Friday, 5 June 2026
พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค

รองโฆษกฯ เผย!! ‘พีระพันธุ์’ เร่งรัดให้ดำเนินการ ‘ลดค่าไฟฟ้า’ อย่างเป็นรูปธรรม เน้น!! ไม่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่บริหารจัดการเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

(10 พ.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ ‘เสียงจากใจ ไทยคู่ฟ้า’ ว่า รัฐบาลขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ส่งเสียงสะท้อนในเชิงบวก ต่อการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน โดยเฉพาะมาตรการลดค่าไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้เร่งรัดการดำเนินนโยบายดังกล่าว โดยได้ประกาศให้ปี 2568 เป็น 'ปีแห่งการลดค่าไฟฟ้า' โดยมีการปรับลดราคาค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อปี 2566 ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วย, ปี 2567 ทั้งปี ค่าไฟอยู่ที่ 4.17 บาทต่อหน่วย, ต้นปี 2568 ลดลงเหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย ล่าสุด ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568 อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติให้ค่าไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2568 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ถือเป็นการยืนยันว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี

รองโฆษกฯ ย้ำว่า มาตรการลดค่าไฟฟ้าครั้งนี้ไม่ใช่การใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง อาทิ การปรับลดค่า Ft และการเจรจาลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกับภาคเอกชน โดยอาศัยต้นทุนด้านเทคโนโลยีที่ลดลง ในส่วนของราคาน้ำมัน รัฐบาลขอยืนยันว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะไม่กระทบต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนลงในระดับที่เหมาะสม เพื่อชดเชยภาระภาษีดังกล่าว ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติปรับลดราคาน้ำมันลง 1 บาทต่อลิตร ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

“รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ในการเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงพลังงาน ลดภาระค่าครองชีพ และวางรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนไทยทุกคน” นางสาวศศิกานต์ กล่าวทิ้งท้าย

เปิดตัวเลขค่าไฟฟ้า หลัง ‘พีระพันธุ์’ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี บริหารจัดการอย่างจริงจัง ช่วยคนไทย ประหยัดค่าไฟ เซฟไปถึง 2.7 แสนล้าน คืนเข้าสู่กระเป๋า ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน

(12 พ.ค. 68) เพจ ‘พีระพันธุ์ FC’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เซฟค่าไฟให้คนไทย 2.7 แสนล้าน!!... ทราบหรือไม่?! 

เราคนไทยทั้งประเทศประหยัดค่าไฟรวมกันแล้วกว่า 2.7 แสนล้านบาท นับตั้งแต่ที่ พี่ตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยก่อนหน้าที่ ‘พี่ตุ๋ย’ จะเข้ามารับตำแหน่ง (ก่อนเดือน ก.ย. 66) อัตราค่าไฟอยู่ที่ 4.77 บาท/หน่วย ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการอย่างจริงจัง เราจะต้องจ่ายค่าไฟระหว่างช่วงเดือน ก.ย. 66 - ส.ค. 68 เป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,985,025 ล้านบาท โดยคำนวณจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยของคนไทยทั้งประเทศ (อ้างอิงจากระบบของ กฟผ.)

แต่ผลจากการบริหารจัดการตามแนวทางของ ‘พี่ตุ๋ย’ ประชาชนคนไทยจ่ายค่าไฟในช่วงดังกล่าวเป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,710,368 ล้านบาท โดยส่วนต่างที่ประหยัดได้ถึง 274,657 ล้านบาทนี้ ถือเป็นดอกผลแห่งความทุ่มเทและการทำงานหนักของ ‘พี่ตุ๋ย-พีระพันธุ์’ ที่คืนเข้าสู่กระเป๋าคนไทยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน และ ‘พี่ตุ๋ย’ ยังคงเดินหน้าลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องแม้จะมีแรงต้านอย่างหนักจากผู้เสียผลประโยชน์ ช่วยกันเป็นกำลังใจให้ ‘พี่ตุ๋ย’ ครับ!!

