Friday, 5 June 2026
ชุมนุม

ศาลฯ สั่งจำคุก 'ทนายนกเขา' 5 ปี 9 เดือน ปรับ 2 แสน 'ตั๊น-จิตภัสร์' จำคุก 9 เดือน ปรับ 4 หมื่น คดีไล่ 'รัฐบาลปู' ปี 57

(1 ธ.ค. 66) ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี กปปส. ชุดเล็ก 7 คนร่วมกันกบฏ ก่อการร้าย หมายเลขดำอ.2732/2562 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนัสเซอร์ ยีหมะ การ์ดคปท., นายอุทัย ยอดมณี แกนนำคปท., นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา แกนนำคปท., น.ส.จิตภัสร์ หรือ ตั๊น กฤดากร, นายพานสุวรรณ ณ แก้ว, นายประกอบกิจ อินทร์ทอง และนายกิตติศักดิ์ ปรกติ นักวิชาการ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุม เป็นกบฏสมคบกันใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ฯ

จากกรณีเมื่อช่วงวันที่ 23 พ.ย.2556 - 1 พ.ค. 2557 จำเลยกับพวกซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม กปปส. ได้ร่วมกันชุมนุม ต่อต้านการบริหารราชการแผ่นดินและขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่ง ยุยง ปลุกระดม ให้ประชาชนกระด้างกระเดื่อง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายนัสเซอร์ จำเลยที่ 1 กระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่หนักที่สุดข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป พิพากษา จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ส่วน น.ส.จิตภัสร์ หรือตั๊น จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานยุยงให้ข้าราชการหยุดงาน สั่งจำคุก 9 เดือนปรับ 40,000 บาท

นายอุทัยและนายนิติธร จำเลยที่ 2 และ 3 ศาลพิพากษาจำคุกรวม 5 กระทง คนละ 5 ปี 9 เดือน ปรับคนละ 200,000 บาท

นายพานสุวรรณ และนายประกอบกิจ จำเลยที่ 5 และ 6 ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 4 ปี 9 เดือน ปรับคนละ 180,000 บาท

ส่วน นายกิตติศักดิ์ จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นนักวิชาการ แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามข้อมูลวิชาการ จึงไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2, 3 ,4 ,5 ,6 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ที่กระทำผิดเพราะต้องการแสดงออกเพื่อต่อสู้ทางการเมืองเพราะเห็นความไม่ชอบธรรมในรัฐบาลและไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อส่วนตัวหลังเกิดเหตุได้เข้ามอบตัว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างกล้าหาญ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ จวก!! ‘สถานทูตยูเครน’ ทำผิดมารยาททางการทูต ปมอนุญาตจัดชุมนุมต้านรัสเซียในไทย ย้ำ!! ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nantiwat Samart’ เกี่ยวกับกรณีการชุมนุมของชาวยูเครนหน้าสถานทูตรัสเซีย ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่สถานทูตประเทศอื่นมาจัดชุมนุมประท้วงในประเทศไทย โดยระบุว่า…

“ผิดมารยาท?

จะจัดชุมนุมต้องขออนุญาต แกนนำต้องทำหนังสือแจ้งตำรวจ แต่เกิดเหตุผิดปกติ มีการชุมนุมต่อต้านรัสเซีย แต่ขออนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ทูตยูเครน

มันทำได้หรือ? นักการทูตที่มาทำงานในไทย จะมาเคลื่อนไหวต่อต้านชาติอื่น? จัดชุมนุมโดยอ้างสิทธิทางการทูต? หากมีเหตุรุนแรง มีการปะทะเกิดขึ้น โดยคนก่อเหตุเป็นยูเครนหรือชาติอื่น ใครต้องรับผิดชอบ?

ไทยต้องไม่ให้ใช้พื้นที่ประเทศไทยต่อต้านใครหรือขัดแย้งกับใคร เพราะไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร ล้วนเป็นมิตรประเทศ มีความสัมพันธ์อันดีกับไทย

เหตุเช่นนั้นต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก”

‘ม็อบหนุนปาเลสไตน์’ ผุดขึ้นตามมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ ‘เจ้าหน้าที่’ ปราบดุ!! ใช้สารเคมี-ช็อตไฟฟ้า สลายการชุมนุม

