Thursday, 4 June 2026
นครราชสีมา

“อุทยานเขาใหญ่” เผยยอดนักท่องเที่ยว ทะลุวันละหมื่น คาดพุ่งพีกช่วงปีใหม่ เปิด 3 ลานกางเต็นท์ เข้าฟรี 30-31 ธ.ค. ย้ำท่องป่ามรดกโลก-ห้ามโฟม-งดพลุรอบอุทยาน

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงไฮซีซั่นฤดูหนาวปีนี้ วันธรรมดา มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปพักผ่อนและเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติป่ามรดกโลก เฉลี่ยวันละ 4,000 คน แต่ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันนักขัตฤกษ์ จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปต่อเนื่อง เกิน 10,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีขึ้นมาพักค้างแรม ที่บ้านพักบนอุทยานฯ โดยจองผ่านทางเว็บไซต์กรมอุทยานฯ และอีกส่วนจะวอล์กอินขึ้นมากางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ 2 จุด ที่เปิดให้บริการ คือ ที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง กับลานกางเต็นท์เขาร่ม

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดเพิ่มอีก 1 จุด คือ ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ซึ่งลานกางเต็นท์ทั้ง 3 จุด รองรับนักท่องเที่ยวได้ 5,000 คน นอกจากนี้ ทางอุทยานฯ ยังจัดกิจกรรม “ไนท์ ซาฟารี” ทุกคืน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จะมีกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” ทุก ๆ ปี

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนเรื่องการอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ช่วงการเดินทางขึ้นลงอุทยานฯ ซึ่งมักจะมีสัตว์ป่าออกมาเดินตามเส้นทางบนอุทยานฯ นั้น ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาบ้างแต่ไม่หนักเท่าไหร่ เพราะสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า จะค่อนข้างคุ้นชินกับเจ้าหน้าที่ฯ และนักท่องเที่ยวพอสมควร จึงไม่ค่อยมีพฤติกรรมดุร้าย ก้าวร้าว ปัญหาจึงค่อนข้างน้อย ซึ่งทางอุทยานฯ ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเอาไว้ อาทิ ห้ามให้อาหารหรือสัมผัสสัตว์ป่า, ไม่ก่อกองไฟนอกพื้นที่ที่กำหนด, เดินตามเส้นทางที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น 

พร้อมกันนี้ ทางอุทยานฯ ได้จัดศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั้งบริเวณหน้าด่านฯ, เนินหอม, ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ คอยดูแลให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเจ็บป่วย เป็นลม รถเสีย หรือประสบเหตุอื่น ๆ

นายชัยยา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินมาตรากรด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วย โดยงดใช้โฟมและพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastics) เข้าไปในเขตอุทยานฯ และให้รักษาความสะอาดกับเก็บขยะกลับมาด้วย โดยบริเวณลานกางเต็นท์ จะมีรถยนต์ 6 ล้อจอดไว้บริการ ให้นักท่องเที่ยวนำขยะไปทิ้ง เพราะทางอุทยานฯ จะไม่วางถังขยะไว้ที่พื้น เนื่องจากสัตว์ป่า อย่างเช่น เก้ง กวาง อาจมาคุ้ยเศษขยะกิน แล้วเจ็บป่วยล้มตายได้ จึงทำที่ทิ้งขยะไว้บนรถ 6 ล้อ ในตอนเช้าจะขนนำไปทิ้งที่โรงขยะใน ต.หมูสี อ.ปากช่อง ไม่ได้ฝังกลบบนอุทยานฯ ซึ่งจะทำให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมลดลง จึงต้องขอให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเคร่งครัด 

หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย โดยจะเปรียบเทียบปรับตามอำนาจหน้าที่ ครั้งแรกจะปรับไม่เกิน 5% หรือไม่เกิน 5,000 บาทของโทษปรับ 100,000 บาท, ครั้งที่ 2 ปรับไม่เกิน 20,000 บาท, ครั้งที่ 3 สามารถปรับได้ 100,000 บาท

“ไฮซีซั่นหนาวปีที่แล้ว จะมีปัญหาเรื่องจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเขาใหญ่ ฝั่งเนินหอม ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลายกิโลเมตร ทำให้รถติดยาวหลายชั่วโมง ในปีนี้จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางอำเภอให้วางมาตรการแก้ไขเอาไว้ ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำ ซึ่งคาดว่า ในช่วงพีค ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นเขาใหญ่ ไม่ต่ำกว่าวันละ 15,000 คน” นายชัยยา กล่าว

