Thursday, 4 June 2026
ตำรวจท่องเที่ยว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชื่นชมพร้อมมอบรางวัลให้กับดาบตำรวจท่องเที่ยว เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเด็กชาวจีนที่ป่วยและเป็นลมด้วยหัวใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นำส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัย

วันนี้ (14 ก.พ.67) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชื่นชมและมอบรางวัลให้กับ ด.ต.โชติธนินท์ วัจนสุนทรวงศ์ ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท. ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเด็กชาวจีน ที่มีอาการป่วยและเป็นลม โดยได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัย สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่ทราบเหตุการณ์เป็นอย่างมาก โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล ณ สำนักงาน ผบ.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลา 11.30 น.  ด.ต.โชติธนินท์ ฯ ขณะปฏิบัติหน้าที่เวร สายตรวจ บริเวณอุโมงค์หน้าพระลาน ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบ เด็กชาย ลู่ อวี่เฟย ชาวจีน มีอาการป่วยเป็นไข้ เป็นลม และอาเจียน จึงได้เร่งให้ความช่วยเหลือโดยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นได้นำตัวเด็กชายชาวจีนคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลกลางเพื่อพบแพทย์และทำการรักษาต่อไป ล่าสุดอาการปลอดภัย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอชื่นชมและขอบคุณ ด.ต.โชติธนินท์ ฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จนนักท่องเที่ยวปลอดภัย จึงมอบรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สืบไป ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน

นอกจากนี้  พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ  ผู้บัญชาการตำรวจท่องที่ยว ได้ชื่นชมและมอบรางวัลให้กับ ด.ต.โชติธนินท์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องที่ยวอย่างเต็มที่

ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ ทีมสาวงามMiss LGBT2024 ลงตรวจพื้นที่ซอยคาวบอยตามมาตราการความปลอดภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ//พร้อมแจกดอกไม้เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์แก่นักท่องเที่ยว

วันที่14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา21.00น. พ.ต.ท.ขวัญพล  เพ็งเดือน  สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและล่ามแปล,อาสาสมัครฯ ลงตรวจพื้นที่ซอยคาวบอยตามมาตราการความปลอดภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีทีมสาวงามจากเวทีMiss LGBT 2024 นำทีมโดยโน้ต อดิเรก เรือนปิน Miss LGBT Thailand 2024 , อาร์ม อนิวัฒน์ เพ็งจำรัส 1st runner-up Miss LGBT Thailand 2024 ,บิว ศิริน บี 3rd runner-up Miss LGBT Thailand 2024 , เจนนี่ สุภัสรา หนานคำ Miss LGBT TOURISM THAILAND 2024 พร้อมกับสาวงามที่ได้รับรางวัลพิเศษจากเวทีดังกล่าว ร่วมลงพื้นที่ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยมี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำนโยบายดังกล่าวมาร่วมบูรณาการให้เกิดผลสำเร็จและเป็นประโยชน์ในการผลักดันการท่องเที่ยว ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายทุกมิติอย่างปลอดภัย 

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ พ.ต.ท.ขวัญพล  เพ็งเดือน สารวัตรใหญ่ ท่องเที่ยว1 ได้กล่าวอีกว่าถือเป็นการแสดงจุดยืนทางด้านความพร้อมในเรื่องของการเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยและพร้อมที่จะเข้าใจนักท่องเที่ยวและกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น  เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าประเทศเรามีเพศทางเลือกที่หลากหลายและมีความสามารถในด้านต่างๆเยอะแยะมากมาย การได้มีส่วนร่วมกับเวทีMiss LGBT2024ในครั้งนี้ถือเป็นนัยยะที่สำคัญในการสร้างความปลอดภัยที่เท่าเทียมโดยจะไม่ทิ้งใคร หรือหลงลืมเพศไหนไว้ข้างหลัง เพราะทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดจนตำรวจท่องเที่ยวเองก็ตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างมากและในอนาคตอันใกล้นี้อาจมีโครงการนำร่องอาสาสมัครกลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่จะมามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเท่าเทียมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น โดยจะมีการอบรมที่เป็นกิจลักษณะ เพื่อพร้อมต่อการปฎิบัติหน้าที่จริง

ตำรวจท่องเที่ยวระดมกำลังร่วมบูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมาย

วันนี้ (21 ก.พ. 67) เวลา 16.00 น. กก.2 บก.ทท.3 นำโดย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ สวัสดิ์ถาวร ผกก.2 บก.ทท.3 , พ.ต.ท.บรรณพงศ์ เก่งเรียน รอง ผกก.2 บก.ทท.3 , พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 บูรณาการกำลังกับ ภ.จว.ภูเก็ต,ตม.จว.ภูเก็ต, ขนส่งจังหวัดภูเก็ต, การท่าอากาศยานภูเก็ต และฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต , นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมมอบนโยบายและปล่อยแถวออก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต 

หลังจากนั้นได้มีการร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณขาออกอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งเป็นด่านแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบจับกุมรถรับจ้างสาธารณะที่กระทำความผิดกฏหมาย 

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ สวัสดิ์ถาวร ผกก.2 บก.ทท. กล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจ เน้นการจัดระเบียบช่วงไฮซีซัน ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก ให้ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในทุกมิติ และข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้สั่งการให้สถานีตำรวจท่องเที่ยวทุกแห่ง ดำเนินการบูรณาการกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมายโดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ประมาณ 50,000 คนต่อวัน และยังพบมีปัญหารถรับจ้างสาธารณะผิดกฎหมาย  ทำให้เกิดปัญหาและความเสียหายต่อนักท่องเที่ยงจำนวนมาก

กระบี่-ทกจ.กระบี่ จับมือกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินหน้าขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (S.T.C.) กำหนดพื้นที่ 'อ่าวนาวแลนด์มาร์ก' เป็นชุมชนนำร่อง

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุม อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ นายสมปราชญ์ ปราบสงคราม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (S.T.C.)โดยมี 

นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยว่าที่ พ.ต.ท.สราวุฒิ เกาะกลาง สว.ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.3 และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ เข้าร่วมอบรม

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  เร่งรัดสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยการฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวประเทศจีนและประเทศคาซัคสถาน เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา และให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (S.T.C.) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและส่งเสริมมาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและบริหารจัดการแบบบูรณาการอย่างองค์รวม

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ได้บูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจัดทำโครงการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (S.T.C.) โดยได้กำหนดพื้นที่ “อ่าวนางแลนด์มาร์ก” ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เป็นชุมชนนำร่องในการดำเนินโครงการ และดำเนินการจัดอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวในโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง  Strong Tourism Community (S.T.C.) ทั้งชาวไทยและชาวต่าวชาติ ประกอบด้วย พนักงานร้านสะดวกซื้อ (7-11) , พนักงานโรงแรม , พนักงานรักษาความปลอดภัย อ่าวนางแลนด์มาร์ค , และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ จำนวน  67 คน เข้าร่วมอบรม โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล, สร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่การท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ข้อมูลท้องถิ่น การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีประสบเหตุ 

ตร.ท่องเที่ยวลพบุรี ร่วมภาคีเครือข่าย ติดป้าย เตือนภัย-ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ชุมชน มีส่วนร่วม สร้างแหล่งท่องเที่ยว ที่ปลอดภัย

(16 มี.ค.67) สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ลพบุรี ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี นำกำลังอาสาสมัครชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง หรือคณะทำงาน S.T.C. นายสถานีรถไฟลพบุรี ผู้นำชุมชนสวนราชา วินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่ ร่วมกันลงพื้นที่บริเวณโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง S.T.C. พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ และป้ายเตือนประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวเพื่อการป้องกันเหตุ ที่บริเวณจุดบริการจอดรถของสถานีรถไฟลพบุรี

และติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์ประสาน ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (S.T.C.) ที่บริเวณร้านหนุ่มเกรสเฮ้าส์ ต.ท่าหิน อ.เมือง จว.ลพบุรี เพื่อใช้เป็นศูนย์ประสานงานชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็งพระนารายณ์ราชนิเวศน์

โดยวัตถุประสงค์ของโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง ตามนโยบายของพล.ต.ท.ศักย์ศิลา เผือกอำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ต้องการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ ดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สร้างแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย โดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 20 แห่ง ทั่วประเทศ ได้มีประชาชนและ ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร S.T.C. ได้มีประชุมภาคีเครือข่ายรับฟังปัญหาในชุมชนร่วมกันเพื่อนำไปแก้ไขตามความต้องการของชุมชนและนักท่องเที่ยว มีการอบรมให้ความรู้แก่อาสา S.T.C. เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครที่มีจิตอาสาช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยว ก็ได้ฝากประชาสัมพันธ์โครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง S.T.C. สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถสมัครเข้าร่วมเป็น อาสาสมัคร S.T.C. ได้

ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เตรียมพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2568

​​​ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว “สร้างรายได้ สร้างความสุข สร้างความปลอดภัย” ยกระดับการรักษาความปลอดภัยและการดูแลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 นี้

​​(24 ธ.ค.67) เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจัด พิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2568 โดยมีนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ. กรไชย  คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.,  พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. นางสาวนัทรียา ทวีวงส์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทูตานุทูต และข้าราชการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยร่วมบูรณาการ รวม 135 นาย

​​ไฮไลต์สำคัญของพิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงกำลังความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ยังเป็นโอกาสเปิดตัว Thailand Tourist Police Application (TTPB-APP) ของขวัญที่ตำรวจท่องเที่ยวมอบให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน โดยมีจุดสำคัญ คือการให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และแชร์โลเคชั่นได้แบบออนไลน์ เพื่อรับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ ยังมีการสาธิตระบบปฏิบัติการรถโมบายตำรวจท่องเที่ยวเคลื่อนที่ ซึ่งจะออกประจำการในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศในปี 2568 ที่จะถึงนี้ด้วย

ตำรวจท่องเที่ยวอิสานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภาคเหนือจับเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้หลอกลวงจองที่พัก Maldivesbeachresort เชียงใหม่

ตามสั่งการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้หน่วยงานในสังกัด บช.ทท. กวดขันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า และปราบปรามจับกุมคดีที่มีการหลอกลวงจองโรงแรม ที่พัก ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมีมาตรฐานในแหล่งท่องเที่ยว

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผบก.ทท.2 ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์  เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.2 พ.ต.ท.วโรดม ใบเรือ รอง ผกก.1 บก.ทท.2 สั่งการให้ พ.ต.ท.วัชรธร ธีรเมทถิรชญาภา สว.กก.1 บก.ทท.2 และ พ.ต.ท.อวิรุทธ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 เพื่อนร่วมรุ่น นรต.67 ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่รับผิดชอบ จากการสืบสวนพบว่า เพจที่พักชื่อ Maldivesbeachresort เชียงใหม่ ได้หลอกลวงผู้เสียหายหลายรายโอนเงินจองที่พักสูญเงินกว่าหมื่นบาท และจากการสืบสวนพบว่า บัญชีที่ใช้หลอกลวงชื่อบัญชี กรุงศรีอยุธยา  เลขที่บัญชี “132-163595-9” ชื่อบัญชี “กฤติมา นามสมมุติ” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1276/2568 ลง 1 ก.ค.68 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน " เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน "    

จึงทำการสืบสวนหาข่าวทราบว่า น.ส.กฤติมาฯ หลบหนีมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 90/1 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ จึงทำการจับกุมนำส่ง พงส.สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบัญชีผู้ต้องหาดังกล่าวยังถูกใช้ไปหลอกลวงผู้เสียหายอีกหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนบาท

เนื่องจากอาชญากรรมทางสื่อโซเชียลมีหลอกหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้จองที่พัก มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ตำรวจท่องเที่ยวขอประชาสัมพันธ์เรื่องการจองที่พักผ่านเพจต่างๆ ควรปฏิบัติดังนี้
1. เช็ก “ข้อมูลเพจ” ตรงแถบ ‘เกี่ยวกับ’ และกดคำว่า ‘ความโปร่งใสของเพจ’ จะเจอประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจบ่อยครั้ง และมีผู้จัดการเพจอยู่ต่างประเทศ ให้สงสัยว่าปลอม
2. เช็ก “ผู้ติดตาม” เพจปลอมมักมีการสร้างยอดผู้ติดตามปลอมไว้ที่รายละเอียดของเพจ
3. เช็ก “การตอบโต้” ถ้ามีการกดโกรธในโพสต์ ให้สงสัยได้เลยว่าเป็นเพจปลอม
4. เช็ก “บัญชีก่อนโอน” ให้ดูชื่อบัญชีว่าตรงกับชื่อเจ้าของที่พัก หรือเป็นบัญชีชื่อของที่พักหรือไม่ โปรดระวังบัญชีส่วนบุคคล สามารถตรวจสอบได้ที่ blacklistseller.com / fake-check.ncsa.or.th / checkgon.go.th
5. ตรวจสอบก่อนการโอนเงิน หากเป็นที่พักจริงที่ได้มาตรฐาน และน่าเชื่อถือ ส่วนมากจะเป็นบัญชีที่เป็นชื่อเดียวกันกับที่พัก

