Thursday, 4 June 2026
นักศึกษาจีน

หอพัก ม.ดัง แคนาดา อ้าง!! แค่สร้างบรรยากาศให้รื่นเริง หลังแจก ‘อั่งเปา’ ใส่ ‘แบงก์กงเต็ก’ ให้ชุมชน นศ.จีน

ดราม่าสนั่นโลกโซเชียลจีน หลังช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีกลุ่มนักศึกษาชาวจีนที่ไปเรียนและอาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความลงในโซเชียลมีเดียว่า พวกเขาได้รับ “ซองอั่งเปา” จากทางหอพักของมหาวิทยาลัย แต่เมื่อเปิดซองออกมาแล้วไม่ได้มีเงินจริงๆ อยู่แต่อย่างใด แต่กลับมีแต่ “แบงก์กงเต็ก”

"ธนบัตร" ซึ่งมีคำว่า "HELL BANK NOTE" พิมพ์ด้านหน้าและด้านหลังเป็นภาษาอังกฤษ ได้ถูกแจกจ่ายไปยังลูกหอซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน สร้างความตกใจให้กับนักศึกษาในชุมชนชาวจีนที่มหาวิทยาลัยโตรอนโตเป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายแบงก์กงเต็กในซองอั่งเปา ซึ่งถูกถ่ายโดยผู้อยู่อาศัยในหอพักของทางมหาวิทยาลัยได้แพร่กระจายไปทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน รวมถึง WeChat และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียภาษาอังกฤษ Reddit และ Instagram

วิกฤติหอพัก!! ‘ออสเตรเลีย’ ช็อก!! ที่พักนักศึกษาขาดแคลน หลังคลื่นบัณฑิตจีนแห่กลับมากว่า 4 หมื่นราย

กลายเป็นความโกลาหลทั่วออสเตรเลียในขณะนี้ เมื่อนักศึกษาจีนมากกว่า 4 หมื่นคน หลั่งไหลคืนสู่เหย้า รับช่วงเวลาเปิดภาคการศึกษาแรกของปี 2023 ในมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียอย่างปัจจุบันทันด่วน จนหอพักนักศึกษาต่างชาติไม่สามารถรองรับได้ แม้แต่บ้านเช่า / อะพาร์ตเมนต์ ในบริเวณใกล้เคียง ก็ถูกจองเต็มหมด ส่งผลให้ราคาค่าเช่าที่พักในออสเตรเลียถูกดันพุ่งสูงถึง 5 เท่าในเวลาชั่วข้ามคืน 

จาง นักศึกษาจีนวัย 25 ปี จากมณฑลชางตง ซึ่งได้ลงทะเบียนเรียนระดับปริญญาโท ด้านการตลาดที่ The University of New South Wales เป็นหนึ่งในนักศึกษาจีนที่กำลังเจอปัญหาวิกฤติที่พักขาดแคลนในออสเตรเลีย เล่าว่า แม้ทุกคนจะเข้าใจดีว่าหาที่พักดีๆ ในราคาเหมาะสมในเมืองซิดนีย์ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ครั้งนี้เป็นวิกฤติใหญ่ที่สุดที่เธอเคยเจอมา

เพื่อนของเธอหลายคนต้องยอมจ่ายค่าเช่า เพื่อได้พื้นที่นอนแค่ในห้องนั่งเล่น หรือ ระเบียงหน้าบ้าน ส่วนเธอใช้เวลาหาบ้านเช่ามานับเดือนก็ยังหาไม่ได้ จนอาจจะต้องไปนอนใต้สะพาน หรือ หน้าสถานกงสุลจีนในซิดนีย์

ด้าน Sydney University มหาวิทยาลัยชั้นนำอีกแห่งของออสเตรเลียมีหอพักสำหรับนักศึกษาต่างชาติรองรับอยู่ 2,400 ห้อง และ บริษัทเอกชนในเครืออีก 700 ห้อง ทุกห้องถูกจองเต็มหมด และยังมีนักศึกษาต่างชาติอีกจำนวนมากที่ยังหาที่พักไม่ได้ จนอาจจะต้องเลื่อนการเรียนไปจนถึงปีหน้า 

บริษัทจัดหาบ้านเช่าในออสเตรเลียแห่งหนึ่งเล่าว่า มีนักศึกษาจีน พร้อมผู้ปกครองจำนวนมากเข้ามาติดต่อหาห้องเช่าด้วยความตื่นตระหนก บางคนยอมจ่ายค่าห้องพักเล็กๆ ในราคาที่สูงกว่าปกติถึง 5 เท่า เพียงแค่ขอให้มีที่อยู่

