Thursday, 4 June 2026
ทหารไทย

ร่วมส่งกำลังใจ ‘พลทหารธนพัฒน์’ เหยียบกับระเบิด ขาซ้ายขาด!! ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้ง 3 นาย

(17 ก.ค. 68) จากกรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดตกค้างในพื้นที่สู้รบเดิม ขณะลาดตระเวนบริเวณเนิน 481 ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพิกัด WA 220 861 เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ทหารพรานที่ 2302 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยหนึ่งในนั้นคือ พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน อายุ 21 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องตัดขาซ้ายใต้เข่า ส่วนอีก 2 นายบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงอัดของระเบิด

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “ศรีสะเกษมีดี” แชร์เรื่องราวของ พลทหารธนพัฒน์ ที่เพิ่งเกณฑ์ทหารเข้ารับใช้ชาติได้เพียง 1 ปี และมีความฝันอยากเป็นทหาร อาสารับใช้ชาติ และภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติ ซึ่งหลังเกิดเหตุ พลทหารธนพัฒน์ได้เข้ารับการผ่าตัดทันทีที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี จนขณะนี้อาการปลอดภัยและสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ 

ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลทั้ง 3 นายด้วยตัวเอง โดยอีก 2 นายคือ ส.อ.ปฏิพัทธ์ ศรีลาศักดิ์ และ พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม ต่างมีอาการฟกช้ำบริเวณหน้าอกจากแรงอัด แต่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และอาการโดยรวมดีขึ้น

หลังการเยี่ยมผู้บาดเจ็บ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางต่อเพื่อไปติดตามสถานการณ์ชายแดนบริเวณจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะจากกรณีพิพาทพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในบางจุด

กมธ.ทหารฯ ลงพื้นที่ติดตามและรับทราบผลการดำเนินงานของกรมการทหารช่างและมณฑลทหารบกที่ 16 จังหวัดราชบุรร

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.68) เวลา 14.00. - 16.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาลงพื้นที่ติดตามและรับทราบการจัดภารกิจ ขีดความสามารถ การบรรเทาสาธารณภัยและการดำเนินการเกี่ยวกับกำลังพลสำรองของกรมการทหารช่างและมณฑลทหารบกที่ 16 จังหวัดราชบุรี

โดยมีพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯร.ต.อ.ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ว่าที่พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ รองฯ คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษา นักวิชาการ เลขานุการประจำร่วมเดินทางในครั้งนี้ 

ในการนี้ พล.ท.สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่างและพล.ต.พงษ์สวัสดิ์  ภาชนะทิพย์ ผู้บัญาชาการ มณฑลทหารบกที่ 16 กับคณะผู้บัญชาการให้การสรุปผลการดำเนินและให้การต้อนรับนำชมผลงานโรงเรียนทหารช่าง กรมการทหารช่างค่ายภาณุรังษีให้การต้อนรับ

คณะกรรมาธิการได้รับทราบสรุปผลการดำเนินงานของกรมการทหารช่าง ดังนี้ 
(1) ภารกิจหลักทหารช่างมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกองทัพและประเทศชาติ มีหน้าที่หลักในการก่อสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการ
รบและการดำรงอยู่ของกองทัพ 
(2) ภารกิจการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติเช่น 
การสร้างสะพานชั่วคราว ซ่อมแซมบ้านเรือน แจกจ่ายอาหารและน้ำ เป็นต้น พร้อมทั้งการ พัฒนาประเทศชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสำรวจความต้องการยุทโธปกรณ์ของหน่วยเพื่อให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
(3) การพัฒนาทหารช่างให้มีทักษะและความรู้ด้านวิศวกรรม ที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะดังกล่าวในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตามภารกิจและการสั่งการของกองทัพบก
(4) ภารกิจการฝึกร่วมและการเข้าร่วมผสมการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพและมนุษยธรรมระหว่างประเทศหรือนานาชาติ