‘พีระพันธุ์’ เดินหน้ารื้อสัญญาชั่วนิรันดร์ Adder - FiT พร้อมเร่งลดผลกระทบจากค่าไฟฟ้าให้ประชาชน

เมื่อวันที่ (19 พ.ค.68) นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE 100) และคณะตัวแทนสมาคมฯ ได้เข้าพบ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อขอหารือและรับทราบแนวทางเกี่ยวกับการดำเนินการแก้ปัญหาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบมีค่า Adder และ Feed-in Tariff (FiT) ที่ต้องจ่ายให้กับกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็กและเล็กมาก (Non-Firm SPP) แบบไม่มีวันหมดอายุสัญญา หรือที่เรียกกันว่า 'สัญญาชั่วนิรันดร์' ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

ทั้งนี้ ระบบ Adder และ Feed-in Tariff เป็นนโยบายที่ภาครัฐให้เงินสนับสนุน หรือให้เงินส่วนเพิ่มจากอัตราค่าไฟปกติแก่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อจูงใจภาคเอกชนให้มาลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าเหล่านี้สามารถต่อสัญญาขายไฟฟ้าได้เรื่อย ๆ ครั้งละ 5 ปี และต่อเนื่องโดยอัตโนมัติแบบไม่มีวันหมดอายุสัญญา ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อปี 2550 ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้รัฐต้องแบกรับภาระและทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น

ในการหารือครั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในส่วนของสมาคมฯ ได้อธิบายถึงปัญหาข้อขัดข้องในอดีตซึ่งเป็นที่มาของสัญญาดังกล่าว อีกทั้งยังได้รับทราบและเห็นด้วยกับแนวทางที่กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการในการปรับเปลี่ยนสัญญาให้ถูกต้องและเป็นธรรม โดยนายพีระพันธุ์ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ( กบง.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการกำหนดอายุสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Non-Firm เพื่อลดผลกระทบค่าไฟฟ้า และได้กำชับให้คณะอนุกรรมการดังกล่าวเร่งดำเนินการพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการพยายามแก้ปัญหาระบบ Adder และ Feed-in Tariff ที่สะสมมานาน โดยทางสมาคมฯ ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะลดผลกระทบที่มีต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

‘พีระพันธุ์’ เยือนจีน ลุยขยายความร่วมมือบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก เปิดทางระบบ ‘โซลาร์ราคาถูก’ เพื่อประชาชน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 เพื่อขยายความร่วมมือกับจีนในภารกิจด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมเยี่ยมชมเทคโนโลยีของบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะระบบอินเวอร์เตอร์ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบการจัดการพลังงาน และการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อเร่งพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการลดภาระค่าไฟของประชาชนอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นายพีระพันธุ์และคณะมีกำหนดการเยี่ยมชมและเจรจาความร่วมมือด้านต่าง ๆ กับบริษัทชั้นนำที่มีผลิตภัณฑ์และบริการด้านระบบพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก 6 แห่ง ในมณฑลเจียงซู และนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย บริษัท GoodWe Technologies บริษัท Canadian Solar Inc. (CSI) บริษัท Trina Solar บริษัท Changzhou Almaden บริษัท JinkoSolar และบริษัท Sungrow โดยมีนาย Shi Yonghong รองประธานหอการค้าจีนด้านการส่งออกเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิกส์ และ นาย Wang Shuzi ผู้ช่วยด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์โซลาร์ เป็นผู้ประสานงานและเดินทางร่วมกับคณะตลอดการเดินทาง

การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นอีกความพยายามของนายพีระพันธุ์ ที่จะเร่งพัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ผ่านการขยายความร่วมมือกับบริษัทด้านพลังงานชั้นนำของจีน เพื่อให้ภาคประชาชนของไทยสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและหาซื้อระบบโซลาร์ในราคาที่ต่ำลง โดยจากการเยี่ยมชมเจรจาหารือกับบริษัทต่าง ๆ ทุกบริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในแนวทางที่นายพีระพันธุ์นำเสนอซึ่งจะมีการประสานงานกันต่อไป

‘เจ้าคุณโซลาร์เซลล์’ หนุน ‘พีระพันธุ์’ รื้อแผน PDP ชี้ เพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้ากฟผ.ดีกว่าให้เอกชนแบ่งกันรวย

(29 พ.ค.68) พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีลูกศิษย์ตั้งฉายาว่า 'เจ้าคุณโซลาร์เซลล์' ได้โพสต์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก ENERGY guru : รู้ให้จริงเรื่องพลังงาน ที่ระบุข้อความว่า “พีระพันธุ์ สั่งรื้อร่างแผนพีดีพี จัดทำใหม่เพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าของกฟผ.” 

