Friday, 5 June 2026
ข่าวการเมือง

‘นิพิฏฐ์’ ชี้!! มีสัญญาณที่ดี เดินหน้า!! ‘ประชาธิปัตย์’ สู่พรรคหลักของประเทศ วางใจ!! ‘ชวน – อภิสิทธิ์’ นำทัพเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยึดสุจริต เพื่อฟื้นศรัทธา

(27 ก.ย. 68)  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

ทิศทางที่ดี!!

3-4 วันนี้ ผมได้คุยกับผู้ที่ ‘ยังรัก’ และผู้ที่ ‘เคยรัก’ พรรคประชาธิปัตย์

ทั้งสส.และอดีตสส.ทุกคนมีความเห็นไปในทางเดียวกันเพื่อฟื้นพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาให้เป็นพรรคหลักในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

ทุกคนต่างยอมถอย 1 ก้าว เพื่อเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มีผู้ใหญ่ที่เคยสร้างพรรคประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นที่ปรึกษา มีคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง ไม่ก้าวร้าว เป็นโซ่ข้อกลางเข้ามารับภาระของบ้านเมือง

เราเชื่อว่า การเปลี่ยนโลกต้องรู้จักโลกเสียก่อน

เราเชื่อว่า การเดินไปข้างหน้าต้องมีแผนที่ที่ถูกต้อง การมีแผนที่ผิดพลาดจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองยิ่งกว่าการไม่มีแผนที่ในมือ

เราเชื่อว่า การสร้างการเมืองที่สุจริตเท่านั้น จึงจะเป็นความหวังของประเทศ ให้คนรุ่นใหม่ได้อาศัยอย่างเป็นสุข

เราจึงหวังว่า ต่อไปนี้ ทุกคนจะใส่เสื้อสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์กันทั่วประเทศ เพื่อประกาศว่า เราคือผู้กล้าหาญ เราคือผู้ที่เข้มแข็ง ที่จะสร้างการเมืองที่ดีให้กับประเทศนี้

ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นการนำของ นายชวน หลีกภัย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นผู้นำในการฟื้นฟูพรรคในครั้งนี้

กระผมเป็นเพียงคนนอก มิได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยินดีให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

‘ดร.อ้อ’ หมอผีขมังเวทย์ ดีกรีปริญญาเอก สาปแช่ง!! คนแก้รัฐธรรมนูญ โซเชียลเห็นด้วย ซัด!! นักการเมือง เอาแต่แก้กติกา ไม่แก้ปัญหาปากท้อง

(27 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Bangkok I Love You’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ดร.อ้อ หมอผีเมืองจอมขมังเวทย์ ดีกรีปริญญาเอก แห่งเมืองชุมพร โดยมีใจความว่า ...

โลกโซเชียลร้อนระอุ เมื่อ ดร.อ้อ หมอผีขมังเวทย์เมืองชุมพร โพสต์ข้อความสาปแช่งว่า “ใครคิดแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ขอให้ชิบหายตายโหง ภายใน 3–7 วัน” จนกลายเป็นกระแสไวรัล

สิ่งที่น่าจับตาคือ เสียงส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์กลับ เห็นด้วยกับคำสาปแช่งนี้ โดยให้เหตุผลว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการแก้กติกาทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง มากกว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง

ประชาชนไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น ไม่ได้ช่วยเรื่องปากท้อง ไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่กลับเป็นการสิ้นเปลืองภาษี การแก้ไขแต่ละครั้ง ต้องใช้งบประมาณ กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อทำประชามติ 2 รอบ (ประชามติว่าจะแก้ไขหรือไม่ และประชามติว่าจะรับรองร่างแก้ไขหรือไม่) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการใช้เงินภาษีอย่าง สุรุ่ยสุร่าย

นักวิชาการบางส่วนชี้ว่า แม้คำสาปแช่งของดร.อ้อจะเป็นถ้อยคำรุนแรง แต่สะท้อนความไม่พอใจของสังคมต่อระบบการเมืองที่วนเวียนกับการแก้ไขกติกา มากกว่าการทำงานเพื่อประชาชน

เสียงสะท้อนจากประชาชน
ในคอมเมนต์จำนวนมาก ชาวบ้านต่างวิจารณ์ว่า หากเงินหลายหมื่นล้านที่จะนำไปทำประชามติ ถูกนำมาพัฒนาสาธารณูปโภคหรือช่วยเหลือเกษตรกร ปัญหาปากท้องจะได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงมากกว่า

