Thursday, 4 June 2026
นครราชสีมา

นครราชสีมา - กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธี รับ–ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน

เมื่อวานนี้ (28 ก.ย. 67) เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) ร่วมกระทำพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 โดยได้กระทำพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อนุสาวรีย์วีรไทย พระบรมรูป ร.5 พระบรมราชานุสาวรีย์  หลังจากนั้นจึงลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2  ก่อนจะเดินทางมายังบริเวณพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ  พันเอก กิติพงศ์ พ่วงอยู่ ผู้อำนวยการกองกำลังพล ได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา และได้ส่งมอบธงประจำกองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งเอกสารรับ - ส่งหน้าที่ แก่แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) จากนั้น จึงกล่าวรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา เสร็จแล้วทั้ง 2 ท่าน จึงขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองผสมหมู่ธงสวนสนาม ซึ่งจัดจาก หมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง

สำหรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 77 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ,ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, รองแม่ทัพภาคที่ 2, แม่ทัพน้อยที่ 2 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ลำดับที่ 44 
สำหรับท่านแม่ทัพบุญสิน หรือแม่ทัพกุ้ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งคุมกำลังรบสำคัญๆตลอดการรับราชการ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยการนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายทั้งในส่วนของกองทัพบกและในส่วนของรัฐบาล  รวมถึงส่วนราชการ และภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน การปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ส่งผลให้มีผลการปฏิบัติงานสำเร็จมากมาย จนเป็นที่ประจักษ์  โดยที่สำคัญท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหน่วย พัฒนากำลังพล ดูแล ใส่ใจ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา กำลังพลในทุกระดับจนถึงพลทหารน้องเล็กคนสุดท้องกองทัพบก เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กำลังพล ส่งผลให้บรรลุทุกๆภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ  จนเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในทุกระดับ และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชน คนรากหญ้าชาวอีสาน ซึ่งท่านใช้ภาษาอีสานสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในการลงพื้นที่ทุกครั้ง จึงสามารถเข้าใจบริบทของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานได้อย่างดี ตลอดการทำงานที่ผ่านมาจนมาถึงปัจจุบัน  

#ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
#กองทัพภาคที่2
#กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259777

หนุ่มโคราชร้อง กกต.ให้ตรวจสอบ ‘เจ๊หน่อย’ ผู้สมัครนายก อบจ.เพื่อไทย โอนงบกว่า 23 ล้านบาทโดยมิชอบ อาจถึงขั้นโดนใบแดง!!

(4 ม.ค. 68) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุนทร ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบนายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำอันอาจจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ หน่อย ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย และพวก จำนวน 35 คน ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.อบจ.นครราชสีมา

นายสุนทรกล่าวว่า วันนี้มาในฐานะประชาชนชาวโคราชคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ในพื้นที่ อยากเห็นผู้สมัครทุกคนมีความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร วันนี้มาร้องเรียนขอให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบคุณสมบัติของนางยลดา อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา คนล่าสุด ซึ่งพบว่าขณะดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ในการประชุมสภา อบจ.นครราชสีมา สมัยสามัญที่ 2 ครั้งที่ 3 ได้ยื่นญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ โดยมี ส.อบจ.เข้าร่วมประชุม จำนวน 39 คน ยกมือเห็นชอบตามที่ นายก อบจ.นครราชสีมา เสนอญัตติ จำนวน 36 คน (รวมนายก อบจ.) และงดออกเสียง จำนวน 3 คน

นายสุนทรกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 (และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 รวมทั้งสิ้น 12 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 23,873,918 บาท เนื่องจากในห้วงระยะเวลาดังกล่าวไม่มีภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติแต่อย่างใด

ต่อมา นางยลดาได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 พร้อมกับ ส.อบจ.ในกลุ่มอีก 15 คน ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ในครั้งนี้ ซึ่งการกระทำของนางยลดาและ ส.อบจ.เกี่ยวกับการอนุมัติโครงการดังกล่าว อาจเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 มาตรา 65 ซึ่งมีโทษตาม 126 แห่งกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากหากพบว่ากระทำผิดจริงก็อาจถึงขั้นโดนใบแดงได้เลย วันนี้จึงมาร้องขอให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา เร่งดำเนินการตรวจสอบ เพราะจะมีผลกระทบต่อความไม่สุจริตในการเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.นครราชสีมา ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