สำหรับสาเหตุที่มีนักศึกษาจีนหลั่งไหลไปลงเรียนต่อที่ออสเตรเลียอย่างฉับพลัน จนที่พักขาดแคลน ไม่ได้เกิดจากการที่รัฐบาลจีนปลดล็อกมาตรการ Covid-19 ด้วยการเปิดประเทศแต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่รัฐบาลจีนจะไม่รับรองใบปริญญาให้กับนักศึกษาจีน ที่ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศแบบออนไลน์ ทำให้นักศึกษาจีนจำเป็นต้องเปลี่ยนโหมด กลับไปลงทะเบียนแบบนั่งเรียนในแคมปัส เพื่อได้ใบปริญญาแบบภาคปกติ 

'จีน' จัดแข่งกล่าวสุนทรพจน์ภาษาไทยระดับอุดมศึกษา เพิ่มโอกาส นศ.จีนเข้าถึงตลาดไทย ตามความร่วมมือ 'ไทย-กว่างซี'

ไม่นานมานี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทางสถานกงสุลใหญ่ของไทย ณ นครหนานหนิง และมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ได้จัดการแข่งขันทักษะภาษาไทยและการกล่าวสุนทรพจน์ภาษาไทยระดับมหาวิทยาลัยแห่งกว่างซี ครั้งที่ 17

การแข่งขันข้างต้นมีนักศึกษาจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในกว่างซี 15 แห่ง รวม 51 คน เข้าร่วมแข่งขันรอบคัดเลือก รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ โดย 'ถูจื่อฮุ่ย' นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาไทยของมหาวิทยาลัยฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นบัตรโดยสารเที่ยวบินไป-กลับ เส้นทางหนานหนิง-กรุงเทพฯ ระยะ 7 วัน

รายงานระบุว่าการแข่งขันในปีนี้แบ่งกลุ่มเป็นมืออาชีพและมือสมัครเล่น โดยหัวข้อของการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์รอบรองชนะเลิศคือ 'เตรียมรับมืออย่างไร เมื่อปัญญาประดิษฐ์กำลังจะครองโลก' และรอบชิงชนะเลิศคือ 'ปัญญาประดิษฐ์ในชีวิตประจำวัน'

เบญจมาศ ตันเวทยานนท์ กงสุลใหญ่ของไทย ณ นครหนานหนิง กล่าวว่า หัวข้อของการแข่งขันในปีนี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบันที่มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น ซึ่งเหล่านักศึกษาชาวจีนนำเสนอมุมมองต่อประเด็นนี้ได้อย่างโดดเด่นและสร้างสรรค์

นอกจากนั้นเบญจมาศเสริมว่า การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีของนักศึกษาชาวจีนที่เรียนภาษาไทยในกว่างซีได้แสดงความรู้ความสามารถทางภาษาไทย และเป็นพื้นที่ให้ฝึกฝนภาษาไทยและเพิ่มพูนความมั่นใจ รวมถึงขยายโอกาสการมีงานทำของนักศึกษาและเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันข้ามวัฒนธรรม

ด้าน เหวยเสวี่ยฟาง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างกว่างซีกับไทยมีความครอบคลุมรอบด้านเพิ่มขึ้น และความต้องการผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยจะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต ขณะมีการดำเนินงานตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นักเรียนจีนแห่เปลี่ยนเส้นทาง เริ่มเบนเป้าออกจากสหรัฐฯ หลังทรัมป์คุมเข้มนโยบายการศึกษาและวีซ่า

(24 เม.ย. 68) นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง กำลังสั่นคลอนความนิยมของสหรัฐฯ ในหมู่นักเรียนจีนอย่างหนัก ทั้งการตัดงบมหาวิทยาลัย เข้มงวดเรื่องวีซ่า และตั้งข้อกล่าวหาด้านความมั่นคง ส่งผลให้จำนวนผู้สมัครเรียนต่อในอเมริกาลดลงต่อเนื่อง กระทบภาพฝัน “American Dream” ที่เคยเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักศึกษาจีนมายาวนานกว่า 15 ปี