กระแส “หมอผีแช่ง คนแก้ไขรธน. 60” กลายเป็นภาพสะท้อนความไม่พอใจของสังคมไทยต่อการเมืองที่มุ่งแก้กติกาของตนเอง มากกว่าการแก้ปัญหาชีวิตจริงของประชาชน

‘ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ’ ลาออก!! จากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลูกสาวให้กำลังใจ!! พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ จะทำให้พ่อภูมิใจ

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเนื้อหาระบุว่า …

“เขียนที่ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ข้าพเจ้า นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์จะขอลาออกจากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2568 เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและดำเนินการต่อไป”

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

เส้นทางในชีวิตคนเรามีหลายเส้นทาง แต่มี 2 เส้น เท่านั้นแหละที่เราต้องเดิน เส้นหนึ่งที่อยากเดิน เส้นทางนี้เรียกว่า เส้นทางแห่งความฝัน อีกเส้นหนึ่ง แม้ไม่อยากเดินก็ต้องเดิน นั่นคือเส้นทางแห่งความเป็นจริง

ชีวิตคนเราสั้นนักนะ ไม่มีเวลาให้เรามามัวนั่งเสียใจหรอก อย่าเสียเวลาให้กับคน หรือเรื่องที่ทำให้คุณไม่เป็นสุข เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ป้ายสุดท้ายของชีวิต ยิ้มกับมันแล้วเดินต่อไปเถอะ ชีวิตอาจมีความหวังมากมาย ที่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง อาจมีความฝันมากมาย ที่สุดท้ายต้องกลายเป็นความว่างเปล่า อาจมีคำพูดมากมายที่สุดท้ายไม่รู้จะบอกใครได้

ที่จริงเรื่องบางเรื่อง ทำดีที่สุดแล้ว ไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนาก็พอ อย่าไปยึดให้มันแน่นมากนัก คนบางคน ใส่ใจมากเกินไป ก็ใช่ว่าจะมีความสุข หากทางที่เดินขรุขระ จงให้กำลังใจแก่คนร่วมทาง หากชีวิตมากมายด้วยลมฝนกระหน่ำ จงยิ้มให้กับตัวเอง ชีวิตคนเราเก็บความสุขใส่ไว้ในใจ เก็บความทุกข์ใส่ขวดโหลแล้วโยนทิ้งไป เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

ให้กำลังใจกันนะ รักพ่อที่สุด ส.ส. 10 สมัย ตอนนี้ดำรงตำแหน่งพ่อผู้แทนฯ ฮ่าฮ่า หนูจะทำให้พ่อภูมิใจจ้ะ

‘อนุทิน’ ร่วมสวดศพบิดา ส.ส.อัครเดช พร้อมเผย!! ความผูกพันแน่นแฟ้น เอ่ยปาก!! เปิดดีล!! ขอลูกคุณพ่อ ย้ายมาอยู่ ‘ภูมิใจไทย’ เดี๋ยวดูแลเอง

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68)  ที่สำนักงานใหญ่บริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์โรจน์ จ.ราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยคืนนี้เป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 กันยายน นี้

นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ สส.อัครเดช มาหลายปีแล้ว สส.อัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธาในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา

“เราผูกพันกัน สส.มุ่ง ก็เป็นคู่กับน้องเขยผม ภรรยาของ สส.มุ่ง ก็เป็นเพื่อนกับน้องสาวแท้ๆของผม ก็มีสายใยความผูกพันธ์ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา ผมต้องขอบคุณชาวราชบุรีที่เลือก สส.มุ่งไปเป็นผู้แทนของท่าน และต้องขอกราบขอบคุณทุกท่านจริงๆที่ในฐานะที่เขาทำหน้าที่แทนท่าน เขาได้เป็นผู้ที่ไว้วางใจให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณจริงๆ“นายอนุทินระบุ

นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า “เมื่อสักครู่ตนได้กราบคุณพ่อ สส.มุ่งไปแล้ว ก็ได้ส่งจิตไปบอกคุณพ่อว่า คุณพ่อครับ ขอเถอะครับ ขอลูกคุณพ่อมาอยู่ภูมิใจไทยเถอะครับ ถ้าคุณพ่อเห็นด้วย ก็ขอให้ผมลุกขึ้นยืนไหว เพราะผมคุกเข่ากราบขอท่าน แล้วผมก็ลุกขึ้นยืนขึ้นมาได้ทันที ก็แปลว่าคุณพ่ออนุญาตแล้ว เมื่อคุณพ่ออนุญาตแล้ว ผมก็บอกเดี๋ยวผมดูแล สส.มุ่งเอง”

‘ชูวิทย์’ ซัดเดือด!! ‘กทม.’ กรณีถนนทรุด ลั่น!! อย่าเอาภาษี อุ้ม!! ความผิด ผู้รับเหมา

(28 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ ถนนทรุด หน้าวชิรพยาบาล ว่า …

ถนนสามเสน ละคร กทม.

