Friday, 5 June 2026
ตำรวจภูธรภาค2

เริ่มแล้ว!! สนุกสุดเหวี่ยง ไม่เสี่ยงภัย “ตำรวจภูธรภาค 2” เปิด 14 เซอร์วิสเลน แผนฉุกเฉิน “วันไหลพัทยา”

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ (19 เม.ย. 68) ที่ โรงเรียนเมืองพัทยา 8 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2  พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรีพล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผบก.ทท.1 ร่วมปล่อยแถวตำรวจ และอาสาสมัคร ร่วมดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวในงานวันไหลพัทยา เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 โดยมี พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี  พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.นาจอมเทียน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.2 บก.ทท.1 ร่วมด้วย

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวทยอยเข้าพื้นที่จำนวนมาก และคาดว่าในช่วงค่ำไปจนถึงดึกจะเป็นช่วงพีกที่นักท่องเที่ยวเต็มพื้นที่หลายหมื่นคน ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์และชมคอนเสิร์ตของศิลปินจำนวนมาก โดยวันนี้ได้กำชับถึงการปฏิบัติหน้าที่เน้นการดูแลความปลอดภัย ให้บริการ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อเทศกาลแห่งความสุข สร้างความประทับใจ และความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

“งานวันไหลพัทยาเป็นเทศกาลสำคัญ นักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก ตำรวจภูธรภาค 2 โดยตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี มีความพร้อมทั้ง คน ระบบ และเทคโนโลยี ในการดูแลความปลอดภัย โดยต้องขอบคุณเมืองพัทยาในการให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ ประสาน ร่วมกันทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือสร้างความมั่นใจ สร้างความประทับใจ” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวด้วยว่า งานเทศกาลที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก เราเตรียมแผนฉุกเฉิน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และที่สำคัญในงานวันไหลพัทยาปีนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้ปิดการจราจรกว่า 2 กิโลเมตร มีเซอร์วิสเลน หรือช่องทางพิเศษฉุกเฉินสำหรับการขนส่ง  14 ช่องทาง กั้นเป็นพื้นที่ว่างไว้ 1 ช่องจราจร ในถนนพัทยากลาง ถนนเลียบชายหาดซอย 7 – 13/4 ถนน พัทยาใต้ และปิดการจราจรขาลงหาด ปรับเป็นช่องทางฉุกเฉิน เพื่อเป็นช่องทางสำหรับการลำเลียงคนทางการแพทย์ หรือการเคลื่อนเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ กรณีมีเหตุฉุกเฉิน  เช่น มีผู้ป่วย หรือผู้ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวงานวันไหลพัทยา ให้เว้นพื้นที่ไว้ตามคำแนะนำ และการประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถติดตามการจราจรโดยรอบพื้นที่พัทยา ตรวจสอบสถานการณ์ เส้นทางจราจรทางเลี่ยงทางหนาแน่น ทางเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี  และตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเมืองพัทยา แบบเรียลไทม์ ที่ https://ioc.pattaya.go.th/live-cctv หรือ https://liff.line.me/1655268398-0VWZRdqz/live-cctv หากมีเหตุด่วนขอความช่วยเหลือให้แจ้งตำรวจที่อยู่ใกล้ท่าน หรือโทร. 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ พิธีปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระราชทาน วันวิสาขบูชา “ผบช.ภ.2” กำชับ 8 จังหวัด อำนวยความสะดวก ดูแลการจราจร

(10 พ.ค. 68)  พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ทั้ง 8 จังหวัด ได้เตรียมกำลังพร้อมสนับสนุนภารกิจในการอำนวยความสะดวก และดูแลความสงบเรียบร้อยในพิธีปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์พระราชทาน “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา  ซึ่งตรงกับวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ในพื้นที่จังหวัดในความรับผิดชอบ ได้แก่ จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง และสระแก้ว 

“พิธีจะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.29 น. โดยมีประชาชนทุกภาคส่วนเข้าร่วมเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันวิสาขบูชา จึงกำชับให้ทุกสถานีตำรวจดูแลพื้นที่จัดพิธีอย่างใกล้ชิด อำนวยความสะดวกด้านจราจร ร่วมในกิจกรรมอันเป็นมงคลนี้” ผบช.ภ.2 กล่าว

สำหรับพื้นที่ 8 จังหวัดของตำรวจภูธรภาค 2  กำหนดสถานที่ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์พระราชทาน “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” ดังนี้
จังหวัดนครนายก - วัดพรหมมหาจุฬามณี อ.เมืองนครนายก
จังหวัดจันทบุรี -  วัดบ้านอ่าง อ.มะขาม
จังหวัดฉะเชิงเทรา - วัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมืองฉะเชิงเทรา
จังหวัดชลบุรี – วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร  อ.บางละมุง
จังหวัดตราด – วัดบางปรือ อ.เมืองตราด
จังหวัดปราจีนบุรี - วัดใหม่กรงทอง อ.ศรีมหาโพธิ
จังหวัดระยอง – โครงการอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง
จังหวัดสระแก้ว – วัดเขาป่าแก้ว อ.วังน้ำเย็น

ตำรวจภูธรภาค 2 ยกระดับพนักงานสอบสวน สู่มืออาชีพยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วย AI เพิ่มประสิทธิภาพงานสอบสวน สะท้อนภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัย

(15 พ.ค.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาผู้ปฏิบัติงานต้นแบบสู่การเป็นตำรวจมืออาชีพของตำรวจภูธรภาค 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (รุ่นที่ 1) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (The Cop Seminar & Resort) อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพนักงานสอบสวนจากทุกจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2 เข้าร่วมจำนวน 40 นาย

สาระสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยน รับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในสายงานสอบสวนเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการสอบสวนให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า

“พนักงานสอบสวนคือด่านแรกของกระบวนการยุติธรรม ที่มีบทบาทสำคัญต่อความเป็นธรรมของสังคม หากระบบสอบสวนไม่เข้มแข็ง ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน การสัมมนาในครั้งนี้ นอกจากจะรับฟังเสียงสะท้อนจากพนักงานสอบสวนในพื้นที่จริงแล้ว เรายังผลักดันให้เกิดการนำเครื่องมือ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยสำคัญ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากสำนวน, การจัดระเบียบพยานหลักฐาน, การตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก ตลอดจนการฝึกใช้แอปพลิเคชันสืบค้นข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น ลดภาระ และลดโอกาสผิดพลาด”

“เป้าหมายของเราคือให้พนักงานสอบสวนทำงานได้อย่างมีความสุข มีเครื่องมือที่ทันสมัย มีผู้บังคับบัญชาที่รับฟัง และมีระบบสนับสนุนที่มั่นคง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ตำรวจไทยเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง” ผบช.ภ.2 กล่าวเพิ่มเติม

การขับเคลื่อนพนักงานสอบสวนยุคใหม่ของตำรวจภูธรภาค 2 จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาทักษะส่วนบุคคล แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบให้ก้าวทันโลก ก้าวทันเทคโนโลยี และก้าวทันความคาดหวังของประชาชนในศตวรรษที่ 21

ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย 'AI Police' ชลบุรีนำร่องอบรมต่อเนื่อง ครอบคลุมตำรวจทุกสายงาน พัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ยุคใหม่ ใกล้ชิดประชาชน

ตำรวจภูธรภาค 2 สานต่อนโยบาย 'AI Police' ของ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าพัฒนาและขับเคลื่อนศักยภาพตำรวจทุกจังหวัดในสังกัดก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดนำร่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อตำรวจยุคใหม่ด้วย AI” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ขยายผลครอบคลุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสายงานในสังกัด รวมกว่า 150 นาย สร้าง 'ตำรวจ AI' ที่พร้อมใช้เทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการสื่อสารกับประชาชนอย่างทันสมัย โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นใหม่ให้กับองค์กร