นักเรียนจำนวนมากเริ่มหันไปมองทางเลือกใหม่ เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำในจีนเองที่กำลังไต่อันดับโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณภาพงานวิจัยและโอกาสทำงานหลังเรียนจบที่ดึงดูดใจมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ทำให้หลายครอบครัวเริ่มลังเลต่อการลงทุนด้านการศึกษาข้ามทวีป

ข้อมูลจาก Open Doors ระบุว่า จำนวนนักเรียนจีนในสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 277,398 คนในปีการศึกษา 2023/24 ลดลง 4.2% จากปีก่อนหน้า และลดลงถึง 25.5% จากจุดสูงสุดในปี 2019/20 โดยนักเรียนจีนสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กว่า 14,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 ทว่าแนวโน้มปัจจุบันอาจทำให้เม็ดเงินจำนวนนี้ไหลออกไปยังประเทศอื่นแทน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในเวทีการศึกษาระดับโลก

นักศึกษาจำนวนหนึ่งยังเลือกกลับมาเรียนและทำงานในฮ่องกงหรือจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะในสาขาที่มีโอกาสทำงานหลังเรียนจบและได้รับทุนวิจัยมากขึ้น รายงานจาก China Daily ระบุว่า ในปี 2023 มีนักเรียนจีนระดับปริญญาเอกกลับประเทศถึง 21,574 คน เพิ่มขึ้น 51% จากปี 2020 โดยมากกว่าครึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเอเชีย

แม้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักเรียนต่างชาติ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายที่เข้มงวดขึ้น อาจทำให้ประเทศสูญเสียบทบาทผู้นำด้านการศึกษาและนวัตกรรมในระยะยาว ขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังเปิดรับและช่วงชิงโอกาสนี้อย่างเต็มที่

เด็กอัจฉริยะ GPA 4.42 เขียนโค้ดระดับประเทศ Google จีบตั้งแต่อายุ 13 แต่มหาลัยชั้นนำสหรัฐเมิน

(9 มิ.ย. 68) สแตนลีย์ จง (Stanley Zhong) นักเรียนมัธยมปลายจากสหรัฐฯ ที่มีโปรไฟล์ระดับ 'สุดยอด' ทั้ง GPA 4.42, คะแนน SAT 1590 และผลงานด้านการเขียนโค้ดระดับประเทศ สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเน็ตเมื่อเขาเปิดเผยว่าถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยชั้นนำถึง 15 จาก 18 แห่งที่ยื่นสมัคร รวมถึง MIT, Stanford, UC Berkeley และ Carnegie Mellon

แม้จะมีดีกรีเข้ารอบสูงสุดในการแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับประเทศ และได้รับข้อเสนองานจาก Google ตั้งแต่ยังไม่จบมัธยม (13 ขวบ) แต่ สแตนลีย์ จง กลับไม่ได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ สร้างคำถามว่า “เกณฑ์คัดเลือกนักศึกษายุคนี้” มองข้ามความสามารถที่แท้จริงไปหรือไม่

สังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการรับนักศึกษาอาจให้น้ำหนักกับประเด็นความหลากหลายหรือสมดุลทางสังคมมากกว่าความสามารถเชิงวิชาการ อีกด้านหนึ่งก็มีกระแสไม่พอใจจากกลุ่มนักเรียนอเมริกันที่ชี้ว่า ที่นั่งในมหาวิทยาลัยบางส่วนถูกแทนที่โดยผู้อพยพผิดกฎหมายที่ได้รับสิทธิ์เรียนฟรีและเงินช่วยเหลือจากรัฐ

แม้ถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่นักเรียนเชื้อสายจีนรายนี้เลือกเดินหน้าตามเส้นทางของตนเอง เขาตอบรับข้อเสนอจาก Google และเริ่มต้นทำงานเต็มเวลาในตำแหน่งวิศวกรซอฟต์แวร์ กลายเป็นภาพสะท้อนว่าระบบการศึกษาอาจกำลัง 'ไม่ตอบโจทย์' คนเก่ง และตั้งคำถามต่อความยุติธรรมของการคัดเลือกในระดับอุดมศึกษาอีกครั้ง

คนจีนตั้งคำถามถึงคุณค่า ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด สาขามนุษยศาสตร์ ยังจำเป็นไหมในศตวรรษ AI??