กทม. มหานครเมืองใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมเยียนมากมายติดอันดับโลก

ช่วงนี้มีแต่สาธารณภัย ตั้งแต่ตึก สตง. ถล่ม ตามมาด้วยไม่กี่วันก่อน ถนนสามเสนพังทรุดเป็นหลุมใหญ่

ทุกคนออกมาวิเคราะห์หาสาเหตุ ช่วยกันแก้ไข

แต่ … ถนนสามเสนเป็นถนนสาธารณะ ขึ้นทะเบียนในความดูแลของสำนักการโยธา กทม.

ที่มันถล่มเสียหายหนักออกข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วโลกเป็น “สาธารณภัย” เกิดจากฝีมือใครมิทราบ?

ธรรมชาติ หรือ ฝีมือมนุษย์?

การก่อสร้างอุโมงค์มีผลให้เกิดความเสียหายแบบนี้หรือไม่?

ตรงนั้นมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นเหตุทำให้ถนนพังหรือไม่?

กทม. ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายควบคุมอาคาร ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชน

ต้องพิสูจน์ทราบสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เพราะที่เสียหายเป็นถนนสาธารณะของ กทม. เป็นทรัพย์สินของราชการ

แถมยังมีอาคารบ้านเรือน รถรา เสียหายอีก จำนวนมาก

การแก้ไขปัญหา ซ่อมถนน มีคนมีความรู้ด้านวิศวกรรมมากมายออกมาวิเคราะห์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ท่านก็จบวิศวะ

นายกฯ ก็จบวิศวะ

แต่ที่เป็นปัญหา คือ มีใครรับผิดชอบงานนี้ไม่ทราบ?

เพราะถามเรื่องนี้กับนายกฯ หนู ท่านดันเงียบ เดินหนีนักข่าว

ผมในฐานะผู้เสียภาษีที่ดินให้ กทม. ปีละเกือบ 10 ล้านบาท จึงมีสิทธิจะถามว่า

กทม. เอาเงินงบประมาณจากไหนไปแก้ไขซ่อมแซม?

สรุปได้ความว่า ใครต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายนี้?

การเร่งรีบดำเนินการซ่อมแซมให้คืนสภาพตามหลักวิศวกรรมโดยเร็วเป็นเรื่องที่ดี

แต่ความเสียหายทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับถนน รวมถึง ท่อประปา เสาไฟฟ้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนหรือเปล่าว่า

เหตุเกิดขึ้นด้วยความผิดพลาดของผู้รับเหมา ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือไม่?

หากท่านผู้ว่าฯ จะเอาภาษีของคน กทม. ไปจ่ายแทนผู้รับเหมา มันดูไม่ยุติธรรม เพราะไม่ใช่จู่ๆ ถนนทรุดเองโดยไม่มีสาเหตุ

เวลาไฟไหม้ยังโทษกันว่า ไฟช็อตบ้านเรือนข้างเคียงเสียหายไม่มีใครรับผิด ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ

จึงขอให้สอบสวน และให้ความเป็นธรรมกับคน กทม. ด้วยว่า “ค่าเสียหาย” ทั้งหมด ใครจะรับผิดชอบ?

กทม. จะเอาภาษีไปจ่ายแทนหรือไม่?

หากไม่ จะเอาเงินของใคร?

เอาเงินจากบริษัทรับเหมา หรือเอาเงินภาษีที่มาจากประชาชนคนกรุงเทพฯ ไปจ่าย?

ไม่ใช่แสดงละครแห่ไปเดินตรวจกัน แต่ไม่มีใครไล่เบี้ยหาคนรับผิดชอบ

ประเมินเงินค่าซ่อมต้องมีระดับพันล้านแบบนี้

ใครรับผิดชอบงานนี้ ช่วยบอกที

ขอตะโกนถามดังๆ แทนคน กทม.