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการแข็งกร้าวกับผู้ชุมนุมประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ที่ปักหลักชุมนุมกันตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หลังการชุมนุมลักษณะนี้แผ่ลามไปตามสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ทั่วอเมริกามากขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ปราบจลาจลใช้สารระคายเคืองและอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้าเข้าควบคุมการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในขณะที่บรรดาผู้บริหารของสถาบันการศึกษาที่ทรงเกียรติที่สุดของประเทศบางแห่งกำลังดิ้นรนขัดขวางการปักหลักชุมนุมยึดสถานที่ของผู้ประท้วง

การปักหลักชุมนุมและประท้วงอันครึกโครม ผุดขึ้นมาตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วสหรัฐฯ ด้วยที่พวกนักเคลื่อนไหวเรียกร้องข้อตกลงหยุดยิงในสงครามระหว่างอิสราเอลกับนักรบฮามาส เช่นเดียวกับเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทั้งหลายตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอลและบริษัทต่าง ๆ ที่พวกเขาบอกว่าโกยกำไรจากความขัดแย้งดังกล่าว

"สำหรับ 201 วัน ที่โลกเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้อิสราเอลฆาตกรรมชาวปาเลสไตน์ไปกว่า 30,000 คน" ข้อความหนึ่งที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์โดยแกนนำการประท้วงจุดใหม่ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในลอสแอนเจลิส 

"วันนี้ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเข้าร่วมกับนักศึกษาทั่วประเทศ เรียกร้องมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของเราตัดขาดกับบริษัทต่าง ๆ ที่แสวงหาผลกำไรจากการรุกราน การแบ่งแยก และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์"

มีผู้ประท้วงมากกว่า 200 คน ถูกจับกุมในวันพุธ (24 เม.ย.) และวันพฤหัสบดี (25 เม.ย.) ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในลอสแอนเจลิส บอสตัน และในเมืองออสติน รัฐเทกซัส บริเวณที่มีผู้คนกว่า 2,000 ราย มารวมตัวกันอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (25 เม.ย.)

ที่มหาวิทยาลัยเอโมรี ในแอตแลนตา ปรากฏภาพถ่ายกำลังใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าระหว่างเข้าจัดการกับพวกผู้ประท้วงที่อยู่บริเวณลานหญ้า ขณะที่เว็บไซต์ข่าวของทางมหาวิทยาลัย เผยว่า พวกเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากป้องกันแก๊สและใช้สายรัดข้อมือควบคุมตัวผู้ชุมนุม

กรมตำรวจแอตแลนตา อ้างว่าทางมหาวิทยาลัยร้องขอให้ช่วยคุ้มกันมหาวิทยาลัย "พวกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเจอกับการใช้ความรุนแรง เราทราบมาว่าเจ้าหน้าที่กรมตำรวจแอตแลนตาใช้สารระคายเคืองระหว่างเหตุการณ์นี้ แต่กรมตำรวจแอตแลนตาไม่ได้ใช้กระสุนยาง"

สถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายของการประท้วง เริ่มต้นขึ้นที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ก หลังจากผ่านพ้นเส้นตายที่พวกนักศึกษาได้รับคำสั่งให้รื้อถอนค่ายชั่วคราวที่พวกเขาใช้ปักหลักชุมนุมและกลายมาเป็นศูนย์กลางของความเคลื่อนไหว

การประท้วงที่ลุกลามกลายมาเป็นความท้าทายใหญ่หลวงสำหรับบรรดาผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่พยายามรักษาสมดุลในพันธสัญญาของมหาวิทยาลัย ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพการแสดงออกกับเสียงโวยวายต่าง ๆ เกี่ยวกับการล้ำเส้นของพวกผู้ประท้วง

พวกผู้ประท้วงสนับสนุนอิสราเอลและอื่น ๆ แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในมหาวิทยาลัย โดยชี้ถึงเหตุการณ์ต่อต้านยิวต่าง ๆ และกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยทั้งหลายกำลังสนับสนุนการข่มขู่คุกคามและประทุษวาจา (hate speech)

อย่างไรก็ตาม นักศึกษาผู้ประท้วงบอกว่าพวกเขาต้องการแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์ในกาซา ดินแดนที่มีผู้ถูกสังหารไปแล้วแตะระดับ 34,305 คน โดยผู้ชุมนุมบางส่วน ในนั้นรวมถึงนักศึกษายิวเองจำนวนหนึ่ง ปฏิเสธคำกล่าวหาต่อต้านยิว และวิพากษ์วิจารณ์พวกเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติกับพวกเขาสวนทางกับฝ่ายสนับสนุนอิสราเอล

