Thursday, 4 June 2026
ฝนตกหนัก

ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ตำรวจและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก สั่งการทุกพื้นที่จัดชุดปฏิบัติการพร้อมให้การช่วยเหลือทันที เมื่อมีเหตุอุทกภัยและวาตภัย

จากการรายงานสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 9-14 ก.ค. 65 ทั่วทุกภาคของประเทศจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่สะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ซึ่งปัจจุบันได้มีรายงานข่าวน้ำท่วมในบางพื้นที่แล้ว

พล.ต.ต.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบในครั้งนี้ จึงสั่งการไปยัง ทุกหน่วยทั่วประเทศ จัดชุดปฏิบัติการ พร้อมให้การช่วยเหลือทันทีที่มีเหตุอุทกภัย วาตภัย หรือที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกอพยพคนและยกสิ่งของขึ้นที่สูง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ เด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงอำนวยความสะดวกจัดเส้นทางการจราจร นำประชาชนไปยังที่ปลอดภัย ให้ทุกหน่วยในพื้นที่บูรณาการการทำงานกับตำรวจทางหลวง ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้การปฏิบัติ ทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

'บิ๊กป้อม' เพิ่ม 7 มาตรการ แก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทุกหน่วยงานประสานกทม. เข้าช่วยเหลือปชช.

​เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 65 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบฝนตกหนัก ได้กำชับให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ทำงานเชิงรุกตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด

​น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมจาก 13 มาตรการเดิม ดังนี้ 

1.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานมอบหมายให้มีผู้ประสานงานติดตามกับกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที 

2.) แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเร่งกำจัดหญ้าและวัชพืชบริเวณ คลองบางคูเวียง เขตทวีวัฒนา พร้อมประสานงานจังหวัดนนทบุรีเพื่อเปิดทางระบายน้ำให้ไหลได้สะดวก

‘บิ๊กตู่’ สั่งทุกเหล่าทัพ หนุน 'รัฐบาล-กทม.' เต็มที่ ช่วยวิกฤตน้ำท่วม เสริมรถรับส่งประชาชนให้ทั่วถึง

(10 ก.ย.65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง สถานการณ์ฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจากมรสุมพาดผ่าน เกิดมวลน้ำสะสมจำนวนมากไหลลงพื้นที่ต่ำและแม่น้ำสายหลัก ประกอบกับเขตเมืองที่ขยายตัวทับเส้นทางระบายน้ำ และเกิดการอุดตันของระบบระบายน้ำ เป็นเหตุให้พื้นที่ต่ำชุมชนเขตเมือง รวมทั้งพื้นที่ขวางเส้นทางระบายน้ำและพื้นที่ต่ำริมลำน้ำสายหลักได้รับผลกระทบหลายพื้นที่จังหวัด รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการทุกเหล่าทัพ ยังคงความสนับสนุนรัฐบาล โดยกระจายกำลังพล เครื่องมือช่าง ยานพาหนะ ทั้งรถและเรือ อากาศยานไร้คนขับ เครื่องสูบน้ำและเรือดันน้ำ รวมทั้งชุดกู้ภัยและชุดแพทย์เคลื่อนที่ เข้าไปเสริมทำงานร่วมกับ หน่วยงานหลักโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละจังหวัดและจิตอาสา ช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่วิกฤตที่น้ำป่าไหลหลากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่เขตเมืองและชุมชนที่น้ำท่วมขังสูง เส้นทางที่ถูกตัดขาด บ้านเรือนประชาชนที่ชำรุดเสียหาย 

“ทุกเหล่าทัพ ที่มีหน่วยทหารในพื้นที่ ยังคงกระจายกำลังและเสริมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งการแจ้งเตือน ช่วยยกของขึ้นที่สูง อพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าพื้นที่ปลอดภัย การแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์และจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ การจัดชุดครัวเคลื่อนที่และจัดทำอาหารกระจายแจกจ่าย การบรรจุกระสอบทรายจัดทำคันกั้นน้ำ การเปิดทางน้ำและเร่งระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมขังลงแม่น้ำสายหลัก การลอกสวะที่ขวางอุดตันทางน้ำในพื้นที่ การซ่อมแซมถนนที่ถูกตัดขาด เป็นต้น”

