Thursday, 4 June 2026
น้ำท่วมหาดใหญ่

‘พีระพันธุ์’ รับมอบสิ่งของ บริจาคจาก ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ เร่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน แก่ผู้ประสบอุทกภัย

รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ ‘พีระพันธุ์’ รับมอบสิ่งของบริจาค ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ เร่งส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รับมอบสิ่งของบริจาคจาก นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะตัวแทนของ ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย

นายพีระพันธุ์  กล่าวว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณ นายนราพัฒน์ แก้วทอง (ตุ้ม) และ ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ ที่ได้รวบรวมสิ่งของและเงินสมทบทุนมาร่วมบริจาค ตนในฐานะหัวหน้าพรรคและคณะผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนและตัวแทนของพรรคได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวานนี้ นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรคฯ ได้ลงพื้นที่หาดใหญ่แล้ว และในวันนี้ยังได้รับความช่วยเหลือที่นายนราพัฒน์ช่วยประสานระดมสิ่งของจากกลุ่มเพื่อนและคนใกล้ชิดเข้ามาอีกแรง ต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องผู้ประสบภัย ซึ่งทางพรรคจะเร่งนำสิ่งของเหล่านี้ส่งไปให้ถึงมือผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ นายพีระพันธุ์ ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในพื้นที่ว่า “ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกจังหวัดที่กำลังเผชิญอุทกภัยอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ทุกปัญหามีเข้ามาแล้วก็จะผ่านไป ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อ ผมขอยืนยันว่าพวกเราไม่เคยทิ้งกัน ในฐานะผู้แทนของประชาชน ผมพร้อมที่จะทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มที่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว เพื่อที่เราจะได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันอีกครั้งครับ”

กฟผ. - มูลนิธินายช่างไทย ระดมทีมวิศวกรและช่างอาสา เตรียมลงพื้นที่ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า หลังมหาอุทกภัยสงขลา วันที่ 5 - 9 ธันวาคม นี้

(29 พ.ย. 68) กฟผ. จับมือมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา ระดมทีมวิศวกรและช่างอาสาเตรียมลงพื้นที่ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าจากอุทกภัยใหญ่สงขลา 5-9 ธ.ค. นี้

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า มหาอุทกภัยที่ จ.สงขลา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการต่าง ๆ ได้รับความเสียหายมาก กฟผ. จึงร่วมกับมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา เตรียมนำทีมวิศวกรและช่างอาสา กฟผ. ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบ้านเรือนและระบบไฟฟ้าจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ อ.จะนะ จ.สงขลา ในวันที่ 5 - 9 ธันวาคม นี้ เพื่อเร่งฟื้นฟู ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย 

ส่วนถุงยังชีพ กฟผ. ได้เร่งกระจายให้แก่พลังงานจังหวัด สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมแล้วกว่า 5,000 ชุด และกำลังเร่งจัดส่งเพิ่มเติม ทั้งนี้ กฟผ. ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้โดยเร็ว กฟผ. เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต

‘จุรี’ เล่าโมเมนต์คืนหอบถุงยังชีพ 16 ตัน เครียดโพสต์หาวัยรุ่นช่วย คิดว่าไม่มีใครมา สุดท้ายเด็กมารอเพียบหน้าโรงเรียน ตะโกน “ไปพี่จุรี ของอยู่ตรงไหน ผมช่วย”

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 68 จากการที่ นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่วันแรกๆ และมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเป็นระยะ ให้เห็นถึงปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุด นายจูรี โพสต์ ตอนแรกฉันเครียดมากช่วง 22.30 กำลังเดินไปนวมินทร์สงขลา เพื่อเอาถุงยังชีพทั้งหมด 16 ตันลงจากรถบรรทุก เพื่อเตรียมกระจายให้ชาวบ้านที่น้ำท่วมพรุ่งนี้ ซึ่งตอนนั้นมีพี่คนขับรถบรรทุกแค่ 2 คน ฉันว่าตายแน่ เขาขนกันไม่รอด ฉันเลยโพสต์หาวัยรุ่นแถวนั้นให้มาช่วย ซึ่งก็คิดว่าคงไม่มี เพราะมันไกลและดึกมากแล้ว

