Friday, 5 June 2026
พรรครวมไทยสร้างชาติ

‘ดร.หิมาลัย’ โต้ ‘แรมโบ้ เสกสกล’ ปมทวงพรรครวมไทยสร้างชาติคืน ชี้ พรรคเป็นของประชาชนผู้สนับสนุนพรรค ไม่ใช่ของส่วนตัวผู้ใด

(2 มิถุนายน 2568) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เพซบุ๊กว่า ...

ตามหาพรรคให้พี่แรมโบ้อยู่ครับ...

เรียน พี่แรมโบ้ เสกสกล ที่รักและเคารพ 
ผมได้รับทราบ จากสื่อต่างๆ ว่าพี่ออกมาทวงพรรครวมไทยสร้างชาติ คืนจากท่านพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ผมในฐานะ ผอ.พรรค ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับพี่ จึงได้รีบดำเนินการตรวจสอบเพื่อนำเสนอท่านหัวหน้าพรรคตามความต้องการของพี่ ผลการตรวจสอบปรากฎดังนี้ครับ

1. พี่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันจึงไม่มีสถานภาพเป็นสมาชิกของพรรค 

2. ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง ตามข้อบังคับพรรคและระเบียบ กกต. ในการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 เมื่อ 3 ส.ค.65

3. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคในการเสนอนโยบายและแนวทางบริหาร ต่อพี่น้องประชาชนทั่วไป ในปัจจุบัน พรรคมีสมาชิกพรรคถึง 40,000 กว่าคน ได้รับเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหลังสุดถึงสี่ล้านกว่าเสียง ได้รับเงินบริจาคอุดหนุนผ่าน กกต.ในห้วงปีที่ผ่านมากที่สุด

จากการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงทั้ง 3 ข้อข้างต้น ผมจึงเข้าใจได้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นของประชาชนผู้สนับสนุนพรรค ไม่ใช่ของส่วนตัวของผู้ใด ผมจึงไม่สามารถหาข้อมูลหรือเหตุผลที่จะนำเสนอท่านหัวหน้าพรรค เพื่อคืนพรรคให้พี่ได้ หากพี่มีหลักฐานอื่นใดที่แสดงว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นของพี่ กรุณาส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้ผมได้ที่พรรค เพื่อจะได้ประมวลเรื่องนำเรียนท่านหัวหน้าพรรคตามขั้นตอนต่อไป 

3 สส. ชุมพร ยันยังอยู่กับ รทสช. เหตุฐานเสียงหนุน พีระพันธุ์-เอกนัฏ แจงที่มาลายเซ็นเป็นการลงชื่อเข้าร่วมประชุม ไม่ได้เซ็นให้ ปรับ ครม.

(11 มิ.ย.68) นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวภายหลังที่ก่อนหน้านี้ออกมาปฏิเสธกรณีมีลายเซ็นตนเองรวมอยู่ในรายชื่อ 21 สส.รทสช. ที่เสนอนายกรัฐมนตรีปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัดส่วนของพรรค ลายเซ็นดังกล่าวมาได้อย่างไรว่า ปกติการเซ็นชื่อในพรรคจะมีการเซ็นเป็นปกติ เช่น เซ็นชื่อเข้าร่วมการประชุม หรือเซ็นชื่อรับของต่าง ๆ จากพรรค อย่างเช่นปฏิทิน ยืนยันตนไม่ได้เซ็นชื่อเสนอปรับครม. เพราะไม่ใช่หน้าที่ของตน และจะทำอะไรต้องถามประชาชนในพื้นที่ก่อน เพราะตนเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่สามารถทำอะไรขัดกับประชาชนได้ ส่วนการเสนอปรับครม.เป็นหน้าที่ดำเนินการของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และอำนาจตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และตนขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเอกสารเสนอปรับ ครม.ถึงมี 2 ฉบับ ทำไมต้องมีชื่อแนบ ทำไมไม่อยู่ในฉบับเดียวกัน ขอยืนยันอีกครั้งตนไม่ได้เซ็นชื่อเสนอปรับครม. และตนยังอยู่กับพรรค รทสช.ไม่ไหวแน่นอน 

