Monday, 20 July 2026
คิมจองอึน

อ่านเกม ‘สีจิ้นผิง’!! จาก ‘ทรัมป์’ ถึง ‘ปูติน ก่อนถึง ‘คิมจองอึน’ ‘สีจิ้นผิง’ ปักหมากใหญ่บนกระดานนิวเคลียร์โลก มหาอำนาจต้องบินมาหาจีน เพราะพลังซื้อคืออาวุธต่อรองใหม่

อ่านเกมสีจิ้นผิง มันไม่ใช่แค่เกมการทูต แต่มันคือการเดินเกมความมั่นคงเชิงรุกที่ลุ่มลึก สีจิ้นผิง จะไปเยือนเกาหลีเหนือ สัปดาห์หน้า

เพื่อไปหาน้องรักคิมจองอึน ผู้ที่มี อาวุธนิวเคลียร์ ในกำมือ  หลังจากที่มีผู้นำชาติสมาชิกถาวรด้านความมั่นคงในสหประชาชาติ UNSC บินมาหาสีจิ้นผิงถึงกรุงปักกิ่ง ครบแล้วในรอบ 6 เดือน เรียบร้อย

โรงเรียนสีจิ้นผิง แต่ละชาติสมาชิกถาวร UNSC ที่บินมาดื่มน้ำชากับสีจิ้นผิง ก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่บิ๊กที่สุด สหรัฐ ตามด้วย รัสเซีย แล้วก็ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส การเดินเกมความมั่นคงของสีจิ้นผิงเชิงรุกอย่างลุ่มลึกครั้งนี้มีเป้าหมายใหญ่ คือ ภารกิจรวมชาติ กับไต้หวัน  !! 

ในยุคนี้ใครมีอำนาจต่อรองเหนือกว่ากัน !! ประเทศพวกนี้ต้องมาคบกับจีนพึ่งพาจีน ถึงขั้นต้องบินมาหาสีจิ้นผิง เพราะต้องการอะไร พลังซื้อจีน คือ คำตอบ !!

ดูจากภาพการ์ตูนนี้เลยค่า  (ในรูปมีผู้นำแคนาดา แถมมาด้วย) ตัวอย่างเช่น มาครง หวังจะขายเครื่องบิน  Airbus ให้จีน ทรัมป์ ก็จะมาขอให้จีนซื้อเครื่องบิน Boeing (ถึงขั้นพาบิ๊ก CEO โบอิ้งมาทริปปักกิ่งด้วยกัน) และ ปูติน ก็อยากได้โครงการสร้างท่อ Power of Siberia 2  ขายพลังงานให้จีน และอื่นๆ อีกมากมาย

FB ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น

‘สีจิ้นผิง’ เยือนเกาหลีเหนือรอบ 7 ปี!! จีน–เกาหลีเหนือแนบแน่นอีกครั้ง ‘สีจิ้นผิง’ พบ ‘คิม จองอึน’ ท่ามกลางเกมต่อรองสหรัฐฯ ฟื้นอิทธิพลจีนเหนือเปียงยาง จับตาปมรัฐนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือพบ คิม จองอึน วันที่ 8-9 มิ.ย. 2026 ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ จับตาประเด็นการพูดคุย รวมถึงการฟื้นฟูอิทธิพลจีนต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจช่วยให้ สี จิ้นผิง เจรจากับสหรัฐราบรื่นขึ้น และประเด็นการขอสนับสนุนจากจีนสู่การเป็นรัฐนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

เอพี (AP) รายงานว่า วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ผู้นำจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือและได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ โดยคาดว่าการเยือนที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การตอกย้ำอิทธิพลของจีนต่อเกาหลีเหนืออีกครั้ง เพื่อแลกกับได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมือง

สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า ที่สนามบินนานาชาติเปียงยาง คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และภรรยา รี โซลจู เดินทางมาต้อนรับ สี จิ้งผิง และภรรยา เผิง หลี่หยวน โดยผู้นำทั้งสองจับมือกัน