พอ 23.00 ฉันถึงนวมินทร์ ฉันตกใจ ฉันเจอเงาซึ่งไม่รู้ว่าใครเต็มไปหมด เขาเหล่านี้ได้นั่งรออยู่หน้าโรงเรียนและเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “ไปพี่จุรี ของอยู่ตรงไหน ผมมาช่วย”

น้ำตาไหล ซึ้งอ่า นี่แหละที่เขาบอกว่า เมื่อถึงช่วงเวลาตกทุกข์ได้ยาก “คนใต้ ไม่ทิ้งคนใต้” #น้ำท่วมหาดใหญ่68 ขอบคุณโรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ ของฉันด้วย ที่อนุเคราะห์สถานที่

“แซค ธราวุฒิ” ขอความเป็นธรรมให้ชาวหาดใหญ่–สงขลา ยันคนเขต 8 ไม่ได้เป็น ‘บ้านป่าเมืองเถื่อน’ ตามที่ถูกเหมารวม

(29 พ.ย. 68) “แซค” ธราวุฒิ ฤทธิอักษร ผู้ประกาศข่าว-ผู้สื่อข่าวท็อปนิวส์ โพสต์โซเชียลฯ ขอความเป็นธรรมให้ชาวหาดใหญ่-สงขลา และคนเขต 8 อย่าเหมารวมว่าเป็น “บ้านป่าเมืองเถื่อน” หรือเป็นอย่างที่บางคนมโน ย้ำในฐานะคนพื้นที่ขอการันตีเอง

ในหลวงทรงห่วงใยราษฎร รับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ส่งกำลังใจบุคลากรแพทย์-จิตอาสาแนวหน้า พระราชทานเงิน 100 ล้านฟื้นฟู รพ.หาดใหญ่ และโดรนช่วยค้นหา-ขนส่งอาหาร

เมื่อเวลา 12.48 น. วันที่ 29 พ.ย. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพเอกสารจากหน่วยราชการในพระองค์ 904 ลงเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความกราบบังคมทูลขอบพระราชหฤทัย แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อพสกนิกรในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง

เนื้อหาในเอกสารระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับศพผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในภาคใต้ทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกคนที่เสียสละทุ่มเททำงานท่ามกลางภาวะวิกฤต โดยทรงชื่นชมการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ในด้านการฟื้นฟู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจำนวน 100,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อใช้ซ่อมแซมฟื้นฟูและจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนส่วนที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายแพทย์วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเงินดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำหรับภารกิจค้นหาและโดรนสำหรับขนส่งอาหาร แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปใช้เร่งช่วยเหลือ บรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และปฏิบัติการด้านสาธารณภัยแก่ประชาชนอย่างทันท่วงที โดยมีพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ลงนามเชิญพระราชกระแสมาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ

‘ทนายเกิดผล’ ยอมรับผิด ยกมือไหว้ขอขมากองทัพเรือ ปมโพสต์พาดพิง ‘เขต 8’ จับหน่วยซีล ชี้รับข้อมูลต่อมาโดยไม่ตรวจสอบ ลั่นหากถูกฟ้องพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย

(29 พ.ย. 68) จากกรณี นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพาดพิงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (หน่วยซีล) ทำนองว่าเจ้าหน้าที่ถูกกลุ่มในเขต 8 จับเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ 40,000 บาท ก่อนจะลบโพสต์ทิ้งภายในราว 2 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนในโซเชียลมีเดียตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

ต่อมา ทีมข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจากนายเกิดผล เจ้าตัวยกมือไหว้กล่าวคำขอโทษต่อกองทัพเรือและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่าที่โพสต์ออกไปเพราะเข้าใจผิดจากข้อมูลที่ได้รับมา โดยไม่ได้ตรวจสอบให้รอบด้านก่อนเผยแพร่ ระบุว่าขณะนี้ได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกับโฆษกกองทัพเรือแล้ว ซึ่งทางกองทัพเรือยืนยันว่าเข้าใจว่าเป็นเหตุจากความเข้าใจผิด แต่โพสต์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน

นายเกิดผลอธิบายว่า ข้อมูลที่นำมาโพสต์ได้มาจากผู้สื่อข่าวช่องหนึ่งที่มาสอบถามความเห็นด้านกฎหมาย พร้อมแสดงข้อความอ้างว่าหน่วยซีลถูกเรียกไปปฏิบัติงานในเขต 8 และถูกจับเรียกค่าไถ่ 20,000–40,000 บาท ตนจึงให้ความเห็นทางกฎหมายและเข้าใจว่าข้อมูลผ่านการกลั่นกรองจากสำนักข่าวแล้ว จึงนำมาโพสต์เพื่อให้สังคมจับตาพฤติกรรมในพื้นที่เขต 8 โดยไม่ทันนึกถึงมิติด้านความมั่นคงและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

ทนายเกิดผลยอมรับว่ากรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญ ไม่เฉพาะตัวเขาเองแต่รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข่าวสารทุกคน ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาและรายละเอียดให้รอบคอบก่อนโพสต์ ย้ำว่าตนไม่ได้มีข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับเขต 8 เกินกว่าที่สังคมรับรู้ทั่วไป และหากภายหลังมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือข้อหาใด ตนพร้อมรับผิดและต่อสู้คดี เพราะยอมรับว่าทำไปโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีตั้งแต่ต้น

‘อนุทิน’ เดือด!! ซัดสายการบินบางแห่งฉวยโอกาส ขึ้นราคาเส้นทาง ‘หาดใหญ่–กทม.’ ขู่เพิกถอนใบอนุญาตทันที ลั่นไม่มีประนีประนอม หากผิดจริง

(29 พ.ย. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ร้องเรียนว่าสายการบินบางแห่งฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางหาดใหญ่–กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รับทราบเรื่องแล้ว พร้อมรายงานว่ามีสายการบินยกเลิกการจองตั๋วเก่า และปรับเพิ่มราคาค่าโดยสาร ซึ่งรัฐบาลทราบรายชื่อสายการบินในข่ายแล้ว แต่จะขอตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

นายอนุทินย้ำว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเอาเปรียบประชาชนจริง รัฐบาลพร้อมเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการทันที ยืนยัน “ไม่ประนีประนอม” กับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสช่วงประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะในภาวะที่หลายคนต้องเดินทางกลับบ้านหรือหลบภัย แต่กลับต้องมาติดค้างอยู่ที่สนามบินเพราะค่าตั๋วแพงเกินเอื้อม

“ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว เตือนก็แล้ว ถ้ายังเอาความเดือดร้อนของประชาชนไปแสวงหากำไร ถ้าผู้ประกอบการไม่มีจรรยาบรรณ ก็ไม่ต้องประกอบการ เพิกถอนใบอนุญาตไม่ยากเลย” นายอนุทินกล่าว พร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูแลไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้

‘โตโน่’ ลุยน้ำท่วม ลงพื้นที่เงียบๆ แจกน้ำช่วยชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ทำชาวเน็ตคอมเมนต์ชื่นชมการทำความดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤต

(29 พ.ย. 68) ผู้ใช้บัญชี TikTok @bxxmket โพสต์คลิปวิดีโอขณะ “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ลงพื้นที่แบบเงียบๆ นำน้ำดื่มไปแจกให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ โดยในคลิปเจ้าตัวถือน้ำดื่มหลายขวด เดินแจกจ่ายตามซอยที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมข้อความระบุขอบคุณโตโน่ที่ขับรถเข้าไปแจกน้ำด้วยตัวเอง

หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความตั้งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลายคนบอกว่า “ครั้งนี้แกไปแบบเงียบมากๆ เลย” และมองว่า ควรโฟกัสที่การทำความดีมากกว่าประเด็นอื่นๆ มีบางความคิดเห็นย้ำว่า “คนทำความดีอย่าไปว่าค่ะ ดีกว่าคนไม่ทำ” ทำให้ภาพดาราหนุ่มที่ลงมือช่วยเองในยามวิกฤต กลายเป็นโมเมนต์ใจฟูท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม

ตำรวจภูธรภาค 9 จับแล้ว 6 ราย ร่วมลักสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์รถไฟ ในสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ย้ำเร่งรัดทุกคดีสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ยืนยันตำรวจออกตรวจต่อเนื่อง รักษาความสงบ คืนความสุขเมืองหาดใหญ่ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ตำรวจภูธรภาค 9 ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผบ.ศปก.ตร.สน. ให้ตำรวจเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ที่ก่อเหตุวุ่นวายก่ออาชญากรรมในช่วงน้ำท่วม 

(29 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงกรณีกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และ สภ.หาดใหญ่ จับกุมชาย 6 คน ร่วมกันลักทรัพย์สินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ขบวนรถไฟ เหตุเกิดบริเวณพื้นที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย

ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏภาพและคลิปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีบุคคลก่อเหตุลักทรัพย์งัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้าขบวนรถไฟที่จอดไว้บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ ขณะเกิดอุทุกภัยน้ำท่วมสูงทั่วเมือง ซึ่งภายในมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง ในภาพปรากฏกลุ่มคนกำลังงัดตู้คอนเทนเนอร์ 4 ตู้ ตรวจสอบพบว่าภายในมีเครื่องดื่มฯ 7,560 ลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วม ตำรวจฝ่ายสืบสวน, ฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายเทคนิคดิจิทัล ร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนี พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลจากโซเชียลมีเดียจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ พบว่ากลุ่มที่ก่อเหตุมี 10 ราย มี นาย อ.เป็นผู้สั่งการ ซึ่งยังอยู่ระหว่างติดตามคุมตัว ขณะที่จับกุมตัวได้แล้ว 6 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของบ้านที่นำของกลางเก็บไว้ พร้อมตรวจยึดของกลางได้จำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมด รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับซื้อของโจร มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด 

จากพฤติการณ์ดังกล่าว ถือเป็นการกระทำความผิดในพื้นที่ เกิดเหตุอุทกภัยซึ่งมีโทษอัตราโทษหนักกว่าปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และ 335 ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ผู้ใดฉวยโอกาสกระทำผิดและซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวย้ำว่าคนหาดใหญ่เป็นคนน่ารัก เขต 8 ไม่ใช่พื้นที่น่ากลัวตามข่าว อยากให้เข้าใจสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น แต่ใครทำผิดก่ออาชญากรรมก็ต้องดำเนินคดี วันนี้ตนจะไปรับประทานอาหารกับผู้นำชุมชน จะทำเขต 8 ให้น่าอยู่ ทำหาดใหญ่ให้น่าอยู่เหมือนเดิม

ผบช.ภ.9 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกันเร่งรัดสืบสวนจับกุมกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุวุ่นวาย กระทำผิดกฎหมายสร้างความเดือดร้อนทุกคดี ในส่วนเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ตามที่ปรากฏภาพข่าวนั้น ขณะนี้รู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว 1 ราย จาก 2 ราย กำลังเร่งรัดออกหมายจับติดตามจับกุมมาดำเนินคดี แต่อยากให้เข้ามามอบตัว ซึ่งตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์และอาชญากรรมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ผ่านสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 และอื่น ๆ แล้ว 15 คดี อยู่ระหว่างการสืบสวนและติดตามจับกุม 

ตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันจุดยืนในการทำงานด้วยความรวดเร็ว เข้มแข็ง และโปร่งใส เพื่อคลี่คลายเหตุการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและรักษาความสงบของบ้านเมือง ซึ่งจากการระดมกำลังลาดตระเวนเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ซึ่งตำรวจภาค 9 จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องปรามก่อนเกิดเหตุ รักษาความสงบของบ้านเมือง และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์หลังวิกฤตคลี่คลาย

ตำรวจภูธรภาค 9 ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งขอความร่วมมือ หากพบเห็นเบาะแสผู้กระทำผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

“เราจะปกป้องประชาชน และทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อความสงบและความปลอดภัยของสังคม”

เดินหน้ามอบอาหารกว่า 20,000 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมช่วงฟื้นฟู พร้อมเสนอ 3 มาตรการ ‘ฟื้นคน–ฟื้นเมือง–ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา’

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 68 นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา โพสต์ข้อความผ่านเพจ สรรเพชญ บุญญามณี กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในจังหวัดสงขลาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า นี่คือวิกฤตที่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ ซึ่งสงขลาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจด้านบริการ การท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” หยุดชะงักทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งนี้

