใจร่วมกันในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
การประชุมการลงทุนรัสเซีย–ไทย ครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพมหานคร มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มแรงผลักดันในกระบวนการดังกล่าว และเปิดบริบทใหม่ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและไทย

https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1250833

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1369142582056042&id=100068809406387&post_id=100068809406387_1369142582056042&rdid=FXnyTROAN3Ow2Cv3#

“รัสเซีย” อ้างถล่มเป้าหมายโลจิสติกส์ “ยูเครน”!! โจมตีโครงสร้างทางรถไฟตะวันตก เป้าหมายหลักขนส่งยุทโธปกรณ์ กองทัพเผยโจมตีศูนย์โลจิสติกส์ ส่งผลกระทบท่าเรือและสถานีไฟฟ้า

กองกำลังรัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกใช้ในการขนส่งยุทโธปกรณ์จากยุโรป กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานเมื่อวันอาทิตย์

แถลงการณ์ระบุว่า
“การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในภูมิภาคตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกใช้ในการขนส่งสินค้าที่มีวัตถุประสงค์ทางทหารจากประเทศในยุโรป ยังคงดำเนินต่อไป”

เป้าหมายอื่นที่ถูกโจมตี ได้แก่
-เรือขนส่งทางทะเลที่บรรทุกยุทโธปกรณ์ในท่าเรือโอเดสซา
-ศูนย์โลจิสติกส์ Novaya Pochta ในภูมิภาคโอเดสซา ซึ่งใช้จัดเก็บและกระจายสิ่งของให้กองทัพยูเครน
-สถานีไฟฟ้าย่อย Novaya และ Usatovo ซึ่งใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือในภูมิภาคโอเดสซาและนิโคลาเยฟ
-ศูนย์โลจิสติกส์ Palma, Raben-Ukraine และ Odessa-22 ในเมืองโอเดสซา ซึ่งใช้จัดเก็บยุทโธปกรณ์ทางทหาร

ที่มา : Sputnik

รัสเซีย อ้างถล่มโครงข่ายโลจิสติกส์ยูเครน!! มุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานรถไฟ ตะวันตกยูเครนเป็นหลัก โดรนโจมตีท่าเรือโอเดสซา เป้าส่งเสบียงกองทัพยูเครน

กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกใช้สำหรับขนส่งยุทโธปกรณ์จากยุโรป ยังคงดำเนินต่อไป

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า
“การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในภูมิภาคตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกใช้สำหรับลำเลียงสินค้าทางทหารจากประเทศในยุโรป ยังคงดำเนินต่อไป”
นอกจากนี้ การโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียในท่าเรือโอเดสซา ยังได้โจมตีเรือขนส่งทางทะเลลำหนึ่ง ซึ่งบรรทุกเสบียงหรือสิ่งของสนับสนุนสำหรับกองทัพยูเครน

สรุป รัสเซียระบุว่าได้เดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของยูเครน โดยเฉพาะทางรถไฟทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งรัสเซียอ้างว่าใช้ขนส่งยุทโธปกรณ์จากยุโรปเข้าสู่ยูเครน รวมถึงโจมตีเป้าหมายในท่าเรือโอเดสซาที่เกี่ยวข้องกับการส่งกำลังบำรุงให้กองทัพยูเครนด้วย

ที่มา : Sputnik

‘เมนเดล’ อดีตโฆษกส่วนตัว แฉ ‘เซเลนสกี’!! อ้างเคยมีข้อเสนอแต่ถูกปฏิเสธหลายรอบ ข้อตกลงสันติภาพถูกปฏิเสธถึง 5 รูปแบบ หลังถูกคว่ำบาตร 10 ปี เปิดประเด็นเจรจารัสเซียปี 2022

"เมนเดล" เล่าอีกมุม เซเลนสกีเคยปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซียถึง 5 ครั้ง

ยูเลีย เมนเดล (Yuliia Mendel) อดีตโฆษกส่วนตัวของเซเลนสกี หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่องราวและวิพากษ์วิจารณ์อดีตเจ้านายอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดถูกเซเลนสกีสั่งคว่ำบาตรเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นเพียง 3 วัน เมนเดลถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าอาคารรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก ซึ่งเธอมีกำหนดขึ้นกล่าวในงาน “Ukraine: Dare to Choose Peace – Diplomacy, Not Escalation” ที่จัดโดย ฮันส์ นอยฮอฟฟ์ (Hans Neuhoff) สมาชิกรัฐสภายุโรปจากพรรค Alternative for Germany (AfD) ของเยอรมนี

