Friday, 5 June 2026
กระทรวงคมนาคม

เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม! ได้เวลาอัปเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกับโปรโมชั่นที่แรงที่สุดในรอบปีที่ 'โซนมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า'!

เรายกทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ มาลดราคากระหน่ำสูงสุดถึง 60%! ให้คุณช้อปได้อย่างสบายใจ เพราะสินค้าทุกชิ้นมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รับรองคุณภาพและความปลอดภัย 

อย่ารอช้า! มาช้อปของดีมีคุณภาพในราคาที่คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!
📍เจอกันที่ 'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์' วันที่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 – 21:00 น.

มาค้นหาเสน่ห์และอุดหนุนสินค้าไทยกันที่ 'โซนมหกรรมสินค้าจาก SME ไทย'! 💚

โซนนี้คือหัวใจของงานที่รวบรวมผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) คัดสรรมาอย่างดีกว่า 200 บูธทั่วประเทศ! คุณจะได้พบกับสินค้าที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร

หมวดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย: พบกับผ้าทอพื้นเมือง, เสื้อผ้ามัดย้อม, กระเป๋าดีไซน์เก๋ และเครื่องประดับสุดชิค 

หมวดอาหารและเครื่องดื่ม: ลิ้มลองรสชาติอาหารหาทานยาก, ขนมไทยโบราณ, และเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ 

หมวดของตกแต่งและงานคราฟต์: เพลิดเพลินกับของแต่งบ้านทำมือ, สินค้าสายมูเสริมดวง, และงานฝีมือสุดประณีต

ทุกการจับจ่ายของคุณในโซนนี้ คือการสนับสนุนและต่อยอดความฝันของผู้ประกอบการไทยโดยตรง มาช้อปของดีมีสไตล์ แถมยังได้ช่วยเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน!

📍ที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' วันที่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค.
ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 10:00 – 21:00 น.

วันสุดท้ายแล้ว! 🚨 โอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ช้อปในมหกรรมสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลางปี! ใครที่ยังไม่ได้มา หรือมาแล้วแต่ยังช้อปไม่จุใจ วันนี้คือโอกาสสุดท้ายของคุณแล้ว!

ย้ำอีกครั้ง! สิ่งที่คุณจะพลาดถ้าไม่มาวันนี้:

สินค้าโปรโมชั่น: หลายร้านค้าอาจจัดโปร 'Final Call' ลดหนักกว่าเดิม!

ของดีหายาก: สินค้าบางชิ้นอาจจะเหลือไม่เยอะแล้ว หมดแล้วหมดเลย

คอนเสิร์ตปิดท้าย: เวลา 18:45 น. มาระเบิดความสนุกส่งท้ายกับ 'อ๊อฟ ปองศักดิ์'

อย่าปล่อยให้ความคุ้มค่าหลุดมือไป! รีบเดินทางมาที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ด่วน!

📍ที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 10:00 – 21:00 น.

‘อุตสาหกรรมแฟร์ 2568’ ขนขบวนสินค้าช่วยคนไทย ส่งน้ำใจช่วยพี่น้องชายแดน สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

(2 ส.ค. 68) กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ กระทรวงคมนาคม จัดงาน "อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 : “รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย" ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จัดเต็มสินค้าอุปโภค-บริโภค คุณภาพดี ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ ทั้งจากเครือสหพัฒน์และผู้ประกอบการ SME ไทยทั่วประเทศ พร้อม Motor Show รถที่ใช่ดีลที่ชอบ คาดสร้างเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท พร้อมจัดจุดรับบริจาคอุตสาหกรรมรวมใจส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและสถานการณ์ชายแดน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสอันดีในการร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคมที่นำสินค้าจากผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่มาเจอกับศูนย์กลางระบบคมนาคมที่รวมทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสารสาธารณะเข้าด้วยกัน เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชนและยังมีโซนสินค้าที่ได้รับความร่วมมือจากเครือสหพัฒน์มาร่วมจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ พร้อมทั้งโซนมอเตอร์โชว์ที่รวบรวมค่ายรถยนต์กว่า 19 ค่ายรถ มาจัดโปรโมชั่นดี ดอกเบี้ยพิเศษภายในงานด้วย คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้กว่า 300 ล้านบาท และในภาวะสถานการณ์ชายแดนที่ไม่ปกติกระทรวงอุตสาหกรรมขอแสดงความห่วงใย พร้อมส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย โดยจัดจุดรับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค "อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย" เพื่อส่งต่อน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนและผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำหรับผู้เข้าร่วมจับจ่ายสินค้าภายในงานที่ต้องการแบ่งปัน ส่งมอบน้ำใจให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งสามารถนำส่งผ่านจุดรับบริจาคอุตสาหกรรมรวมใจ หรือจุดรับของไปรษณีย์ไทย ภายในงาน ซึ่งพัสดุที่บริจาคน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม สามารถรับบริการโดยไม่คิดค่าจัดส่ง 