‘ไพศาล’ ตั้งคำถามแรง!! ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ มีสิทธิ์อะไร ไปร่วมประชุม UN ก่อนแถลงนโยบาย หวั่น!! ขัดรัฐธรรมนูญ

(28 ก.ย. 68) นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า…

นายสีหศักดิ์ ไปประชุมสหประชาชาติในฐานะอะไร?

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน!!

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดว่า คณะรัฐมนตรีที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว จะเข้ารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งกำหนดการแถลงนโยบายดังกล่าวคือวันที่ 30 กันยายนนี้

แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ ได้แสดงตนและกระทำการในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น ยังไม่อาจปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ได้ เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ดังนั้น การไปประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการ แสดงบทบาทในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศก่อนเวลาอันควร อันสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง

คำถามก็คือ… แล้วเราจะปล่อยให้ประเทศเดินไปในลักษณะนี้หรือ?

• ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป โดยไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยใช่หรือไม่?

• ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับปล่อยให้การใช้อำนาจที่อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญดำเนินต่อไป โดยไม่มีใครรับผิดชอบ และ ภาษีของราษฎรทั้งประเทศก็ต้องถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์

• ส่วน พรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแบกรัฐบาล จะมีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้? จะเลือกปกป้องพรรคอุ้มชูบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือจะยืนหยัดต่อหลักการและความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ?

นี่คือคำถามสำคัญที่สังคมไทยจำเป็นต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน!!

อนุทิน จุดชนวนร้าว!! ‘ภูมิใจไทย – ประชาชน’ สร้างความสั่นคลอน!! เสถียรภาพรัฐบาล

(28 ก.ย. 68) การลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงเป็นภารกิจเชิงสัญลักษณ์ในการเปิดตัวรัฐบาล แต่กลับกลายเป็นการโยนฟืนเข้ากองไฟการเมืองที่คุกรุ่นอยู่แล้ว

คำพูดบนเวทีที่ว่า “เลือก ส.ส. พรรคส้ม…แล้วได้หนูเป็นนายก” ถูกตีความว่าเป็นการประชดและลดทอนคุณค่าของ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน แต่เคยโหวตให้นายอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ ในสถานการณ์วิกฤตหลังเลือกตั้ง คำพูดนี้สะกิดจุดเจ็บที่ถูกโจมตีมาตลอดว่า “พรรคส้มคือผู้ปูทางให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล”

ที่สำคัญ อยุธยาไม่ใช่จังหวัดธรรมดา แต่คือ พื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่ภูมิใจไทยครองฐานเสียงแน่น ขณะที่พรรคประชาชนพยายามเจาะพื้นที่ ทำให้เวทีนี้ถูกตีความว่าเป็นการ “ขีดเส้นแบ่งชัด” ระหว่างมิตรแท้กับมิตรจำเป็น

หลังเหตุการณ์ไม่นาน เสียงสะท้อนจากแกนนำและ สส. พรรคประชาชนดังขึ้นพร้อมกัน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แสดงจุดยืนว่า การโหวตให้นายอนุทินไม่ใช่การเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการ “ฝ่าวิกฤต” เพื่อไม่ให้การเมืองล่มสลาย และย้ำว่าพรรคยังคงเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว

ภัคมน หนุนอานันท์ โฆษกพรรค ใช้ถ้อยคำแรงว่าเป็น “การเสียมารยาท–ไม่ให้เกียรติ” สะท้อนว่าพรรคไม่ยอมถูกมัดด้วยบุญคุณทางการเมือง

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส. เจ้าถิ่นอยุธยา ชี้แจงว่าเข้าร่วมงานต้อนรับนายกฯ ในฐานะผู้แทนที่ต้องหาทางแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ยืนยันหนักแน่นว่าจะลงเลือกตั้งในนามพรรคส้ม และเลือกนายณัฐพงษ์เป็นนายกฯ ในอนาคต

ชุติพงษ์ พิภพภิญโญ ส.ส. ระยอง ตอกย้ำว่าพรรคยังถือไพ่ “โหวตล้มรัฐบาล” ในมือ

การตอบโต้เหล่านี้ไม่ใช่เพียงการปกป้องศักดิ์ศรี แต่ยังเป็นการประกาศให้สังคมรับรู้ว่า “พรรคส้มไม่ใช่หนี้บุญคุณใคร” และยังพร้อมใช้พลังเสียงในสภาเป็นตัวแปรสำคัญ