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเดินสายสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวของไทยกับประชาคมต่างชาติ

    

(27 ส.ค. 68) พล.ต.ต.พงษ์สยาม  มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมเสวนา ASEAN-China Tourism Security and Safety Forum & Travel Facilitation & Tourism Statistics Harmonization Worshop ล้านช้าง-แม่โขง ระหว่างวันที่ 24 - 27 ส.ค.68 ณ เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

การเสวนาครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างประชาชนอาเซียน - จีน ล้านช้าง-แม่โขง ปี 2568 การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการประสานงานด้านสถิติการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ล้านช้าง-แม่โขง เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวร่วมกัน 

ในการนี้ พล.ต.ต พงษ์สยามฯ ได้เป็นผู้แทน เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อความมั่นคงและความปลอดภัย ด้านการท่องเที่ยว ความรับผิดชอบร่วมกัน โดยได้นำเสนอมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในมิติต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว การตอบคำถามของประชาคมอาเซียนในหลายๆมุมมอง พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police และ Tourist Safety Operation Center : TSOC สำหรับแจ้งเหตุของนักท่องเที่ยวสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

โดยมี รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของประเทศเมียนมา H.E.Mr.Jeng Phang Naw Tawng Union Minister Ministry of Sports and Youth Affairs and Ministry of Hotels and Tourism The Republic of the Union of Myanamar และเลขาศูนย์ล้านช้างแม่โขง H.E.Mr.Shi Zhongjun Secretary-Gerenal ASEAN-China Centre เป็นประธาน และมีผู้แทนของประเทศจีน, เมียนมา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, ฟิลิปินส์ และล้านช้าง-แม่โขง เข้าร่วมเสวนา ณ  Sedona Hotel เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนและจีนต่อไป

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ  พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ 

นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน 

โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 

“เชียงราย”ตม.เชียงราย ร่วมตร.ท่องเที่ยวจับจีนเทา 19 คนหนีทัพจากแม่สอดมุ่งสู่ลาว”

คืนวันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมาทางตม.เชียงรายและตร.ท่องเที่ยวโดยการอำนวยการของรัฐพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5  มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย


โดยได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนต่างชาติรูปพรรณสัณฐานเป็นชาวจีนและมีท่าทีน่าสงสัยพากันไปเช่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่บ้านพลูทอง หมู่ 11 ต.ทาสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย รุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปพบชายจำนวน 19 คน พากันนอนกระจายไปทั่วบ้านเช่าซึ่งมีอยู่หลายห้อง

จากการสอบถามพบว่าทั้งหมดพูดภาษาไทยไม่ได้แต่ตรวจสอบพบว่าเป็นชาวสัญชาติจีน อายุตั้งแต่ 18-37 ปี แต่ละคนมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตเพียง 6 คนและวีซ่าหมดอายุ ส่วนอีก 13 คนไม่มีเอกสารประจำตัว ตรวจในกระเป๋าสัมภาระพบมีโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นจำนวนมากผิดปกติ นอกจากนี้ในบ้านเช่าพบ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ชาว ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แสดงตัวเป็นคนเช่าบ้านและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีคนติดต่อขอให้ไปหาบ้านเช่าเพื่อให้คนจีนไปพัก โดยตนจะมีรายได้จากการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ เป็นเงินวันละ 200 บาท โดยไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มาจากไหนอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษาได้ความเพียงว่าทั้งหมดได้เดินทาง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา โดยลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติผ่านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นไปหาห้องพักในเขต อ.เมืองเชียงราย เพื่อรอให้มีคนรับตัวส่งไปทำงานที่ฝั่ง สปป.ลาว ต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแจ้งข้อกล่าวหาชาวจีนที่มีพาสปอร์ตว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุด" ส่วนผู้ไม่มีเอกสารใด ๆ ตั้งข้อหาว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" สำหรับหญิงสาวคนไทยตั้งข้อหา "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" จากนั้นนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
และขยายผลกลุ่มกระบวนการดังกล่าวต่อไป

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top