Thursday, 4 June 2026
ทำร้ายร่างกาย

ชาวเน็ตสุดงง!! เด็กเกเรทำร้ายร่างกายนักเรียน แต่ครูนิ่งเฉย ไม่ตักเตือนหรือสั่งสอน

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 67) เพจอีซ้อขยี้ข่าว3 ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอเผยพฤติกรรมของเด็กคนหนึ่งทำร้ายเด็กนักเรียนในระหว่างที่ครูกำลังสอน ทั้งที่มีวิดีโอถ่ายเห็นชัดเจนแต่กลับไม่มีการว่ากล่าวตักเตือนใด ๆ จากครูผู้สอนหรือคนที่กำลังถ่ายคลิปอยู่ โดยในคลิปดังกล่าวได้มีการระบุข้อความว่า

"ถ้าเราเป็นครูจะจัดการเรื่องนี้ยังไง? กรณีนี้ครูไม่เห็นเลยหรือ?"

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในห้องเรียนซึ่งคาดว่าเป็นชั้นระดับอนุบาล จะมีเด็กคนหนึ่งแต่งตัวไม่เหมือนเพื่อน ใส่ชุดอยู่บ้านทำตัววุ่นวายภายในห้องเรียน ซึ่งมีเด็กนักเรียนนั่งอยู่กันเต็มห้อง ก่อนที่เด็กเสื้อแดงจะคลานมาหาเด็กนักเรียนคนหนึ่ง จากนั้นต่อยเข้าไปที่ท้องและใบหน้าของเด็กนักเรียน จากนั้นไม่นานเดินไปข้างหลังเด็กนักเรียนคนเดิมและต่อยเตะที่กลางหลัง หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเด็กนักเรียนในห้องต่างผวาเมื่อเด็กเสื้อแดงคลานผ่าน ซึ่งคาดว่าเด็กนิสัยไม่ดีรายนี้คงมีพฤติกรรมเช่นนี้บ่อย

แต่ต้องแปลกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อในห้องเรียนดังกล่าวมีครูอยู่ถึง 2 คน คาดว่าน่าจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่กลับไม่เข้าห้ามปรามหรือสั่งสอนเด็กชายเสื้อสีแดงเลย นอกจากนี้ ผู้ที่บันทึกวิดีโอซึ่งเห็นเหตุการณ์ชัดเจนก็ปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่มีการทำอะไรทั้งสิ้น

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของครูในห้องเรียนเป็นจำนวนมากที่ปล่อยปละละเลยเหตุการณ์ดังกล่าว บ้างก็คาดว่าเด็กเกเรรายนี้อาจจะเป็นลูกหลานของคุณครูก็ได้

ผบ.ตร.สั่งเด็ดขาดให้ รรท.ผบช.น.เร่งคดีตำรวจจราจรกลาง 7 นาย รุมทำร้ายร่างกาย หากพบความผิดฐานใด ดำเนินการทุกข้อหา พร้อมดำเนินการทางวินัยทุกมิติ ย้ำพร้อมให้ความเป็นธรรม ทำตรงไปตรงมา รับเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สั่งขันน็อตการตั้งด่านทั่วประเทศตามระเบียบ

(6 ธ.ค.67) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) 7 นาย รุมทำร้ายร่างกายขณะตั้งด่าน ว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รับทราบรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ในทางคดีได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ลงมาดูคดีด้วยตนเอง รวบรวมหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด กล้องติดตัว (bodycam) พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพยานอื่นๆ ทุกมิติ เพื่อไขข้อเท็จจริง ดำเนินการตามกฎหมาย เอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ  

สำหรับคดีมีความคืบหน้า มีการเรียกตำรวจทั้ง 7 นายมาแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้น รวมทั้งจะมีการพิจารณาความผิดในข้อหาอื่นด้วย หากพบพยานหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนทางวินัยได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว 
     