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อตำรวจยุคใหม่ด้วย AI” เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้นโยบายสำคัญของ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 ที่มุ่งเน้นให้ตำรวจทุกจังหวัดในสังกัดพัฒนาเทคโนโลยี AI มาใช้ในการปฏิบัติงาน โดยครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตการฝึกอบรมให้ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสายงาน ทั้งฝ่ายป้องกันปราบปราม สืบสวน สอบสวน จราจร งานธุรการ-อำนวยการ ตลอดจนงานประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข่าวสาร ตอกย้ำความพร้อมของชลบุรีในฐานะจังหวัดต้นแบบของภาค 2

พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยี AI มากยิ่งขึ้น สามารถนำไปใช้ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกด้าน และยกระดับการให้บริการประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์การสื่อสารยุคใหม่ พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและใกล้ชิดประชาชนยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.ยิ่งยศ ผบช.ภ.2 เน้นย้ำว่า AI คือเครื่องมือที่ตำรวจยุคใหม่ต้องรู้จักใช้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นงานสืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปราม งานจราจร งานธุรการ-อำนวยการ รวมถึงงานประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานให้รวดเร็ว ทันสมัย และโปร่งใส พร้อมย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดของงานตำรวจคือ ความจริงใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม การยึดหลักกฎหมาย และจริยธรรม ในการสื่อสารและปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เทคโนโลยีอย่าง AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

“เราต้องใช้ AI เป็นเครื่องมือ แต่หัวใจคืองานตำรวจที่รับผิดชอบต่อประชาชน” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

การอบรมต่อเนื่องในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจภูธรภาค 2 ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคต สร้างตำรวจยุคใหม่ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของประชาชน เปิดกว้างให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของตำรวจอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างความมั่นใจในบทบาทของตำรวจไทยยุคดิจิทัล พร้อมเตรียมขยายผลความสำเร็จนี้ไปยังทุกจังหวัด ในสังกัดต่อไป

ตำรวจภูธรภาค 2 เกาะติดสถานการณ์ไทย – กัมพูชา 'ผบช.ภ.2' ประชุมเข้มกำชับซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ดูแลประชาชน 3 จังหวัดชายแดน

เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.68) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 (ศปก.ภ.2) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เป็นประธานการประชุมติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ผบก.ภ.จว.ตราด ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ผบก.สส.ภ.2 ผบก.อก.ภ.2 และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 มีพื้นที่ติดต่อชายแดนประเทศกัมพูชา 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว จึงได้เน้นย้ำการเฝ้าระวังเชิงรุก บูรณาการข้อมูล และเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ตำรวจภาค 2 ประชุมเกาะติดสถานการณ์ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

ผบช.ภ.2 กล่าวด้วยว่า ให้ฝ่ายอำนวยการเตรียมความพร้อมตรวจสอบอัตรากำลัง เกาะติดข่าวสารประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมสนับสนุนการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน จัดเตรียมกำลังพลพร้อมปฏิบัติทุกด้าน ให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเคร่งครัด พร้อมจัดทำข้อมูลบุคคลเข้า-ออก ประเทศ ให้สอดคล้องตามมาตรการและแผนยุทธการของกองทัพ สำหรับให้หน่วยพื้นที่ สภ. ที่ติดแนวชายแดน เตรียมพร้อมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกสถานการณ์ เน้นการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมดูแลพื้นที่ชายแดน ผบช.ภ.2 ชื่นชม ตำรวจ สภ.โคกสูง บริการด้วยใจ สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว “สด๊กก๊อกธม”

