Friday, 5 June 2026
ยูเครน

รัสเซียจวกยุโรป ‘สร้างโลกคู่ขนาน’ ในยูเอ็น บิดเบือนความจริงไม่ยอมรับ ‘ยูเครน’ พ่ายในสนามรบ

(24 ก.ย. 68) รัสเซียออกโรงวิจารณ์ยุโรปกลางที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN) โดยนายดมิทรี โปลยานสกี (Dmitry Polyanskiy) รองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวหาว่าประเทศผู้สนับสนุนยูเครนในยุโรปกำลังสร้าง “โลกคู่ขนาน” ให้ยูเอ็นเห็นว่า ยูเครนไม่ได้กำลังพ่ายแพ้ในสนามรบ

นายดมิทรี โปลยานสกี ย้ำว่าภาพที่ยุโรปพยายามนำเสนอเป็นเพียง “ภาพบิดเบือน” ของสถานการณ์จริง ซึ่งแตกต่างจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสนามรบอย่างสิ้นเชิง

โดยก่อนหน้านี้ วิคเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orbán) นายกรัฐมนตรีฮังการี ออกมายืนยันว่า รัสเซียเป็นฝ่ายชนะเรียบร้อยแล้วในความขัดแย้งกับยูเครน และตอนนี้มันขึ้นอยู่กับตะวันตก ว่าจะยอมรับความเป็นจริงนี้หรือไม่

‘สหรัฐฯ’ เล็งต่อยอดแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ ใช้ในการเจรจาวิกฤติสงคราม ‘ยูเครน-รัสเซีย’

(1 ต.ค. 68) สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนทรัมป์ประจำตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า แผนสันติภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อยุติการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาแบบทันที ถูกมองว่าเป็นแผนที่ก้าวหน้า และอาจสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่การเจรจาสันติภาพในยูเครนด้วย

ทรัมป์เผยแพร่แผน 20 ข้อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องปล่อยตัวตัวประกันภายใน 72 ชั่วโมง และกำหนดว่า ฮามาสและกลุ่มอื่น ๆ ต้องไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารฉนวนกาซา ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวระบุให้การควบคุมฉนวนกาซาถูกมอบให้แก่เจ้าหน้าที่เทคนิค ภายใต้การกำกับขององค์กรระหว่างประเทศที่ทรัมป์เป็นหัวหน้าเอง ซึ่งวิตคอฟฟ์หวังว่าแนวทางนี้อาจสร้างโมเดลสันติภาพที่สามารถขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น รวมถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน

‘จีน–รัสเซีย’ ปิดดีลสร้างท่อก๊าซยักษ์ Power of Siberia 2 ทำยุทธศาสตร์ยูเรเชียของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ พังทลาย

(1 ต.ค. 68) จีนและรัสเซียบรรลุข้อตกลงสร้างท่อก๊าซ Power of Siberia 2 หลังเจรจายืดเยื้อมานาน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มปริมาณส่งออกก๊าซรัสเซียไปยังจีนเกือบสองเท่า หรือราว 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ด้วยราคาที่ถูกกว่ายุโรป ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ใหญ่ด้านยูเรเชียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หวังใช้รัสเซียถ่วงดุลจีน แต่ไม่สามารถบรรลุได้

สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่ทรัมป์ไม่สามารถบีบให้ยูเครนยอมอ่อนข้อให้รัสเซียได้ ขณะเดียวกันการที่นาโต้ (NATO) มีแนวโน้มขยายบทบาทในยูเครนยิ่งทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เลือกหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย หลังนโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์ผลักดันให้อินเดียหันกลับไปปรับความสัมพันธ์กับจีน

การปรับท่าทีของอินเดียช่วยลดความกังวลต่อความร่วมมือด้านพลังงานจีน–รัสเซีย ที่เดิมอาจทำให้รัสเซียเสียสมดุลต่อปักกิ่ง โดยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดทางให้มอสโกปิดดีลท่อก๊าซกับจีนได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลว่าอินเดียจะใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากเกินไป อีกทั้งยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนขั้วความร่วมมือในภูมิภาค