กรมอุตุฯ ตั้งศูนย์ฯ ตามติดสถานการณ์ไต้ฝุ่น 'โนรู' เตือนปชช. 28 ก.ย.-1 ต.ค. ฝนเทไทยหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น 'โนรู' (NORU) คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 กันยายน 2565 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น เตือนประชาชนทุกภาคของประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วยในช่วงวันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคมนี้

(26 ก.ย. 65) ณ ห้องปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น 'โนรู' (NORU) เพื่อติดตาม ประเมิน และรายงานสถานการณ์พายุร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภูมิภาค ทั้ง 5 ศูนย์ ประกอบด้วย เชียงใหม่, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, สงขลา และภูเก็ต เพื่อรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบและเตรียมพร้อมรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที  

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การทำงานของศูนย์อำนวยการฯ จะมีการ Conference กับสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หรือบริเวณที่พายุจะเคลื่อนผ่าน โดยจะประเมินสถานการณ์ของพายุ และหากมีความรุนแรงจะมีการสั่งการให้ตรวจวัดสภาพอากาศและปริมาณฝนให้ถี่ขึ้นในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ข้อมูลช่วยในการประเมินสถานการณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น 

ดร. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (26 ก.ย. 65) พายุไต้ฝุ่น 'โนรู' บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 กันยายน 2565 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคม 2565 ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

ยกเลิก!! บิ๊กแมตช์ ‘เลสเตอร์’ ปะทะ ‘สเปอร์ส’ หลังฝนตกหนัก สนามเละ หวั่นนักเตะเสี่ยงเจ็บ

(23 ก.ค. 66) นักเตะและทีมงานของ ‘เลสเตอร์ ซิตี’ เเละ ‘ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์’ เดินขอบคุณแฟนบอลในสนามราชมังคลากีฬาสถาน หลังโฆษกสนามประกาศยกเลิกการเเข่งขันแมตช์อุ่นเครื่องเรียบร้อยเเล้ว เหตุเพราะฝนตกหนัก, มีน้ำขัง ทีมงานปรึกษากันเเล้ว ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขัน ทำให้แฟนบอลที่เดินทางมาชมเกมในสนามต้องอกหักไปตามกัน

เดิมทีโปรแกรมต้องเเข่งในเวลา 17:00 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่จากที่ฝนตกลงมา ทำให้มีน้ำขัง เเถมยังมีข่าวว่านักเตะสเปอร์ส จะต้องรีบเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อทำศึกอุ่นเครื่องอีกเกมพบกับ ไลออนส์ ซิตี วันที่ 26 ก.ค.นี้

ตามข่าวระบุว่า ไฟต์บินของทีมไก่เดือยทอง ถูกจองไว้ 22.00 น. ถ้าไม่แข่งตามกำหนดการมีโอกาสตกไฟต์ ทำให้ต้องยกเลิกแมตช์ไปอย่างน่าเสียดาย ตอนเเรกมีรายงานว่าจะให้แข่งกันครึ่งเดียวเเล้วยิงจุดโทษ เเต่ทีมงานสเปอร์สไม่ยอม

เเถลงการณ์ของฝ่ายจัดระบุว่า…

“ประกาศสำคัญจากผู้จัดการแข่งขัน ขอแจ้งยกเลิกการจัดการแข่งขัน แมตช์การแข่งขันในคืนนี้ ระหว่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์และเลสเตอร์ ซิตี อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยเฉพาะภาวะน้ำท่วมขังบนพื้นสนาม ภายใต้คำแนะนำของคณะผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการของทุกฝ่าย และเพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุด จึงนำไปสู่ความเห็นพ้องในการตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันในค่ำคืนนี้