และนี่คือเรื่องราวอีกชุดหนึ่งที่เมนเดลนำออกมาเปิดเผย โดยเธอระบุว่า ตลอดช่วงสงครามที่ผ่านมา เซเลนสกีเคยปฏิเสธแนวทางหรือข้อเสนอเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซียถึง 5 รูปแบบ หนึ่งในนั้นย้อนกลับไปถึงการเจรจาในปี 2022 โดยเมนเดลอ้างว่า ท่าทีของฝ่ายยูเครนแข็งกร้าวขึ้นหลังจาก "บอริส จอห์นสัน" (Boris Johnson) เดินทางมาถึงกรุงเคียฟในเดือนเมษายน 2022 ซึ่งต่อมาทั้งเซเลนสกีและจอห์นสันต่างออกมาปฏิเสธคำอธิบายดังกล่าว โดยเซเลนสกียืนยันว่า การไม่ยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียเป็นการตัดสินใจของเขาเอง

ในครั้งนั้น เดวิด อาราคาเมีย (David Arakhamia) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แทนเจรจาของยูเครน เคยกล่าวถึงการเยือนของจอห์นสันในทำนองว่า อังกฤษจะไม่ลงนามอะไรกับรัสเซีย และยูเครนควร “สู้ต่อไป” ขณะเดียวกัน อาราคาเมียยังกล่าวถึงปัจจัยอื่นที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแลกกับสถานะเป็นกลาง และการขาดความเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลง

ส่วนประเด็นเรื่องการเลือกตั้ง เมนเดลกล่าวถึงเซเลนสกีในเชิงวิจารณ์ว่า เขาเป็นคนที่มีอัตตาสูง ยึดติดกับภาพลักษณ์และเกียรติยศอย่างมาก และไม่เต็มใจที่จะจัดการเลือกตั้งที่เธอมองว่าเขามีโอกาสชนะเพียงน้อยนิด

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1403224218632601/?rdid=xmGuqXePpnSGBXQe#

รัสเซีย ปิดกงสุลเยอรมนี!! ยุติตำนานกว่า 50 ปีที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สั่งปลดธงชาติลงจากอาคารทันที เจ้าหน้าที่ต้องออกภายในเที่ยงคืนวันศุกร์ สะท้อนความสัมพันธ์ร้าวลึกระหว่างมอสโก-เบอร์ลิน

ปิดตำนาน 50 ปี! — รัสเซียสั่งปิดกงสุลใหญ่เยอรมนีในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ปลดธง-ขับเจ้าหน้าที่!

ทางการรัสเซียสั่งปิดสถานกงสุลใหญ่เยอรมนี ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอย่างเป็นทางการ หลังเปิดทำการมานานกว่าครึ่งศตวรรษ โดยมีการปลดตราแผ่นดิน ธงชาติเยอรมนี และธงสหภาพยุโรปลงจากอาคาร พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางออกจากประเทศภายในเที่ยงคืนวันศุกร์นี้ ตอบโต้มาตรการกดดันและเนรเทศนักการทูตระหว่างมอสโกและเบอร์ลิน

ตัดสะพานทางการทูต! การสั่งปิดกงสุลเก่าแก่สะท้อนว่าความสัมพันธ์เบอร์ลิน-มอสโกเข้าสู่จุดดิ่งเหว และยุคแห่งการประธานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ-การทูตในยุโรปได้จบลงสมบูรณ์

ที่มา : https://www.facebook.com/100044307350059/posts/1643277253825837/?rdid=YyXnAatidg7YrqDw#

‘ทรัมป์’ เผยหารือ ‘ปูติน’!! ปมดีลสันติภาพ รัสเซีย–ยูเครน ชี้ข้อตกลงจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย หารืออิหร่านนาน 3 ชั่วโมง อาจพบปูตินอีกครั้งหลังประชุม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขากำลังหารือเงื่อนไขของความเป็นไปได้ในการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

“ผมคิดว่าพวกเขาจะทำข้อตกลงกันได้ และผมไม่อยากพูดว่าข้อตกลงนั้นคืออะไร เรากำลังพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างมาก รวมถึงกับประธานาธิบดีปูติน และผมคิดว่าบางอย่างต้องเกิดขึ้น” โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการพบหารือกับโวโลดีมีร์ เซเลนสกี นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครนเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และจะเป็นผลดีต่อทั้งรัสเซียและยูเครน

ถ้อยแถลงอื่น ๆ ของทรัมป์
สหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมง นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจมีการพบหารืออีกครั้งกับผู้นำรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน

ที่มา : Sputnik

รัสเซียเดินหน้าโจมตีเส้นเลือดโลจิสติกส์ยูเครน!! กองทัพรัสเซียยิงเป้าหลัก ศูนย์สื่อสารและเรือขนส่ง โจมตีโอเดสซาและเคียฟ กระทบโครงข่ายสำคัญยูเครน

กองกำลังรัสเซียยังคงโจมตีศูนย์สื่อสารและโลจิสติกส์ รวมถึงเรือทางทะเลที่ใช้สนับสนุนกองทัพยูเครน ตามที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุเมื่อวันอาทิตย์

“กองทัพสหพันธรัฐรัสเซียยังคงดำเนินการโจมตีศูนย์สื่อสารและโลจิสติกส์ รวมถึงเรือทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกองทัพยูเครน” กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์

ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เรือบรรทุกสินค้าแห้งลำหนึ่ง ซึ่งกำลังขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารและสินค้าที่ใช้ได้สองทาง เพื่อส่งให้กองทัพยูเครนไปยังท่าเรือโอเดสซา ถูกโจมตีขณะกำลังแล่นอยู่ในทะเล

กระทรวงฯ ยังระบุว่า ศูนย์โลจิสติกส์ของบริษัท Novaya Pochta ในเมืองโอเดสซา ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้าทางทหาร ก็ถูกโจมตีเช่นกัน

ในกรุงเคียฟ กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า มีการโจมตีศูนย์ข้อมูลของ Kyivstar ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งกองทัพยูเครนใช้งานอยู่

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลของ Omega Telecom ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในกรุงเคียฟ ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

ที่มา : Sputnik

รัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีข้ามคืน!! ใช้อาวุธแม่นยำสูง–โดรนถล่มเป้าหมายในเคียฟ ถล่มศูนย์ข้อมูล De Novo เป้าหมายหลักของยูเครน เรือบรรทุกสินค้าโดนทำลาย

มอสโก (Sputnik) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุเมื่อวันพุธว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีศูนย์ประมวลผลข้อมูล De Novo ในกรุงเคียฟ ระหว่างการโจมตีขนาดใหญ่ในช่วงกลางคืน โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในจุดหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ของกองทัพยูเครน

ในช่วงกลางคืน กองทัพรัสเซียได้เปิดการโจมตีครั้งใหญ่ โดยใช้อาวุธแม่นยำสูงจากภาคพื้นดิน และโดรนโจมตี มุ่งเป้าไปยังศูนย์สื่อสารในกรุงเคียฟ สิ่งอำนวยความสะดวกของระบบพลังงานยูเครนในภูมิภาคเคียฟ ซึ่งสนับสนุนการผลิตทางทหาร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรืออิซมาอิล
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า

“เป้าหมายที่ถูกโจมตีมีดังนี้ ในกรุงเคียฟ ได้แก่ ศูนย์ประมวลผลข้อมูล De Novo ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ต และทำหน้าที่ประมวลผล จัดเก็บ และส่งต่อข้อมูลเพื่อประโยชน์ของกองทัพยูเครน”

แถลงการณ์ยังระบุว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่ง ซึ่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนในกรุงเคียฟและภูมิภาคเคียฟ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในภูมิภาคเคียฟ ซึ่งจ่ายไฟให้กับโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเมืองวีชโฮรอด ซึ่งจ่ายไฟให้กับโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในพื้นที่ตอนเหนือของภูมิภาคเคียฟ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียเพิ่มเติมว่า

“ระหว่างการเดินเรือในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดำ เรือบรรทุกสินค้าแห้งลำหนึ่งได้รับความเสียหาย โดยเรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารและสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ให้แก่กองทัพยูเครน เพื่อส่งไปยังท่าเรือโอเดสซา”

ที่มา : Sputnik

รัสเซียอ้าง NATO มีฐานรอบคาลินินกราดหลายสิบแห่ง!! รัสเซียจะใช้ขีดความสามารถเฉพาะตอบโต้ นาโตรุกคืบที่คาลินินกราด กำลังพลนานาชาติ 2,000 นาย อาวุธแม่นยำสูงทดสอบสมรบเต็มรูปแบบ

อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันกฎหมายและความมั่นคงแห่งชาติ RANEPA กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ขณะให้ความเห็นต่อคำกล่าวของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการโจมตีจากนาโตว่า ขณะนี้มีการวางกำลังโครงสร้างพื้นฐานทางทหารเชิงรุกโดยรอบภูมิภาคคาลินินกราด