และในงานนี้ได้มีความร่วมมือที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางรางและการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กับ กระทรวงคมนาคม โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) เพื่อการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมราง และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการออกแบบและผลิตรถไฟเองภายในประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล พร้อมส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการสร้างกลไกใหม่เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งในด้านเทคโนโลยี การผลิตและการพัฒนาบุคลากรผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ทางกระทรวงคมนาคมมีความยินดีอย่างยิ่งในความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างสองกระทรวงเป็นการยกระดับสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ให้มีการใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ แก่ผู้เดินทาง และยังเป็นการช่วยผู้ประกอบการให้มีตลาดใหม่และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และสำหรับการลงนามในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับระบบรางของไทย ไม่เพียงแค่ในด้านคมนาคมขนส่ง แต่ยังรวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยกระทรวงคมนาคมได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เดินหน้าสนับสนุนการผลิตรถไฟภายในประเทศ ทั้งในรูปแบบหัวรถจักร (Locomotive), รถไฟโดยสาร (Passenger Coach), รถไฟไฮบริดพร้อมตู้โดยสาร (Hybrid Multiple Unit) และตู้สินค้า (Freight Wagon) ที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรต่อไปด้วย

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 : รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงงานได้มีพื้นที่ในการกระจายสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ผู้บริโภคก็สามารถเดินทางเข้าร่วมงานได้โดยสะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทาง สามารถแวะมาจับจ่ายใช้สอยได้ก่อนเดินทางต่อ ทั้งยังคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรมเพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาเหมาะสม ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งมีการจัดแบ่งภายใน 4 โซน รวมผู้ประกอบการทั้งหมดกว่า 330 บูธ ได้แก่ 

1. โซนมหกรรมสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาประหยัดจากเครือสหพัฒน์ ลดราคากว่า 70 % 

2. โซนมอเตอร์โชว์ (Motor Show) ตามหารถที่ใช่ดีลที่ชอบ รถยนต์-รถจักรยานยนต์คุณภาพดี และข้อเสนอพิเศษสุดในงานจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99 % , โปรโมชั่นช่วยผ่อนสูงสุด 12 เดือน , บัตรเติมน้ำมันสูงสุด 3,000 บาท , แถมฟรีฟิล์มติดรถยนต์ Lamina CM1 , ลุ้นจี้ทองคำ หนัก 2 สลึง หรือส่วนลดพิเศษ 15,000 บาท สำหรับครู /ข้าราชการ/บุคลากรทางการแพทย์/เกษตรกร 

3. โซนมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพมีมาตรฐาน มอก. ราคาประหยัด 

4. โซนมหกรรมจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องประดับ สินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ สินค้าตกแต่งบ้าน เป็นต้น

ทางด้านนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ทางกระทรวงคมนาคมได้เตรียมการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เชื่อมต่อจากพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกได้อย่างรวดเร็ว รถไฟฟ้า MRT (สายสีน้ำเงิน) ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในเมืองในอัตราค่าโดยสาร 20 บาท ตลอดสาย รถไฟทางไกลที่จะอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมทั้งรถโดยสารสาธารณะที่สามารถเดินทางเข้าถึงยังพื้นที่จัดงาน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร หรือหากนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาร่วมงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย มีพื้นที่จอดรถและจุดรับ-ส่ง ที่จัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ

งาน “อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 : รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. นี้ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มีร้านค้าจากผู้ประกอบการSME ผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเครือสหพัฒน์ และค่ายรถยนต์ กว่า 19 ค่ายรถ มาจัดจำหน่ายเต็มพื้นที่สถานี และมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้เข้าร่วมงานแบบไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ การจัดเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ เช่น เบลนด์น้ำหอม (Perfume Blending Workshop) / Talk & share (ไทย-จีน-อังกฤษ) / Taste of Siam เมื่ออาหาร คือสูตรลับแห่งสุขภาพ / เลือกคนให้ถูกงาน เลือกงานให้ถูกคน / Herbal Plantasia ทำน้ำมันหอมระเหย / Hobby Hut Craft ทำตุ๊กตาจากผ้า (กระต่าย) รวมถึงฟรีมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปินชื่อดังให้ชมทุกวันอีกด้วย

“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ตลอด 4 วันของการจัดงาน (31 ก.ค. – 3 ส.ค.) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ตลอด 4 วันของการจัดงาน (31 ก.ค. – 3 ส.ค.) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ งานมหกรรมสินค้าและนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงคมนาคม งานนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย แต่ยังเชื่อมโยงภาคการผลิต การคมนาคม และผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง

📌 ไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่
– โซน Good Price ที่นำสินค้าในเครือสหพัฒน์กว่า 500 รายการมาลดราคาสูงสุดถึง 70%
– โซน Best Choice ที่รวมโปรเด็ดจากค่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 19 แบรนด์ พร้อมสิทธิ์ลุ้นทองคำทุกวัน
– โซน Thai Showcase รวมสินค้าจาก SME และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคัดสรรกว่า 200 ร้าน
– โซน High Quality ที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพแบรนด์ชั้นนำ ลดสูงสุด 60% พร้อมรับรอง มอก. ทุกชิ้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงมากมาย อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง (ไอซ์ ศรัณยู, อะตอม ชนกันต์, ป๊อป ปองกูล และอ๊อฟ ปองศักดิ์), เวิร์กช็อปเสริมอาชีพ และโซนนวัตกรรมอย่าง “MIND Inno-Verse” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าชมทุกช่วงวัย

🚆 ด้วยสถานที่จัดงานที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลากหลายรูปแบบ ทั้ง MRT รถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟทางไกล และบริการจอดรถใต้สถานี งานครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการจัดงานที่เข้าถึงง่าย สะดวก และครอบคลุม

งานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ไม่เพียงมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

📍แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า กับงานดีๆ ที่ตอบโจทย์คนไทยทั้งประเทศ

‘สุริยะ’ เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมชง ครม.ไฟเขียว ‘รถไฟทางคู่เฟส 2-มอเตอร์เวย์นครปฐม’ 3.58 แสนล้าน

(23 ส.ค. 68) กระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมชง ครม.ไฟเขียวโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 และมอเตอร์เวย์นครปฐม พร้อมเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างภายในปีงบประมาณ 2569

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ 6 โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เข้าครม. วงเงินรวม 2.97 แสนล้านบาท โดยเริ่มนำร่อง 3 เส้นทาง ได้แก่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี และ สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา

อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ มอเตอร์เวย์หมายเลข 8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 61,154 ล้านบาท อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

สุริยะกำชับกรมทางหลวงเร่งเปิดประมูล 2 โครงการที่ ครม.อนุมัติแล้ว ได้แก่ ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ (M5) วงเงิน 31,358 ล้านบาท และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (M9) วงแหวนรอบนอกตอนบางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 56,035 ล้านบาท

ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้! "อุตสาหกรรมแฟร์ 2568" งานเดียวที่รวมทุกความต้องการของคุณไว้อย่างครบครัน!