นอกจากนี้ โฆษก ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหาย และครอบครัว ยืนยันว่าคดีนี้จะทำตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือกัน หากพบเป็นความผิดอาญาและวินัยในส่วนใดจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด รวมถึงมาตรการทางปกครองกับผู้บังคับบัญชาด้วย  ซึ่งได้กำชับเรื่องนี้กับทาง บช.น. ไปแล้ว ให้เร่งรัดดำเนินการให้ชัดเจน พร้อมกำชับการตั้งด่านของตำรวจทั่วประเทศ ให้ผู้บังคับบัญชาไปกำชับการปฏิบัติตามระเบียบและหลักยุทธวิธี ทำตามกรอบกฎหมาย ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

‘ทนายเชาว์’ แฉ!! ‘แม่ สส.เมืองคอน’ วิ่งบิ๊ก ตร.ช่วยเคลียร์ คดีรุมกระทืบนักธุรกิจ ลั่น!! ยอมไม่ได้ จี้!! โอนไปกองปราบ

(1 มิ.ย. 68) นายเชาว์ มีขวด ทนายความชื่อดัง อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Chao Meekhuad” เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้ามาดูแลกรณีเหตุทำร้ายร่างกายกลางงานบวชที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และผู้ที่ตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุ คือ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่ามีการยกพวกเข้ารุมทำร้ายนักธุรกิจท้องถิ่นกลางงานบวชลูกชายนายก อบต. ต่อหน้าชาวบ้านนับร้อยคน

“ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์กลางงานบุญที่เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน มีพยานเห็นเหตุการณ์ชัดเจน มีใบรับรองแพทย์ และมีคำให้การจากผู้เสียหายว่า ถูกนายชัยชนะเข้ามาพูดจากดดันไม่ให้ลงสมัครนายก อบต. และเมื่อการพูดคุยไม่เป็นผล จึงถูกตบหน้า ก่อนจะถูกน้องชายและพวกพ้องของ ส.ส.รายนี้รุมทำร้ายจนหัวแตก และยังมีการชักปืนขู่ด้วย” นายเชาว์ ระบุ

นายเชาว์ยังเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความแล้ว แต่ภายหลังกลับถูกกดดันให้ถอนคำร้อง โดยมี “แม่ของ ส.ส.” เข้ามาเจรจาและมี “นายตำรวจใหญ่ในจังหวัด” คอยประสานเพื่อให้ยุติคดี

“นี่คือคดีอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ และไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำคดีต่อไป เพราะไม่มีใครกล้าขยับท่ามกลางอิทธิพลของผู้ต้องหา ซึ่งมีตำแหน่งสูงเป็นถึงประธานกรรมาธิการตำรวจ”

นายเชาว์จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และสั่งโอนคดีไปยังกองปราบทันที เพื่อคุ้มครองพยาน–ผู้เสียหาย และให้กระบวนการสอบสวนเป็นธรรม

“คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างคนสองฝ่าย แต่เป็นบททดสอบว่า กระบวนการยุติธรรมไทย จะยอมจำนนต่ออิทธิพลทางการเมืองหรือไม่” นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย

เชียงใหม่-รองผบ.ตร.ร่วมแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บ 

กรณีเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 มีเหตุวัยรุ่นทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซัก 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย พื้นที่ สภ.แม่ปิง 

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 11.30 น.พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นใน พื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ฯ, ผกก.สส. และ ผกก.สภ.พื้นที่ เข้าร่วมแถลงข่าวณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 5 (ศปก.ภ.5) ชั้น 2 อาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 23.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ สภ.แม่ปิงว่ามีเหตุวัยรุ่นทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซักสกาย - Sky Laundry 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง  ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ เมื่อทราบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อมกับพนักงานสอบสวน จึงได้เดินทาง ไปยังที่เกิดเหตุ สอบถามข้อมูล ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย เป็นชาย 1 ราย อายุ 17 ปี โดนอาวุธมีดฟันบริเวณกลางหลัง    (ผู้ให้ข้อมูลอยู่ที่เกิดเหตุ)  เด็กหญิง อายุ 14 ปี โดนอาวุธมีดฟันบริเวณมือด้านขวาขาด   (กู้ภัยนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาล)  และเด็กชาย อายุ 14 ปี โดนอาวุธมีดฟันบริเวณมือทั้งสองข้าง(กู้ภัยนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาล) 

จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ตนกับพวกจำนวน 9 คน ได้มายืนอยู่บริเวณหน้าร้าน 7 – 11 จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนประมาณ 20 กว่าคน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมถนน แล้วถืออาวุธมีดเข้ามาจะทำร้าย กลุ่ม ของตนจึงได้วิ่งหลบเข้าไปในที่เกิดเหตุ กระทั่งได้มีหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ตามมาใช้อาวุธมีดฟันกลุ่มของพวกตนจนบาดเจ็บ เมื่อก่อเหตุแล้ว ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปทางแยกบวกครกศรีวิไลหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ รวบรวมพยานหลักฐาน และลักษณะรูปพรรณของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวข้างต้นเอาไว้  เพื่อดำเนินการติดตามกลุ่มคนร้ายโดยทันทีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้แจ้งให้กับสถานีตำรวจในพื้นที่ข้างเคียงให้ช่วยกันตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี จว.เชียงใหม่ ได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มวัยรุ่นที่ได้ก่อเหตุดังกล่าว จึงได้แจ้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง  เพื่อมาทำการตรวจสอบ จนพบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือ ของกลุ่มผู้ต้องสงสัย พบว่าภายในโทรศัพท์มือถือมีการบันทึกภาพ

การรวมตัวกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคัน และได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางบริเวณสถานที่เกิดเหตุ โดยผู้ถูกจับได้ยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ร่วมไปกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด จึงได้ควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว มาสืบสวนขยายผลหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุคนอื่นๆ ต่อไป ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว กลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีได้ จำนวน 15 นาย และได้ดำเนินการขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี 1 นาย เร่งดำเนินการติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายต่างทุ่มเทและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ยกระดับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความปลอดภัย ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย
 

เตือนภัย!! ‘เมลเบิร์น’ ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด!! โดนฉก ต่อหน้าต่อตา!! ตำรวจช่วยอะไรไม่ได้เลย

(20 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ลักพาตัวเองมาเล่า’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘เมืองเมลเบิร์น’ โดยมีใจความว่า ...

เมลเบิร์นไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยนะครับ โดยเฉพาะในเมือง

อยากเตือนภัยเพราะหลาย ๆ คนที่ยังติดวางใจว่าออสเตรเลียปลอดภัย วางของไว้ห่างตัวได้ เมื่อก่อนทำได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ
วันนี้ระหว่างเดินกลับบ้าน ผมเห็นคนขี่จักรยานย้อนศรบนถนนด้วยความเร็ว แล้วข้างหลังก็มีวัยรุ่นคนนึงวิ่งตามไปติด ๆ

วัยรุ่นคนนั้นวิ่งไล่สักพักก็เหนื่อยแล้วก็เดินหันหลังกลับมา ผมเห็นว่าผิดปรกติเลยถามไปว่า “Did he snatch something off of you?" (ไอ้นั่นขโมยอะไรไปรึเปล่า?)
คำตอบคือใช่ 

น้องนั่งเล่นมือถือที่โต๊ะหน้าผับ (เป็นโต๊ะของผับที่เอามาตั้งให้ลูกค้านั่งข้างนอกด้วยนะ) เล่นแบบนั่งกดเลยนะ ไม่ได้วางบนโต๊ะ
ไอ่สารเลวนี่ก็ขี่จักรยานมาโฉบมือถือแล้วปั่นหนีหายไปเลย

ผมให้น้องยืมมือถือโทรหาที่บ้าน เพราะเค้าดูช็อคและทำอะไรไม่ถูก

นี่ไม่ใช่เคสเดียวนะ

วีคก่อน ของที่ผมสั่งมาส่งตรง mailbox zone ก็โดยขโมยไปเหมือนกัน

เปิดร้านมา คนบ้ามาป่วนในร้านได้เป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว โดนทุบกระจกแบบไร้เหตุผล
คนจีนอีกคนแค่มองโฮมเลส โดนต่อย เลือดอาบหน้า

ร้านเชฟพี่ปุ๊ก โฮมเลสเข้ามาจะขโมยของ พนักงานไปห้ามโดนขวดตีหัวเย็บสองเข็ม
ไอ้พวกนี้บวกมันไม่คุ้ม ฉะนั้นทุกคนครับ ระวังตัวกันให้มาก ๆ เลยนะ อย่าแลกอะไรทั้งสิ้น