ด้านนายสุรพงษ์เปิดเผยว่า หลังจากเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 4 คน ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายทักษิณ เขื่อนโคกสูง, เบอร์ 2 นางยลดา หวังศุภกิจโกศล, เบอร์ 3 นายมารุต ชุ่มขุนทด และเบอร์ 4 ร.ต.อ.นิติรักษ์ ฟักกระโทก ในส่วนผู้สมัคร ส.อบจ.นครราชสีมา ทั้ง 48 เขต จาก 32 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวนทั้งสิ้น 153 คน โดย กกต.ประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้นไปแล้ววันสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบคุณสมบัติปรากฏว่าผู้สมัครนายก อบจ.ทั้ง 4 คน มีคุณสมบัติครบทุกคน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ขณะที่ผู้สมัคร ส.อบจ.จำนวน 153 คน พบว่า ขาดคุณสมบัติไป 3 คน ประกอบไปด้วย ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต 2 อ.สีคิ้ว, เขต 1 อ.จักราช และ เขต 1 อ.ชุมพวง ซึ่งผู้สมัครทั้ง 3 รายนี้ ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมเทศบาล จึงทำให้ขาดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ.ในครั้งนี้

ส่วนเรื่องการร้องเรียนขณะนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องผู้สมัครร้องเรียนพฤติกรรมของผู้สมัครด้วยกันเอง ที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน เรื่องการป้องกันเหตุความรุนแรงในพื้นที่ ขณะนี้ กกต.จังหวัดนครราชสีมา ได้ตั้งชุดสืบสวนข่าว 3 ชุด และชุดเคลื่อนที่เร็ว 6 ชุด ทำงานร่วมกับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา 8 คน เพื่อหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจจะก่อเหตุความรุนแรง หากมีเบาะแสก็พร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.เข้าไประงับเหตุได้ทันที ซึ่งได้มีการลงพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

กกต.ตรวจสอบ 'มาดามหน่อย' ผู้สมัครนายก อบจ. เบอร์ 2 ส่อฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หลังโอนงบ 23 ล้านก่อนลาออก

เมื่อวันที่ (15 ม.ค. 68) ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโรงแรมเซ็นทาราโคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "สร้างผู้ปฏิบัติงานการเลือกตั้งมืออาชีพ" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีตัวแทนประชาชนระดับอำเภอจากทั่วทั้งจังหวัดรวมกว่า 1,200 คน เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ นายไพฑูรย์ ถนัดหมอ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวถึงความสำคัญของการทำงานอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมในการเลือกตั้ง  

นายไพฑูรย์ ยังเปิดเผยถึงการตรวจสอบกรณี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ “มาดามหน่อย” ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา หมายเลข 2 ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น หลังจากมีรายงานว่า ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายก อบจ. ได้เสนอญัตติการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 เพื่อซื้อครุภัณฑ์ใหม่แทนของเก่าที่ชำรุด โดยรายการโอนงบประมาณดังกล่าวรวมเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสมาชิก อบจ. 36 คน จากทั้งหมด 39 คน  

อย่างไรก็ตาม การอนุมัติในช่วงเวลา 90 วันก่อนที่นางยลดาจะยื่นลาออกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 65 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2566 โดยกฎหมายดังกล่าวระบุห้ามกระทำการใดๆ ที่อาจเป็นการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้โทษตามกฎหมายดังกล่าวระบุไว้ในมาตรา 126  

ปัจจุบัน การตรวจสอบยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของนางยลดา และสมาชิก อบจ. ที่ร่วมเห็นชอบการอนุมัติครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมหรือสนับสนุนการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยจะพิจารณาในแต่ละกรณีอย่างละเอียดถี่ถ้วนต่อไป 

ทอ.ไทย-อินโดนีเซีย ซ้อมรบ ElangThaiNesia XX/25 โชว์พลังเครื่องบินรบ F-16 T-50 ป้องกันอธิปไตยจากศัตรู

