ศึกคนเก่า ปะทะคนใหม่!! ชิงนายกเทศมนตรีนครสงขลา 3 ทีมดัง ‘วันชัย’ หวังสานงานต่อ ‘สมศักดิ์’ ขอคืนสนาม ‘เกรียงไกร’ เปิดทีมก้าวหน้าท้าชน จับตาฐานเสียงเก่าและใหม่ โฟกัสนโยบายแก้น้ำท่วม อนาคตเมืองขึ้นกับทีมใคร
เช็กความพร้อม 3 ทีม ระเบิดศึกชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครสงขลา
สนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาเริ่มชัดขึ้น หลัง วันชัย ปริญญาศิริ ลาออกเมื่อ 12 ตุลาคม 2569 โดยสำนักงานการเลือกตั้งสงขลา กำหนดเลือกตั้งเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 และเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคมนี้
การประเมินความพร้อมต้องแยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่แต่ละทีมประกาศแล้ว กับสิ่งที่ยังต้องตรวจสอบ โดยไม่ด่วนสรุปว่าใครได้เปรียบจากกระแสข่าวเพียงอย่างเดียว
1. ทีมวันชัย ปริญญาศิริ
อดีตนายกฯ คนล่าสุด
ฐานสำคัญ: ผลงานการบริหารและโครงการพัฒนาเมือง เข้าตาประชาชนหรือไม่ แต่มีเสียงกระซิบถึงข้อติติงนโยบายบางเรื่องที่ประชาชนยังไม่สบายใจ
วันชัยยืนยันว่าจะกลับมาลงสมัครอีกครั้ง และเปิดเผยว่าจัดเตรียมทีมบริหารแล้ว โดยมีประเด็นผลงานที่นำเสนอ ได้แก่ การประสานงบประมาณจากหน่วยงานภายนอกกว่า 1,000 ล้านบาท โครงการโครงสร้างพื้นฐาน การนำสายไฟฟ้าลงดิน ย่านเมืองเก่า และการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว
จุดอ่อนอยู่ตรงที่ทีมบริหารเดิม แตกตัวไปจัดทีมมาลงแข่งด้วย จากรองนายกฯ อันสะท้อนถึงปัญหาความขัดแย้ง ความไม่ลงรอยกันในทีมเดิม
จุดที่ต้องตรวจสอบความพร้อม
-รายชื่อทีมบริหารและผู้รับผิดชอบแต่ละด้านน่าสนใจแค่ไหน ดึงคะแนนเสียงได้ไหม
-มีแผนรับมือน้ำท่วมที่เป็นรูปธรรมอย่างไร หลังเมืองเผชิญความคาดหวังเรื่องการป้องกันน้ำท่วม
-สามารถชี้แจงผลงานที่ผ่านมา พร้อมแสดงแผนสานต่อโครงการที่ยังไม่เสร็จได้ชัดเจนเพียงใด
แม้มีการประกาศเตรียมลงสมัครและจัดทีมแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบรายชื่อทีมอย่างเป็นทางการและความพร้อมเชิงปฏิบัติการ โดยเฉพาะนโยบายแต่ละด้าน และครอบคลุมแค่ไหน
2. ทีมสมศักดิ์ ตันติเศรณี
อดีตนายกฯ คนก่อน
ฐานสำคัญ: ประสบการณ์บริหารและเครือข่ายเดิม
สมศักดิ์เคยบริหารเทศบาลนครสงขลารวมประมาณ 8 ปี และมีประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานกับการพัฒนาเมือง รายงานของสำนักข่าวอิศรา รวมถึงเปิดเผยกับ #นายหัวไทร ระบุว่าเขาเตรียมกลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยยอมรับว่าฐานเสียงเดิมอาจลดลงบ้าง
จุดที่ต้องตรวจสอบความพร้อม
-ทีมงานเดิมยังรวมตัวกันแน่นแค่ไหน และมีเครือข่ายใหม่เข้ามาเติมหรือไม่
-มีนโยบายชุดใหม่ที่ตอบโจทย์ปัจจุบัน ไม่ใช่อาศัยเฉพาะผลงานในอดีตหรือไม่
-มีแผนรับมือน้ำท่วมและการพัฒนาเมืองที่ประชาชนตรวจสอบได้อย่างไร