นายชัยยา กล่าวต่อว่า ช่วงสิ้นปีในวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 30 และ 31 ธันวาคม 2568 จะฟรี ค่าเข้าอุทยานฯ จึงคาดว่า นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาที่เขาใหญ่มากยิ่งขึ้นอีก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะเลี่ยงรถติดช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาส่งท้ายปี ด้วยการแวะไปพักผ่อนเคานต์ดาวน์บนเขาใหญ่ก่อน แล้วจึงเดินทางต่อ จึงทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงดังกล่าว ในขณะที่วันนี้ ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนบนเขาใหญ่ 10,000 กว่าคน เพราะสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะมากางเต็นท์ ชมวิว รับลมหนาวอย่างมาก

นายชัยยา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่นอกเขตอุทยานฯ ที่มีการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ ได้มีการขอความร่วมมือไปยังอำเภอให้ออกหนังสือประกาศแจ้งยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการ ห้ามจุดพลุในรัศมี 5 กิโลเมตรจากแนวเขตอุทยานฯ เขาใหญ่ โดยกำหนดพิกัดห้ามจุดไว้อย่างชัดเจน เพราะปีที่แล้ว ได้มีการจุดพลุในพื้นที่ติดกับแนวเขตอุทยานฯ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าอุทยานฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งปกติ งานอีเวนต์ขนาดใหญ่ อย่างเช่น บิ๊ก เมาเท่นท์ จะจัดห่างจากอุทยานฯ มากพอสมควรอยู่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบบ้างในเรื่องเสียงแต่น้อยมาก แต่จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากคนและปริมาณรถที่เข้ามาในพื้นที่มากกว่า

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนเรื่องปัญหาช้างป่าออกนอกเขตฯ เข้ามาในชุมชนช่วงนี้แทบทุกคืน ไม่ได้มาจากปริมาณอาหารของสัตว์ป่าบนอุทยานฯ มีน้อย แต่มาจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ ดึงดูด เนื่องจากธรรมชาติของสัตว์ป่าจะสำรวจไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้หรอกว่า ตรงไหนเป็นเขตอุทยานฯ และตรงไหนเป็นเขตชุมชน เมื่อสำรวจไปเรื่อยแล้วไปเจอผลไม้หรือพืชผลทางการเกษตร พอได้กินก็เกิดติดใจ มีอาหาร แหล่งน้ำ และที่อยู่อาศัยให้พร้อม ก็จะแวะเข้ามาหากินบ่อย ๆ จนบางตัวถึงขั้นไม่ยอมกลับเข้าป่า หลบอาศัยในพื้นที่ของชาวบ้าน และสาเหตุที่ 2 ผลักดัน เกิดจากการต่อสู้ แข่งขันกัน เพื่อจะผสมพันธุ์ เมื่อสู้ไม่ได้ ก็จะถอยร่นออกมาจากถิ่นที่อยู่ในป่า เข้าในชุมชน

“เป็นสาเหตุสำคัญ 2 ประการที่ทำให้ช้างป่าออกนอกเขตฯ ในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ จะมีชุดผลักดันช้างป่าของแต่ละพื้นที่ คอยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อยู่แล้ว ช่วยกันเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าทุกวัน เพื่อไม่ให้สร้างปัญหา โดยหากพบช้างป่าออกนอกพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฯ หรือทีมผลักดันช้างป่าแต่ละพื้นที่ได้ทันที เพื่อเข้ามาดูแลช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัยทั้งคนและช้าง” นายชัยยา กล่าว

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จัดพิธีเททองรูปเหมือน “สรพงศ์ ชาตรี” ศิลปินแห่งชาติ และตำนานนักแสดงผู้ล่วงลับ ณ บ้านโนนกุ่ม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 13.49 น. ณ บริเวณพลับพลาภายในมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี บ้านโนนกุ่ม ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและเททองหล่อรูปเหมือนพระเอกสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)เมตตาบารมี

โดยนางสาวดวงเดือน จิไธสงค์ ประมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และนายพิศรุตม์ และนายพัทธกฤต เทียมเศวต สองพี่น้องบุตรชายสรพงศ์ฯ นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ฤทธิ์ ลือชา, นางปิยะมาศ โมนยะกุล, นางนัยนา ชีวานันท์ ดารานักแสดงชื่อดังในอดีต คณะกรรมการมูลนิธิฯ ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ผู้ที่เคารพนับถือและแฟนคลับของสรพงศ์ ชาตรี พระเอกตลอดกาล ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