(29 ก.ค. 68) ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้! "อุตสาหกรรมแฟร์ 2568" งานเดียวที่รวมทุกความต้องการของคุณไว้อย่างครบครัน! จากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม สู่การสร้างสรรค์อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพให้คนไทย

เตรียมพบกับ 5 โซนไฮไลต์บนพื้นที่กว่า 8,000 ตร.ม. ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคราคาโรงงานจากเครือสหพัฒน์, ดีลยานยนต์สุดร้อนแรง, เครื่องใช้ไฟฟ้าลดกระหน่ำ, สินค้า SME คุณภาพกว่า 200 ร้านค้า, และโซนนวัตกรรมสุดล้ำ!

พร้อมเพลิดเพลินกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังและกิจกรรมเสริมความรู้ตลอด 4 วันเต็ม! ปักหมุดในปฏิทินของคุณไว้เลย แล้วมาพบกัน 31 ก.ค. - 3 ส.ค. นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!

(30 ก.ค. 68) หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!
📍เจอกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 - 21:00 น. 

ครบทุกทางเลือก เดินทางมาแฟร์ได้หมด!
ช้อปฟิน 4 วันเต็ม เดินทางก็ฟินไม่แพ้กัน
✔️ MRT ลงสถานีบางซื่อ
✔️ รถไฟฟ้าสายสีแดง เชื่อมตรงจากกรุงเทพฯ รอบนอกถึงใจกลางงาน
✔️ รถไฟทางไกล สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
✔️ รถโดยสาร อสมก. 15 เส้นทางผ่านสถานีกลางฯ 3 (2-47), 5, 26 (1-36), 49 (2-43), 96 (1-42), 134 (2-20), 136 (3-47), 145 (3-18), 204 (2-52), 509 (4-60), 536 (3-24E), 3-19E, 4-33E, A1
✔️ รถยนต์ส่วนตัวจอดฟรี!

📍เจอกันที่ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์”
ในงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรมนำความสุขสู่คนไทย

เลือกวิธีเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ แล้วมาเจอกันที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

กระบี่-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Etihad Airways ขณะที่ ททท.ดันกลยุทธ์ Airline Focus เปิดเส้นทางบินใหม่ 

กระตุ้นการเดินทางกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

(10 ต.ค. 68) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดกระบี่ นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ หน่วยภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้เกียรติร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways ) เที่ยวบิน EY424 ที่เปิดบินตรงจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กับท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดย ททท.จัดแสดงมโนราห์ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่ของสายการบินด้วย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดเที่ยวบินใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักเดินทางทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ เมืองแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรมและการบริการที่ดีงามในภาคใต้ของเรา กระทรวงคมนาคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและระบบคมนาคมขนส่งทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเท่าเทียม ตามแนวคิด “คมนาคมเพื่อประชาชน เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ” เราจะเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวภาคใต้ และเชื่อมโยงทุกเส้นทางจากอากาศ สู่ถนน และทางน้ำ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นกลยุทธ์ Airline Focus บุกตลาดดาวรุ่งตะวันออกกลางร่วมกับพันธมิตรสายการบิน Etihad Airways ในการเปิดเส้นทางบินใหม่เส้นทางบินตรงกรุงอาบูดาบี–กระบี่ ซึ่งการบูรณาการส่งเสริมตลาดจะเพิ่มจำนวนที่นั่ง (Seat Capacity) อีกประมาณ 7,650 ที่นั่งต่อเดือน ขยายความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจเดินทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มในการเติบโตสูง โดยเฉพาะการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่ม Health and Wellness ที่ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นและมุ่งมั่นสู่การเป็น Medical และ Wellness Hub ระดับโลก ควบคู่กับการเจาะกลุ่ม Luxury, Family และ Halal Friendly Tourism เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบถ้วนและเข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่ เพื่อนำสื่อมวลชน KOLs ตัวแทนบริษัทนำเที่ยว มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีความยินดีที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจังหวัดกระบี่มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวเดินทางตามความสนใจ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญซึ่งเป็นจุดดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย 