ต่อมา พิธีต้อนรับจัดขึ้นที่จัตุรัสหลักของเปียงยาง ‘จัตุรัส คิม อิล ซุง’ (Kim Il Sung Square) โดยอาคารรอบจัตุรัสถูกประดับประดาด้วยธงชาติของทั้งสองประเทศ ภาพขนาดใหญ่ของคิม จองอึน และสี จิ้นผิง รวมถึงธงสีแดงและเหลือง เพื่อต้อนรับผู้นำจีน และเฉลิมฉลอง ‘มิตรภาพและความสามัคคี’ ของสองประเทศ โดยมีทหารเกียรติยศและประชาชนหลายพันคนรอต้อนรับ รวมถึงเด็ก ๆ ที่ถือลูกโป่งและกระโดดโลดเต้น

การเดินทางเยือนระยะเวลาสองวัน (8-9 มิ.ย.) ของสี จิ้นผิง ในครั้งนี้ เป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2019 โดยก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายน 2025 ผู้นำทั้งสองพบกันที่กรุงปักกิ่ง หลังการชมขบวนพาเหรดทางทหารฉลองวันแห่งชัยชนะจีน ร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และผู้นำประเทศอื่น ๆ

ซินหัวรายงานว่า สี จิ้นผิงกล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนเปียงยาง โดยยืนยันว่าพรรคและรัฐบาลยังคงเป็นมิตรและให้การสนับสนุนเกาหลีเหนือ อีกทั้งยกประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่

1) ใช้การแลกเปลี่ยนระดับสูง เพื่อกระชับความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับการแลกเปลี่ยนทางการทูตและทางทหาร 2) ขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมถึงการค้าและเทคโนโลยี 3) ยกระดับการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เช่น ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว 4) เสริมสร้างการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ไม่ได้กล่าวถึงโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสนใจมาอย่างยาวนาน

“ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของพรรคและรัฐบาลจีนในการปกป้องผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศร่วมกัน และการรักษาสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่เอื้ออำนวย จะไม่เปลี่ยนแปลง” สี จิ้นผิงกล่าว

ศาสตราจารย์ เลฟ-เอริค อีสลีย์ จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาในเกาหลีใต้ กล่าวว่า ผู้นำจีนไม่ได้เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเพียงเพราะถึงกำหนดการเยือน แต่จะส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ

อิทธิพลต่อเกาหลีเหนือ ช่วยเจรจาสหรัฐราบรื่น

การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และปูติน เดินทางเยือนจีนพบสี จิ้นผิง ในวาระแยกกัน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง จะพบกันอีกครั้งในเดือนกันยายนนี้ ในการเดินทางเยือนสหรัฐตามที่วางแผนไว้

ควัก กิล ซอบ ประธาน One Korea Center ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยวิเคราะห์ข่าวสารและนโยบายเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ในเกาหลีใต้ กล่าวว่า สี จิ้นผิงจะพยายามแสดงให้เห็นถึง “อิทธิพลของจีนเหนือคาบสมุทรเกาหลี” และ “บทบาทการเป็นผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ในยุคแห่งการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐ”

จีนเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจและผู้สนับสนุนหลักทางการทูตของเกาหลีเหนือมาอย่างยาวนาน โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า จีนหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (UN) ต่อเกาหลีเหนืออย่างเต็มที่ และให้ความช่วยเหลืออย่างลับ ๆ มาตลอด โดยปีนี้ เป็นปีแห่งการครบรอบ 65 ปี ที่ทั้งสองประเทศลงนามในสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน

แต่ไม่กี่ปีมานี้ เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ โดยเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับรัสเซียมากกว่า ผ่านความร่วมมือการส่งกำลังทหารและอาวุธไปสนับสนุนสงครามในยูเครน ในทางตรงกันข้าม รัสเซียก็ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการทหารต่อเกาหลีเหนือ