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า จากกรณีปรากฏภาพ 3 สส.ชุมพร ไปดื่มกาแฟกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. และนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ นั้น เป็นการไปพูดคุยเรื่องราคาปาล์มและราคายาง เนื่องจากนายสุชาติเป็น รมช.พาณิชย์ รายงานข่าวยืนยันว่า สส.ชุมพรทั้ง 3 คน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความขัดแย้งภายในพรรค ซึ่งทั้ง 3 คน ยังยืนยันอยู่กับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค รทสช. อีกทั้งฐานเสียงในพื้นที่ยังให้การสนับสนุนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายเอกนัฏด้วย จึงทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมกลุ่มของนายสุชาติได้ เพราะจะทำให้คะแนนเสียงที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหายไป ส่วนการเซ็นชื่อ เป็นการเซ็นชื่อเพื่อเข้าร่วมประชุม ไม่ได้มีเอกสารเสนอนายกรัฐมนตรีปรับ ครม. แนบท้ายในการเซ็นชื่อดังกล่าวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสส.ชุมพร 3 คนประกอบด้วย นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 , นายสันต์ แซ่ตั้ง สส.เขต2  และนายสุพล จุลใส สส.เขต 3 ซึ่งทั้ง 3 คนยืนยันอยู่กับพรรค รทสช. ทำให้กลุ่มสส.ในรายชื่อ 21 คน เหลือเพียง 18 คน

‘ศาสตรา’ ลั่นยังไม่อยากย้ายพรรคไปไหน ยัน แค่ถามแทนชาวบ้านเรื่องราคาพลังงาน

(16 มิ.ย. 68) นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว นายศาสตรา ศรีปาน - Sarttra Sripan ระบุข้อความว่า “ผมรักพรรคไม่ต่างจากคนที่ออกมาโต้แทนหรอก”

ขออภัยนะถ้าทำให้พี่ (เสธ หิ) ไม่สบายใจ สิ่งที่ผมโพสต์ก่อนหน้าไปแค่อยากชี้แจงชาวบ้านไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โตบานปลาย จนพี่ออกมาโต้ ผมจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงครับ 

ผมลงพื้นที่ผมรู้คนคิดอะไร เอาแค่ว่า รีบรื้อรีบทำให้ชาวบ้านถูกใจและทำตามสัญญาไว้กับชาวบ้านเถอะครับ ไม่ต้องออกมาโต้ไปมากับ สส.หรอก อยากแค่ ให้รีบทำให้ชาวบ้าน และกำหนดเวลาให้ชัดเจน 

เป็นคนดี คนเก่ง ไม่มีใครเถียงครับ แต่ชาวบ้านยังบ่นว่าราคาพลังงานแพงมาก นี่คือเรื่องจริงครับ 

“ราคาพลังงานถูกลงตอนนี้แต่ยังไม่ถูกใจชาวบ้าน”

อยากมีผลงานต้องรีบทำให้เสร็จ รีบยื่นรีบโหวต เป็นผลงานพรรค

คนถามทำไมไม่คุยกันเองในพรรค? 

เวลาประชุมหรือมาพูดในพื้นที่ให้ สส. ก็ได้คำตอบว่า ต้นปี กลางปี ปลายปี ผลัดมาเรื่อย ๆ จนเริ่มไม่มั่นใจว่าเรายังเป็นความหวังได้หรือไม่ นี่คือเรื่องที่ผมไม่ ok แถมยังมีองครักษ์ คอยออกมาสวนกลับคนในพรรคตัวเอง แบบนี้ทำให้ผู้บริหารพรรคยิ่งดูเข้าถึงยากไปใหญ่ 

กฎหมายของพรรคเข้าเมื่อไหร่ ผมโหวตให้แน่นอน

และผมไม่อยากย้ายไปไหนครับ

‘ลูกหมี’ นำมวลชนชุมพรนับหมื่น จี้นายกฯ ลาออก ปมคลิปเสียงหลุด ลั่น!!.. ‘นายกฯ ไม่ออก เราออก’

เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย. 68)นายชุมพล จุลใส หรือ 'ลูกหมี' อดีต สส.ชุมพร พร้อมด้วย สส.อีก 3 เขต และประชาชนราวหมื่นคน รวมตัวกันที่สนามหน้าพระบรมรูป ร.5 จังหวัดชุมพร เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2 หลังปรากฏคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีพูดด้อยค่าเจ้าหน้าที่ทหารต่อหน้าผู้นำกัมพูชา

นายชุมพล กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า มาในฐานะประชาชน ไม่ใช่การปลุกระดม พร้อมตั้งคำถามถึงจริยธรรมของผู้นำประเทศที่พูดลดเกียรติแม่ทัพไทย แต่กลับแสดงความอ่อนน้อมต่อผู้นำกัมพูชา พร้อมประกาศว่า “ถ้านายกฯไม่ออก พวกเราก็จะออก” เพื่อไม่ทรยศต่อเสียงของประชาชนชาวชุมพร