(16 มิ.ย. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2)  เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ประทับใจ และชื่นชม ร.ต.ท.ทศพล อันศรีเมือง รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.โคกสูง/เวรตู้สายตรวจดอนหลุม และ ร.ต.ต.สุนันท์ กรสี รอง สว.(ป.) สภ.โคกสูง/พนักงานวิทยุ ที่ดูแลบริการประชาชนอย่างเป็นมิตร สร้างความอุ่นใจในการเข้าพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่ข้อพิพาทระหว่างประเทศ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เผยว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ตั้งใจจะเดินทางเข้าชม อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม โดยก่อนออกเดินทาง ได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลเรื่องความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสูง โดยมี ร.ต.ต.สุนันท์ รับสาย และแจ้งให้ ร.ต.ท.ทศพล ซึ่งเป็นเวรตู้สายตรวจฯ และได้ให้คำตอบว่า “เข้ามาเที่ยวได้เลยครับ ปลอดภัยครับ ก่อนมาถึงโทรหาผมได้นะครับ ผมจะรอต้อนรับ” ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ จนรู้สึกมั่นใจ และเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยว ก็พบ ร.ต.ท.ทศพล มารอประสานงานอำนวยความสะดวกและสร้างความอุ่นใจเรื่องความปลอดภัย

“ชื่นชมและให้กำลังใจ ร.ต.ท.ทศพล และ ร.ต.ต.สุนันท์ นี่คือต้นแบบของข้าราชการตำรวจไทยที่มีจิตบริการและความจริงใจในการดูแลประชาชน การที่ประชาชนคนหนึ่งกล้าติดต่อมาชื่นชมเจ้าหน้าที่โดยตรง แสดงให้เห็นว่าตำรวจสามารถสร้างความไว้วางใจและความอุ่นใจให้กับประชาชนได้จริง ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ทศพล ที่ทำหน้าที่ด้วยหัวใจ และขอให้รักษามาตรฐานนี้ไว้ให้เป็นแบบอย่างที่ดี” ผบช.ภ.2 กล่าว

ผบช.ภ.2 กล่าวถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในพื้นที่ว่า ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามแผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ในจังหวัดสระแก้ว อย่างอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม ที่ถือเป็นสมบัติล้ำค่าทั้งด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การมีตำรวจในพื้นที่ที่พร้อมบริการประชาชนด้วยหัวใจ เช่นกรณีของ ร.ต.ท.ทศพล และ ร.ต.ต.สุนันท์ ไม่เพียงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ “น้ำใจตำรวจไทย ไม่แพ้ที่ใดในโลก” คือคำกล่าวที่นักท่องเที่ยวรายนี้ฝากไว้ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ สภ.โคกสูง ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ และรู้สึกว่า “ตำรวจไทยยังเป็นที่พึ่งได้เสมอ”

ตำรวจภูธรภาค 2 เร่งเครื่องเสริมแกร่ง พนักงานสอบสวน ติดอาวุธสุดล้ำทักษะ AI ปั้นรุ่น 3 ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพ

(25 มิ.ย. 68) ที่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 (ศฝร.ภ.2) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจพนักงานสอบสวนที่เข้าร่วม “การอบรมการใช้ AI เพื่อพัฒนางานสอบสวน รุ่นที่ 3” ซึ่งถือเป็นรุ่นสุดท้ายในโครงการยกระดับงานสอบสวนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการต่อเนื่อง

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเข้มข้นในรูปแบบค่ายฝึกเฉพาะกิจ โดยมีพนักงานสอบสวนจากตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าร่วม หลายคนสละเวลาจากงานประจำเพื่อมาเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์คดี แปลผลข้อมูล และจัดการเอกสารสำนวน ซึ่งเป็นจุดที่มักใช้เวลานานในระบบสอบสวนแบบเดิม

“ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก ดร.สุขยืน เทพทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยเน้นการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ตั้งแต่ระบบช่วยวิเคราะห์หลักฐาน จัดเรียงเอกสารอัตโนมัติ ไปจนถึงการลดข้อผิดพลาดในการเขียนสำนวน โครงการนี้มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่
•ลดภาระงานซ้ำซ้อน ของพนักงานสอบสวน ด้วยการใช้ระบบอัจฉริยะมาช่วยจัดการข้อมูล
•เพิ่มความแม่นยำของสำนวนคดี ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI
•เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมในกระบวนการยุติธรรม ให้เท่าทันโลกยุคดิจิทัล“