พร้อมโพสต์ข้อความเสริมว่า... 100 เต็ม 100 คะแนน ในเมื่อกฟผ.เป็นของรัฐ ผลิตไฟได้ราคาถูกกว่าเอกชน ที่ผ่านมาเอกชนถือครองการผลิตมาขายให้ กฟผ. กำไรก็เยอะเขาเอาไปแบ่งกันรวยไม่กี่คน

ส่วนกฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจขายถูกกว่าแถมเอากำไรส่งให้รัฐไปบริหารประเทศ และเป็นที่รองรับหลาย ๆ เรื่องราวปัญหาสารพัดที่บางรัฐบาลได้สร้างขึ้น หรือบางครั้งก็ทิ้งทวน

ครั้งนี้ท่านพีถือว่าทำได้ดี แต่ก็ยังต้องรอดูแผนพลังงานของชาติกันต่อไปว่าจะออกมารูปแบบไหน

ส่วนตัวฝากดูเรื่อง SMR ว่าพอจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำได้จะถิ่มโทนให้สองใบเลย

'พีระพันธุ์' เตรียมจับมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมออกกฎหมายควบคุมกิจการน้ำมัน

(31 พ.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระแรก โดยได้ชี้แจงเกี่ยวกับราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำว่า การกำหนดราคาน้ำมันปาล์มไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบหลักของกระทรวงพลังงาน แต่ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ให้การช่วยเหลือในยามที่ราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำ โดยการนำน้ำมันปาล์มมาผสมในน้ำมันดีเซลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ซึ่งกระทรวงพลังงานก็ได้ดำเนินการช่วยเหลือมาโดยตลอด และเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำในรูปแบบเดียวกับอ้อยและน้ำตาล นอกจากนั้น เร็วๆ นี้ กระทรวงพลังงานได้เตรียมเสนอกฎหมายควบคุมกิจการน้ำมัน เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกอยู่ในราคาที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ในส่วนของการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กระทรวงพลังงานได้เร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดขั้นตอนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ตามบ้านอยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน และเตรียมจัดหาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะ Inverter ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญและมีราคาสูง กระทรวงพลังงานก็จะเตรียมประสานกับผู้ผลิตให้สามารถจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด และในส่วนของเกษตรกร กระทรวงพลังงานจะใช้กลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ให้เตรียมงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เข้าถึงการใช้โซลาร์เซลล์กับเครื่องสูบน้ำทางเกษตรเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต้นทุนในการทำการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

และในเรื่องสุดท้าย แม้กระทรวงพลังงานจะไม่มียุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติ กระทรวงพลังงานก็พร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานภาคพลังงานตอบสนองกับนโยบาย Carbon Neutrality และ Net Zero ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลก

โฆษก รทสช. ขอบคุณคนไทยโหวต ‘พีระพันธุ์’ นักการเมืองบทบาทโดดเด่น ย้ำ!! มุ่งเดินหน้าทำงาน สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและคนไทย

(3 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2568” ของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ระบุว่า ประชาชนกว่า 24.06% มองว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเดือนพฤษภาคม 2568

โดยนายอัครเดช กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนนายพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ มาโดยตลอดต่อเนื่อง จนคะแนนความนิยมของนายพีระพันธุ์ พุ่งขึ้นสู่ท็อป 3 ในรัฐบาลและมีแนวโน้มดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ปัจจุบันจะมีแรงกดดันจากภายนอกและภายในให้กับนายพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ทั้งนี้ คะแนนนิยมดังกล่าวจากพ่อแม่พี่น้องถือเป็นขวัญกำลังใจและสิ่งที่มีคุณค่าในการทำงานของนายพีระพันธุ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติทุกคน ที่จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานต่อเนื่องให้สมกับความไว้วางใจของพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่ให้การสนับสนุนพรรค โดยเฉพาะในประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างทางพลังงาน ทั้งค่าไฟและราคาน้ำมัน ที่เป็นนโยบายและเป้าหมายหลักของนายพีระพันธุ์