จากนั้น พ.อ.โชติ ยิกุสังข์ รอง ผบ.มทบ.44 ได้ขึ้นรับมอบดอกไม้แทนกำลังใจให้แม่ทัพภาคที่ 2 ขณะที่นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ได้ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ประชาชน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติทบทวนบทบาทในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

แถลงการณ์อ้างถึงกรณีคลิปเสียงสนทนาเมื่อ 18 มิ.ย. ที่นายกฯยอมรับว่าเป็นเสียงของตนจริง โดยมีเนื้อหาพาดพิงแม่ทัพภาค 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ว่าเป็น “คนของฝ่ายตรงข้าม” สร้างความผิดหวังแก่ประชาชน พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศเสียหายและประชาชนหมดศรัทธาในผู้นำ

ท้ายที่สุด สส.ทั้ง 3 เขตของชุมพรให้สัมภาษณ์ย้ำว่า พรรคมีจุดยืนชัด ขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ โดยทั้งหมดรอติดตามท่าทีของรัฐบาลต่อไป

‘รทสช.’ ยันไม่รับร่าง กม.นิรโทษกรรมพรรคส้ม – ประชาชน พร้อมแจ้งวิปรัฐบาลจะรับร่างของ ภท. ชี้ มีหลักการตรงกัน

พรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติแจ้งวิปรัฐบาลรับ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับพรรคภูมิใจไทย ปิดประตูนิรโทษกรรม ม.112 

(15 ก.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2568 ว่า ในการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาตินำการประชุม 

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาในที่ประชุมวิปรัฐบาลนั้น ทางวิปพรรคร่วมรัฐบาลได้มีมติให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้หารือในส่วนของพรรคการเมืองถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเพิ่มเติมขึ้นมา จากเดิมร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือในบางฉบับใช้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมีทั้งหมด 4 ร่าง ได้แก่ 

- ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ 
- ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง 
- ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่เสนอโดยพรรคประชาชน
- และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่เสนอโดยภาคประชาชน 

ทั้งนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจึงได้มีการหารือกัน ในส่วนของการลงมติเพื่อรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขของพรรคภูมิใจไทย ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีจุดยืนที่ตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ

1.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ปิดประตูการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติมีจุดยืนที่เข้มแข็งและชัดเจนในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ 

2.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่มีการนิรโทษกรรมในคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในส่วนของการเลือกตั้ง  หรือการทุจริตในกรณีอื่น ๆ โดยเด็ดขาด 

3.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง เช่น การกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยนั้นมีหลักการเช่นเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกันดังนั้นทางพรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีมติแจ้งไปยังวิปรัฐบาลว่าเราจะรับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย

“ซึ่งในวันนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติเอง ฉบับที่เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง และฉบับที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย และสำหรับร่างพระราชบัญญัติที่ 2 ฉบับที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติมีมติไม่รับหลักการ ได้แก่ ฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชน เนื่องจากข้อเสนอนิรโทษกรรมเป็นปลายเปิดและอาจจะนำมาสู่การนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ และฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน เนื่องจากระบุชัดเจนว่าจะมีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดมาตรา 112”  นายอัครเดช กล่าวในตอนท้าย

‘เจือ ราชสีห์’ ประสาน!! ‘อธิบดีกรมทางหลวงฯ’ ยืนยันต่อที่ประชุม พร้อมผลักดัน!! งบสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ในปีถัดไปทันที

เมื่อวันที่ (17 ก.ค.68) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมคณะได้มาชี้แจงงบประมาณของกรมทางหลวงทางชนบท จำนวน 9 ล้านบาท สำหรับค่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมของโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอสิงหนครกับ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน

‘นายเจือ ราชสีห์’ ในฐานะอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ ได้ชี้แจงในที่ประชุม กับ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของชาวสงขลาในการใช้เวลานานข้ามระหว่างอำเภอสิงหนครกับ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา 

นายเจือ ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่คาดหวังกับโครงการนี้มาโดยตลอด การจัดสรรงบประมาณในปีนี้จึงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ พร้อมกล่าวขอบคุณอธิบดีกรมทางหลวงชนบทที่เล็งเห็นความสำคัญและเข้าชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุมด้วยตนเอง

ในที่ประชุม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทได้ชี้แจงว่า งบประมาณจำนวน 9 ล้านบาทในปีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสังคม โดยยืนยันว่าหากผลการศึกษาชี้ว่ามีความเหมาะสม กรมฯ พร้อมจะตั้งงบประมาณเพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีถัดไปทันที่ หากโครงการผ่านการพิจารณา ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญระดับภูมิภาคในอนาคต

ปีแห่งการลดค่าไฟ!!