ซึ่งเจ้ากรมการทหารช่างมีข้อเสนอเพื่อให้สนับสนุนผลักดันกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กรมการทหารช่างสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มขีดความสามารถโดยเฉพาะอาวุธทยุทโธปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานมาแล้ว30 หรือ 40 ปีทั้งซ่อมไปด้วยและใช้ไปด้วยจึงควรช่วยผลักดันในส่วนนี้ด้วย
(5) ในส่วนเรื่องกำลังพลสำรอง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์  ภาชนะทิพย์ ผู้บัญาชาการ มณฑลทหารบกที่ 16 ให้ข้อมูลว่ากำลังพลสำรองของ มทบ.16 ประมาณ จำนวน 200,000 นายครอบคลุมพื้น 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งการติดตามให้ครอบคลุมครบถ้วนคงไม่ได้ เพราะมีการย้ายถิ่นฐานหรือเหตุอื่นที่ไม่สามารถติดต่อได้ 

ทั้งนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอและข้อคิดการรักษาและฝึกทหารใหม่หรือกำลังพลสำรองที่ถือว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ใจความสำคัญเกี่ยวกับการปลุกจิตสำนึกความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ของหทารใหม่กำลังพล กช.และกำลังพลสำรองในการดูและของ มทบ.16 เพื่อปลูกฝังให้เกิดสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ ตระหนักถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาสถาบันภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างกล้าหาญและเข้มแข็งทั้งขณะเป็นทหารประจำการและปลดประจำการไปแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ จก.กช.นำคณะกรรมาธิการการทหารฯ เยี่ยมชมนิทรรศการ กองทัพบก เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน ในบทบาทต่างๆ ทั้งด้านการทหาร การพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยทุกพื้นที่ตามภารกิจอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับมาประกอบการพิจารณาตามบทบาทหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้
เพื่อภารกิจงานทหารและความมั่นคงของชาติต่อไป

‘บุญหลง’ นักมวยไทยเจ้าของฉายา ‘ซ้ายปรมาณู’ ร่วมปฏิบัติภารกิจใน ‘หน่วยรบพิเศษ’ ชายแดนไทย–กัมพูชา

(25 ก.ค. 68) 'บุญหลง คลองสวนพลูรีสอร์ต' นักมวยไทยเจ้าของฉายา 'ซ้ายปรมาณู' ที่เคยขึ้นสังเวียนกับยอดมวยดังอย่าง วันฉลอง พี.เค.แสนชัยฯ และ ฟ้าประทาน ล่าสุดเข้าปฏิบัติภารกิจในแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในฐานะทหารสังกัดหน่วยรบพิเศษของกองทัพไทย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่กำลังปะทุ

โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพเจ้าตัวขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังเกิดเหตุปะทะเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยฝั่งกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อนที่ปราสาทตาเมือนธม ทำให้ทหารไทยต้องใช้สิทธิ์ปกป้องอธิปไตย ส่งผลให้เหตุการณ์ลุกลามไปในหลายพื้นที่ ครอบคลุมถึง 4 จังหวัดชายแดน

สำหรับ บุญหลง หรือ 'ซ้ายปรมาณู' เป็นที่รู้จักในวงการมวยจากจังหวะเตะซ้ายอันหนักหน่วง เปรียบเสมือนอาวุธร้ายแรงในสังเวียน ขณะนี้เขากลายเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในสมรภูมิจริง นอกจากนี้แฟนมวยและประชาชนจำนวนมากยังร่วมส่งแรงใจให้เจ้าตัวและเหล่าทหารผู้กล้าที่ปกป้องแผ่นดินไทย

เพื่อนร่วมรบ ‘จ่าโต๋’ สดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญและเสียสละ ยกเป็นวีรบุรุษแห่งเขาสัตตะโสม!! ผู้ไม่เคยถอยจากการปฏิบัติหน้าที่