ทั้งนี้ ผลลัพธ์คือยุทธศาสตร์ยูเรเชียของทรัมป์ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า ทั้งในมิติรัสเซียและอินเดีย ทำให้จีน–รัสเซียใกล้ชิดขึ้น และอินเดียเองก็เริ่มหันมาประสานกับจีนมากขึ้น สถานการณ์นี้เร่งให้เกิดความเป็นพหุขั้ว (multipolarity) ที่ลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ลงในภูมิภาค

‘ทรัมป์’ อนุมัติข่าวกรอง-อาวุธจัดเต็ม!! ให้ยูเครน โจมตีเป้าหมายหลัก ‘โครงสร้างพลังงาน’ ของรัสเซีย

(2 ต.ค. 68) สหรัฐฯ อนุมัติให้หน่วยข่าวกรองและกองทัพสหรัฐฯ ส่งข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครน เพื่อนำไปใช้โจมตีเป้าหมายสำคัญด้านพลังงานของรัสเซียที่อยู่ลึกเข้าไปในประเทศ โดยรายงานของ The Wall Street Journal อ้างคำให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า วอชิงตันยังประสานกับประเทศสมาชิกนาโตให้สนับสนุนข้อมูลข่าวกรองในลักษณะเดียวกันด้วย

นอกจากนี้ สหรัฐฯ กำลังพิจารณาจัดหาอาวุธให้ยูเครนเพิ่มเติม เช่น ขีปนาวุธ Tomahawk และ Barracuda รวมถึงขีปนาวุธอื่นที่มีระยะยิงประมาณ 500 ไมล์ (804 กิโลเมตร) เพื่อเพิ่มความสามารถในการโจมตีเป้าหมายสำคัญของรัสเซียในระยะไกล

อย่างไรก็ตามทางฝั่งรัสเซียระบุว่า การส่งอาวุธให้ยูเครนจะทำให้ความขัดแย้งบานปลาย และถือว่าประเทศสมาชิกนาโตเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เตือนว่า ทุกภารกิจขนส่งอาวุธไปยังยูเครนจะถือเป็นเป้าหมายที่รัสเซียมีสิทธิ์โจมตีได้ตามกฎหมายสงคราม

‘สวีเดน’ ย้ำ!! ‘ยูเครน’ อยากได้ ต้องจ่าย Gripen บินได้ ถ้ามีเงิน ดับฝัน!! ‘เซเลนสกี’ ของฟรีไม่มีในโลก อย่าหวังแต่ของบริจาค

(4 ต.ค. 68) Gripen ไม่ใช่ของฟรี!! สวีเดนส่งสัญญาณถึงยูเครน “สนใจยินดี หลังสงครามมาคุยกัน แต่คุณต้องจ่าย”

สวีเดนทำเอายูเครน “ยิ้มค้าง” หลังนายกฯ อัลฟ์ คริสเตอร์สัน ประกาศกลางที่ประชุม European Political Community Summit ที่เดนมาร์กว่า เรื่อง Gripen 

"ใช่…เราคุยกันแล้วกับเซเลนสกี แต่บอกตรง ๆ เลยว่า ไม่ใช่ของฟรี ต้องจ่ายเงินนะครับ"

โพสต์บน X ของคริสเตอร์สันเมื่อ 2 ต.ค. ชัดเจน: สวีเดนพร้อมหารืออนาคตการป้องกันอากาศของยูเครน รวมถึงความสนใจใน JAS 39 Gripen ของ Saab แต่ย้ำ “หลังสงครามสิ้นสุด” เท่านั้น และต้องซื้อ ไม่บริจาคฟรีเหมือนหลายชาติที่โยน F-16 หรือ Mirage 2000 ให้ พูดง่าย ๆ คือ สวีเดนเล่นบทพ่อค้าอาวุธเต็มตัว เดินสาย NATO แบบเท่ ๆ บอกยูเครนว่า “เราเห็นใจนะ แต่ถ้าอยากบิน Gripen ต้องควักตังค์” สะท้อนนโยบายใหม่ของ NATO ที่เน้นให้ยูเครนลงทุนสร้างกองทัพถาวร ไม่ใช่หวังพึ่งแต่การบริจาคจนติดนิสัย