นายสรรเพชญระบุว่า จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องหลายวัน พบว่าประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบทุกมิติ บ้านเรือนเสียหาย ถนนเชื่อมต่อหลายสายถูกตัดขาด น้ำดื่มและน้ำประปาขาดแคลน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา พะวง เกาะยอ และเขารูปช้าง ที่ต้องพึ่งพาน้ำประปาจากหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา นายสรรเพชญจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า “มาตรการฟื้นฟูแบบองค์รวม” ครอบคลุมทั้งคน เมือง และเศรษฐกิจ เพื่อให้สงขลาสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ดังนี้
 
3 มาตรการ “ฟื้นคน – ฟื้นเมือง – ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา”
1) ฟื้นคน – เยียวยาอย่างครอบคลุมและเข้าถึงง่าย
• เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ลดขั้นตอนเอกสาร
• กระจายอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพให้ถึงพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง
• ช่วยเหลือเชิงรุกกลุ่มเปราะบาง
• ซ่อมแซมบ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาล

2) ฟื้นเมือง – โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับมือภัยพิบัติ
• ผลักดันการก่อสร้าง โรงผลิตน้ำประปาใหม่ในอำเภอเมืองสงขลา ลดการพึ่งพาหาดใหญ่
• ซ่อมถนน คลองระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า–สื่อสาร ในพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก
• ยกระดับศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐานด้านสุขาภิบาล
• อัปเกรดระบบแจ้งเตือนน้ำท่วม–น้ำทะเลหนุนให้ทันสมัย
• กำจัดขยะ ตะกอน น้ำเสียหลังน้ำลด

3) ฟื้นเศรษฐกิจ – ให้ผู้ประกอบการและชุมชนเดินต่อได้
• พักชำระหนี้ต้น–ดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและ SMEs
• ฟื้นฟูเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ เครื่องมือที่เสียหาย
• เร่งซ่อมเส้นทางสู่ด่านชายแดนเพื่อให้การค้าฟื้นตัว
• กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด ทั้งเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ หาดใหญ่ และดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลับมา
• สนับสนุนตลาดชุมชนและธุรกิจรายเล็กให้ฟื้นตัวควบคู่

นายสรรเพชญกล่าวว่า “ผมขอฝากความหวังของพี่น้องชาวสงขลาให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยด่วน เพื่อให้สงขลาก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ภารกิจลงพื้นที่ต่อเนื่อง: มอบอาหารปรุงสุกกว่า 20,000 ชุด
ในวันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี ลงพื้นที่ในอำเภอบางกล่ำและอำเภอหาดใหญ่ 4 จุด ได้แก่
ศาลาลุงทอง, วัดโคกสมานคุณ, ชุมชนรัชมังคลา และวัดเกาะเสือ รวมถึงพื้นที่ในอำเภอเมืองสงขลา โดย “ครัวบุญญามณี” ดำเนินภารกิจช่วยเหลือติดต่อเป็นวันที่ 6 แล้ว วันนี้ได้มอบอาหารและสิ่งของรวมกว่า 20,000 ชุด ประกอบด้วย
• อาหารปรุงสดจากครัวบุญญามณี 4,000 กล่อง
• บริษัทอาคเนย์คอนกรีต มอบข้าวเหนียวไก่ทอด 1,500 กล่อง
• บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด ผลิตแซนวิชทูน่า 1,000 กล่อง และข้าวผัดปลาทูน่า 3,500 กล่อง
• ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่
o มูลนิธิเนชั่นปันน้ำใจ เครือเนชั่น มอบฟาร์มเฮาส์และขนมพร้อมทาน 7,000 กล่อง
o วิทยาลัยอาชีวศึกษา มอบอาหาร 2,000 กล่อง 
• น้ำดื่มรวมกว่า 10,000 ขวด

นายนิพนธ์ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนยังเดือดร้อนด้านน้ำดื่มอย่างหนัก เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล อีกทั้งเสื้อผ้าไปกับน้ำหมดจึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเร่งการเยียวยาโดยด่วนที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top