“สิ่งสำคัญในตอนนี้ คือ การเดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมืองและประเทศชาติ โดยพรรคจะยังคงยึดมั่นหลักในการทำงานที่ยึดถือประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับพรรค ขอให้เป็นเรื่องภายในพรรคที่มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าประสานความเข้าใจ สร้างความร่วมมือและบรรยากาศที่ดีร่วมกันได้ต่อไป เพื่อเดินหน้าทำงานให้ผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับพ่อแม่พี่น้องคนไทยทุกคน” นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้าย

‘พีระพันธุ์’ ยัน ป.ป.ช. ยังไม่ได้ออกหมายเรียก หลังส่งคนตรวจสอบข่าวพบ 'ไม่เป็นความจริง'

จากกรณีที่มีรายงานข่าวออนไลน์ว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีหนังสือเรียกให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 4 มิถุนายน 2568 นั้น

นายพีระพันธุ์ ได้ส่งคนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในช่วงเช้าวันที่ 4 เนื่องจากไม่ได้รับหนังสือใด ๆ จาก ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ได้ยืนยันว่า ป.ป.ช. ยังไม่ได้ออกหนังสือใด ๆ มายังนายพีระพันธุ์ ข่าวดังกล่าวจึง “ไม่เป็นความจริง”

การนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม สื่อมวลชนจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้รอบคอบและแน่ชัดก่อนเสนอข่าว

‘ชื่นชอบ คงอุดม’ ซัดคนชั่วพยายามทุกวิถีทาง แม้โกหกหน้าด้านๆ หวังทำลาย ‘รทสช. – พีระพันธุ์’

(10 มิ.ย.68) นายชื่นชอบ คงอุดม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำรองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค) และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'ชื่นชอบ คงอุดม' ระบุว่า...

อย่ายอมคนชั่วนะครับ เหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นแค่ปัญหาในพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่มีคนชั่วพยายามทำลายคนดีที่พยายามทำงานเพื่อปชช. ทำทุกวิถีทางแม้โกหกหน้าด้าน ๆ บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของท่านพีระพันธุ์

สส.วิชัย สุดสวาสดิ์ สส.จังหวัดชุมพรได้ออกมายืนยันแล้วว่าเรื่องทั้งหมดคือการโกหกต่อหน้าประชาชน

‘พีระพันธุ์’โพสต์ภาพสัมพันธ์แน่น ‘เลขาขิง’ ขอบคุณที่ยืนเคียงข้างต่อสู้กับทุนใหญ่ ที่กระหน่ำโจมตีทุกทาง พร้อมจับมือเดินหน้าทำงานเพื่อชาติและประชาชนต่อ

(13 มิ.ย. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ผูกพันและเชื่อใจ
การที่มีคนกล่าวหาขิงว่าจะไปขอให้มาโค่นทำลายผมจากหัวหน้าพรรค ผมได้แต่ขำ

ขิงกับผม เราผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมามาก คำพูดแบบนี้จึงเป็นเรื่องขำๆ ของคนที่คิดคำแก้ตัวไม่ออก

ผมกับท่านเลขาฯขิง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เรารู้จักกันมานาน ตั้งแต่ขิงยังไม่เข้ามาวงการเมือง จนมาทำงานการเมืองร่วมกัน 

ขิงเป็นคนหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อประชาชนไม่ใช่มาเล่นการเมือง เป็นคนซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา

เมื่อผมจะทำพรรคการเมือง คนแรกที่ผมคิดถึงจึงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก 'ขิง'

ผมหารือกับขิงว่าอยากชวนเขามาทำพรรคการเมืองตามแนวทางที่เราอยากทำอยากให้เป็น คือเป็นพรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชน เข้ามาแก้ไขปัญหาทุกอย่างเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อจะมีสถานะหรือมีตำแหน่งทางการเมือง