(17 มิ.ย. 68) ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ในสังคมจีนเกิดกระแสถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนถึง “จุดจบของสายมนุษยศาสตร์” หลายเสียงในโลกออนไลน์ตั้งคำถามว่า วิชาด้านภาษา วรรณกรรม หรือประวัติศาสตร์ ยังมีความหมายอยู่หรือไม่ บ้างมองว่าไร้ประโยชน์ ขณะที่บางคนถึงขั้นแนะให้เลิกเรียนไปเลย โดยกระแสนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 แต่ร้อนแรงยิ่งขึ้นในยุคที่การแข่งขันทางการศึกษาดุเดือด

ตัวอย่างเช่น นักศึกษาที่เคยใฝ่ฝันจะทำงานในบริษัทโฆษณาระดับโลก แต่พอฝึกงานกลับพบว่าการแข่งขันสูงเกินคาด ต้องมีทั้งวุฒิปริญญาโทและรางวัลติดเรซูเม่ ด้านผู้เรียนการเงินรายหนึ่งก็เผยว่า แม้เรียนสายวิทย์ แต่สุดท้ายก็ต้องแย่งงานคอนเทนต์กับเด็กเอกภาษาอยู่ดี สะท้อนปัญหาว่าแม้แต่สายวิชาชีพก็ไม่ได้การันตีตำแหน่งงานอีกต่อไป

อาจารย์มหาวิทยาลัยจีนวิเคราะห์ว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวสาขา แต่เกิดจากการขยายตัวของการศึกษาที่ทำให้จำนวนผู้เรียนล้นตลาด ขณะที่ผู้มีความสามารถโดดเด่นยังมีไม่มากพอ อีกทั้งทัศนคติของสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนไม่อยากเรียนตามความชอบ แต่เลือกเรียนตามความ “คุ้มค่า” ทางเศรษฐกิจแทน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ยังจำเป็นต่อการพัฒนาความคิดและความเข้าใจต่อโลก เพียงแต่นักศึกษายุคใหม่ต้องปรับตัวให้มากขึ้น เช่น เสริมทักษะการวิเคราะห์ เขียนโปรแกรม หรือทำงานข้ามสาขา เพื่อเพิ่มโอกาสในตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายแล้ว คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ “มนุษยศาสตร์ยังมีอนาคตหรือไม่” แต่คือ “เรากำลังเรียนเพื่ออะไร?” หากคำตอบคือความรักในภาษา ประวัติศาสตร์ หรือวรรณกรรม ก็อย่าให้เสียงของโลกภายนอกกลบเสียงของหัวใจ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของความรู้ อาจไม่ได้วัดจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว

จีนหวังสหรัฐฯ รักษาสัญญา รับนักเรียนจีนเรียนต่อ ตามที่ทรัมป์กล่าว

(20 มิ.ย. 68) กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า จีนคัดค้านการเมืองนำหน้าความร่วมมือด้านการศึกษา พร้อมแสดงความหวังว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่ายินดีต้อนรับนักศึกษาจีนไปเรียนต่อในสหรัฐฯ

กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่าจีนติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และเห็นว่าความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ควรถูกแทรกแซงด้วยปัจจัยทางการเมือง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ย้ำว่าจีนคาดหวังให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักศึกษาและนักวิชาการจีนในสหรัฐฯ อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง

จีนออกกฎใหม่ สนับสนุนกิจกรรมเด็กประถม–ม.ต้น เคลื่อนไหวร่างกายวันละ 2 ชั่วโมง เพิ่มชั่วโมงเรียนพละ–สุขศึกษาในทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

(28 พ.ย. 68) กระทรวงศึกษาธิการของจีนเผยว่านักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นในจีนควรเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

เอกสารฉบับใหม่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของนักเรียน กระตุ้นให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและสุขศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งจัดสรรชั่วโมงเรียนวิชาเหล่านั้นให้เพียงพอ โดยกระทรวงฯ ยังสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายแบบมีคุณภาพในช่วงเช้า 1 ชุด และช่วงบ่ายระหว่างคาบเรียนอีก 1 ชุด โดยแต่ละช่วงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีจะต้องจัดให้มีวิชาพลศึกษาขั้นต่ำ 144 ชั่วโมงเรียน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้องมีวิชาพลศึกษาอย่างน้อย 108 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวยังเรียกร้องการพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาเพิ่มขึ้น เพิ่มการผลักดันตำแหน่งครูพละ และปรับปรุงการประเมินผลการสอนของครูสาขาวิชานี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top