อิสราเอล พันธมิตรของสหรัฐฯ เปิดสงครามในกาซา แก้แค้นกรณีที่พวกนักรบฮามาสบุกจู่โจมเล่นงานอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม สังหารผู้คนไปราว 1,170 ราย และจับตัวประกันไปประมาณ 250 คน คาดหมายว่าเวลานี้ยังเหลือตัวประกันอยู่ในกาซาอีก 129 คน แต่ในนั้น 34 คน สันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว

ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ในลอสแอนเจลิส ซึ่งมีผู้ประท้วงถูกจับกุมฐานบุกรุก 93 รายในวันพุธ (24 เม.ย.) พวกเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าได้ยกเลิกกิจกรรมพิธีสำเร็จการศึกษาในวันที่ 10 พฤษภาคม

ส่วนที่มหาวิทยาลัยเอเมอร์สัน ในบอสตัน สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานว่าได้มีการยกเลิกการเรียนการสอนในวันพฤหัสบดี (25 เม.ย.) หลังจากตำรวจปะทะกับผู้ประท้วงเมื่อคืนที่ผ่านมา รวมถึงเข้ารื้อถอนค่ายของผู้ชุมนุมฝักใฝ่ปาเลสไตน์และจับกุมผู้ประท้วงไปราว 108 คน

ในวอชิงตัน พวกนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ และมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน จัดตั้งแคมป์ปักหลักชุมนุมเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันในวันพฤหัสบดี (25 เม.ย.) โดยที่บรรดานักศึกษาของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ยังมีแผนประท้วงไม่เข้าเรียนอีกด้วย

การประท้วงและการปักหลักชุมนุมยังผุดขึ้นที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และมหาวิทยาลัยเยล แม้พบเห็นนักศึกษาหลายสิบคนถูกจับกุมไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยบราวน์ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน และที่อื่น ๆ

เมื่อวันอาทิตย์ (21 เม.ย.) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ประณามความเคลื่อนไหวต่อต้านยิวอย่างโจ่งแจ้ง โดยบอกสิ่งแบบนี้ไม่ควรมีที่ว่างตามมหาวิทยาลัยทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวบอกเช่นกันว่าท่านประธานาธิบดีสนับสนุนเสรีภาพการแสดงออก ณ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของสหรัฐฯ

ถ้าทหารจะปุ๊บปั๊บ มันก็เป็นเรื่องของเขา ผมไม่ได้ยุให้ทหารปฏิวัติ

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 68) ที่เวทีบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยเปิดคลิปเสียงคำปราศรัยของของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี หลังเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา เมื่อปี 2505 ว่า “น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ขอเลือดของความคลั่งแค้น และการผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิต ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาประสาทพระวิหารกลับคืนมาให้ชาติไทยให้จงได้”

จากนั้น นายสนธิได้เริ่มปราศรัย ว่าสมเด็จฮุนเซน ได้โพสต์ข้อความระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร เป็นหนี้ตัวเองเนื่องจากได้พานายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนี รวมถึงได้พาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไปพำนักที่กรุงพนมเปญ ไม่ว่าจะเป็นนายจักรภพ เพ็ญแข นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และยังให้เงินทองใช้ให้ที่คอนโดสำหรับพักอาศัย ซึ่งข้อความดังกล่าวตนมองว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอสมเด็จฮุนเซน บอกว่าไม่ได้ติดหนี้บุญคุณประเทศไทยนั้น ปี 2518 ที่ไปรบกับเขมรแดงแล้วคนกัมพูชาหนีมาอยู่ที่ไทย ใครให้ข้าวพวกคุณกินถ้าไม่ใช่คนไทยที่เลี้ยงดู คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ถ้าตนมีอำนาจจะไม่คบกัมพูชาเลย ประเทศลิ้นสองแฉก ตั้งแต่เราคบกัมพูชาเราเคยมีอะไรที่ดีบ้าง เจอแต่ความกะล่อน โกงเรา