(17 มิ.ย. 68) กองทัพอากาศไทยและอินโดนีเซียเปิดฉากการฝึกผสม "ElangThaiNesia XX/25" เหนือน่านฟ้าภาคอีสานตอนใต้ โดยใช้กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมาเป็นศูนย์กลางระหว่างวันที่ 9-19 มิถุนายน 2568 เสริมสร้างศักยภาพด้านยุทธวิธีและป้องกันประเทศร่วมกัน

การฝึกครั้งนี้นำเครื่องบินรบ F-16 จากฝั่งไทย และ T-50 จากฝั่งอินโดนีเซียเข้าร่วมภารกิจทางอากาศอย่างเข้มข้น พร้อมจำลองสถานการณ์หลากหลายเพื่อเสริมทักษะการรบจริงและยกระดับความพร้อมรบของทั้งสองฝ่าย

หัวใจสำคัญของการฝึกคือการเสริมสร้างขีดความสามารถในการประสานงานและปฏิบัติการร่วมในสถานการณ์วิกฤต รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบิน ยุทธวิธี และเทคโนโลยีทางทหาร

การซ้อมรบในครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำความร่วมมือทางทหารระหว่างไทย-อินโดนีเซีย พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนถึงความตั้งใจในการปกป้องอธิปไตยและรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ ลั่น!! ทหารไม่รู้สึกเหนื่อย ถ้าทหารเหนื่อย คงไม่มีใคร ดูแลประเทศชาติ

(28 มิ.ย. 68) ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานรับมอบสิ่งของและกำลังใจจากกลุ่มประชาชน บริษัทห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมตัวกันมามอบของใช้อุปโภค บริโภค และสิ่งของที่จำเป็นให้กับกำลังพลในแนวหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำไปมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องทหาร โดยสิ่งของที่นำมามอบ มีทั้งอาหาร น้ำดื่ม เสื้อลายพราง ชุดชั้นในชาย ผ้าใบ ในขณะที่ บริษัท KCF ได้นำไข่เยี่ยวม้า ไข่เค็มและไข่พะโล้สำเร็จรูปพร้อมทาน มามอบให้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มประชาชนและสหกรณ์การเกษตรของจังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางนำผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง รวมไปถึงทุเรียนทอด มาไกลจากจังหวัดจันทบุรี มามอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารในครั้งนี้ด้วย รวมถึง ดารารุ่นใหญ่ “ฤทธิ์ ลือชา” ก็ได้นำกาแฟและเงินสด มามอบให้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารตามแนวชายแดนด้วย

นายกานน ธรรมเจริญ ตัวแทนประชาชนจากจังหวัดจันทบุรี บอกว่า วันนี้กลุ่มประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้มีการระดมทุนบริจาคนำไปซื้อผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดจากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ นำมามอบให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อส่งต่อให้ทหารที่อยู่แนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ เป็นกำลังใจให้กับทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ในฐานะประชาชนขอส่งกำลังใจและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนและทหารในพื้นที่ตอนนี้มีขวัญกำลังใจดีมากและไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะถ้าทหารเหนื่อยคงไม่มีใครดูแลประเทศชาติบ้านเมือง ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นนั้น ยืนยันว่า ทางฝั่งกัมพูชานั้นได้รุกล้ำเข้ามาก่อน โดยการขุดคูเลตลุกล้ำเข้ามา 150 เมตร และตั้งแต่วันนั้นที่มีการยิงปะทะ ก็มีการเจรจาให้ทางฝั่งกัมพูชาถอยออกไปมาโดยตลอด และต้องยอมรับว่า คนไทยนั้นมีความใจดี ไม่เคยทำใครก่อน ก็ใช้ความอดทนในการป้องกันตามแนวชายแดนตลอดเรื่อยมา

สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทางฝั่งไทยโดยตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ยื่นขอให้มีการประชุม RBC ซึ่งเป็นการประชุมในระดับแม่ทัพของทั้งสองฝ่าย เป็นประธานร่วมกันในการพูดคุยเจรจาข้อตกลง แต่ปัจจุบันนี้ทางฝั่งกัมพูชาได้ขอเลื่อนออกไป และยังไม่ได้มีการนัดหมายว่า จะเริ่มประชุม RBC ในวันไหน แต่ตนพร้อมที่จะประชุมฯไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็พร้อมประชุมเสมอ