ในขณะที่ภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนเปิดศึกวาทะ พรรคเพื่อไทยกลับ “ยิ้มในใจ” เพราะรอยร้าวนี้เปิดโอกาสให้เล่นเกมรุกเต็มที่

กลยุทธ์อภิปราย: เตรียมซักฟอกรัฐบาลในการแถลงนโยบายวันที่ 29–30 กันยายน ด้วยธีม “4 เดือนยุบคดี ไม่ใช่ 4 เดือนยุบสภา” โดยพุ่งเป้าไปที่คุณสมบัตินายกฯ และรัฐมนตรี, คดีฮั้ว ส.ว., และข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน

โอกาสล้มรัฐบาล: หากหลักฐานชัดเจน พรรคเพื่อไทยอาจใช้เสียงฝ่ายค้านผสมกับพรรคประชาชนในการโหวตล้มรัฐบาลได้ทันที

ปัญหาภายในเพื่อไทย: แต่ในเวลาเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเองกำลังเจอ “เลือดไหล” จากการสูญเสียแกนนำอาวุโส และเสี่ยงแพ้เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 ซึ่งจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์อ่อนแอลง

เกมของเพื่อไทยจึงเหมือนการ “แทงสวน” หากรัฐบาลสะดุดก็พร้อมชิงจังหวะ แต่ถ้ารัฐบาลยังไปต่อได้ เพื่อไทยเองก็ต้องเผชิญการร่วงหล่นของฐานเสียงต่อเนื่อง

แม้จะถูกโจมตีหนัก แต่ภูมิใจไทยยังคงเดินเกมเชิงรุกในฐานะรัฐบาล

ขยายฐาน ส.ส.: ตั้งเป้าเพิ่มจากเกือบ 70 คนสู่ 100–120 คน ด้วยกลยุทธ์ “ตอกเสาเข็มรายเขต” และดูดบ้านใหญ่จากพรรคอื่น

การทำงานของรัฐมนตรี: ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม, ด้านการท่องเที่ยวตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็น 13 ล้านใน 3 เดือน

ข้อครหา: การใช้ภาพบุรีรัมย์บนเพจไทยคู่ฟ้า ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเอาใจบ้านใหญ่ สะท้อนความสัมพันธ์การเมืองเชิงผลประโยชน์

ที่สำคัญ ผลสำรวจนิด้าโพล (ก.ย. 2568) กลายเป็นแรงกดดันใหม่ เมื่อคะแนนความนิยมของ นายอนุทิน รั้งอันดับสอง ตามหลัง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่เริ่มถูกมองว่าเป็น “ความหวังใหม่”

ภาพรวมการเมืองจึงอยู่ในภาวะ “สามเหลี่ยมมรณะ”

ความขัดแย้งระหว่างภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนไม่ใช่เพียงศึกวาทะ แต่คือปัจจัยที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนขั้วก่อนครบ 4 เดือน หากฝ่ายค้านจับมือกันสำเร็จ

ศึกเดือด เขต 4 สงขลา!! ‘โยธิน’ ประกาศชน!! ‘กฤต’ เปิดเกมชิง!! เก้าอี้ สส. ในนาม ‘ภูมิใจไทย’

(28 ก.ย. 68) โยธิน ทองเนื้อแข็ง โพสต์เฟชบุ๊ก ประกาศลง สส.เขต 4 สงขลา ในนามพรรคภูมิใจไทย แน่นอนว่า เขตนี้จะต้องไปเจอของแข็ง “สส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว จากพรรคกล้าธรรม

คำว่าของแข็ง หมายถึงว่า สส.กฤตได้ทำพื้นที่ไว้อย่างเข้มแข็ง สัมผัสชุมชน หมู่บ้านทุกวันในวันที่ไม่มีภารกิจในสภา

”ผมเดินจนจะตีนพลิกอยู่แล้ว ลงพื้นที่พบปะประชาชนทุกวันๆละ 4-5 จุด เอาง่ายๆว่า ในสนามผมก็มีลูกบ้าของผมอยู่เหมือนกัน ผมมีวิธีของผมเพื่อให้ได้ชัยชนะ“

เขต 4 สงขลาจะประกอบด้วย อ.ระโนด อ.กระแสสินธ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนครบางส่วน แม้ สส.กฤตจะเพิ่งเข้ามาทำงานการเมืองเพียงสมัยแรก แต่ด้วยความมุ่งมั่นขยันลงพื้นที่ถือว่าทำได้ดี แม้การเมืองภาพกว้าง สส.กฤตอาจจะยังไม่เข้าใจก็ตาม