(30 ก.ค. 68) หลังการหยุดยิงระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา กองทัพบกเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะรวม 15 นาย โดยหนึ่งในนั้นคือ จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา หรือ 'จ่าโต๋' นายสิบชุดตรวจการณ์หน้าประจำฐานฟ้าลั่น เขาสัตตะโสม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมรบว่าเป็น 'วีรบุรุษแห่งเขาสัตตะโสม'

เพื่อนร่วมรบของจ่าโต๋ซึ่งใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Suttipong Pongwan โพสต์ข้อความรำลึกถึงวีรกรรมของเขาในสมรภูมิ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา จ่าโต๋ได้ค้นหาและระบุตำแหน่งเป้าหมายที่เป็นภัยต่อทหารฝ่ายไทย พร้อมประสานยิงเพื่อทำลายเป้าหมายเหล่านั้น โดยเฉพาะบริเวณช่องตาเฒ่าและผามออีแดง ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมกองทัพไว้นับร้อย

โดยในเช้าของวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากโจมตีอย่างหนักด้วยรถถัง ปืนใหญ่ และจรวด จ่าโต๋ยังคงปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า คอยแจ้งเตือนและร้องขอการยิงโต้กลับ จนในที่สุดกระสุนปืนใหญ่จากรถถังฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้าใส่บังเกอร์ที่เขาประจำการอยู่ ทำให้เขาเสียชีวิตในสนามรบ

เสียงวิทยุแจ้งข่าวร้ายทำให้ทุกคนในชุดขวัญเสีย ผู้บันทึกเหตุการณ์เล่าว่า แม้ใจจะเจ็บแค่ไหน แต่ทุกคนยังคงต้องสู้ต่อ โดยให้สัญญาในใจว่า "เราจะแก้แค้นให้เพื่อน" เพราะรู้ดีว่าจ่าโต๋ได้สละชีพเพื่อพวกพ้องและผืนแผ่นดินอย่างกล้าหาญ

แม้เวลาจะผ่านไปและผู้คนอาจลืมชื่อ 'จ่าโต๋' แต่ทหารทุกนายที่ร่วมรบ ณ เขาสัตตะโสมไม่มีวันลืมวีรกรรมของเขา จ่าโต๋ถูกจดจำในหมู่พี่น้องทหารว่าเป็น 'ราชาแห่งสนามรบ' ที่แม้จากไปแล้ว แต่บางคนยังคงรู้สึกว่าเห็นเขายืนตรวจการณ์อยู่ที่เดิมเหมือนเช่นวันวาน

พิธีพระราชทานเพลิงศพของ จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา จัดขึ้นวานนี้ (29 ก.ค.) ท่ามกลางความอาลัยจากครอบครัว เพื่อนร่วมรบ และประชาชนที่รับรู้ถึงความเสียสละของวีรบุรุษแห่งแนวหน้า ผู้ซึ่งได้ทิ้งเกียรติยศไว้เหนือยอดเขาแห่งนี้ตลอดกาล

‘ตชด.’ เพื่อนร่วมรบที่ยืนแนวหน้าเคียงข้างทหารไทย หัวใจรวมเป็นหนึ่งเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

เมื่อวันที่ (27 ก.ค.68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษตามนโยบายเร่งด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศนรด.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพล ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 

เพื่อยืนยันว่า…พวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ลำพังในแนวหน้า

กำลังพล ตชด.21 คือด่านหน้าสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อย
และร่วมปกป้องอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดนติดกับกัมพูชา
ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดและเปราะบาง

ตำรวจและทหาร ยืนอยู่บนสมรภูมิเดียวกัน
แตกต่างในเครื่องแบบ — แต่มีหัวใจเดียวกัน
คือหัวใจที่ยืนหยัดเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

‘ชัยวุฒิ’ จวก ‘สส. พรรคส้ม’ ไม่ควรเกิดเป็นคนไทย หลังลั่นโพสต์แสดงความคิดเห็นรุนแรงต่อกองทัพและทหารไทย ขณะประเทศเผชิญสถานการณ์ขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา

(30 ก.ค. 68) จากรณีที่ สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นต่อกองทัพและทหารไทยว่า “อย่างแรกที่ถูกฆ่าในสงครามคือ ความจริงและทหารไทย แม่งทำแบบนี้มาตลอด ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ว่ากองทัพส้นตีนนี่ จะไม่ใช่โอกาสนี้ สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง อย่าเชื่อทุกอย่างที่ออกจากกองทัพ”

นอกจากนี้ ยังโพสต์เพิ่มเติมอีกว่า “ผ่านมาเกือบ 40 นาที รัฐบาลไม่แถลงXวยไรเลยปล่อยกองทัพคุมข่าวสาร ข้อมูลทั้งหมด อันนี้เหี้X อันตราย ห่วยแตก” ซึ่งต่อมาได้โพสต์ขอโทษอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ นายสหัสวัต โดยระบุว่า…

“พรรคส้มสีเลือด ไม่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ไม่ด่านายกฯ อันนี้พอเข้าใจได้เพราะเป็นพวกเดียวกัน…

“แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาประกาศตัวเองว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับทหาร กลัวคนจำไม่ได้ว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับทหารหรือยังไง? ใช้ไม่ได้จริงๆ ไม่ควรเกิดมาเป็นคนไทย”

ในหลวง พระราชทานขาเทียมแก่ทหาร 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บขาขาดจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) - เพจเฟซบุ๊ก ข่าวทหาร โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานขาเทียมที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บขาขาด รวมจำนวน 3 นาย ได้แก่

1. ร้อยตรี เกียรติวงศ์ สถาวร
2. พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน
3.จ่าสิบเอก พิชิตชัย บุญชูหล้า

โดยมีพระราชกระแส รับสั่งว่า “เป็นทหารที่มีคุณภาพ มีไฟ ของกองทัพ ทั้งนี้หากไม่อยากทำงาน light duty ก็อย่าไปบังคับเขา ให้เขาได้ฝึกและทำงานหน่วยรบตามใจอยากต่อไปได้"

‘โฆษก ทบ.’ รับไทยยึดตัว ‘ปราสาทตาควาย’ ไม่ได้ เหตุเขมรวางทุนระเบิด แต่ยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้มากกว่าเดิม

(31 ก.ค. 68) โฆษก ทบ.ยอมรับไทยยังยึดตัวปราสาทตาควายไม่ได้ แต่ยึดพื้นที่ได้มากกว่าเดิมก่อนปะทะ เหตุเขมรวางทุ่นระเบิดดัก ทำให้เข้ายึดไม่ได้ก่อนเส้นตายหยุดยิง ด้านกองทัพภาคที่ 2 แจง ทั้งสองฝ่ายวางกำลังคนละด้าน ห่างกัน 50 เมตร
.
จากกรณีนักข่าวชาวกัมพูชาโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า ปราสาทตาควาย 30 ก.ค.68 ในทำนองว่าเขมรยึดปราสาทตาควายได้แล้ว

ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงยอมรับว่า ตัวปราสาทตาควาย ทหารไทยยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% แต่ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่รอบปราสาทตาควายได้ตามเป้าหมาย และมากกว่าก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งเราควบคุมคนละด้านกันฝั่งกัมพูชา เนื่องจากถึงเที่ยงคืนตามเวลาหยุดยิงก่อน และทหารเขมรมีการวางทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวนมากรอบปราสาท จน "หมวดบุ๊ค" ถูกระเบิดจนสูญเสียขาขวาขณะกรุยทางเข้าไป

ทำให้ผู้บัญชาการทหารแนวหน้า ต้องเลือกรักษาชีวิตทหาร เนื่องจากพบวางไว้ทั่ว ซึ่งการวางทุ่นระเบิด PMN-2 เป็นการวางระเบิดชนิดนี้ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ปฏิเสธข่าวที่ว่าไทยสูญเสียการควบคุมปราสาทตาควายให้แก่กัมพูชาวไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชายังไม่มีฝ่ายใดยึดครองปราสาทดังกล่าวได้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลอยู่ในขณะนี้ ทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถาน ซึ่งฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงและเคารพกติกาสากลอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการดำเนินการทางทหารในพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม

ด้านกองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า เนื่องจากมีการหยุดยิงก่อน จึงยังไม่สามารถยึดพื้นที่เนิน 350 ของปราสาทตาควายได้ บริเวณตัวปราสาทยังคงมีกำลังของทั้งสองฝ่ายอยู่ในพื้นที่ ควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถานห่างกัน 50 เมตร

รวมรายชื่อ ‘นักมวยไทย’ แสดงพลังรักชาติ ร่วมบู๊แนวหน้า!! บนสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก หนุ่ยไดโน มวยไทยคลาสสิค Nuidino MuayThaiclassic เปิดรายชื่อสุดยอดนักมวยไทย ที่ถอดนวมชั่วคราวไปสวมเครื่องแบบทหารปกป้องแนวหน้าในสมรภูมิชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศไทย

สำหรับรายชื่อนักมวยที่เข้าร่วมรบในครั้งนี้ ได้แก่ เจมส์ศักดิ์ ทีเด็ด99, ลำพูนชัย แก้วสัมฤทธิ์, บุญหลง คลองสวนพลูรีสอร์ท, เก้าล้าน ศิษย์บุญมี, ลมโชย ส.เถระพัฒน์ และ อีที ทีเด็ด99

นอกจากนี้ ‘เวโร’ นักชกสาวชาวเมียนมา ที่ขึ้นชกในศึก “One Championship” ได้โพสต์ชูธงชาติไทย ยกเป็นประเทศที่ได้รับความอบอุ่น รู้สึกเหมือนบ้านหลังที่ 2 พร้อมขอบคุณคนไทยที่ให้โอกาสเสมอมา และขอยืนเคียงข้างชาวไทยในสถานการณ์ครั้งนี้

เช่นเดียวกับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ นักสู้ชาวไทยชื่อดัง และ โคตะ มิอุระ กำปั้นชาวญี่ปุ่น ออกมาสื่อสารให้ชาวโลกได้รับรู้เหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโพสต์ธงชาติไทย และข้อความขอให้ชาวไทยปลอดภัย

6 สิงหาคม พ.ศ. 2495 กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ครบรอบ 73 ปี เบื้องหลังที่ทำให้กองทัพพร้อมรบ และช่วยเหลือประชาชน

กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2495 จากการปรับโครงสร้างภายในกองทัพบก โดยยกฐานะแผนกที่ 4 ของกรมเสนาธิการทหารบก ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการคมนาคม ฐานทัพ และการจัดส่งกำลังบำรุง ให้เป็นหน่วยงานระดับกรมอย่างเต็มรูปแบบ

จุดเริ่มต้นของกิจการส่งกำลังบำรุงทหารไทย เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2430 โดยมีการจัดตั้งตำแหน่ง “เจ้าพนักงานยุทธภัณฑ์” เพื่อดูแลด้านการส่งกำลังสนับสนุนกองทัพ ต่อมามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลายครั้งผ่านหน่วยงานอย่างกรมยกกระบัตร กรมยุทธการ และกรมเสนาธิการ

สำหรับกรมส่งกำลังบำรุงฯ มีภารกิจสำคัญในการวางแผน กำกับ และควบคุมการจัดส่งเสบียง ยุทธภัณฑ์ การคมนาคม และกิจการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบกทั้งในยามสงบและสงคราม

หากนับถึงวันนี้ กรมส่งกำลังบำรุงทหารบกดำรงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกมาแล้ว 73 ปี เป็นกลไกเบื้องหลังที่ทำให้กองทัพพร้อมรบ พร้อมช่วยเหลือประชาชน และพร้อมเผชิญสถานการณ์วิกฤตในทุกภาคส่วนของประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top