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ในฐานะประธาน RBC ฝั่งไทย ได้ยื่นแจ้งไปแล้วว่า ดินแดนบริเวณที่ทางฝั่งกัมพูชาขุดคูเลตเข้ามานั้น เป็นดินแดนของประเทศไทย และเจตนารมณ์ในการประชุม RBC คือ ต้องการให้ทหารของทั้งสองฝ่ายนั้นถอยหรือปรับกำลังกลับไปที่ตั้งเดิมพร้อมกัน แล้วค่อยมีการเปิดด่าน ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนของผู้นำทั้งฝั่งกัมพูชาว่า จะมีท่าทีอย่างไร

ขอย้ำว่า สถานการณ์ของทหารทั้งสองฝั่งนั้นมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเมืองของทั้งสองประเทศว่า จะเป็นเช่นไรส่วนโอกาสในการยิงปะทะนั้น ย้ำว่า ไม่มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งปัญหาชายแดนในตอนนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องของผู้นำทั้งสองประเทศที่จะต้องไปพูดคุยกัน แต่ในส่วนของกองทัพฯ ก็มุ่งมั่นที่จะปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

"ขอให้พี่น้องประชาชนคนในชาติทุกคนทุกหมู่เหล่า ได้มีความรักความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกันในยามที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ขอให้เรามุ่งมั่นถ้าเรามีจุดประสงค์เดียวกัน คือ อธิปไตยของชาติและความเป็นเอกราชของชาติไทย ตนคิดว่าใครก็ทำอะไรประเทศไทยไม่ได้ ก็ขอส่งกำลังใจและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ขอให้มีความรัก ความสามัคคี เหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน"พลโทบุญสินกล่าวทิ้งท้าย   

ไทยมาแรง!! กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 เมืองในฝัน Digital Nomad ปี 2025

(12 ก.ค. 68) กรุงเทพมหานคร ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 เมืองยอดนิยมของเหล่าโนแมดดิจิทัลประจำปี 2025 จากรายงานการจัดอันดับ Top 100 Digital Nomad Destinations โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 4.55 (เต็ม 5) จากค่าครองชีพที่คุ้มค่า (ราว 50,000 บาทต่อเดือน) โครงสร้างพื้นฐานแข็งแรง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ทำงานทางไกลทั่วโลก

รายงานยังพบว่า ประเทศไทยมีเมืองติดโผถึง 7 เมือง มากที่สุดในโลก ได้แก่ กรุงเทพฯ, นครราชสีมา, เชียงใหม่, เกาะพะงัน, เกาะลันตา, ภูเก็ต และกระบี่ สะท้อนถึงจุดแข็งด้านค่าครองชีพต่ำ บริการครบครัน และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดชาวต่างชาติที่ทำงานจากระยะไกล

ขณะที่ นครราชสีมา หรือโคราช ขึ้นแท่นอันดับ 5 โดยมีจุดเด่นคือค่าครองชีพถูกที่สุดในกลุ่มท็อป 10 อยู่ที่ประมาณ 34,500 บาทต่อเดือนสำหรับคนเดียว และ 35,700 บาทต่อเดือนสำหรับครอบครัว ถือเป็นทางเลือกใหม่ของโนแมดที่ต้องการประหยัดแต่ยังคงคุณภาพชีวิตที่ดี

กองทัพอากาศไทย–สิงคโปร์ ซ้อมรบทางอากาศ Air ThaiSing 2025 ฉลอง 60 ปีทางการทูต!! ส่งสัญญาณร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(15 ก.ค. 68) กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เปิดฉากการฝึกผสมทางอากาศ “Air ThaiSing 2025” ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และสนามฝึกชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 14-25 กรกฎาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ทั้งด้านภาษา แนวคิด และวัฒนธรรมทางทหาร