นางสาวดวงเดือน จิไธสงค์ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี เปิดเผยว่า “พิธีเททองหล่อรูปเหมือนของพระเอกสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง เป็นดำริของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย ที่อยากจะสร้างพิพิธภัณฑ์ของพระเอกสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมนิทรรศการชีวประวัติและผลงานการแสดงของพี่เอกที่มีกว่า 600 เรื่อง รวมถึงรางวัลพระราชทานและรางวัลต่างๆ ที่เคยได้รับตลอดจนจะเป็นสถานที่บอกเล่าถึงคุณประโยชน์ที่พี่เอกบำเพ็ญต่อสังคมเพื่อให้แฟนคลับและประชาชนทั่วไปเชิดชูและรำลึกถึง”

“สำหรับรูปหล่อเหมือนสรพงศ์ ชาตรี เป็นการออกแบบของนายศิระ เลิศภูมิปัญญา โรงหล่อพระปติมากรรมประทานพรของอาจารย์สุรินทร์ ขนาดความสูงเท่ากับตัวจริง โดยรูปหล่อใช้ทองเหลืองหล่อทั้งตัว หลังเททองหล่อเสร็จสิ้นแล้ว จะนำไปติดตั้งไว้ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ภายในมูลนิธิฯ เมื่อทุกอย่างมีความพร้อมสมบูรณ์ก็จะทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมต่อไป” นางสาวดวงเดือน กล่าว

ด้านนายพัทธกฤต เทียมเศวต บุตรชายของสรพงศ์ ชาตรี กล่าวว่า “ขอบคุณประชาชนและแฟนภาพยนตร์ ละครของพ่อ พ่อถือเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการแสดงและการประกอบคุณงามความดีให้กับสังคมและประเทศชาติ ตนเองภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อ และตนก็เชื่อว่าพิพิธภัณฑ์สรพงศ์ ชาตรี จะเป็นประโยชน์แก่รุ่นแฟนภาพยนตร์และลูกหลานจะได้รำลึกถึงคุณพ่อ ซึ่งตนก็ขอเชิญชวนทุกคนมาเยี่ยมชมได้ที่มูลนิธิสมเด็ตพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา” นายพัทธกฤต กล่าว

15 มกราคม 2477 พิธีเปิดอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เป็นสัญลักษณ์วีรสตรีโคราช ตั้งหน้าประตูชุมพลสำคัญ กลายเป็นมรดกแห่งชาติไทย

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ "ย่าโม" ถูกเปิดเผยที่หน้าประตูชุมพลในเมืองนครราชสีมาในช่วงต้นปี พ.ศ. 2477 โดยวันนี้ 15 มกราคมถือเป็นวันสำคัญของพิธีเปิดซึ่งถูกจดจำและสืบทอดจนถึงปัจจุบัน

"ท้าวสุรนารี" มีตำนานเกี่ยวกับวีรกรรมในยุคต้นรัตนโกสินทร์ โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารีในปี 2370 อนุสาวรีย์ที่สร้างในปี 2476 โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และพระเทวาภินิมมิตนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนโคราช

รูปหล่อทองแดงรมดำสูง 185 เซนติเมตร วางอยู่บนฐานไพที ตรงหน้าประตูชุมพลที่เป็นประตูเมืองด้านทิศตะวันตก ช่วยยืนยันความสำคัญของทำเล ทางราชการยังบรรจุอัฐิของท้าวสุรนารีในฐานอนุสาวรีย์ในปี 2510 เช่นกัน "อนุสาวรีย์ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของเมือง" ตามคำกล่าว

อนุสาวรีย์ย่าโมยังกลายเป็นเวทีสาธารณะและวัฒนธรรมที่ผู้คนสามารถร่วมระลึกถึงวีรกรรมได้ทุกวัน และส่งผลต่อประเพณีงานฉลองที่เรียกว่า "งานย่าโม" ซึ่งจัดทุกปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน

นอกจากเป็นสัญลักษณ์สำคัญ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารียังถูกกรมศิลปากรกำหนดให้เป็นโบราณสถานของชาติในปี 2480 ร่วมกับประตูชุมพลและแนวกำแพงเมืองเก่าที่สำคัญของนครราชสีมา ทำให้ที่นี่กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่รัฐรับรองและคุ้มครอง

ที่มา : https://news.trueid.net/detail/n2W7g1z9xx32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top