สายการบิน Etihad Airways กำหนดเปิดให้บริการเส้นทางบินตรง (Direct Flight) เที่ยวบิน EY424 เดินทางจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 08.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เวลา 18.40 น. ด้วยเครื่อง Airbus A321LR ความจุผู้โดยสาร 160 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน ให้บริการจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยในเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้มีสื่อมวลชน KOLs และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่ง ททท. สำนักงานดูไบได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการทำ Agents FAM Trip พาตัวแทนบริษัทนำเที่ยว สำรวจสินค้าและบริการในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำข้อมูลมาขยายผลการดำเนินงานในการเสนอขายแพจเกจต่อไป โดยมีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 13 – 16 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ได้จัดทำ KOLs FAM Trip นำ KOLs สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว Jurassic World ในจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 และวางแผนต่อยอดจัดทำ Media FAM Trip 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2568 เพื่อสำรวจและประชาสัมพันธ์เส้นทางกระบี่และเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางบินใหม่ กรุงอาบูดาบี – เชียงใหม่ ที่จะเริ่มบินในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 โดยใช้เครื่อง A321LR จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ และ อาทิตย์) 

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางถือเป็นตลาดศักยภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 948,513 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9  มีจำนวนวันพักเฉลี่ย 10.47 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปเป็นจำนวนเงิน 100,612 บาท/คน/ทริป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

คนบึงกาฬเตรียมเฮ!! ‘มัลลิกา’ ดันสนามบินใหม่ 8 พันล้าน เชื่อมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ลุ้นสร้างปี 72 คาดผู้โดยสารราว 1.5 แสนคนต่อปี ชี้ผลตอบแทนสูงหนุนเศรษฐกิจอีสานเหนือ

‘รมช.คมนาคม’ เร่งเครื่อง ‘สนามบินบึงกาฬ’ หนุนเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมโยง ‘เวียดนาม – สปป. ลาว – ไทย – เมียนมา’ ดันชงครม. เคาะ ลุ้นตอกเสาเข็มปี 72  ปักธงเปิดใช้ปี 75  รองรับผู้โดยสารกว่า 1.4 แสนคนต่อปี 

(26 ธ.ค.2568) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม และเสริมความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด

สำหรับท่าอากาศยานบึงกาฬจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อมต่อจากทะเลจีนใต้ ผ่านเวียดนาม สปป.ลาว ไทย และเมียนมา ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พบว่าในด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ หรือ EIRR อยู่ที่12.66 %และมีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน หรือ B/C เท่ากับ 1.07 สะท้อนให้เห็นว่าโครงการมีความเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)กล่าวว่า โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้และคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมตั้งแต่ปี2564 ต่อมาในปี 2566 ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA )ซึ่งปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการเสนอรายงาน EIA โดยได้จัดส่งเอกสารชี้แจงผลกระทบฯ ครั้งที่ 3 แล้ว และมีการประชุมพิจารณารายงานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หากขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จ จะเข้าสู่กระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อพิจารณาอนุมัติและเดินหน้าโครงการในขั้นตอนถัดไป

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานคาดการณ์ว่า หากโครงการได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2572 และเปิดให้บริการท่าอากาศยานบึงกาฬอย่างเป็นทางการในปี 2575 โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2575 จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 149,172 คนต่อปี มีจำนวนเที่ยวบิน 1,244 เที่ยวบินต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 4 เที่ยวบินต่อวัน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับจังหวัดบึงกาฬในเวทีเศรษฐกิจภูมิภาคและระหว่างประเทศ

สำหรับพื้นที่โครงการทั้งหมดแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่ไม่ใช่เขตการบิน หรือ landside จำนวน 2,542 ไร่ และพื้นที่เขตการบิน หรือ airside จำนวน 1,858 ไร่ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นประมาณ 8,196 ล้านบาท และจากผลการศึกษาความเหมาะสม พื้นที่ตั้งโครงการอยู่ในตำบลโป่งเปือย อำเภอโซ่พิสัย และตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬและสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 ประมาณ 12 กิโลเมตร และมีระยะห่างจากท่าอากาศยานใกล้เคียง ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี 194 กิโลเมตร ท่าอากาศยานสกลนคร 190 กิโลเมตร และท่าอากาศยานนครพนม 188 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นทำเลที่เหมาะสมต่อการพัฒนาโครงข่ายการบินในภูมิภาค

ที่มา : https://www.thaipost.net/economy-news/922030/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top