ส่วนใหญ่ มันจะเล็งวัยรุ่นเอเชีย หรือผู้หญิงเอเชียที่เดินคนเดียว อยู่คนเดียว เพราะสู้แรงมันไม่ได้

โทรศัพท์ อย่ายืนกดตรงฟุตบาทจนเพลิน อย่าเดินถือแกว่งไปมา
กระเป๋า สะพายคล้องตัวนะครับ จับให้แน่น

และจำไว้ว่าตำรวจบ้านเมืองนี้กากมากครับ เค้าไม่ช่วยอะไรเราเลย ลงบันทึกประจำวันแล้วเรื่องก็จะเงียบ

ผมเจอเหตุการณ์วันนี้ต่อหน้าต่อตา ภาพมันติดตาไปแล้ว ไม่อยากให้ใครเจอแบบนี้อีก เตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ กันด้วยนะครับ มือถือนี่ระวังดี ๆ เงินทองยิ่งหายากอยู่
 

คนขับ U DRINK I DRIVE ถูกซ้อม!! ขู่!! ทำร้ายลูกเมีย เหตุ!! ไม่ถูกใจลูกค้า นักกิจกรรมผู้ไร้เมตตา ซ้อม!! เลือดอาบ

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย. 68) ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา ผู้เริ่มก่อตั้ง U DRINK I DRIVE โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “ที่พี่อภิหายไปครึ่งเดือนเพราะเรื่องนี้…เพราะพนักงานทุกคนคือครอบครัว”

ในคลิประบุว่า คนขับรถ U DRINK I DRIVE โดนทำร้ายร่างกาย คนขับรถโทรศัพท์เข้ามาบอกว่านายผมโดนทำร้ายร่างกาย ตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าไปรับลูกค้าคนนี้จากคอนโด จะไปส่งสนามซ้อมยิงปืนที่สัตหีบ ลูกค้าหลับตลอดทาง อยู่ดีๆลูกค้าตื่นมาถามว่า “อยู่ไหนแล้ว?” คนรถก็บอกว่า “กำลังจะถึงบางละมุงแล้วครับ กำลังจะเข้าสัตหีบ” แล้วลูกค้าก็ต่อยหน้าคนขับเลย พอคนขับหันไปห้ามเห็นปืน เลยเลือกที่จะชะลอรถ และลงจากรถ โดยวิ่งลงจากทางด่วนมอเตอร์เวย์ ก่อนที่จะไปหลบในโรงแรมกำลังจะโทรกลับมาที่ศูนย์ เพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่ว่าลูกค้าวิ่งตามมา และกระทืบเข้าที่หน้าคนขับรถอีก 2 ครั้ง ทำให้จมูกร้าว คนขับรถร้องไห้ บอกว่า “ผมขอโทษผมสร้างความเสื่อมเสียให้กับบริษัท ขอโทษที่ทำให้เสื้อบริษัทเปื้อนเลือด” ไม่โทษลูกค้าแม้แต่นิดเดียว

ซึ่งลูกค้ารายนี้ทางคลิปได้แนบภาพ ระบุว่า เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง ที่เพิ่งถูกจับกุมตัวไปเมื่อเร็วๆนี้

พอตอนที่ตำรวจกลับไปที่เกิดเหตุ ลูกค้าคนนี้ขโมยกระเป๋าตังคนขับรถแล้วเอาใบขับขี่ของคนขับไป พอโทรไปถามว่า “เอาใบขับขี่ของคนรถไปทำไม?” ลูกค้าตอบกลับมาว่า “จะได้รู้ไงว่าลูกกับเมียอยู่ที่ไหน จะได้ไปขู่ทำร้ายถึงบ้าน”

เรื่องนี้จะไม่ยอมให้เงียบ ถึงแม้เขาจะจ่ายเงินเยียวยามา ก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะยอมความ และไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะจบ

ทั้งนี้การที่เราเป็นพนักงานให้บริการ ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเป็นกระสอบทรายระบายอารมณ์ของใคร ส่วนพี่คนขับต้องการอะไรเป็นพิเศษนั้น คนขับบอกว่า “ไม่ใช่เงิน แต่เป็นเรื่องมนุษยธรรม”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top