"ในเมื่อมึงไม่ยอมรับศาลโลก แล้วมึงส่งเรื่องไปศาลโลกทำไม วันนี้เราไม่ยอมรับมติศาลโลก เพราะมติศาลโลกโกหก เขาพระวิหารอยู่บนชะง่อนผา เขมรอยู่ข้างล่าง จะเป็นของมันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นไทยมีความชอบธรรม" นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้คือระบบการเมือง วันนี้เราไล่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไป ก็จะมีคนอื่นขึ้นมาแทน คนที่ลงคะแนนให้จำได้หรือไม่ตอนกาบัตรลงคะแนนใช้เวลาแค่ 4 วินาที สิทธิของเรไม่มีอีกต่อไปแล้ว เรามีสิทธิอยู่อย่างเดียวเขาหลอกให้เราลงคะแนนเสียง นักการเมืองเป็นแบบนี้ทุกประเทศ ที่ก่อนหน้านั้นนักการเมืองชอบพูดกับประชาชนตอนที่ไม่ได้หย่อนบัตร แต่พอหย่อนบัตรแล้วเขาจะมีข้ออ้างมาทันที ระบบการเมืองนี้เอื้อประโยชน์เพื่ออำนวยให้คนที่มีเส้นสายทางการเมืองรวยเอาๆ นี่หรือประชาธิปไตย

"มีนักข่าวถามผมว่าคุณสนธิ พยายามยั่วยุให้ทหารเข้ามาใช่ไหม จริงๆไม่ใช่ ทหารจะปฏิวัติไม่เคยบอกผม จะทำเมื่อไหร่ก็ทำไป ถ้าเห็นว่าวิกฤตมันเกิดขึ้น แล้วการเมืองมันแก้ไม่ได้ เขาจะปุ๊ปปั๊ปก็เรื่องของเขา แต่ขอเรื่องเดียว ไหนๆก็จะทำแบบนั้นแล้ว ขออย่าเอาพล.อ.มาบริหารชาติบ้านเมืองอีก ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาประเทศชาติ แต่ทำความเข้าใจก่อน ผมไม่ได้ยุให้ทหารปฏิวัติ"นายสนธิ กล่าว

“เราเคยคิดว่าแผ่นที่ 1 ต่อ 200,000 เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อทหารยืนยันใช้อัตรา 1 ต่อ 50,000 ไอ้นักการเมืองกระทรวงการต่างประเทศ ไปใช้ 1 ต่อ 200,000 ได้อย่างไรเขมร ตกลงกันเรื่องที่ดิน แบ่งปันพรมแดนกับเวียดนาม เขาใช้ 1 ต่อ 50,000 แล้วทำไมโคตรพ่อโคตรแม่มาใช้ 1 ต่อ 200,000 กับเรา ให้ไทยต้องไปยอมใช้ตามมัน เรามีคนทรยศ ไอ้ และอี ที่ยังยืนยันว่า ต้องใช้ 1 ต่อ 200,000 แล้วก็รู้ว่าMOU 2543, 2544 เป็น MOU ที่จะทำให้เราเสียดินแดน เ_็ดแม่ทำไมถึงไม่ยอมเลิก อ้างนู่นอ้างนี่อ้างฉิบหายวายปวง เมื่อเรามีคนทรยศเป็นไส้ศึก มีความคิดที่จะหยวนๆ กับเขมร ได้ผลประโยชน์กับฮุน เซน” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวอีกว่า การชุมนุมในครั้งนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ในกรุงเทพฯ ตำรวจบอกว่ามีคนมา 30,000 ตนมองว่าต้องคูณ 2 วันนี้ต้องมี 6-7 หมื่นคน ตนไม่เคยคิด 20 ปีที่แล้ว เดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อไล่นายทักษิณ มาถึงวันนี้ 20 ปีให้หลัง เป็นความซวยของชีวิต มาถึงยุคที่ต้องไล่ลูกสาวมัน และการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าจำเป็นในอนาคตที่เราต้องลงถนน และเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมืองกับตนจะเอาหรือไม่

เราต้องหยุดร่วมรัฐบาลโจรนี้ ได้แล้ว เราต้องไม่พายเรือให้โจรนั่ง

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 68) นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้กล่าวในการชุมนุมของกลุ่มคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย โดยมีใจความว่า ...