เมื่อหารือตกผลึกกันแล้วก็ลงมือทำ 'พรรครวมไทยสร้างชาติ' มาด้วยกันตั้งแต่ก้าวแรก ผมเป็นหัวหน้าพรรคและขิงเป็นเลขาธิการพรรค ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาจนถึงวันนี้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ไม่หวั่นไหว ไม่ย่อท้อ

ผมกับขิงไม่ได้คบหากันด้วยผลประโยชน์แต่เราร่วมกันด้วยอุดมการณ์และความปรารถนาที่จะเห็นบ้านเมืองมีพรรคการเมืองดี ๆ ที่ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ 

ผมกับขิงตกลงกันว่าเราจะทำพรรคที่ประชาชนอยากได้ อยากมี แต่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นพรรคที่สู้เพื่อประชาชน

แน่นอนระหว่างการลงมือสร้างด้วยหยาดเหงื่อและแรงใจแรงกาย มันไม่ง่าย เจอปัญหาระหว่างทางมากมาย แต่ด้วยความมั่นคงและมั่นใจ ทำไม่หยุดหย่อน ทำแม้ระหว่างทางมีคนทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ เอาความจริงใจ ความสุจริตและประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลักชัย

วันนี้ผมต่อสู้กับทุนขนาดใหญ่ที่มีทั้งเงินและอิทธิพล จนถูกรุมกระหน่ำจากสมุนทุกแขนง เมื่อขิงยืนเคียงข้างผมอย่างไม่หวาดหวั่นจึงต้องโดนหางเลขไปด้วย ก็เท่านั้น 

ต้องขอบคุณขิงที่แข็งแกร่ง มั่นคง  อดทน ไม่หวั่นไหว และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ตกลงกันมา  

เราจะสู้กับความไม่ถูกต้องนี้อย่างเข้มแข็งที่สุด

แต่ที่น่าอนาถใจคือการพยายามใส่ร้ายป้ายสีการทำงานของขิงกับทีม 'สุดซอย' ทีมที่ได้รับคำชื่นชมจากพี่น้องประชาชนว่าเก่งกล้าสามารถในการฟันกระบวนการสีเทาที่สร้างความเสียหายให้กับวงการอุตสาหกรรม ก่อมลพิษและทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศ แถมการกล่าวหากลับมาจากอะไรที่เทา ๆ ดำ ๆ เสียเองอีก ตรงนี้ที่น่าอนาถ

การพูดใส่ร้ายคนมันง่าย เพราะลิ้นไม่มีกระดูก แต่การกระทำจะบอกด้วยตัวเองว่าใครกันแน่ที่ยึดประโยชน์ชาติ ใครกันแน่ที่น่าเคลือบแคลงว่ามีเอี่ยวในประโยชน์สีดำสีเทาพวกนี้

ผมอยากจะบอกว่าตอนที่ขิงก้าวมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ผมได้หารือแนวทางการทำงานกันหลายอย่าง ที่สำคัญคือต้องเอาประโยชน์ชาติประชาชนนำหน้าปรากฏว่าขิงทำงานได้ดีกว่าที่บอกกับผมไว้อีก ผลงานที่ปรากฏออกมาเป็นระยะได้รับเสียงชื่นชมจากทุกภาคส่วน ที่สำคัญคือ ไม่เคยมีข้อกล่าวหาการเรียกรับผลประโยชน์หรือการกระทำที่มิชอบใด ๆ เลย 

ผมมั่นใจในตัวขิงเป็นที่สุด
อยู่ ๆ ก็มาบอกว่ามีทีมอะไรที่ไปคอยเรียกเก็บเงิน ถ้ามีจริงทำไมไม่ดำเนินการทางกฎหมายเลย ไปแจ้งความ ไปกล่าวหาให้ตรวจสอบหรือสอบสวนก็ได้ แน่จริงทำไมไม่ทำ 

นี่ถ้าผมกับขิงตามใจผลประโยชน์ วันนี้ก็คงไม่มีเรื่องแบบที่เกิดขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจ เป็นกำแพงให้พวกผมพิง 

รวมไทยสร้างชาติ ยังเป็นพรรคที่ทำงานให้ชาติให้ประชาชนอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งต่อไปครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top