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยด้วยว่า การอบรมรุ่นที่ 3 นี้เป็นรุ่นสุดท้ายในเฟสแรกของโครงการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ เราไม่ได้แค่สอนใช้โปรแกรม แต่เรากำลังสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการทำงานที่มีเครื่องมืออัจฉริยะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ โดยเราได้อบรมติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้พนักงานสอบสวนใน ภ.2 รวมแล้วร่วมเกือบ 1,000 นาย

ตำรวจภูธรภาค 2 เชื่อมั่นว่าหลังจบการอบรม พนักงานสอบสวนจะสามารถนำ AI ไปใช้ได้จริงในงานประจำวัน ทั้งในด้านความเร็ว ความถูกต้อง และประสิทธิภาพ โดยคาดว่าผลลัพธ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า

“แม้จะเป็นการอบรมรุ่นสุดท้ายของโครงการนี้ แต่ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังเตรียมแผนติดตามผลการใช้งานจริงในพื้นที่ พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาแนวทางฝึกอบรมในอนาคตให้ตอบโจทย์ภาคสนามมากยิ่งขึ้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ตำรวจภูธรภาค 2” ไม่ได้อยู่เฉยรอการเปลี่ยนแปลง แต่เลือกเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง พัฒนาเจ้าหน้าที่ให้พร้อมรับมือกับปัญหายุคใหม่ ทั้งการขาดแคลนบุคลากรและความซับซ้อนของคดี พร้อมเดินหน้าสู่การสอบสวนอัจฉริยะที่เท่าทันเทคโนโลยีโลกในทุกมิติ” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

ตำรวจภูธรภาค 2 ดูแลความปลอดภัย - การจราจร 'พัทยามาราธอน' ใช้นวัตกรรมล้ำ กล้อง AI เชื่อมบิ๊กดาต้า เพิ่มความเชื่อมั่น

(19 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการแข่งขันพัทยามาราธอน ครั้งที่ 32 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ถึง 20 กรกฎาคม 2568 ซึ่งจะมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวนมาก สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรส่วนหน้า เป็นศูนย์ปฏิบัติการดูแลความเรียบร้อยในกิจกรรมมหกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวสำคัญครั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและประชาชน

ผบช.ภ.2 กล่าว กิจกรรมในวันนี้ (19 กรกฎาคม) เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งด้านความปลอดภัยและการจราจรส่วนในพรุ่งนี้ (20 กรกฎาคม) ได้วางกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัย ในพื้นที่จัดการและจุดท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ จัดเจ้าหน้าที่จราจรคอยอำนวยการจราจรตามจุดต่าง ๆ พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมสแตนด์บาย และได้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัยกล้อง AI เชื่อมต่อ BiG Data มีระบบ Smart notification แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่เมื่อมีบุคคลต้องสงสัยบุคคลตามหมายจับเข้ามาในรัศมีการควบคุม เป็นนวัตกรรมที่สร้างความเชื่อมั่นอีกระดับให้กับผู้ที่มาร่วมงาน นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา 

สำหรับด้านการจราจรนั้น เมืองพัทยา ประชาสัมพันธ์การปิดถนนชั่วคราวดังนี้ วันที่ 20 กรกฎาคม 2568
•มอเตอร์เวย์สาย 7 ตอน 5 ถึงแยกจอมเทียนสาย 2 เวลา 00.00 - 08.30 น.
•ถนนสุขุมวิท (แยกปริญญา-พัทยาเหนือ-Terminal) เวลา 00.00 - 11.00 น.
•แยกเพ็ชรตระกูล เวลา 00.00 - 11.00 น.
•ถนนพัทยากลาง / พัทยาใต้ เวลา 00.00 - 10.30 น.
•ถนนพระตำหนัก เวลา 00.00 - 10.00 น.