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต สิงคโปร์ได้ตกแต่งแพนหางเครื่องบิน F-16D ด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ พร้อมร่วมกับไทยปลูก “Friendship Tree” เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เติบโตและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินแบบ AT-6TH ของไทยจากฝูงบิน 411 กองบิน 41 (เชียงใหม่) เข้าร่วมฝึกกับเครื่องบิน F-16 จากทั้งสองชาติ เสริมประสิทธิภาพการรบทางอากาศและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียน ที่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกับไทย แม้เสียงในสภาอาเซียนจะยังไม่ถึงครึ่ง แต่ภาพความร่วมมือทางทหารในวันนี้คือคำตอบของ “มิตรแท้ประเทศไทย”

‘อโกด้า’ จัดอันดับ ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของทวีปเอเชีย

(7 ก.ย. 68) ‘เขาใหญ่’ ของประเทศไทยคว้าอันดับ 2 ในการเป็นจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย จากการจัดอันดับของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวชื่อดัง อโกด้า (Agoda) เป็นรองเพียงจากคาเมรอน ไฮแลนด์ ของมาเลเซีย สะท้อนเสน่ห์ธรรมชาติไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีแหล่งอื่น ๆ ที่ติดอันดับ เช่น ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

การจัดอันดับครั้งนี้อ้างอิงจากข้อมูลการค้นหาที่พักระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนใน 8 ประเทศเอเชีย แสดงให้เห็นแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวนิยมสถานที่ธรรมชาติ วิถีเรียบง่าย และบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางภูเขาและเนินเขามากขึ้น

ด้าน นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความสำเร็จของเขาใหญ่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ เนื่องจากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ น้ำตก สัตว์ป่า รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้ง และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น พร้อมยืนยันเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

30 ตุลาคม พ.ศ. 2369 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” ภริยาพระยามหิศราธิบดี เมืองนครราชสีมา ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” เพื่อเชิดชูเกียรติวีรสตรีโคราช

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” ภริยาพระยามหิศราธิบดี เมืองนครราชสีมา ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” เพื่อเชิดชูวีรกรรมที่ใช้อุบายต่อสู้กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ ซึ่งยกทัพมาตีเมืองนครราชสีมาและกวาดต้อนชาวเมืองไปเป็นเชลย โดยคุณหญิงโมได้รวบรวมชาวบ้าน โดยเฉพาะสตรี ร่วมกันต่อสู้จนสามารถเอาชนะและผลักดันข้าศึกให้ออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นตำนาน “วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” ที่เล่าขานต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกย่องสตรีสามัญชนผู้กล้าหาญให้เป็นวีรสตรีของชาติ รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระราชทานเครื่องยศทองคำแก่ท้าวสุรนารีหลายรายการ อาทิ ถาดทองคำ จอกหมาก และขันทองคำ นับเป็นเกียรติยศสูงสุดในยุคนั้น

เนื่องในโอกาสครบรอบ 198 ปี ของเหตุการณ์พระราชสถาปนาในปีนี้ ชาวนครราชสีมายังคงร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท้าวสุรนารี โดยอนุสาวรีย์ของท่านที่ประดิษฐานอยู่บริเวณประตูชุมพล ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช และถือเป็น “อนุสาวรีย์บุคคลธรรมดาแห่งแรกของประเทศไทย” ปัจจุบันทั้ง 32 อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ต่างมีการจำลองอนุสาวรีย์ของท่านไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจของ “ลูกหลานย่าโม”

สำหรับ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2476 โดยฝีมือการออกแบบของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และพระเทวาภินิมมิต ซึ่งเป็นชาวนครราชสีมา อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2477 ต่อมาในปี พ.ศ. 2510 ได้มีการบรรจุอัฐิของท่านไว้ใต้ฐานอนุสาวรีย์ และในปี พ.ศ. 2480 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานของชาติ ร่วมกับประตูชุมพลและแนวกำแพงเมืองเก่า

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ จังหวัดนครราชสีมา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 ในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา เพื่อรับฟังการรายงานความก้าวหน้าการฝึกฯ และให้โอวาทแก่ทหารใหม่

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะ พูดคุยและให้กำลังใจทหารใหม่ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยฝึกดำเนินการฝึกตามระเบียบแบบธรรมเนียมทหาร และปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด 

อีกทั้ง ให้ความสำคัญกับการดูแลทหารใหม่ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นทหารที่มีความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top