Gripen เองไม่ใช่เครื่องเล็ก ๆ ถูก ๆ ที่ใครก็หยิบมาขับได้ รุ่น E ที่สวีเดนโปรโมตมีเรดาร์ AESA ยิง PL-15 ได้ 200 กม. พิสัยบิน 4,000 กม. และบำรุงรักษาง่ายกว่าพวก F-16 ยุโรปบางชาติยังชมว่าเป็น “เครื่องบินรบของประเทศเล็ก แต่ใจมันใหญ่”

ยูเครนเองก็อยากได้มาก เพราะ F-16 ที่เพิ่งเริ่มรับจากเดนมาร์กกับเนเธอร์แลนด์ไม่พอจะสกัดโดรนชาฮิดที่รัสเซียส่งมาเดือนละพันลำ เซเลนสกีถึงขั้นบอกใน UNGA ว่า “Gripen และ Eurofighter คือสิ่งที่เราต้องการเพื่อป้องกันพลเรือน”

แต่ปัญหาคือ…สวีเดนไม่อยากเสี่ยงโดนรัสเซียเล่นงานตอนนี้ จึงวางเงื่อนไขชัด ต้องคุยหลังสงครามสงบ และถ้าอยากฟื้นกองทัพอากาศก็ต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าคลับ Gripen แบบเต็มราคา (แม้จะถูกกว่า F-16 ครึ่งหนึ่งก็เถอะ)

คำถามคือ ยูเครนจะหาเงินจากไหน? ในเมื่อเศรษฐกิจพังจากสงคราม GDP หายไปเป็นสิบ ๆ เปอร์เซ็นต์ ต้องรอเงินกู้ตะวันตกมาอุ้มอีกทอดหนึ่ง กลายเป็นว่าถ้าอยากได้ Gripen จริง ๆ ยูเครนอาจต้องยอมเป็น “ลูกหนี้บินได้” ของ NATO ไปอีกหลายสิบปี

สรุปสั้น ๆ : Gripen คือความหวังใหม่ของยูเครน แต่ไม่ใช่ของฟรี! สวีเดนบอกชัดเจน “ยินดีเจรจาหลังสงคราม แต่คุณต้องจ่ายเองนะ” งานนี้เซเลนสกีคงได้แค่ฝันถึงการบินบนท้องฟ้า จนกว่าจะมีเงินมาซื้อปีกให้ตัวเอง

อนาคตยูเครน สะเทือน!! ‘เช็กเกีย’ อาจถอนตัวช่วยรบ หลัง ANO ชนะเลือกตั้ง ล้มดีล!! กระสุนกว่า 1.8 ล้านนัด

(5 ต.ค. 68) พรรค ANO นำโดยอดีตนายกฯ Andrej Babis กวาดคะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย 35% จากการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อวันที่ 3-4 ตุลาคม ทิ้งห่างคู่แข่งพรรครัฐบาล Spolu ที่ได้เพียง 23% นับเป็นชัยชนะที่อาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของเช็กเกียและยูเครน จากพันธมิตรสนิท สู่ปริศนาใหม่

ท่ามกลางการนับคะแนนกว่า 98% พรรค ANO คว้า 81 ที่นั่งจากสภาล่าง 200 ที่นั่ง แม้จะไม่ได้เสียงข้างมาก แต่ Babis กำลังเจรจาตั้งรัฐบาลกับฝ่ายขวาจัดและต่อต้าน NATO ส่งสัญญาณที่น่าวิตกสำหรับกรุง Kyiv เช็กเกียเคยเป็นนายแบกของยูเครน ส่งรถถัง จรวด เฮลิคอปเตอร์ รับผู้ลี้ภัยหลายแสนคน และที่สำคัญ ผ้าป่ากระสุนปืนใหญ่ที่จะส่งกระสุน 1.8 ล้านนัดภายในปี 2025

