Friday, 5 June 2026
ประชุมอาเซียน

'บิ๊กตู่' ตั้งเป้าพาไทยก้าวสู่อนาคตภายใต้บริบทโลกใหม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 65 ก่อนจะเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ย. ที่ประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า  พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

ในช่วงวันที่ 10-13 พฤศจิกายนนี้ ผมมีภารกิจสำคัญในต่างประเทศ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และตัวแทนประชาชนชาวไทย ในการเข้าร่วมประชุมสุดยอดในกรอบอาเซียน รวมทั้งกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม 16 การประชุม ณ ประเทศกัมพูชา ทั้งในลักษณะพหุภาคีและทวิภาคี ซึ่งนอกจากจะมีผู้นำ/ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา อาทิ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย และนิวซีแลนด์แล้ว ยังมีเลขาธิการสหประชาชาติ ประธานคณะมนตรียุโรป เลขาธิการองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนหัวหน้า/ผู้แทนระดับสูงขององค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารพัฒนาเอเชีย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก ก็จะเข้าร่วมประชุมที่เกี่ยวข้องด้วย

ประเด็นสำคัญในการหารือกันในครั้งนี้ อยู่ภายใต้หลักคิด “อาเซียน เอ.ที.ซี. : รับมือความท้าทายร่วมกัน (ASEAN A.C.T. : Addressing Challenges Together)” ซึ่งครอบคลุมสิ่งที่อาเซียนและโลก ยังคงต้องเผชิญหน้าอยู่ ณ ช่วงเวลานี้ ในหลายมิติ ทั้งจากผลกระทบของโควิด-19 ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ล้วนส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในทุกภูมิภาคของโลก โดยประเทศไทยของเราจะนำเสนอหลักคิดสำคัญ คือ “สร้างปัจจุบันให้เข้มแข็ง – ร่วมแรงสู่อนาคต – เคารพวิถีอาเซียน” ในการที่จะแสวงหาความร่วมมือกันในสาขาต่างๆ อาทิ 

'บิ๊กตู่' เสนอ 2 แนวทางอาเซียนเดินหน้า ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ที่โลกกำลังเผชิญ

พลังของอาเซียน ดึงฝ่ายต่าง ๆ ให้มาพบปะ
สัปดาห์นี้ มีการประชุมสุดยอดอาเซียน / G20 
ไทยเองก็จะเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปค 
เราควรใช้โอกาสนี้เป็นเวที
สร้างปฏิสัมพันธ์ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 
นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
กล่าวในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 41
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 65

นายกรัฐมนตรีร่วมประชุมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 41 อย่างไม่เป็นทางการ เสนอแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่กลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ พร้อมกระชับความสัมพันธ์กับคู่เจรจาและหุ้นส่วนภายนอกให้แน่นแฟ้น เพื่อดำเนินความสัมพันธ์อย่างสมดุล

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้อง Ballroom III ชั้น Lobby (L) โรงแรมสกคา พนมเปญ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 41 อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) มีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ (เมียนมาไม่เข้าร่วม) และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับภาคีภายนอก และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อสถานการณ์และพัฒนาการที่สำคัญในภูมิภาคและระหว่างประเทศ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวเสนอ 2 แนวทางที่อาเซียนควรดำเนินการไปพร้อมๆ กัน ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายต่างๆ ที่โลกกำลังเผชิญ ดังนี้

หนึ่ง เสริมสร้างความเข้มแข็งแก่กลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ โดยดึงศักยภาพของแต่ละกรอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และการดำเนินการของแต่ละกรอบมีการสอดประสานกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเป็นแกนกลางของอาเซียน และสามารถรักษาคุณค่าทางยุทธศาสตร์ของโครงสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง  
สอง กระชับความสัมพันธ์กับคู่เจรจาและหุ้นส่วนภายนอกอื่น ๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของความไว้วางใจระหว่างกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน โดยอาเซียนดำเนินความสัมพันธ์อย่างสมดุล เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค 

'ไทย' ย้ำที่ประชุมอาเซียนพร้อมเป็นเจ้าภาพ ตั้งวงหารืออาเซียนแก้ปัญหาเมียนมากลาง ธ.ค.นี้ มั่นใจจะเป็นการพูดคุยแบบเปิดอกย้ำฉันทามติ 5 ข้อ - สะท้อนทูตไทยเชิงรุก

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 44 และ 45 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว ถึงการแก้ไขปัฐหาในเมียนมาว่า ตนได้เสนอในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่ สปป.ลาว ว่า ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในเรื่องเมียนมา (Extended Informal Consultation) ในช่วงกลางเดือนธันวาคมปีนี้ ตามที่ได้ประสานงานกับ สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียน 