สำหรับแยกจราจรอื่น ๆ ที่เริ่มปิดเวลา 00.00 น. ของวันที่ 20 ก.ค.68
•แยกหนองพอง ปิดถึง 07.00 น.
•แยกเทพพระยา, แยกทัพพระยา, แยกศาลพัทยา ปิดถึง 09.45 น.
•แยกชัยพฤกษ์, แยกวัดบุณย์กัญจนาราม, แยกเทพประสิทธิ์, แยกพัทยาใต้,แยกจอมเทียนสาย 2, แยกปูเป็น ปิดถึง 08.30 - 08.45 น. ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามและแจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์ 191 ตำรวจพร้อมดูแลสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจ

ตำรวจภูธรภาค 2 โชว์ “พัทยาโมเดล” แซนด์บ็อกซ์เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย CRIME MAPPING ล็อกเป้าลดอาชญากรรมเห็นผล กล้องอัจฉริยะ 5 จุดแลนด์มาร์ก 

(20 ก.ค. 68)  พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ได้สร้าง “พัทยาโมเดล” ต้นแบบนวัตกรรมสร้างความปลอดภัยในเมืองท่องเที่ยว แบบเชิงรุก ผนึกเทคโนโลยีขั้นสูง ผสานความร่วมมือผนวกข้อมูลของตำรวจและท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และชาวเมืองพัทยา โดยผลลัพธ์จากการทดลองในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงปัจจุบัน รวม 4 เดือน ผลออกมาดี พบว่าสถิติการเกิดอาชญากรรมลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ จับกุมคนร้ายตามหมายจับได้มากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้รวดเร็ว แม่นยำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความพึงพอใจและเพิ่มเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่วอล์กกิ้งสตรีทพัทยาเพื่อตรวจความพร้อมงานพัทยามาราธอน ตนจึงได้นำเสนอ “พัทยาโมเดล” ที่ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงผ่านระบบ AI เชื่อมโยงบิ๊กดาต้า มาใช้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดย รมว.ท่องเที่ยวฯ ชื่นชมว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเมืองอื่น ๆ ในประเทศไทยด้วย

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวด้วยว่า ตำรวจภูธรภาค 2 เราเล็งเห็นว่าความมั่นใจในความปลอดภัยเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน เราต้องสร้างเมืองท่องเที่ยวของไทย โดยเลือก “พัทยา” ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เป็นพื้นที่ต้นแบบทำ พัทยาโมเดล ให้เป็นเมืองปลอดภัย น่าเที่ยวและน่าเชื่อถือ  ตำรวจต้องปรับตัว คิดและลงมือทำแบบเชิงรุกสร้างความมั่นใจให้ได้ก่อนปัญหาเกิด ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ประสาน เมืองพัทยา และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางสร้างข้อมูลบิ๊กดาต้าครบวงจร มีฐานข้อมูลบุคคลต้องสงสัย บุคคลเฝ้าระวัง และบุคคลตามหมายจับ ทำแผนที่ความเสี่ยง หรือ CRIME MAPPING เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดอัจฉริยะใน 5 จุดในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ โดยเลือกสถานที่ 3 แห่ง 5 จุดสำคัญ คือ 1.ชายหาดพัทยา 2 จุด  2.วอล์กกิ้งสตรีท 2 จุด  และ 3. ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย 1 จุด มีฟังก์ชันตรวจจับใบหน้าบุคคล หรือ FACE RECOGNITION แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้เป็นระบบที่ใช้งานง่าย เคลื่อนที่ได้สามารถปรับใช้ในอีเว้นต์ต่าง ๆ ได้ โดยมีระบบ Smart Notification แจ้งเตือนทันทีไปยังเจ้าหน้าที่ สามารถจับได้ไว ลดโอกาสคนร้ายหนีรอด ตั้งแต่ติดตั้งระบบนี้สามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้หลายรายได้เร็วขึ้นหลายเท่า