สมศักดิ์ มีประสบการณ์บริหารและกำลังเตรียมลงสนาม แต่ยังต้องตรวจสอบรายชื่อทีมบริหารและนโยบายฉบับเต็ม
โจทย์ของสมศักดิ์จึงอยู่ที่การเชื่อมประสบการณ์ในอดีตเข้ากับความต้องการของคนเมืองในวันนี้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วม คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจท้องถิ่น
3. ทีมเกรียงไกร คมขำ
คนรุ่นใหม่ สายภาคประชาชน
ชื่อทีม: นครสงขลาก้าวหน้า
เกรียงไกรเป็นที่รู้จักในแวดวงภาคประชาชน เคยทำงานใกล้ชิดกับจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ และเคยเป็นเลขานุการนายกเทศมนตรีนครสงขลา เกรียงไกรเริ่มรวบรวมทีมงานและเครือข่ายเพื่อเตรียมแข่งขัน เริ่มขึ้นป้ายตามแยกต่างๆ อันสะท้อนถึงความพร้อม พร้อมกับทำคลิปประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชี่ยลต่อเนื่อง
จุดที่ต้องตรวจสอบความพร้อม
-รายชื่อผู้ร่วมทีมและผู้รับผิดชอบงานบริหารมีความชัดเจนเพียงใด
-สามารถขยายเครือข่ายภาคประชาชนให้ครอบคลุมชุมชนต่าง ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน
-นโยบายและงบประมาณที่จะใช้ขับเคลื่อนเมืองมีรายละเอียดแล้วหรือยัง
มีการเคลื่อนไหวรวบรวมทีมและเครือข่าย แต่รายละเอียดทีมบริหารและนโยบายยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม
สำหรับเกรียงไกร ประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนทุนทางสังคมและประสบการณ์ทำงานภาคประชาชนให้เป็นแผนบริหารเทศบาลที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งงบประมาณ บุคลากร และการแก้ปัญหาเร่งด่วนของเมือง
นอกจากสามทีมดังกล่าวยังมีอีกสองกลุ่มที่ต้องจับตา
ทีมจารึก ตันติเศรณี และ สมชาย จันทรประทิน อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสงขลา อยู่ในกลุ่มที่มีข่าวเคลื่อนไหวด้วย จึงยังไม่ควรสรุปว่าสนามนี้มีผู้แข่งขันจริงเพียงสามทีม เเป็รอวันสมัครจริง
5. สิ่งที่ควรติดตามในช่วง 26-30 ตุลาคม
รายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ตรวจสอบว่าใครยื่นสมัครจริง และใครถอนตัวหรือเปลี่ยนแผน
รายชื่อทีมบริหารและเครือข่ายสนับสนุน แยกบุคคลที่ประกาศสนับสนุนชัดเจนออกจากเพียงผู้ที่เคยร่วมงานกัน นโยบายรับมือน้ำท่วม ทั้งระบบระบายน้ำ จุดเสี่ยง งบประมาณ และหน่วยงานที่ต้องประสาน เพราะเป็นโจทย์เร่งด่วนของนครสงขลา ความต่อเนื่องของโครงการเดิม โดยเฉพาะโครงการที่มีการทำสัญญาแล้ว ต้องตรวจสอบสถานะและภาระงบประมาณให้ชัดเจน
การเปิดเผยนโยบายและการหาเสียงในชุมชน ติดตามจากกิจกรรมจริงและเอกสารนโยบาย ไม่ใช้ยอดแชร์หรือกระแสในโซเชียลแทนคะแนนนิยม
ศึกนี้อยู่ที่ว่า “วันชัย”ยังรักษาฐานเดิม และขยายฐานจากผลงานได้มากน้อยแค่ไหน “สมศักดิ์”จะกลับมาแย่งคะแนนไปได้แค่ไหน ให้จับตา “เกรียงไกร”อาจเป็นตาอยู่ก็เป็นได้