“การฟื้นฟู สู่การเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือแต่เพียงผู้เดียว จะทำให้สี จิ้นผิง มีอำนาจต่อรองในการเจรจากับทรัมป์ ผู้ซึ่งแสดงความต้องการอยากเดินหน้าเจรจาทางการทูตกับคิม จองอึนอีกครั้ง มาโดยตลอด” ควักล่าว

ในบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โรดงซินมุนของเกาหลีเหนือ ฉบับวันที่ 8 มิ.ย. 2026 สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนและเกาหลีเหนือต้องเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และทำงานร่วมกันเพื่อต่อต้าน “ลัทธิครองความเป็นใหญ่และการเมืองแบบบีบบังคับ” และมุ่งสู่โลกหลายขั้วที่สงบสุข ขณะที่ในบทบรรณาธิการ มีการเรียกสี จิ้นผิง ว่า “แขกของรัฐที่ได้รับเกียรติสูงสุด”

การสนับสนุนจากจีน สู่การเป็นรัฐนิวเคลียร์

นักวิเคราะห์กล่าวว่า สี จิ้นผิง น่าจะเสนอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่คิม จองอึน เช่น การส่งข้าวและปุ๋ย การท่องเที่ยวแบบกลุ่มของชาวจีน รวมถึงโครงการเศรษฐกิจร่วมกัน

“เกาหลีเหนือไม่สามารถพึ่งพารัสเซียเพียงอย่างเดียวได้ แต่จำเป็นต้องร่วมมือกับจีน” ควักกล่าว

สี จิ้นผิง อาจหลีกเลี่ยงการกดดัน คิม จองอึน ในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยเลือกที่จะกล่าวถึงสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างกว้าง ๆ แทน ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ต้องการได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ในการเป็นประเทศที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ และยังเป็นหนทางในการเรียกร้องให้ UN ยกเลิกมาตรการคว่ำ

ศาสตราจารย์อีสลีย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐของจีน แสดงท่าทีไม่พูดถึงเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างเปิดเผย แต่ยืนยันว่ายังคงเป็นเป้าหมายระยะยาว โดยที่ดูเหมือนว่าคิมต้องการให้สียอมรับเกาหลีเหนือในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาวุธนิวเคลียร์

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เป็นเวลาหลายปีแล้ว ที่จีนประกาศว่า จะทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่ถ้อยคำดังกล่าวหายไปจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ที่คิม จองอึน เดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า จีนยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเกาหลีเหนือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์โดยพฤตินัย

“จีนลดความสำคัญในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือลงอย่างมาก ในเอกสารทางการและแถลงการณ์สาธารณะ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงความสัมพันธ์ เพื่อรักษาและขยายอิทธิพลของจีนเหนือเกาหลีเหนือแทน” ตง จ้าว นักวิจัยอาวุโสในโครงการนโยบายด้านนิวเคลียร์ ของสถาบันคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศกล่าว

นอกจากนี้ หลังการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง เมื่อเดือนที่แล้ว ทำเนียบขาวกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองยืนยันเป้าหมายร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่จีนกล่าวเพียงว่า ผู้นำทั้งสองหารือถึงประเด็นนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น

วันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา คิม โยจอง เจ้าหน้าที่ระดับสูงและน้องสาวของคิม จองอึน เพิ่งออกมาปฎิเสธรายงานการประชุมระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิงของสหรัฐว่า เป็นข้อมูลเท็จ อีกทั้งกล่าวสนับสนุนพี่ชาย และเรียกความพยายามของสหรัฐ ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือว่า “ความฝันที่หลบหนีความจริงและผิดยุคผิดสมัย”

สัปดาห์ที่แล้ว คิม จองอึน เพิ่งเปิดตัวโรงงานผลิตส่วนประกอบนิวเคลียร์แห่งใหม่ และให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างกำลังการผลิตนิวเคลียร์ของประเทศ ให้อยู่ในอัตราทวีคูณ อีกทั้งสังเกตการณ์การทดสอบเรือพิฆาตลำใหม่ในทะเล และพยายามเร่งการสร้างกองทัพเรือติดอาวุธนิวเคลียร์