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ยังมีนวัตกรรม CRIME DASHBOARD รายงานเหตุ บันทึกเหตุอาชญากรรม ติดตามสถิติอาชญากรรมครบในระบบเดียวช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ง่าย ลดภาระงาน ลดความผิดพลาด และที่สำคัญมีข้อมูลพร้อมใช้ทันที โดยหลังจากติดตั้งระบบนี้สถิติอาชญากรรมในเมืองพัทยาลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ยกตัวอย่างเหตุทำร้ายร่างกายในเดือนมิถุนายน มี 50 ราย ลดลงจากเดือนเมษายน ที่มี 111 รายเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ก็ลดลงเช่นกันเดือนเมษายน 81 ราย เดือนมิถุนายนเหลือ 48 ราย ผลมาจากตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้แม่นยำขึ้น ตรวจจุดเสี่ยงลดการเกิดเหตุ รวดเร็ว เห็นผลจริง

“5 ข้อ หัวใจสำคัญของการใช้นวัตกรรมตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นให้เมืองท่องเที่ยวโลก โดยเมืองพัทยามุ่งมั่นจะยกระดับพัฒนา “พัทยาโมเดล” ให้สมบูรณ์ ต้องมี 5 ส่วนสำคัญ คือ 
1.CRIME PREVENTION BY DESIGN วางโครงสร้างป้องกันก่อนเหตุด้วยเทคโนโลยี 
2. AI-DRIVEN POLICING ใช้ AI และ BIG DATA เป็น “หัวใจ” ทุกกระบวนการ
 3. SMART COLLABORATION ประสานทุกภาคส่วน ตํารวจ, ท้องถิ่น, ภาคเอกชน,
ประชาชน ร่วมสร้างเมืองปลอดภัยร่วมกัน
 4.TOURIST FRIENDLY TECH สร้าง APPLICATION / QR CODE  ให้นักท่องเที่ยวติดต่อขอความช่วยเหลือ แจ้งเหตุง่าย
และ 5. RAPID RESPONSE ตอบสนองเหตุฉุกเฉินทันที เชื่อมต่อทั้ง ตำรวจ กู้ภัย สาธารณสุข” ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 กำลังพัฒนาระบบต่าง ๆ นำนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ขอให้เชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของเรา 

ผบช.ภ.2 เน้นย้ำ “หยุดแชร์ หยุดโพสต์ข้อมูลอ่อนไหว” เพื่อความมั่นคงของชาติ ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าดูแลความสงบชายแดนเต็มกำลัง

(28 ก.ค. 68) พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 / โฆษก ภ.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) แสดงความห่วงใยสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้กำชับทุกหน่วยในสังกัด ภ.2 ให้เพิ่มมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งในพื้นที่แนวหน้า และพื้นที่ชุมชนเมือง รวมถึงเน้นย้ำไปยังประชาชนทั่วไปให้ “หยุดแชร์ หยุดโพสต์ข้อมูลอ่อนไหว” ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

ข้อมูลที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการโพสต์/แชร์ในช่วงนี้ ได้แก่ :
• ภาพหรือคลิปการเคลื่อนกำลังทหาร/ตำรวจ
• พิกัดจุดยุทธศาสตร์ ศูนย์พักพิง หรือเส้นทางลำเลียงกำลังพล
• ข้อมูลอ่อนไหวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
• ข่าวลือจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

“แม้เจตนาจะเป็นไปเพื่อการให้ข้อมูล แต่การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรอง อาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้าม และเป็นภัยต่อประเทศโดยไม่รู้ตัว” พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 กล่าว

ตำรวจภูธรภาค 2 มีพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว และนครนายก โดยมีภารกิจหลักในการ:
• ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่
• ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
• สนับสนุนความมั่นคงตามแนวชายแดน
• ให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์

ในช่วงสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ตำรวจภูธรภาค 2 ได้บูรณาการร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่

ปัจจุบันได้จัดกำลังเสริมสนับสนุนพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ตรวจพื้นที่เสี่ยงทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงดูแลความปลอดภัยในพื้นที่พักพิงและพื้นที่ชุมชนด้านหลัง หากประชาชนพบเห็นการกระทำต้องสงสัย หรือมีข้อมูลที่ควรรายงาน สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที

ร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้บ้านเมือง งดโพสต์ งดแชร์ข้อมูลลับ เพื่อความปลอดภัยของชาติ “ความลับทางยุทธศาสตร์ คือเกราะป้องกันแผ่นดินไทย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top