การเปิดตัวลงมาของ สจ.โยธิน ทั่วๆที่เป็น สจ.อยู่แล้ว ก็ถือเป็นความมุ่งมั่นจะกระโดดจากการเมืองท้องถิ่น เข้าสู่สนามระดับชาติ เพียงแต่การชนกับ สส.กฤต ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเมืองก็คือการเมือง ยิ่งการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การแข่งขัน แพ้-ชนะ ถือเป็นเรื่องปกติ คนที่เคยชนะกลับเป็นแพ้ คนที่เคยแพ้กลับมาชนะ ก็มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย

การที่ สจ.โยธิน ประกาศเปิดตัวลงชิง สส.สิ่งที่จะตามมาคือ ต้องลาออกจาก สจ.และต้องมีการเลือกตั้งซ่อม แม้การลาออกจะยังไม่เกิดขึ้น และพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่มีมติใดๆว่าจะส่งโยธินลงสมัคร สส.เขต 4 สงขลา เพียงแต่อาจจะมีผู้ใหญ่ไปทาบทามพูดคุยด้วย เพื่อนำเสนอต่อพรรค แต่ได้เห็นคนถูกจับตามองเตรียมลงชิง สจ.กระแสสินธ์แล้วอย่างน้อยสองคน นอบ เกาะใหญ่ หรือทักษิณ เครือแก้ว น้องชาย นายกฯมงคล เครือแก้ว อบต.เกาะใหญ่ เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกจับตามองว่าจะลงเลือกตั้งซ่อมแทนหรือไม่

และมีคู่แข่งคือใคร อีกคนที่เปิดตัวออกมา คือ พล.ต.ต.อธิป แสงวันลอย อดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า พรรคภูมิใจไทยจะส่งโยธินจริงหรือไม่

‘อนุทิน’ ชี้ ไร้ปัญหากับ ‘พรรคประชาชน’ หลังดึง!! ‘สส.เต้ ทวิวงศ์’ ขึ้นเวที ที่อยุธยา

(28 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เรียกนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ (สส.เต้) สส. พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน ขึ้นเวที ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่วัดอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมีดราม่าทำให้พรรคประชาชนแสดงความไม่พอใจ ว่า คำว่าดราม่าตนไม่ชอบ การที่ตนบอกว่าเลือกสส.ทวิวงศ์ เพื่อให้เลือกตนมาเป็นนายกฯนั้น ต้องฟังทุกช็อต จริงๆแล้วตนกล่าวชื่นชม ส.ส.เต้ ด้วยซ้ำ เวลาอยู่บนเวทีก็ต้องมีกิมมิค เล็กๆ น้อยๆธรรมดา

เมื่อถามว่าอย่างนี้ยังคุยกับพรรคประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังคุยได้ทุกอย่าง เมื่อถามย้ำว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็สวนกลับในเรื่องนี้แรงเหมือนกัน นายอนุทินกล่าวว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร ตรงนั้นเป็นเรื่องของการลงพื้นที่ เรื่องการทำงานก็เป็นเรื่องการทำงาน

‘ลีน่าจัง’ ประกาศเป็นปาร์ตี้ลิสต์แทน ‘เฉลิม อยู่บำรุง’ ลั่น!! เลือกตั้งครั้งหน้า ‘เพื่อไทย’ พรรคเดียวแลนด์สไลด์

นางลีนา จังจรรจา นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง ร่วมกิจกรรมให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 โดยมวลชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศรวมตัวส่งเสียงให้กำลังใจ เปิดเพลงเก่าที่นายทักษิณเคยขับร้อง และร่วมรับประทานอาหารพร้อมกัน ทั้งต้มยำไก่น้ำใส แกงส้มชะอมกุ้ง หนูนาย่าง และบวชเผือกมัน 

นอกจากนี้ ‘ลีนาจัง’ นำยำวุ้นเส้นและยำมาม่า 40 ชุดมามอบให้พี่น้องคนเสื้อแดง พร้อมยกย่องผลงานของนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ระบุว่า กฎหมายเกี่ยวกับ LGBTQ ถูกผลักดันขึ้นในช่วงที่พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล แตกต่างจากสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง พร้อมทำนายผลเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ได้ 280 ที่นั่ง และประกาศว่าจะขึ้นเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 10 แทนนายเฉลิม อยู่บำรุง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top