แต่ตอนนี้ทุกอย่างอาจพลิกผัน

Babis ไม่เพียงวิพากษ์โครงการนี้อย่างรุนแรง เขายังประกาศจะ “ยกเลิกมัน!” ชื่นชม Viktor Orban พันธมิตร Kremlin และกล่าวว่ายูเครนเข้า EU เป็น “หายนะสิ้นเชิง”

เมื่อถูกถาม Babis ตอบสั้นๆ ว่า “เรายังไม่พร้อมรับยูเครน… จบสงครามก่อน… โครงการกระสุนควรให้ NATO ดูแล”

คำถามที่หลายคนหวาดกลัวคือ เช็กเกียจะเปลี่ยนจากผู้ช่วยเหลือ เป็นอุปสรรคต่อยูเครนหรือไม่?

ความช่วยเหลือจาก Prague อาจหมดลงพร้อมกับชัยชนะของ Babis - คำถามคือ ยูเครนจะรับมือกับพายุที่กำลังมาถึงได้อย่างไร?

‘เซเลนสกี’ รับไม่ได้!! พบชิ้นส่วนในโดรน-ขีปนาวุธรัสเซีย ผลิตโดย ‘อังกฤษ-เยอรมนี-สหรัฐฯ’ ใช้ถล่มยูเครน

(7 ต.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า อาวุธของรัสเซียที่ใช้โจมตียูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศกว่า 100,000 ชิ้น รวมถึงไมโครคอมพิวเตอร์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบควบคุมโดรน โดยเขาเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียให้ “มีประสิทธิภาพมากขึ้น” และปิดช่องโหว่การส่งออกสินค้าทางอ้อมที่ยังเล็ดลอดเข้าสู่อุตสาหกรรมอาวุธรัสเซีย

เซเลนสกีโพสต์ผ่าน X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า “พบไมโครคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการบินของโดรน ผลิตในสหราชอาณาจักร” โดยข้อมูลของยูเครนระบุว่า รัสเซียยังใช้อุปกรณ์จากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเนเธอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน การโจมตีของรัสเซียเมื่อคืนวันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านลาปาอิฟกา 4 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 15 ปี หนึ่งในนั้นด้วย

โฆษกกระทรวงธุรกิจและการค้าของอังกฤษ (DBT) ยืนยันว่ารัฐบาลอังกฤษให้ความสำคัญกับรายงานดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่าได้สั่งห้ามส่งออกสินค้าหลายพันรายการไปยังรัสเซียแล้ว รวมถึงทุกชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาวุธในสนามรบของยูเครน ทั้งนี้ อังกฤษได้คว่ำบาตรธุรกิจกับรัสเซียมูลค่ากว่า 20,000 ล้านปอนด์ และเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอาจถูกลงโทษทางการเงินหรือดำเนินคดีอาญา

‘ปูติน’ ประกาศ!! รัสเซียคุมเกมรบเหนือยูเครน หลังเข้ายึดดินแดนเพิ่มอีกราว 5,000 ตร.กม.

(8 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวระหว่างการประชุมกับผู้นำกองทัพ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ว่า “กองกำลังรัสเซียยังคงถือครองยุทธศาสตร์เชิงรุกอย่างสมบูรณ์” พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 กองทัพรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ของยูเครนได้แล้วเกือบ 5,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 212 ชุมชน ซึ่งถือเป็นการรุกคืบที่ต่อเนื่องในสมรภูมิที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีครึ่ง

ปูตินระบุว่า แม้กองทัพยูเครนพยายามโจมตีเป้าหมายลึกเข้ามาในดินแดนรัสเซีย เพื่อแสดงผลงานต่อชาติตะวันตก แต่สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความได้เปรียบของมอสโก โดยชี้ว่ากองกำลังยูเครนกำลังล่าถอยในหลายแนวรบ ขณะที่กองทัพรัสเซียเดินหน้าควบคุมพื้นที่ในแคว้นซาโปริซเซียและดนีโปรเปตรอฟสก์ได้มากขึ้น

