‘ทรัมป์’ เปลี่ยนโฆษกทำเนียบขาวใน 5 วัน!! เข้าวันจันทร์ ออกวันศุกร์ ‘เคที ซาคาเรีย’ สร้างประวัติศาสตร์อยู่สั้นที่สุด ถูกวิจารณ์ความพร้อม-คุณสมบัติ กลายเป็นเจ้าของสถิติอยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุด
“มาไว ไปไว!”
เคที ซาคาเรีย โฆษกทำเนียบขาวคนใหม่ของทรัมป์ อยู่ในตำแหน่งได้แค่ 5 วันก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน! แม้จะเรียกว่าลาออก แต่เบื้องหลังกลับไม่ใช่การจากลาโดยสมัครใจสักเท่าไหร่!
เคที ซาคาเรีย (Katie Zacharia) วัย 41 ปี เพิ่งได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เป็นโฆษกทำเนียบขาวแทนแคโรไลน์ เลวิตต์ โดยเริ่มงานวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2026 แต่พอถึงวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ก็มีข่าวว่าเธอต้องพ้นจากตำแหน่งเสียแล้ว กลายเป็นโฆษกทำเนียบขาวที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
ปัญหาเริ่มตั้งแต่การแถลงข่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งใช้เวลาเพียงประมาณ 14 นาที ซาคาเรียพูดติดขัด อ่านข้อความจากกระดาษเป็นส่วนใหญ่ และเปิดให้ผู้สื่อข่าวถามคำถามเพียง 3 สำนัก ก่อนถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงความพร้อมในการทำหน้าที่โฆษกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะเธอถูกขุดคุ้ยประวัติการทำงาน หลังเคยแนะนำตัวว่าเป็นนักกฎหมาย แต่กลับพบว่าเธอไม่เคยสอบผ่านเนติบัณฑิตเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความในสหรัฐฯ แม้จะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมายก็ตาม ทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของประวัติที่เธอใช้แนะนำตัว
ซาคาเรียพยายามแก้สถานการณ์ด้วยการออกรายการโทรทัศน์หลายครั้ง แต่กลับถูกวิจารณ์หนักขึ้น จนกระทั่งวันที่ 16 ตุลาคม ทรัมป์ออกมาบอกผู้สื่อข่าวว่า เขาเพิ่งคุยกับเธอ และแนะนำให้ลองคิดทบทวนว่าเหมาะกับงานนี้จริงหรือไม่ พร้อมบอกว่าหากเป็นตัวเขาเองก็คงพิจารณาเรื่องการลาออก
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ก็มีข่าวว่าเธอพ้นจากตำแหน่ง โดยทำเนียบขาวใช้คำว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านออกจากหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 รายยืนยันกับสื่อว่าเธอถูกปลดออกจากตำแหน่ง
ที่น่าสนใจคือ เช้าวันศุกร์เธอยังปรากฏตัวอยู่ที่ทำเนียบขาวตามปกติ แต่พอตกเย็นกลับไม่มีตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาวอีกแล้ว!
หลังพ้นตำแหน่ง ซาคาเรียยังโพสต์ข้อความชื่นชมทรัมป์ว่าเป็นคนใจดี มีน้ำใจ ทำงานหนัก และไม่มีใครทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่ได้เท่าเขา พร้อมบอกว่าเป็นเกียรติที่ได้ทำงานให้ทรัมป์
สรุปคือ เข้ามาทำงานวันจันทร์ แถลงข่าววันอังคาร ถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติกลางสัปดาห์ และพ้นตำแหน่งวันศุกร์! ส่วนจะเรียกว่าลาออกหรือถูกไล่ออก ก็คงต้องดูว่าใครเป็นคนบอกให้เธอคิดทบทวนเรื่องลาออกตั้งแต่แรก!
ที่มา: Reuters, CBS News, Associated Press, NPR, New York Post
ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122104440033508642&id=61595259264487&rdid=k2waBGh7zmoAdDqI#