เรื่องไล่ อุ๊งอิ๊ง เป็นเรื่องธรรมดา 
แต่เรื่องการไล่พรรคร่วมรัฐบาลที่เกาะรัฐบาลอุ๊งอิ๊งเป็นปลิง มันยากเหลือเกิน 
มันไม่มีความรู้สึก มันไม่มีความนึกคิดเลยหรืออย่างไรว่า 
เราต้องหยุดร่วมรัฐบาลโจรนี้ ได้แล้ว เราต้องไม่พายเรือให้โจรนั่ง 
อันนี้คุณ พายเรือให้โจรนั่งแล้วปล้นพวกเราทั้งหมด 
เอาไปประเคนให้เขมร ขายชาติ อุ๊งอิ๊งขายชาติ 
พรรคร่วมรัฐบาลนั่นแหละตัวดี ไม่เพียงแต่ไล่อุ๊งอิ๊งต้องไล่พรรคร่วมรัฐบาลด้วย 
ไม่เพียงแต่จะอุ๊งอิ๊ง หรือพรรคเพื่อไทย 
แต่ต้องไล่พรรคร่วมรัฐบาลด้วย ไม่เช่นนั้นประเทศจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้

สนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย 28 มิ.ย. 68

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 68) ที่เวทีบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยได้ระบุว่า ...

GU คือ นาย สนธิ ลิ้มทองกุล ที่ไม่มีอำนาจ ถ้า GU มีวันนี้ พระตะบอง เสียมราฐ สีหนุ GUจะยึดคืนมา วันพรุ่งนี้ GUจะไปยึดเขาพระวิหาร GUจะส่งกองทัพเรือไปยังเกาะกูด ถ้าไม่พอใจ GUจะยึดพนมเปญ ต้องถือว่า คุณโชคดี ที่คุณยังมีตระกูลชินวัตร บริหารชาติบ้านเมืองอยู่

และคุณยังโชคดีที่ GUไม่มีอำนาจอะไร แต่อย่างน้อย คุณทำพิธีเสกคุณไสย ใส่แม่ทัพภาคที่ 2 คุณยังเอารูป GUอยู่ข้างๆ แม่ทัพภาคที่ 2 คุณบอก GUเป็นศัตรูของกัมพูชา

‘อดีตบิ๊กศรภ.’ ฟันธง!! ยอดมวลชน ‘อนุสาวรีย์ชัยฯ’ เมื่อวานนี้ ทะลุห้าหมื่น ชี้!! ประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นการชุมนุมนัดแรก และมีฝนตกกระหน่ำ

(29 มิ.ย. 68) พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “เมื่อวานนี้มีคนออกมาไล่ นายกฯอิ๊ง และ ฮุนเซน กี่คนกันแน่!” ระบุว่า ตั้งแต่เข้ารับราชการเป็นทหาร ผมก็อยู่ในกองที่ทำงานสืบสวนคลุมพื้นที่กรุงเทพ และ ปริมฌฑล (กอง ที่ทำงานสืบสวนใน ศรภ.นั้นมีกำลังพลเกิน 100 คนขึ้นไปทุกกอง บางกองไปถึงกว่า 500 คน) ดังนั้น พื้นที่ไหนในกรุงเทพ บรรจุคนได้เท่าไร การประเมินของหน่วยข่าว จึงไม่ค่อยผิดพลาด ครับ ยกเว้นแต่เจ้านายจะเอาไปแก้ ให้น้อยลง

เมื่อวานนี้ผมมาถึงอนุสาวรีย์ชัย ประมาณ 16.00 น. ได้ พอมาถึงก็เดินเข้าหาที่ชุมนุมทันที ทักทายผู้คนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักมาตั้งแต่อยู่บนรถไฟฟ้าแล้ว ระหว่างทางเกิดพายุฝนหนักหนามาก จนดูเหมือนฟ้ากับดินประสานเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อมาถึงบริเวณอนุสาวรีย์ ผมก็กลายเป็น ลูกหมาตกน้ำ ไปแล้ว หลายกลุ่มที่นัดหมายพบกันไว้ก็ผิดพลาดกระจัดกระจายกันไปหมด เช่น กลุ่มเชียงใหม่  รศ.ธีระฯ  คุณ กุ๊ก และ รศ.อัศวนีย์, กลุ่มพิษณุโลก อ.จักษ์, กลุ่มปากช่อง เฮียเกรียง, กลุ่ม สตูล บังโต, กลุ่มเพชรบุรี  หมีเซี้ย ฯลฯ ส่วนกลุ่มภูเก็ตมาเจอตอนขากลับ ก็ขออภัยด้วยครับ แต่เชื่อเถอะมันคงต้องมีเรื่องมาให้พบกันแบบนี้อีก แน่นอน