ด้านประธานาธิบดีอี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า เกาหลีเหนือผลิตส่วนประกอบนิวเคลียร์ได้เพียงพอสำหรับการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ราว 10-20 ลูกต่อปี และใกล้จะพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีปได้สมบูรณ์แล้ว

“โลกต้องมุ่งเน้นไปที่การโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือระงับการผลิตส่วนประกอบนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธข้ามทวีป เป็นเป้าหมายระยะสั้นก่อน” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าว

นับตั้งแต่การเจรจาทางการทูตครั้งสำคัญระหว่างทรัมป์กับคิม ล้มเหลวลงในปี 2019 ตั้งแต่นั้นมา คิม จองอึนก็ปฏิเสธข้อเสนอการเจรจาจากสหรัฐและเกาหลีใต้มาโดยตลอด และมุ่งเน้นไปที่การขยายและปรับปรุงคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

คิม จองอึน กล่าวเมื่อเดือน ก.ย. 2025 ว่า ยังคงมีความทรงจำที่ดีต่อทรัมป์อยู่ แต่เรียกร้องให้สหรัฐถอนข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยถือเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการกลับมาเจรจาทางการทูตอีกครั้ง

ที่มา :

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10238790260268561&id=1037140385&rdid=hW85H6PyMtjC7TgX#

 https://www.prachachat.net/world/news-2018866

‘สีจิ้นผิง’ คืนเวทีเปียงยาง!! ย้ำมิตรภาพ จีน–เกาหลีเหนือ ไม่เปลี่ยน พร้อมเปิดบทใหม่ยุทธศาสตร์ร่วม ดันความสัมพันธ์ทวิภาคีสอดคล้องยุคสมัย เสริมสร้างความร่วมมือระดับสูง

ปักกิ่ง, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานาธิบดีจีน ได้เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในปี 2026 และการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยสีจิ้นผิงและคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนงานระดับสูงและการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีในยุคใหม่

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องจะใช้กระแสธารแห่งยุคสมัย ตอบสนองความปรารถนาร่วมกันของประชาชนสองประเทศ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูง กระชับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ผูกโยงสายใยระหว่างประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ร่วมเปิดโอกาสใหม่ๆ ของกิจการสังคมนิยมของทั้งสองประเทศ และมีส่วนส่งเสริมความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอนาคตและชะตากรรมของสังคมนิยม

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนจะยังคงรักษาจุดยืนที่ให้คุณค่ากับมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างมั่นคง สนับสนุนคิมจองอึนในการชี้นำกิจการสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างหนักแน่น รวมถึงมุ่งมั่นคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมของสองประเทศและรักษาสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของพรรคฯ และรัฐบาลจีนเสมอมา

ทั้งนี้ ปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 65 ปี สนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

ด้วยวาระสำคัญข้างต้น สีจิ้นผิงได้ผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี จำนวน 4 ประการ ได้แก่ 1) ทั้งสองฝ่ายควรรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงและเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน 2) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นเป้าหมายส่งมอบผลประโยชน์แก่ประชาชนและยกระดับความร่วมมือเชิงปฏิบัติ 3) ทั้งสองฝ่ายควรสืบสานมิตรภาพดั้งเดิมและกระชับสายใยระหว่างประชาชน 4) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมเป็นหลักการชี้นำเพื่อส่งเสริมการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์

ข้อเสนอสี่ประการนี้ได้เพิ่มพูนแรงกระตุ้นอันแข็งแกร่งสู่มิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี รวมถึงมอบแนวทางและแนวปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ที่อยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ โดยการดำเนินการตามฉันทามติสำคัญจากผู้นำทั้งสองและการเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างสอดคล้องกับยุคสมัยจะส่งมอบผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นแก่ประเทศและประชาชน รวมถึงมีส่วนส่งเสริมเชิงบวกต่อสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและโลก

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน พบปะกับคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีและประธานกิจการแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ณ เรือนรับรองคึมซูซาน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนต้อนรับสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top