ด้าน พลเอกวาเลรี การาซิมอฟ (Valery Gerasimov) หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารรัสเซีย ยืนยันว่า กองทัพยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีจุดยุทธศาสตร์และฐานการผลิตอาวุธของยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศกำลังเร่งขึ้น เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารให้บรรลุเป้าหมาย “การปลดอาวุธและกำจัดลัทธินาซี” ในยูเครนตามที่เครมลินประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2022

อดีต ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ลั่นหากเกิดสงครามกับ ‘รัสเซีย’ NATO พร้อมตอบโต้!! ถล่มฐานทัพรัสเซียในพริบตา

(15 ต.ค. 68) อดีตผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ประจำยุโรป พล.อ. เบน ฮอดจ์ส (Ben Hodges) กล่าวในการสัมภาษณ์ว่า หากเกิดการปะทะโดยตรงระหว่างรัสเซียกับนาโต้ ผลลัพธ์จะไม่เหมือนสงครามรัสเซีย-ยูเครน และนาโต้มีศักยภาพตอบโต้ด้วยกำลังอากาศและหน่วยรบภาคพื้นดินอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ฐานทัพสำคัญของรัสเซีย เช่น คาลินินกราด และเซวาสโทพอล ถูกทำลายภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของการปะทะ

ฮอดจ์สย้อนเหตุการณ์ปี 2014 ว่า แม้ยุโรปและชาติพันธมิตรจะสนับสนุนยูเครน แต่หลายประเทศยังพึ่งพาพลังงานรัสเซียมากเกินไปจนไม่ยอมปรับมาตรการ การคว่ำบาตรในช่วงนั้นจึงไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมของรัสเซียได้ เขาจึงมองว่าการปะทะหากเกิดกับสมาชิกนาโต้จะต้องได้รับการตอบโต้ที่เด็ดขาดกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้การรุกรานลุกลาม

“ผมคงไม่พูดว่าถ้าพวกเขาโจมตีประเทศสมาชิกนาโต้ สถานการณ์คงจะต่างไปจากยูเครน ไม่เลย ประการแรก มันเป็นภูมิประเทศที่แตกต่าง ภูมิศาสตร์ที่แตกต่าง หากรัสเซียโจมตีโปแลนด์ในปี 2025 ในลักษณะเดียวกับที่โจมตียูเครน รัสเซียคงถูกทำลายโดยกองทัพอากาศนาโต้และกองกำลังภาคพื้นดินของพันธมิตร มั่นใจได้เลยว่าคาลินินกราดจะถูกทำลายภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก ภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกคาลินินกราดจะหายไปหมด ฐานทัพรัสเซียทั้งหมดถูกทำลาย รวมถึงฐานทัพรัสเซียในเซวาสโทพอลด้วย” พล.อ. เบน ฮอดจ์ส กล่าว

‘ทรัมป์’ รับ ‘ยูเครน’ อยากบุกใส่รัสเซีย ชั่งใจส่ง ‘โทมาฮอว์ก’ หวั่นยกระดับสงคราม

(16 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามกับรัสเซีย โดยระบุว่ายูเครนต้องการ 'เปิดเกมรุก' และตนจะตัดสินใจในภายหลังว่าจะอนุมัติการส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ให้หรือไม่

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกเขาอยากบุก ผมจะต้องพิจารณาเรื่องนี้” พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจจะเกิดขึ้นหลังการหารือกับผู้นำยูเครน ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเร็ว ๆ นี้

ด้านรัสเซียออกมาเตือนว่า การส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้ยูเครน จะไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในแนวรบได้ แถมยังอาจยกระดับความขัดแย้ง เนื่องจากการใช้งานอาวุธดังกล่าวจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top