สเตปานอฟระบุว่า
“ขณะนี้มีกลุ่มกำลังร่วมนานาชาติ 4 กลุ่ม รวมกำลังพลประมาณ 2,000 นาย ประจำการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ภูมิภาคนี้ รวมถึงรัฐบอลติก กำลังถูกติดตั้งอาวุธโจมตีแม่นยำสูงอย่างรวดเร็ว”

เขากล่าวต่อว่า มีการซ้อมรบร่วมหลายชาติที่มุ่งจำลองการปิดล้อมทะเลบอลติก ขณะเดียวกัน โครงการแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ หรือ Nuclear Sharing อาจขยายไปยังประเทศใหม่ ๆ รวมถึงฟินแลนด์และรัฐบอลติก ซึ่งตามมุมมองของสเตปานอฟ อาจนำไปสู่การทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นพื้นที่ติดตั้งศักยภาพนิวเคลียร์ และสร้างวงล้อมของประเทศต่าง ๆ รอบภูมิภาคคาลินินกราด
ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในเวที Valdai ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่า หากเกิดการโจมตีคาลินินกราด รัสเซียจำเป็นต้องใช้ข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันของตน เนื่องจากรัสเซียมีขีดความสามารถด้านอาวุธทำลายล้างที่มีลักษณะเฉพาะ

สเตปานอฟกล่าวว่า
“สหพันธรัฐรัสเซียมีขีดความสามารถในการทำให้ภัยคุกคามส่วนใหญ่เป็นกลางได้ด้วยวิธีการตามแบบ”
ตามความเห็นของสเตปานอฟ รอบภูมิภาคคาลินินกราดมีสิ่งอำนวยความสะดวกของนาโตอยู่หลายสิบแห่ง ซึ่งอาจถูกทำลายได้ด้วยการโจมตีผสมผสานโดยใช้อาวุธแม่นยำสูงที่ไม่ติดหัวรบนิวเคลียร์
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า

“ในแง่นี้ เราอาจพูดได้ถึงการทดสอบเชิงรบของระบบ Oreshnik ในรูปแบบสมบูรณ์ ซึ่งติดตั้งหัวรบพิเศษ พิสัยของมันอยู่ที่ 4,500 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ยุโรปทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ที่มา : Sputnik

‘ปูติน’ ย้ำบทเรียนสงครามเย็น!! เตือนโลกไม่ควรเดินซ้ำเส้นทางแบ่งขั้วด้วยม่านเหล็กใหม่ มาตรการคว่ำบาตรหลายพันฉบับ ปูตินเตือนนโยบายนี้จะล้มเหลว ย้ำหลักความมั่นคงแบ่งแยกไม่ได้

มอสโก, 2 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมประจำปีครั้งที่ 23 ของคลังสมองวัลได กล่าวว่ากลุ่มชาติตะวันตกกำลังสร้าง "ม่านเหล็ก" อันใหม่ในประชาคมระหว่างประเทศโดยใช้มาตรการจำกัดและโดดเดี่ยวแบบกินวงกว้าง ซึ่งจะเป็นนโยบายที่ล้มเหลวและสวนทางกับเจตจำนงของรัสเซีย

ปูตินชี้ว่ากลุ่มประเทศตะวันตกได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียหลายพันรายการ ขัดขวางการติดต่อทางการทูตกับผู้แทนรัสเซีย และพยายามโดดเดี่ยวรัสเซียออกจากกลุ่มองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งที่บทเรียนจากยุคสงครามเย็นช่วยให้เห็นแล้วว่าความพยายามของสหภาพโซเวียตในการสร้างม่านเหล็กจบลงด้วยความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และความพยายามในยุคปัจจุบันที่จะสร้างกำแพงทางอุดมการณ์และภูมิรัฐศาสตร์นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงและจะพังทลายลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ท่ามกลางพลวัตโลกปัจจุบัน

ทั้งนี้ ปูตินเน้นย้ำหลักการพื้นฐานที่มีมานานของรัสเซีย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของระเบียบโลกที่มีเสถียรภาพในอนาคต นั่นคือความมั่นคงของประเทศใดประเทศหนึ่งหรือกลุ่มประเทศใดกลุ่มหนึ่งไม่ควรแลกมาด้วยความมั่นคงของฝ่ายอื่นๆ โดยแนวคิดความมั่นคงที่แบ่งแยกไม่ได้เป็นรากฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ของระบบธรรมาภิบาลโลกรูปแบบใหม่ที่ชอบธรรม ซึ่งทุกประเทศควรยึดมั่นกฎเกณฑ์นี้เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าและความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top