ทางคณะผู้จัดงานต้องขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสุดซึ้ง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ เป็นอย่างสูง สำหรับการคืนเงิน ทางผู้จัดจะทำการแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด”

เตือน!! 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อม รับมือสถานการณ์ ‘น้ำ-ฝนตกหนัก’ 10-15 ส.ค.นี้

(9 ส.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำ เพื่อลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง พบว่ามีปริมาณฝนตกหนักสะสมในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และบริเวณแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ทำให้ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่าง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงวันที่ 10-15 สิงหาคม 2566 โดย กอนช. ได้คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ดังนี้

1.สถานีเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันมีระดับน้ำ 5.42 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 7.38 เมตร เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.40 - 0.60 เมตร

2. สถานีเชียงคาน จังหวัดเลย ปัจจุบันมีระดับน้ำ 12.26 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.74 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.0 - 2.50 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2.50 - 3.50 เมตร

3. สถานีหนองคาย จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันมีระดับน้ำ 8.35 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 5.05 เมตร

4. สถานีนครพนม จังหวัดนครพนม ปัจจุบันมีระดับน้ำ 9.46 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 2.54 เมตรคาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2.5 - 3.5เมตร และคาดการณ์ระดับน้ำจะมีแนวโน้มล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 11 - 15 สิงหาคม 2566

5. สถานีมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ปัจจุบันมีระดับน้ำ 8.98 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.52 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2.00 - 2.50 เมตร

6. สถานีโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันมีระดับน้ำ 10.60 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.50 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 1.00 - 1.50 เมตร

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และกำชับจังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี เร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง และแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง รวมทั้งผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขง

‘บิ๊กป้อม’ ส่ง ‘สส.นราธิวาส พปชร.’ รุดช่วยผู้ประสบอุทกภัย ชายแดนใต้ หลังฝนตกหนักทำน้ำท่วมหลายพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

(17 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายวานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ติดตามสถานการณ์พายุฝน เข้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากมีความห่วงใยในสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 จังหวัด คือ จังหวัดยะลา, จังหวัดนราธิวาส, จังหวัดสงขลา และจังหวัดปัตตานี โดยได้ประสานงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 3 และ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2 เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง และให้ความช่วยเหลือ ผ่านทีมงาน สส.ในพื้นที่พปชร.อย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุด นายสัมพันธ์ และนายอามินทร์ ได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปีนี้ พายุฝนตกชุกเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในวันนี้ ก็เตรียมระดมทีมเจ้าหน้าที่ ส่งถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชนใน จ.นราธิวาส พร้อมสอบถามปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

ฝนถล่มหนักอีกระลอก 11–16 ธ.ค. ไม่รุนแรงเท่าเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรงบริเวณ ‘อ่าวไทย–อันดามัน’

(11 ธ.ค. 68) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภาคใต้เผชิญฝนตกหนักหลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 11–16 ธันวาคม 2568 จากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวนสู่อ่าวไทย แม้ปริมาณฝนจะไม่รุนแรงเท่าเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ยังคาดว่าฝนอาจสะสม 125–250 มิลลิเมตร เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและลุ่มต่ำ

ช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม ภาคใต้จะมีฝนตกหนักในหลายจังหวัด อาทิ ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล ขณะที่ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจเจอฝนหนักมาก ต่อเนื่องถึงวันที่ 14–16 ธันวาคม โดยมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดแรงขึ้น ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างสูง 2–3 เมตร 

กรมอุตุฯ ขอให้ชาวประมงเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง ขณะที่ทะเลอันดามันห่างฝั่งจะมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นดินในหลายจังหวัดยังอุ้มน้ำจากฝนหนักรอบก่อน ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำหลากรวดเร็ว

ส่วนประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวนในช่วง 11–13 ธันวาคม มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง ก่อนอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศา เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงปกคลุมทั่วประเทศ กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพ และให้เกษตรกรเตรียมป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง


ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top