ก่อนวันที่ 1 กันยายน 2566 ค่าไฟอยู่ที่ 4.70 บาท/หน่วย
หลังจากที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ปรับลด และตรึงค่าไฟอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงราคาพลังงานโลกสูง โดยมีการปรับดังนี้    

• ก.ย.–ธ.ค. 2566: ลดเหลือ 4.45 บาท/หน่วย
• ตลอดปี 2567: ตรึงที่ 4.18 บาท/หน่วย
• ม.ค.–เม.ย. 2568: ลดเหลือ 4.15 บาท/หน่วย
• พ.ค.–ส.ค. 2568: ลดเหลือ 3.98 บาท/หน่วย
• ก.ย.–ธ.ค. 2568: ลดเหลือ 3.94 บาท/หน่วย

ปี 2568 จึงถูกมองว่าเป็น ‘ปีแห่งการลดค่าไฟ’ ของไทยอย่างแท้จริง!!

‘เจือ ราชสีห์’ ผลักดัน!! กรมทางหลวงชนบท นำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี จ้างที่ปรึกษาโครงการ ศึกษาความเหมาะสม สร้างสะพานข้าม ‘ทะเลสาบสงขลา’

(23 ส.ค. 68) ชาวสงขลา ขอบคุณ ‘นายเจือ ราชสีห์’ ล่าสุดกรมทางหลวงชนบท ได้นำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จำนวน 9 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อเชื่อม เทศบาลนครสงขลา อ.เมืองสงขลา - อ.สิงหนคร จ.สงขลา

หลายคนเริ่มคิดถึง ‘ลุงตู่’ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี เช่นเดียวกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่เคยทำงานร่วมกับลุงตู่อย่างใกล้ชิด

ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยฝุ่นตลบ ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเผชิญวิกฤตทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ทำให้หลายคนเริ่มคิดถึง ‘ลุงตู่’ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี 

(1 ก.ย. 68) เช่นเดียวกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่เคยทำงานร่วมกับลุงตู่อย่างใกล้ชิด ในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แม้ว่าในช่วงขณะหนึ่งเมื่อ 2 ปีก่อน ภายหลังการเลือกตั้งในปี 2566 มีกระแสข่าวว่า นายพีระพันธุ์ จะทิ้งลุงตู่ จนทำให้ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า ไม่มีวันที่จะทิ้งคนดีๆ อย่างลุงตู่อย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่า การได้เจอคนดีนับเป็นโชคดีของชีวิต การได้เจอและได้ทำงานกับคนดีๆยิ่งต้องถือว่าทั้งโชคดีและเป็นกำไรของชีวิตที่ได้ซึมซับและได้เรียนรู้เรื่องดีๆจากคนดีๆ ยิ่งเป็นคนดีที่รักชาติบ้านเมืองรักสถาบันยิ่งชีวิตก็ยิ่งต้องถือว่าเป็นโชคมหาศาลของชีวิต 

โดยนายพีระพันธุ์ ได้อยู่ทำงานร่วมกับลุงตู่จนวินาทีสุดท้ายในการทำงานและการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของคนไทยและประเทศไทย

ทั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า พลเอกประยุทธ์ หรือ ลุงตู่ มีความตั้งใจในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ทำให้คนที่ทำงานด้วย ต่างมีพลังบวก พร้อมทำงานเพื่อชาติอย่างมีความสุขเช่นกัน

‘พีระพันธุ์’ ย้ำชัด ทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ชาติและประชาชน ไม่เคยดีลขอเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ (17 ก.ย. 68) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ  นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ  เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอความเห็นทางการเมืองโดยนำชื่อของตนเข้าไปเกี่ยวโยงกับการเลือกนายกรัฐมนตรีจนสร้างความสับสนในสังคมนั้น  ตนขอยืนยันว่า  ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง  และไม่เคยมีการหยิบยกชื่อของตนเข้าสู่การเจรจาใด ๆ  ซึ่งสามารถยืนยันได้จากการหารือร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค  

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยอีกว่า ในที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลที่โรงแรมปริ๊นเซส นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าจะเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ ให้ที่ประชุมพิจารณา และในทางการเมืองก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเสนอชื่อบุคคลจากพรรคอื่น ในขณะที่พรรคของตนเองยังมีรายชื่ออยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรี เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคนั้นเองเป็นอย่างมาก 

ข่าวที่ออกมาจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง และอาจสร้างความเข้าใจผิดได้ 

“ที่ผ่านมาผมมุ่งทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก ไม่เคยหวังที่จะได้ตำแหน่งอะไร และไม่เคยอยู่ในสมการใด ๆ เกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีเลย” นายพีระพันธุ์กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top