พอฝนหยุดตกสักพัก ผมก็มายืนร้องเพลงชาติ อยู่ที่หัวมุมถนน ทุกคนร้องกันสุดเสียง เหมือนต้องการระบายอะไรในใจออกไป จากนั้นผมก็ไปขอพักอยู่กับ กลุ่มสุขุมวิทย์ ของ พี่แอ๊ว พี่แดง ที่ห้องอาหารชั้น 3 พงหลี  พอตัวแห้งดีแล้ว ก่อนกลับก็ลงมาสำรวจพื้นที่อีกที

คนดูเหมือนจะเต็มลานอนุสาวรีย์  เว้นแต่พื้นที่เล็กๆ 3 แห่งที่มีน้ำฝนขังเป็นแอ่งน้ำไว้มาก ผู้ชุมนุมจึงขยายตัวเข้าไปในถนนทางไปดินแดงและพหลโยธิน (ทุกถนนที่แยกจากอนุสาวรีย์มีคนทั้งนั้นแต่ไม่มากเหมือนทางพหลโยธิน ส่วนทางดินแดง มีจักรยานยนต์จอดอยู่ช่วงกลางถนน น่าจะเป็นของผู้มาร่วมชุมนุมและสำหรับให้บริการรับส่งเข้า-ออกพื้นที่ชุมนุม  ส่วนอีก 2 ถนน เป็นที่ขึ้นลงรถไฟฟ้า เป็นจุดหลักให้ผู้คนเข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งมีการเดินเข้าตลอดเวลาแม้จะใกล้ช่วงปิดงาน)

บน Skywalk ผู้ชุมนุมจัดระเบียบกันเอง แถวหน้าสุด นั่งกับพื้นหรือใช้เก้าอี้ตัวเล็กๆนั่ง แถว 2 ยืนเบียดกันค้ำหัวแถวแรก แถว 3-4 เป็นช่องทางเดินสวนกันไปมาแน่นเอียดเหมือนไหลไป แถว 5 ปีนนั่งตามราวขอบ(อย่างน่าหวาดเสียว บางคนถือธงชาติผืนใหญ่โบกไปมาด้วย) ทุกขั้นบันไดขึ้นลงก็มีลักษณะเดียวกัน แต่ยืนเป็นหลัก

ตามปกติ ลานอนุสาวรีย์และ ขอบฟุตบาท จะบรรจุคนได้ประมาณ 5 หมื่นคน (15 แถวหน้าเวทีต้องนั่ง ) แต่คราวนี้ นั่งไม่ได้ เพราะมีน้ำฝนขัง ทำให้แฉะ  ผู้ร่วมชุมนุนจึงต้องยืน และค่อนข้างแน่น (ดูภาพที่ผมถ่ายมาประกอบ) คนจึงมากขึ้นกว่าปกติ เพราะการนั่งจะเปลืองพื้นที่มากกว่ายืน นอกจากนั้น ผู้ชุมนุมยังเกินล้น กระจายเข้าไปในถนนทุกสายที่แยกจากอนุสาวรีย์ประมาณ 30 ถึง 40 เมตร และยังมี บน Skywalks ที่แน่นขนัดเพิ่มเข้าไปอีก

สรุปแล้วผู้เข้าร่วมชุมนุมก็จะได้ประมาณห้าหมื่นคน (แบบไม่ต้องใช้ AI ช่วยเสริมเติมแต่งเพิ่ม)  ก็คงมากกว่าที่กัมพูชา ซึ่งมีประมาณ 2 หมื่นคนกระมังครับ

ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการทำลายสถิติ แม้การจัดเครื่องเสียงจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เพราะเป็นการชุมนุมครั้งแรก ประกอบกับฝนกระหน่ำอย่างหนัก  ซึ่งน่าจะไม่ค่อยมีคนมามากขนาดนี้ อย่างมากก็ 3-4 หมื่นคน  ยกเว้นแต่จะชุมนุมต่อเนื่องกันมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งจะสะท้อนไปถึงรัฐบาลหรือไม่ ก็แล้วแต่ว่าแกนนำรัฐบาล  จะใช้สมองคิดบ้างไหมเท่านั้น

เรื่องอะไรๆ ก็ผ่านมาหมดแล้ว อยากให้ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนี้  หรือของกัมพูชาด้วยก็ได้ เข้าใจว่า “ ดวงตะวันนั้นขึ้น แล้วก็ตก แต่นรก(ในใจ) ตกแล้วขึ้นยากครับ ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top