ซึ่งในวันนี้ (9 ต.ค.) ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนนั้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำในเรื่องดังกล่าว และได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งสปป. ลาว ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ และประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ว่า เป็นข้อริเริ่มที่ดี โดยไทยจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ สปป.ลาว เกี่ยวกับรายละเอียดการจัดการประชุมดังกล่าวต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มั่นใจว่า การหารืออย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีที่จะพูดคุยกันอย่างเปิดอก และร่วมกันหาวิธีการสนับสนุนการดำเนินการของอาเซียนตามแนวทางฉันทามติ 5 ข้อ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไทยเชื่อมั่นว่า ทุกประเทศสมาชิกอาเซียน มีความปรารถนาดีต่อเมียนมา และต้องการเห็นการแก้ปัญหาโดยสันติผ่านการพูดคุยกัน เพื่อให้ความสงบสุขกลับคืนสู่เมียนมาโดยเร็ว 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังย้ำว่า การเป็นเจ้าภาพการหารืออย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการทางการทูตเชิงรุกและ สร้างสรรค์ของไทย ที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญของไทย เพราะที่สุดสันติภาพ จะนำมาซึ่งความมั่นคง และความมั่งคั่งของพี่น้องประชาชนทุกประเทศในภูมิภาค

อาเซียนแบน ‘มิงอ่องล่าย’ ต่อเนื่อง แม้บุกตึกสแกมเมอร์ KK Park ก็ไม่ช่วย ‘UN–นักสิทธิมนุษยชน’ จวกยับ ‘รัฐบาลทหารเมียนมา’ กำลังเล่นละครเลือกตั้ง

(29 ต.ค. 68) มิงอ่องล่าย (Min Aung Hlaing) ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ถูก “แบนต่อเนื่อง” จากเวทีอาเซียนปีที่ 47 (26–28 ต.ค.) หลังชาติสมาชิกยืนยันไม่เชิญเข้าร่วม จนกว่าจะปฏิบัติตาม “ข้อตกลง 5 ข้อ” ที่ลงนามไว้ตั้งแต่ปี 2021 ทั้งเรื่องหยุดยิง ปล่อยนักโทษการเมือง เปิดเจรจากับฝ่ายประชาธิปไตย อนุญาตให้มีความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และจัดการเลือกตั้งเสรีจริงจัง

เมียนมาส่ง “อู วุนนา มอง ลวิน” รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลกลาง มาร่วมประชุมแทนตามธรรมเนียม แม้รัฐบาลทหารจะพยายามเรียกคะแนนผ่าน “ปฏิบัติการบุก KK Park” ที่จับผู้ต้องสงสัยได้กว่า 2,000 ราย แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเพียง “โชว์ผลงาน” มากกว่าการจัดการอาชญากรรมจริง เพราะเครือข่ายใหญ่ยังไม่ถูกแตะต้อง และมีผู้ต้องสงสัยอีกหลายร้อยคนหนีข้ามมาฝั่งไทย

ด้าน “อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน ย้ำว่า อาเซียนจะไม่ส่งผู้สังเกตการณ์ไปติดตามการเลือกตั้งเมียนมาในเดือนธันวาคม หากรัฐบาลทหารยังไม่ทำตามข้อตกลง 5 ข้อ ขณะที่ UN และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประณามการเลือกตั้งว่าเป็น “การเลือกตั้งจอมปลอม” เพราะหลังรัฐประหารปี 2021 มีประชาชนถูกสังหารกว่า 6,000 ราย และอีก 3.5 ล้านคนต้องลี้ภัย

ขณะที่ สื่อในภูมิภาควิจารณ์ว่า “รัฐบาลทหารเมียนมากำลังเล่นละคร” ใช้ปฏิบัติการ KK Park เพื่อกลบเสียงประณาม ขณะที่อาเซียนมุ่งหารือประเด็นเศรษฐกิจ ความมั่นคงระดับภูมิภาค เช่น สงครามภาษีสหรัฐฯ และกรอบ RCEP ส่วนเมียนมายังคง “โดดเดี่ยวกลางเวทีโลก” แม้พยายามสร้างภาพ “จัดระเบียบประเทศ” แต่โลกกลับมองว่า สิ่งที่เมียนมาต้องชำระ... คือ “เลือดและประชาธิปไตย” ไม่ใช่เพียงข่าวประชาสัมพันธ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top